(จบ)เทพมังกรน้อยแสนซน

    บทที่ 45 มิติเทพมังกร 

    บทที่ 45 มิติเทพมังกร 


    แม้ว่าหน่วนเป่าไม่สามารถกินยาดองกระดูกเสือได้ แต่นางก็ยังคงเฝ้ามองหางกระดิก ดูหานเนียงค่อย ๆ เลาะพังผืดและเนื้อออกมาทำความสะอาด จากนั้นเอากระดูกไปย่างไฟจนเหลืองกรอบ


    แล้วตามด้วยโสม เขาอ่อนของกวาง และสนุมไพรอื่น ๆ ใส่ในขวดโหล ก่อนจะเทเหล้าที่หมักมาครึ่งเดือนลงไป 


    แม้แต่ฟางเยี่ยนซูที่ได้ยินว่าที่นี่มีการทำยาดองกระดูกเสือ ยังได้กลิ่นโชยมาตามสายลม


    เสียดายที่หน่วนเป่าดื่มไม่ได้ แต่นางก็จะนั่งดู ไม่ได้กินแต่ได้ดมก็ยังดี!


    “เย็นนี้พวกเราจะกินเนื้อย่างกัน แม่หมักเนื้อไว้แล้ว เดี๋ยวพ่อเจ้าเอาเต้าหู้สองชิ้นกลับมา แม่จะทำแกงเต้าหู้ปลาหนีซิวให้ดีหรือไม่หน่วนเป่า” หลินซื่อเห็นหน่วนเป่ามองตนเองตาละห้อย ในใจก็นึกว่าเด็กคนนี้ช่างทำให้คนปวดใจเก่งจริง ๆ 


    หน่วนเป่าพยักหน้า “ข้ารู้ว่าตั้นแม่ทำอาหารอร่อย”


    ขณะที่นางพูด น้ำลายก็ไหลออกมา ฉีสือเยี่ยนที่นั่งอยู่ด้านข้างจึงเอื้อมมือมาเช็ดปากให้


    ทันใดนั้น เซียวจ้งหลางก็เข้ามาอุ้มหน่วนเป่าไม่ยอมวาง เพราะไม่ได้เล่นกับน้องสาวมาหลายวันแล้ว ในขณะที่เซียวเฉินหลางเดินตามเข้ามาติด ๆ และเกิดสงครามยื้อแย่งเจ้าตัวน้อยขึ้น เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง หน่วนเป่าก็ถูกฉีสือเยี่ยนพาตัวไป


    พี่น้องสกุลเซียวรู้สึกว่าฉีสือเยี่ยนควรจะถูกโยนออกไปที่สุด!


    “หน่วนเป่า อ้าปากหน่อย” ฉีสือเยี่ยนป้อนของบางอย่างให้หน่วนเป่า คิดดึงดูดความสนใจนางมาที่ตนเอง


    “อาหย่อยมาก หน่วนเป่าชอบ มันคืออะไร” ดวงตาของเจ้าก้อนแป้งเป็นประกาย 


    “เจี่ยงอี๋โม่เอามาให้ เห็นเรียกว่าเต้าหู้นมอะไรสักอย่างจากทางเหนือ” เด็กชายรู้ว่าหน่วนเป่าคงจะชอบรสชาตินี้ จึงขอให้หานเหนียงเอาไปเก็บไว้ในบ้านหน่วนเป่า


    พี่น้องสกุลเซียวไม่ได้เล่นด้วยกันมาหลายวัน หลินซื่อจึงไม่ได้เรียกพวกเขา ปล่อยให้เล่นกันจนเหนื่อยจะได้จับไปอาบน้ำนอนทีเดียว


    ตกเย็นสามพี่น้องสกุลเซียวและฉีสือเยี่ยนเดินกลับเข้าบ้านด้วยใบหน้าถมึงทึง


    เซียวเฉินหลางทุบโต๊ะ “ข้าไปถามหลิวเกิ่นเซิงมาแล้ว เป็นจาวตี้และโก่วจือที่รังแกหน่วนเป่า”  


    เซียวจ้งหลางพูดขณะถอดเสื้อผ้าของตัวเองอยู่ “โชคดีที่เกิ่นเซิงตามไป ไม่เช่นนั้น...”


