มหาเทพปีศาจกู่หลินเฉินเมื่อเห็นว่าเย่หยุนซียอมจำนนท์ก็ได้ทำการผนึกพลังของเขาเอาไว้ ก่อนที่จะหันไปเอ่ยปากชมเชยกองทัพปีศาจและเหล่าพันธมิตรฝ่ายอธรรม
"พวกเจ้าทำผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นข้าจะมอบสมบัติสวรรค์ให้ขุมกำลังละ 1 ชิ้น ตามที่ตกลงกันเอาไว้"
"ขอบคุณท่านมหาเทพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่" ผู้คนจากนิกายฝ่ายอธรรมเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นยินดี อย่างน้อยคราวนี้พวกเขาก็ไม่ได้เสียแรงลงมืออย่างสูญเปล่า ผิดกับทางฝั่งพันธมิตรฝ่ายธรรมะและกองทัพเผ่าเทพที่ไม่เพียงคว้าน้ำเหลว แต่กลับสูญเสียทั้งกำลังคนทั้งสมบัติสวรรค์
"ชิ! พวกคนรวยนี่ช่างน่าอิจฉาจัง" เย่หยุนซีที่ยืนทำหน้้ามุ่ยอยู่ข้างๆมหาเทพปีศาจจู่ๆเอ่ยปากกล่าวอย่างไม่ค่อยชอบใจ ซึ่งก็ไม่รู้เพราะเหตุใด ขอเพียงแค่ให้ได้พูดขัดหรือแซะอีกฝ่าย มันกลับทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งยังไม่มีรู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด
"หึ! อย่างเจ้ามีสิทธิ์ไปอิจฉาใครเขาได้ด้วยหรือ?" กู่หลินเฉินเผยรอยยิ้มแล้วเอ่ยถาม
"ท่านมหาเทพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่พูดเรื่องอะไรกัน ข้าก็แค่ผู้ฝึกตนตัวน้อยๆคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อเห็นคนอื่นได้รับสมบัติสวรรค์ ในใจย่อมเกิดความอิจฉาเป็นธรรมดา"
"โอ่ว~~......ถ้างั้นหากเจ้าทำตัวดีๆและเชื่อฟังข้า ข้าอาจจะมอบมันให้เจ้าไปใช้เล่นสักชิ้นสองชิ้นเป็นอย่างไร" ผู้ซึ่งเป็นมหาเทพปีศาจเมื่อได้ยินคำตัดพ้อของอีกฝ่ายเอ่ยปากตอบกลับไปเช่นนั้น
เย่หยุนซีส่ายศีรษะเผยสีหน้าจริงจัง "ข้าไม่ได้ต้องการสมบัติสวรรค์ สิ่งที่ข้าต้องการก็คือ โอกาสได้พบเจอลูกๆและภรรยา"
กู่หลินเฉินส่ายศีรษะอย่างเนิบช้า "สำหรับเรื่องนั้นเอาไว้ค่อยเจรจาต่อรองกันอีกที........ส่วนในตอนนี้ เห็นแก่ที่เจ้ายอมให้จับแต่โดยดี ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้กลับไปร่ำลาญาติสนิทมิตรสหาย"
ว่าแล้ว! บุรุษหนุ่มก็ทำการกระชากมิติในทันใด เย่หยุนซียังคงทำหน้ามุ่ยใส่อีกฝ่าย แต่ในเวลานั้นเอง เขาก็เหลือบไปเห็นองค์หญิงแห่งราชวงศ์หลง หลงเซียนจี ที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง
'จริงสิ! ข้ากลายเป็นผู้ถือครองแดนพฤกษชาติ นางจึงพลอยไม่ได้รับรางวัล'
"นี่ ไหนๆท่านก็ให้โอกาสข้ากลับไปร่ำลาญาติๆแล้ว ข้าขอพาคนไปด้วยได้หรือเปล่า?" ตัดสินใจอย่างมุ่งมั่น เย่หยุนซีหันไปกล่าวถามมหาเทพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่
"หึ! แล้วแต่เจ้า แต่อย่าคิดทำอะไรตุกติกล่ะ ไม่เช่นนั้น เจ้าจะได้รู้ซึ้งถึงความโหดเหี้ยมของข้า"
"เหอะๆรู้แล้วน่าๆ ผู้ยิ่งใหญ่เช่นท่าน ข้าจะไปกล้าต่อต้านได้อย่างไร" พูดจบ! เย่หยุนซีก็ถูกกู่หลินเฉินคลายพลังบางส่วนให้ ดังนั้นเขาจึงบินทะยานลงไปขวางหน้าผู้เป็นองค์หญิงแห่งราชวงศ์หลงในทันที
