ไม่นานนัก ยอดเขาหวังเทียนก็คับคั่งไปด้วยเหล่าสาวกนิกายจำนวนมาก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กลายเป็เื่ใหญ่โตลุกลามไปอย่างรวดเร็ว เื่ราวของอู่ อวี้ ได้สั่นะเืไปทั้งยอดเขาิเทียน อู่ อวี้ ชายผู้ซึ่งถูกคุมขังอยู่บนผาสำนึกตนนานกว่า 1 ปี ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง แน่นอนว่าการปรากฏตัวของเขาได้สร้างความสนใจ และกระตุ้นความใคร่รู้ให้แก่เหล่าศิษย์ในนิกายกระบี่์เป็อย่างยิ่ง ณ เวลานี้ บนยอดเขาหวังเทียน ไม่ได้มีเพียงแค่ศิษย์ของยอดเขาเท่านั้น แต่ยังมีศิษย์จากยอดเขาอื่นๆ ปะปนแออัดกันอยู่ที่นี่
ท่ามกลางสายตาของฝูงชนที่เนืองแน่น ชิงเิก็ได้ชักกระบี่ของนางออกมา
" รับมือ! "
เวลานี้ชิงเิ อยู่ในการสละร่างขั้นที่ 8 มันมีชื่อว่ากำเนิดใหม่ เมื่อบรรลุขั้นตอนมันจะให้ความรู้สึกถึงการมีชีวิตใหม่ อีกทั้งร่างกายของนางยังพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ นอกจากนี้มันยังช่วยให้นางสามารถดูดซับพลังงานฟ้าดินจากหุบเขาเซียนได้มากยิ่งขึ้น ราวกับว่าตัวนางได้เชื่อมโยงเข้ากับพลังงานธรรมชาติจากทั่วทั้งนิกายแห่งนี้ และมันทำให้บรรยากาศรอบๆ ตัวนาง ได้ปรากฏไอหมอกลึกลับที่ยากจะอธิบายขึ้น
" เพลงกระบี่ชิงโลหิตสามจ้าง! "
ชิงเิเปลี่ยนไปใช้มืออีกข้างจับกระบี่ วิชาประจำตระกูลของนางก้าวพริบตาชิงเิเป็อะไรที่น่าอัศจรรย์มาก หากว่ากันตามจริง เมื่อครั้งอดีตหากกล่าวว่าก้าวพริบตานี้คือวิชายุทธที่ยอดเยี่ยมยิ่งแล้ว แต่ความก้าวหน้าในปัจจุบันของกระบวนท่านี้ คงต้องบอกว่าในอดีตไม่สามารถนำมาเทียบได้เลยแม้แต่นิด ยิ่งถ้าก้าวพริบตาของนางอยู่ในระดับสูงมากขึ้นเท่าใด มันก็ยิ่งสนับสนุนให้เพลงกระบี่ของนางล้ำเลิศมากยิ่งเท่านั้น
*ฟึ่บ! *
ภายใต้การจับจ้องของเหล่าฝูงชนที่กำลังลุ้นระทึก กระบี่ของชิงเิพุ่งทะลวงออกไปราวกับจะปลิดชีพอู่ อวี้ ฝูงชนกำลังให้ความสนใจในเพลงกระบี่ที่มีชื่อว่า เพลงกระบี่ชิงโลหิตสามจ้าง เพราะทันทีที่นางใช้เพลงกระบี่นี้ บรรยากาศโดยรอบก็เต็มไปด้วยปราณกระบี่ และ ฝนกรดโลหิต ฉับพลันกระบี่ชิงเิก็แทงเข้าไปที่ดวงตาของอู่ อวี้ ด้วยความเร็วเพียงชั่วพริบตา
ชิ้งง!!
" อู่ อวี้จะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน! "
ท่ามกลางฝูงชนที่มามุงดูเหตุการณ์ ที่จริงแล้วก็มีศิษย์สาวกหลายคนที่เยาว์กว่าชิงเิ
อี้หวายซานกำลังวิเคราะห์การโจมตีอันชาญฉลาดของชิงเิั้แ่นางเริ่มลงมือ ความปรารถนาในตัวของนางยิ่งทวีพูลมากขึ้น สายตาของมันจ้องมองไปยังสาวน้อยด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้ง
เชร้ง! เชร้ง! เชร้ง! เชร้ง! เชร้ง!