    “ไม่เช่นนั้นหน่วนเป่าคงได้จัดการพวกเขาไปแล้ว” ฉีสือเยี่ยนทิ้งตัวนั่งลงพร้อมกับหนังสือในมือ และพลิกหน้ากระดาษช้า ๆ


    “ข้ารู้ว่าหน่วนเป่าสามารถจัดการพวกนั้นได้ แต่ถือโอกาสรังแกตอนที่พวกข้าไม่อยู่ น่ารังเกียจจริง ๆ” ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของเซียวเฉินหลาง


    “ต้องสั่งสอน” เซียวจี้หลางตั้งแต่เข้าสถานศึกษา ความคิดความอ่านก็ดูโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ไม่เช่นนั้นพอพี่ใหญ่กลับมา จะหาว่าพวกเราไม่ดูแลน้องสาวให้ดี ถึงตอนนั้นจะเป็นเราที่ถูกตี”


    หลายคนตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะไปตีโก่วจือก่อน พี่ชายจะให้น้องสาวเสียเปรียบได้อย่างไร พวกเขาจะทวงคืนความยุติธรรมให้นางเอง


    หน่วนเป่าไม่รู้เลยว่า ตัวเองไม่เพียงแต่นำโชคร้ายมาสู่คนเหล่านั้น แม้กระทั่งพวกพี่ชายก็ออกไปตีโก่วจือทุกวัน เพื่อให้เขาไม่กล้าเล่นกับจาวตี้อีก


    ส่วนเจ้าตัวน้อยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย ก็ดีอกดีใจจนอยากเต้นไปรอบ ๆ เมื่อเห็นเต้าหู้นมห่อกระดาษน้ำมันวางอยู่บนโต๊ะ “พี่เยี่ยนรู้จักตอบแทนบุญคุณจริง ๆ”

    คำพูดแบบเด็ก ๆ ทำให้หมาป่าขาวหัวเราะอยู่ในใจ


    หลังจากที่ทุกคนผล็อยหลับกันไปแล้ว หน่วนเป่าก็เข้าสู่มิติเทพมังกรด้วยจิตสำนึกของนาง


    “ว้าว ในที่สุดข้าก็เข้ามาได้แล้ว ที่นี่คือมิติเทพมังกรของหน่วนเป่า ปะป๊าเต๋าสวรรค์ใจดีมากเลย” 


    เนื่องจากเป็นจิตสำนึกของนาง ร่างกายจึงเป็นเพียงร่างจำแลงที่วิ่งไปมาอย่างรวดเร็วในมิติเทพมังกร 


    ดูตรงนี้นิด แตะตรงนั้นหน่อย


    “นี่คือหน่วนเป่าทั้งหมด ฮ่า ๆ ๆ” ของทั้งหมดเป็นสิ่งที่นาง ‘ยืม’ มาจากแดนเซียนและแดนมังกร


    มีตั้งแต่สมุนไพรน้ำอมฤตไปจนถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับ มีอาหารเลิศรสจากน้ำพุเซียนไปจนถึงศาสตราวุธ อาจพูดไม่ได้ว่ามีทุกอย่างแต่ก็มีอยู่ไม่น้อย


    “อ้อ… นี่คือเสื้อผ้าของพี่สาวทอผ้า โอ้! นั่นคือขนสุนัขฟ้าคำราม” เจ้าก้อนแป้งปิดจมูก แม้ว่าขนของสุนัขจะเต็มไปด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ แต่ก็ยังมีกลิ่นสาปของสุนัขอยู่บ้าง


    ตอนนั้นนางแค่อยากรู้ว่าสุนัขฟ้าคำรามนั้นขนเงางามเป็นมันวาววับจริงหรือไม่ ด้วยความอยากรู้เป็นผลให้นางถูกไล่ล่าเป็นเวลาสามวัน


    ทันใดนั้นเสียงนกร้องก็ดึงนางออกจากภวังค์ความคิด จะมีนกอยู่ในมิติเทพมังกรได้อย่างไร?