"คะ คาราวะท่านผู้อาวุโสเทพสังหาร ไม่ทราบว่าท่านมีสิ่งใดให้องค์หญิงผู้ต่ำต่อยผู้นี้รับใช้งั้นหรือเจ้าค่ะ" หลงเซียนจีหยุดชะงักฝีเท้าโค้งศีรษะอย่างนอบน้อมให้กับคนเบื้องหน้า ดวงตาคู่งามฉายแววหวาดกลัวสุดขีด เพราะภาพการต่อสู้อย่างโหดเหี้ยมเมื่อครู่นี้ยังคงติดตาไม่หาย
"พี่สาว ท่านไม่ต้องมากพิธีไป ท่านจำข้าไม่ได้แล้วงั้นหรือ" เย่หยุนซียิ้มแล้วหยิบปิ่นปักผมลวดลายมังกรออกมา
"นะ นี่ นี่มัน!! หรือว่า!!" หลงเซียนจีเมื่อเห็นปิ่นปักผมของตนเองก็หลุดปากอุทานเสียงดังลั่น เหล่าราชองครักษ์ก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน ปิ่นปักผมมังกรทองอันนี้มันคือสิ่งที่องค์หญิงมอบให้กับเด็กน้อยผู้มีพระคุณคนนั้นไม่ใช่หรือไง
"ข้าคือเด็กน้อยคนนั้นเองแหละ ตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบาย พวกท่านตามข้ามาก่อนก็พอ แล้วอย่าพึ่งพูดอะไรเป็นเด็ดขาด" เย่หยุนซีแถลงไขอย่างคร่าวๆก่อนจะบินกลับไปหามหาเทพปีศาจซึ่งยังยืนรออยู่หน้าประตูมิติ
"องค์หญิง พวกเราจะเอาอย่างไรต่อดีขอรับ" หัวหน้าราชองครักษ์รู้สึกสับสนกับสถานการณ์เบื้องหน้า
องค์หญิงหลงเซียนจีถอนหายใจพลางส่ายศีรษะอย่างเนิบช้า "พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ทำได้เพียงตามเขาไปเท่านั้น"
"ข้าน้อยรับคำสั่ง" สิ้นคำ! เหล่าคนจากราชวงศ์หลงก็พุ่งทะยานตามหลังเย่หยุนซีไป จากนั้นบินเข้าประตูมิติท่ามกลางสายตาของบรรดาผู้ฝึกตนทั้งฝ่ายธรรมมะและอธรรม
ซึ่งเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น พวกเขาก็มาปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องบนท้องฟ้าเหนือขุนเขาของตำหนักมารดาราที่ทั้งงดงามและยิ่งใหญ่
'ว้าว นี่มันแดนสวรรค์หรืออย่างไร?' หลงเซียนจีหลังจากที่ได้กวาดสายตามองก็ลอบอุทานออกมา แต่ทว่าทันใดนั้น! จู่ๆก็มีกระบี่พลังงานขนาดยักษ์พุ่งตัดผ่านท้องฟ้าเข้าโจมตีมหาเทพปีศาจ
"เหอะ ช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก!" สีหน้าของกู่หลินเฉินไม่แปรเปลี่ยนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีขนาดใหญ่ เขาเพียงแค่ดีดนิ้ว 1 ครั้ง กระแสพลังมืดพุ่งเข้ากัดกล่อนปราณกระบี่จนสูญสลายหายไปอย่างง่ายดาย
ในเวลาต่อมา เซียนกระบี่เมามาย หลี่ไป่ ประมุขนิกาย หยุนเยี่ยเฉิน และผู้อาวุโสทุกคนก็ปรากฏตัวขึ้นสีหน้าไร้ซึ่งความหวาดหวั่น
"พวกเจ้าคงอยากจะตายกันมากสินะ" กู่หลินเฉินเตรียมเปิดเผยแรงกดดัน แต่เในสี้ยวพริบตานั้น เย่หยุนซีก็เข้าไปขวางหน้า
"หากท่านต้องการสังหารพวกเขา ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะสู้กับท่าน"
"เจ้าหนู เจ้าไปอยู่กับเขาได้อย่างไรกัน" เซียนกระบี่เมามายเมื่อเห็นลูกศิษย์ของตนก็อดไม่ได้ที่จะอุทานเสียงสั่น แบบนี้มันก็หมายความว่ามหาเทพปีศาจบรรลุเป้าหมายที่ต้องการแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร ต่อให้เขาคิดจะสู้ตายก็คงยากที่จะชิงตัวลูกศิษย์กลับมาจากเงื้อมมือของชายคนนี้
"ท่านอาจารย์ ใจเย็นๆ ข้ารู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และข้ายินดีจะไปพิภพปีศาจกับเขา"
"เจ้าหนู นี่เจ้า!"