่เวลาแห่งความเป็ความตาย ชิงเิพุ่งเข้าจู่โจมอย่างต่อเนื่อง กระบี่ในมือของนางตอนนี้ เปรียบได้ดั่งพายุคลั่งที่กำลังโหมกระหน่ำ แม้อาวุธของชิงเิจะเป็กระบี่ยาว แต่ทุกกระบวนท่าที่นางจ้วงแทงเข้าไปนั้นเต็มไปด้วยความคล่องแคล่วคล่องตัว และ เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง กระบี่ยาวชิงเิส่องแสงประกายวิบวับ เมื่อต้องสะท้อนกับแสงตะวัน ซึ่งให้ความรู้สึกข่มขวัญแก่คู่ต่อสู้เป็อย่างยิ่ง คมกระบี่จ้วงแทงใส่อู่ อวี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า ในจังหวะที่กระบี่ถูกจ้วงแทงเข้าใส่ลำคอของอู่ อวี้ ฉับพลันมันก็หยุดชะงักอย่างกะทันหันที่เบื้องหน้าก่อนถึงลำคอของเขา ต่อจากนั้นมันก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนไหวติง
" เกิดอะไรขึ้น? " ดวงตาของฝูงชนที่เฝ้าจับตาต้องเบิกกว้าง เมื่อเห็นความว่องไวอันน่าเหลือเชื่อของชิงเิ ทุกๆ เพลงกระบี่ที่นางกวัดแกว่งออกไป มันทั้งแข็งแกร่ง และ รุนแรง ซึ่งหากจับจ้องไปที่กระบี่อย่างไม่วางสายตาแล้ว ดวงตาทั้งคู่ที่ใช้จับจ้องอยู่นั้นก็จะเห็นกับภาพอันน่าตื่นตะลึง ภาพนั้นก็คือ อู่ อวี้ ใช้เพียงปลายนิ้วทั้งสองจับลงไปที่คมกระบี่ของชิงเิ ตำนานกระบี่ชิงเิกลับต้องมาถูกสยบด้วย 2 ปลายนิ้วมือ ด้วยความแข็งแกร่งจากปลายนิ้วทั้ง 2 ของอู่ อวี้นั้น มันเปรียบเสมือนดั่งเพชรกล้าที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผา อีกทั้งในเวลานี้นิ้วมือทั้งสองยังกำลังลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิง ทำให้กระบี่ยาวของชิงเิไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งจากปลายนิ้วทั้ง 2ของอู่ อวี้ได้เลยแม้แต่นิด คมกระบี่ของนางนิ่งสนิท จนไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้
แม้ว่าอู่ อวี้จะอยู่ในสละร่างขั้นที่7ก็ตามที แต่เขาได้ฝึกเคล็ดวิชากายาเพชระ ที่ทำให้พลังของเขาเทียบเท่ากับ 1,500 อาชาศึกเลยทีเดียว แต่ส่วนการสละร่างของชิงเิอยู่ในขั้น 8 ซึ่งมีชื่อเรียกว่าการกำเนิดใหม่ กลับมีพลังวัตรเทียบเท่าได้เพียง 500 อาชาศึกเท่านั้น เช่นนั้นแล้วภายใต้พลังที่เหนือกว่าถึง 3 เท่า จึงส่งผลให้อู่ อวี้ สามารถสยบเพลงกระบี่ อันแข็งแกร่งของนางไว้ได้โดยง่ายดาย
" ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ! " จิตใจของชิงเิยามนี้เคว้งคว้างว่างเปล่า นางพยายามออกแรงดึงกระบี่ของนางกลับด้วยความฉุนเฉียว ถึงแม้ก่อนหน้านี้นางจะหวังให้ อู่ อวี้ แข็งแกร่งขึ้น และ นางก็ยังแอบหวังว่าตนเองจะสามารถเอาชนะเขาได้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามันเหนือความคาดหมายเป็อย่างยิ่ง ซ้ำร้ายสถานการณ์ในตอนนี้ …
* ฟิ้วววว∼∼ ตุ้บ!!! *
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเสียงร้องของนาง เขาจึงปล่อยนิ้วมือออกจากโครงกระบี่ให้ในทันที แต่แล้วด้วยแรงจับยึดที่แ่า กับการพยายามที่จะดึงกระบี่ออกมาจากนิ้วของอู่ อวี้อย่างรุนแรงนั้น มันจึงส่งผลทำให้ร่างของชิงเิกระเด็นลอยออกไป จนก้นจ้ำเบ้าสู่พื้นดินอย่างจัง หลังจากที่อู่ อวี้ได้เห็นนางลงไปล้มกองอยู่กับพื้นเช่นนี้ เขาจึงพุ่งตัวเข้าไปหานางด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ แล้วยื่นมือออกไปดึงร่างของนางขึ้นจากพื้นดิน
การต่อสู้ได้จบลงแล้ว