    เมื่อตามเสียงนั้นไปก็พบว่าเป็นนกกางเขนตัวใหญ่ หน่วนเป่าจำได้ทันทีว่านางไปเอามันมาในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดที่สะพานนกกางเขน เป็นผลให้สาวทอผ้ากับชายเลี้ยงวัวไม่ได้เจอกัน


    เมื่อนกกางเขนเห็นเจ้าก้อนแป้งตัวน้อย พวกมันจึงบินเข้ามาและเริ่มส่งเสียงร้องไปรอบ ๆ ตัวนาง


    “หยุดบ่นได้แล้ว โอ๊ย หัวหน่วนเป่าจะระเบิด!”


    “เจ้ามาว่าข้า ข้าก็ฟังไม่รู้เรื่อง เจ้าพูดภาษานกแต่ข้าพูดภาษานกไม่ได้!” 


    นางปิดหูตัวเองแล้วออกวิ่ง แต่วิ่งไปทางไหนก็จะมีนกกางเขนกลุ่มหนึ่งบินตามไม่ห่าง  


    “จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ”


    นกกางเขนบินไล่ตามด้วยความขุ่นเคืองที่สะสมมาเป็นร้อยปี


    “ข้าไม่ได้แยกพวกเขาออกจากกันเสียหน่อย มันเรียกว่าความสัมพันธ์ทางไกลต่างหาก!”


    เรื่องนี้สามารถอธิบายได้


    “ไม่ ไม่ ไม่ ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ก็ได้ ๆ ๆ ข้าจะส่งพวกเจ้ากลับไป”


    จริง ๆ เลย บ่นอะไรไม่รู้เรื่องเลยสักคำ!


    หน่วนเป่าโบกมือส่งนกกางเขนเหล่านี้ออกไป ไปบ่นต่อในแดนเซียนซะเถอะ!


    นางถอนหายใจโล่งอก ปีนขึ้นไปบนต้นท้อแล้วหยิบลูกท้อมากิน


    “อื้ม อร่อยจริง ๆ รสชาติลูกท้อเหมือนกับของพระแม่หวังหมู่เลย”


    เทพมังกรน้อยตัวหนึ่งลืมเสียสนิทว่าตัวเองไม่ได้ขโมยลูกท้อ แต่ขโมยทั้งต้น พระแม่หวังหมู่ที่เห็นสวนท้อกลายเป็นหลุม ถ้าไม่ใช่จักรพรรดิสวรรค์เข้ามาห้าม นางก็เกือบจะฆ่าล้างแดนมังกรไปแล้ว


    ในท้ายที่สุดก็เป็นเหล่าเทพมังกรที่ชดใช้ด้วยของหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อบรรเทาโทสะของพระแม่


    ทันใดนั้น นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังแว่วมา มีใครอยู่ในมิติเทพมังกรอีกหรือ?