"ท่านประมุขไม่ต้องพูดแล้ว นี่คือการตัดสินใจของข้า...............เพียงแต่ว่าก่อนไปข้าอยากจะอำลา ฝากฝัง และมอบของขวัญให้กับตำหนักมารดาราของพวกเรา" พูดจบ! เย่หยุนซีก็พาพวกหลงเซียนจีพุ่งเข้าไปยังขุนเขาของตนเอง จากนั้นได้เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ครอบครัวได้รับทราบโดยทั่วกัน
ซึ่งมันก็ทำให้บรรดาแม่ๆอย่าง สวีหนิง ลู่หลิน และรั่วปิงอี้ถึงกับน้ำตารินไหลออกมา ส่วนทางด้านของพ่อตาแม่ยาย พวกเขาก็รู้สึกเศร้าโศกไม่แพ้กัน
"พี่ใหญ่ ท่านต้องไปอีกแล้วหรือ?" ในขณะนั้น เย่ชิงเหมย เย่ฉาน และเย่ชิงหมิง น้องๆทั้งสามคนก็วิ่งมาเกาะขาของเย่หยุนซีแล้วเอ่ยกล่าวถามอย่างไรเดียงสา
"อ่ะ อ่า พี่ชายต้องขอโทษพวกเจ้าด้วยนะ ที่ไม่อาจอยู่เล่นด้วยกันได้ อืม.......งั้นเอาไว้ถ้ามีเวลาว่าง พี่ชายจะมาหาพวกเจ้าในทันทีเลยดีหรือเปล่า?" เย่หยุนซีนั่งลงลูบศีรษะเด็กน้อยทั้งสามอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดูสุดพรรณนา
เย่ชิงเหมย เย่ฉาน และเย่ชิงหมิงพยักหน้า "พี่ใหญ่ ท่านต้องกลับมาหาพวกเราจริงๆนะ ไม่เช่นนั้น เมื่อโตขึ้นพวกเราจะออกตามหาและบุกไปตีก้นท่าน"
"ฮ่าๆๆตกลงๆ ในระหว่างนั้น พวกเจ้าก็ต้องเชื่อฟังท่านพ่อท่านแม่และขยันฝึกฝน อย่าได้ขี้เกียจเป็นอันขาด"
"พี่ใหญ่ พวกเราเข้าใจแล้ว"เด็กๆทั้งสามผสานมือคาราวะแล้วกลับไปหาเหล่ามารดา
"ซีเอ่อร์ เมื่อไปถึงพิภพปีศาจเจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ"คราวนี้เป็นเย่ชิงหยางที่เอ่ยปากกล่าวด้วยความห่วงใย
เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจ "ท่านพ่อ ข้าเป็นถึงจอมมารน้อยเชียวนะ ไม่มีใครเอาเปรียบข้าได้ยกเว้นภรรยา"
เย่ชิงหยางพยักหน้า "พ่อรู้ว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่อย่าประมาทเด็ดขาดเข้าใจหรือเปล่า?"
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ" เย่หยุนซีเอ่ยปากกล่าว ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วยามการอำลาระหว่างเขากับครอบครัวก็ได้สิ้นสุดลงไป เย่หยุนซีจึงได้นำสตรีข้างกายอย่างซีซวนและตงฟางเซียนเอ่อร์เข้าอุปกรณ์มิติเพราะพวกนางอ้อนวอนอยากจะติดตามเขา
ส่วนทางฝั่งองค์หญิงหลงเซียนจี บุรุษหนุ่มก็ได้ฝากฝังนางให้เป็นศิษย์อีกคนของเซียนกระบี่เมามาย แถมยังแบ่งเมล็ดพันธุ์จิตอสูรให้กับนางเป็นของขวัญ ส่งผลให้องค์หญิงรู้สึกตื้นตันจนถึงกับร้องไห้โฮออกมาอยู่พักใหญ่
ภายใต้อำนาจของตำหนักมารดาราและเซียนกระบี่เมามาย ต่อไปราชวงศ์หลงของนางก็ไม่ต้องกลัวการรุกรานจากราชวงศ์โจวรวมถึงศึกภายในอีกนับจากนี้
"ทั้งหมดต้องขอบคุณศิษย์พี่" สรรพนามในการเรียกขานเย่หยุนซีของผู้เป็นองค์หญิงแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความเคารพรักสุดหัวใจ
"สำหรับข้า ใครทำดีมา ข้าก็ทำดีตอบกลับไป เจ้าอุตส่าห์ยอมให้ข้านอนหนุนตักตั้งหลายครั้ง ข้าก็ต้องตอบแทนเป็นธรรมดา" เย่หยุนซียิ้มอย่างเจ้าเล่ห์กล่าวออกมา
"อ่า ได้โปรดอย่าพูดถึงเรื่องนี้นะ" ยิ่งคิดหลงเซียนจียิ่งใบหน้าแดงเพราะความอาย
"ฮ่าๆๆ ต่อไปนี้เจ้าก็ต้องตั้งใจฝึกฝน ส่วนเรื่องราชวงศ์หลงสามารถใช้อำนาจของอาจารย์และตำหนักมารดาราจัดการได้" เย่หยุนซีหัวเราะกล่าว ก่อนจะพุ่งทะยานไปหลังขุนเขาบรรพชนแล้วทำการเปิดมิติของดินแดนพฤกษชาติเอาไว้
"นี่คือของขวัญที่ข้าจะมอบให้นิกาย หลิวหยาถิง ต่อไปเจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งเซียนกระบี่เมามาย หลี่ไป่ อาจารย์ข้า"
"ข้าน้อยรับบัญชา" เทพดิธาแห่งธรรมชาติหลิวหยาถิงโค้งศีรษะรับคำสั่งแต่โดยดี