ตอนที่ 3 ชายหนุ่มเมามาย (3)
กู้ชิงนั่งเก้าอี้ของตนในห้องทำงาน พลางพิจารณา ‘เกม’ ของเซี่ยเจี่ยนอี้
จะให้เขาตกอยู่ในอันตรายเพื่อเช็กว่าหยวนจุนจะออกโรงช่วยเหลือหรือไม่ แต่ไม่ยอมบอกเขาว่า ตกลงแล้วเป็สถานการณ์เสี่ยงอันตรายแบบไหน แล้วจะเกิดขึ้นเมื่อไร ทายาทเ้าสัวตระกูลเซี่ยคนนี้เหมือนกับเซวียติ้งไม่มีผิด ไม่เห็นหัวเขาเอาเสียเลย ไม่ว่าเขาจะเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ก็เป็แค่ข้าราชการบริหารระดับสูงคนหนึ่งที่ถูกเปลี่ยนตัวได้ทุกเมื่อก็เท่านั้น
เพื่อเป็การเช็กว่าหยวนจุนสนใจตนเองหรือไม่ เซี่ยเจี่ยนอี้จะต้องปล่อยข่าวบอกเขาไปอย่างแน่นอน เขาไม่อยากให้หยวนจุนออกตัว ทั้งยังไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็ห่วงตน ถ้าหากว่าเขาปรากฏตัวจริงๆ คงเป็เพราะว่าไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์ต้องาเ็อยู่แล้ว
เพื่อเป็การป้องกันความเสี่ยง เขาติดต่ออีกฝ่ายไว้ก่อนจะดีที่สุด โดยกำชับว่า ไม่ว่าเซี่ยเจี่ยนอี้จะลงมืออย่างไรก็ห้ามเข้ามายุ่ง เขาจัดการเองได้ เพียงเท่านี้ ก็จะหลุดพ้นจากคนเสียสตินี่ได้อย่างเต็มตัวแล้ว
เมื่อคิดมาถึงประเด็นนี้ เขาก็เปิดลิ้นชัก คว้ากล่องของขวัญชุดสูทมาเปิด แล้วหยิบนามบัตรใบนั้นออกมา
ระหว่างถือมือถือลังเลอยู่นานสองนาน ในที่สุดเขาก็กดหมายเลขตามหน้านามบัตร แล้วกดโทรออก
สายโทรออกส่งเสียงไปหนึ่งครั้ง ก็มีคนรับสายแล้ว
“ฮัลโหล ท่านนายกเทศมนตรีเหรอครับ”
เสียงของหยวนจุนดังมาจากปลายสาย
ชั่วอึดใจที่ได้ยินเสียงของชายหนุ่ม เขาก็รู้สึกว่าตนเองเหลวไหลสิ้นดี อีกฝ่ายจะช่วยหรือไม่เป็อีกเื่ แต่ถ้าเขาทำอย่างนี้ไป ไม่เท่ากับเป็การพิสูจน์หรอกเหรอว่า ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน ถ้าเกิดว่าวางสายไปตอนนี้ โดยบอกว่า ‘โทรผิดครับ’ อีกฝ่ายก็คงไม่เชื่อมั้ง
“เช้านี้เสี่ยวเจวี๋ยส่งของมาให้ผมลังหนึ่ง ผมจะสั่งคนส่งคืนไปให้” เขากวาดสายตามองลังที่ชั้นวางของชั้นล่าง หาเื่อื่นคุยแทน
“ไม่ต้องหรอก คุณเอากลับไปก่อน ว่างเมื่อไรผมจะไปรับเองอีกทีครับ” หยวนจุนตอบกลับ
“...ตกลงครับ ถ้าวันนี้ประธานหยวนกลับแล้ว ฝากซื้อแตงโมลูกใหญ่ๆ ให้เสี่ยวเจวี๋ยสักลูกด้วยนะครับ” พอนึกถึงท่าทางของเด็กน้อยที่กินแตงโมอย่างเบิกบาน กับความเบื่อหน่อยเหลือทนที่สื่อผ่านการ์ดการ์ตูน เขาก็พูดขึ้นมา
หยวนจุนรับปาก
“ยังมีอีกเื่หนึ่ง อยากจะรบกวนให้คุณช่วยหน่อยครับ”
“ท่านนายกเทศมนตรีว่ามาได้เลยครับ”
“เร็วๆ นี้ เซี่ยเจี่ยนอี้น่าจะบอกบางอย่างเกี่ยวกับผมให้คุณได้รู้ ถึงเวลานั้น หวังว่าประธานหยวนจะไม่ออกหน้ามาก้าวก่ายครับ”
“เขาไปหาคุณใช่ไหมครับ”
“...”