    หน่วนเป่ามองไปทางต้นตอของเสียงนั้น และพบกับสัตว์วิเศษขนาดมหึมา มีเขี้ยวขาวราวกับหิมะ หมอกดำล้อมรอบตัว ใบหน้าเหมือนวัว ร่างกายเหมือนเสือ เจ้าตัวน้อยปิดปากไม่กล้าให้เสียงของตัวเองเล็ดลอดออกไป


    นางลืมไปแล้วจริง ๆ ว่าตัวเอง ‘ยืม’ พาหนะของราชาปีศาจมาด้วย “เจ้าอยากกลับออกไปหรือ ขะ… ข้า ข้าจะส่งเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้ แฮะ ๆ”


    แต่เดิมคิดว่าตัวเองคงจะถูกไล่ด่าเหมือนพวกนกกางเขน แต่ใครจะคิดว่าสัตว์ปีศาจจะงอขาหน้าของมัน คุกเข่าทำความเคารพและพูดภาษาคน “ข้าน้อยมีนามว่า อู้หวย ถวายพระพรองค์เทพมังกร”


    หน่วนเป่ายื่นมือออกไปและพูดอย่างจริงใจทั้งแสดงความรู้สึกผิด “ลุกขึ้นเถอะ ข้าเพิ่งใช้พลังส่งพวกนกกางเขนออกไปได้ ตอนนี้ข้าไม่สามารถส่งเจ้าออกไปได้ ขอโทษนะ”


    อู้หวยส่ายหัว “ไม่เป็นไร ข้าจะไปบ่มเพาะ ที่นี่มีหลายอย่าง พวกเราได้จัดเตรียมบางอย่างไว้ให้ท่านแล้ว”


    หน่วนเป่ามึนงง พวกเรา? นอกจากอู้หวยยังมีใครอีก


    ขณะที่นางกำลังจะถาม เจ้าตัวน้อยก็รู้สึกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นข้างนอก นางจึงออกจากมิติเทพมังกรทันที


    ปรากฏว่ามีคนมาเคาะประตูกลางดึก เซียวหย่งฝูตื่นตัวทันที “นั่นใคร”


    “ขอโทษนะจ๊ะ ข้ามาหาคน” เสียงของหญิงชราข้างนอกฟังดูแหบแห้งและน่ากลัวโดยเฉพาะในตอนกลางคืน


    เซียวหย่งฝูรู้ว่าถ้าเป็นเจี่ยงอี๋โม่ เขาจะมาตอนรุ่งสาง ไม่มีวันมาตอนกลางดึกเด็ดขาด


    “หาใคร” ทุกวันนี้ไม่อาจไว้ใจผู้ใดได้


    “หาเด็กจ้ะ เด็กผู้ชาย”


    เซียวหย่งฝูนึกถึงฉีสือเยี่ยนขึ้นมาทันที “ไม่มี ๆ เป็นพวกค้ามนุษย์หรือ ไปให้พ้น!”


    “ถ้าเจ้ายังไม่ออกไป ข้าจะเรียกคนให้พวกเขาทุบตีเจ้า!”


    ข้างนอกเงียบเสียงลง หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงกีบเท้าม้าเคลื่อนตัวออกไป


    เมื่อแน่ใจว่าด้านนอกเงียบสนิท หลินซื่อก็รีบวิ่งไปที่ห้องของฉีสือเยี่ยนแล้วอุ้มเด็กชายออกมา 


    “ต้าไป๋ เฝ้าประตูไว้ ข้าคิดว่าคืนนี้พวกนั้นคงกลับมาอีก” ในขณะนี้ฉีสือเยี่ยนยังคงหลับสนิทและไม่มีทีท่าจะตื่นแม้แต่น้อย


    หลินซื่อทำได้แค่ห่อเด็กชายด้วยผ้าห่มแล้วอุ้มเขาไปที่ห้องของตัวเอง


    หมาป่าขาวปลุกหน่วนเป่าก่อนออกไปข้างนอก เกิดเรื่องกับพี่เยี่ยนเจ้าแล้ว ทางด้านนี้สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงนัก เจ้ายังจะไปท่องมิติอีกหรือ


    ทันทีที่หน่วนเป่าลืมตา นางก็ถอนหายใจ แล้วนั่งนับนิ้วคำนวณ “แย่แล้ว คืนนี้จะเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้น!”

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมังกรน้อยแสนซน ที่คุณอ่าน