“เซี่ยเจี่ยนอี้มีอาการเพ้อฝันน่ะครับ ต่อให้ผมไม่ออกหน้าคราวนี้ วันหลังคุณกับผมต้องเจอหน้าร่วมงานกัน เขาก็ต้องเห็นคุณเป็ศัตรูอยู่ดี”
“ต่อจากนี้ไปผมจะรับมือเอง คราวนี้ขอความร่วมมือประธานหยวนด้วยนะครับ”
“ในเมื่อท่านนายกเทศมนตรีกู้ยืนกรานขนาดนี้ ตกลงครับ ผมจะไม่ออกหน้า”
“ขอบคุณครับประธานหยวน”
“อย่าเกรงใจกันเลยครับ”
กู้ชิงเอ่ยไปอีกว่า “มีโอกาสค่อยติดต่อกันใหม่ครับ” แล้วเป็ฝ่ายวางสายเอง จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ตั้งโต๊ะมาต่อสายภายในหาหยางเตี่ยนซือ แล้วถามกำหนดการการทำงานในเร็วๆ นี้
ฝ่ายปลายสาย ณ อาคารสำนักงานใหญ่เครือบริษัทตงฟาง อันมีพื้นที่ปลูกสร้างสี่แสนห้าหมื่นตารางเมตรบนพื้นที่หนึ่งร้อยแปดสิบหมู่[1] ย่านพาร์กกั๋วป๋อในเขตฮั่นเจียง หยวนจุนผู้เพิ่งสิ้นสุดสายสนทนากับกู้ชิง เดินกลับเข้าห้องประชุม แล้วเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการต่อจากที่ค้างไว้
เขาผู้ครองตำแหน่งประธานกรรมการนั่งเก้าอี้ประธานและบรรดาคณะกรรมการตระกูลหยวนที่มีมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ กำลังหาข้อสรุปเื่การแยกบริษัทลูกในอุตสาหกรรมต่อเรือตามเมืองเลียบทะเลไปดำเนินกิจการเอง
อุตสาหกรรมและการลงทุนต่อเรือตามเมืองเลียบทะเล ถือเป็การลงทุนครั้งหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูงสุดนับั้แ่หยวนจุนเข้ามาบริหารในตำแหน่งประธานกรรมเครือบริษัทตงฟาง แต่เขาทำสำเร็จ หลายปีมานี้ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุตสาหกรรมต่อเรือตงฟางให้ผลเป็ที่น่าพอใจ แต่คณะกรรมการตระกูลหยวนแทบจะทุกคนกลับคัดค้านเขาในการแยกตัวบริษัทลูกไปดำเนินกิจการการตลาดเอง
่เริ่มแรกมีบริษัทแม่คอยสร้างพื้นฐานและให้การสนับสนุน ถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ตอนนี้พวกเขาจึงยากจะยอมรับการแยกตัวไปดำเนินกิจการการตลาดอย่างปัจจุบันทันด่วน อีกทั้งอุตสาหกรรมตระกูลหยวนจะหลุดออกจากวงโคจรการของตระกูลหยวนไม่ได้ เขาทำแบบนี้ เท่ากับปล่อยให้คนนอกตระกูลเข้ามากุมอำนาจภายในที่อยู่ในของตระกูลหยวน ความเสี่ยงในการทำแบบนี้มันสูงเกินไปสำหรับพวกเขา
มีแต่กรรมการนอกตระกูลเพียงสองคนที่กำลังฟังคนตระกูลหยวนโต้เถียงกันเอง โดยไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดแทรก ถึงได้ถือถ้วยชา ปล่อยพวกเขาตัดสินใจกันไปทั้งอย่างนั้น โดยไม่เข้าไปก้าวก่ายแต่อย่างใด
ระหว่างฟังเหล่าคุณลุงคุณอาสลับกันพูดส่งรับกัน หยวนจุนก็รู้ว่าการประชุมดำเนินต่อไปไม่ได้แล้ว ถึงได้ยุติการโต้เถียงด้วยการเลิกประชุม
เชิงอรรถ
^ หมู่ หน่วยวัดพื้นที่ของจีน 1 หมู่มีพื้นที่ 667 ตารางเมตรโดยประมาณ