การต่อสู้ที่จบลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ มันย่อมมากเพียงพอที่จะสร้างความตื่นตะลึง และทำให้เป็ที่ประจักษ์สายตาแก่ฝูงชนซึ่งเฝ้ารอดูการต่อสู้อย่างใจจดใจจ่อ พลังที่หัวอู่ อวี้แสดงออกมานั้น ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เหล่าศิษย์ทุกผู้คนที่อยู่บนยอดเขาหวังเทียน ณ เวลานี้อย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่า จากการต่อสู้ที่เกิดขึ้น ได้แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจอันเด็ดขาดของอู่ อวี้ พลังอำนาจเด็ดขาดนั้นสามารถบดขยี้ชิงเิลงได้อย่างง่ายดาย! หากผู้ใดยังไม่เข้าใจในเื่ ก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมาเป็ศิษย์ของนิกายกระบี่์
แม้การต่อสู้จะจบลงแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าบนยอดเขาหวังเทียนยังคงเงียบสนิทอย่างน่าเหลือเชื่อ พวกเขายังคงนิ่งค้างด้วยความไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น บางคนรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่ง บางคนรู้สึกอับอายกับความต่างชั้นของระดับฝีมือ เดิมทีการคาดหวังของพวกเขาคิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็าครั้งยิ่งใหญ่ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าอันต่อสู้จะจบลงได้อย่างรวดเร็ว และ ง่ายดาย เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยเท่านั้น
" ชิงเิ เ้าเป็ยังไงบ้าง? " อู่ อวี้ไม่ได้รู้สึกเช่นไรเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากสิ่งที่เขาทำเพียงแค่ตอบสนองความ้าของชิงเิเพียงเท่านั้น และในที่สุดนางก็สามารถรวบรวมสติกลับคืนมาได้ จากนั้นนางก็ได้ทำแก้มป่องจนน่าเอ็นดูอย่างเหลือเชื่อ ต่อมานางก็จ้องมองไปยังอู่ อวี้ แล้วกล่าวขึ้นว่า "ไฉนข้าถึงพ่ายแพ้ได้? อู่ อวี้ เ้าเล่นตุกติกกับข้าใช่หรือไม่? "
" แน่นอนว่าย่อมไม่มี ที่นี่มีศิษย์อยู่มากมาย เอาเป็ว่าเราทั้งสองลงจากเขาก่อน แล้วค่อยคุยกัน " อู่ อวี้ มองไปรอบ ๆ แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้คือยอดเขาหวังเทียน ซึ่งหากมีเื่อันใดปรารถนาที่จะพูดคุยเป็การส่วนตัว ก็ควรจะไปพูดคุยในสถานที่ของตนเอง อีกอย่างชิงเิยังเป็เพียงแค่สาวน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น
"อื้ม! " ชิงเิเองนางก็ไม่ชอบ การที่ถูกผู้คนจำนวนมากจับจ้อง จนเป็เป้าสายตาเช่นนี้
ในตอนนี้นางเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างมากขึ้น นางรู้สึกพึงพอใจเป็อย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมานางกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของอู่ อวี้เป็อย่างยิ่ง แม้ว่าอู่ อวี้จะแสดงฝีมือออกมาให้เห็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น แต่มันก็ทำให้นางรู้สึกได้ว่า เขาไม่มีทางถูกซือตู๋ ิหลาง ล้มได้ง่ายๆ แน่นอน
"ช้าก่อน! "
แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงนั้นมีน้ำเสียงทุ้มลึกซึ้งดังออกมาจากด้านข้าง อู่ อวี้ หันกลับไปมองตามทิศทางของเสียง พลันปรากฏร่างของชายวัยกลางคน ซึ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มศิษย์ที่อยู่บนยอดเขาหวังเทียน ชายคนนั้นเดินก้าวออกมา ด้วยผมเผ้า และ หนวดเคราที่รกรุงรัง แม้แต่เสื้อคลุมที่เขาสวมใส่ยังเต็มไปด้วยคราบสุรา และ ดินโคลนที่แห้งเกรอะกรังไปทั่วทั้งร่าง
" าุโท่านนี้้าสิ่งใด? " อู่ อวี้ รู้ดีว่าชายวัยกลางคนมีเจตนาร้ายกับตน แต่เพราะว่าเขานั้นเพิ่งออกมาจากผาสำนึกตน อีกทั้งเวลานี้เขายังเป็ศิษย์ฝ่ายนอกอย่างเต็มภาคภูมิ แต่พอออกมาได้ไม่นานเขาก็เริ่มก่อเื่วุ่นวายขึ้นอีก เขาจึงไม่อยากจะก่อปัญหายุ่งยากไปมากกว่านี้ อู่ อวี้เขาจะยอมลงมือก็ต่อเมื่อ มันเป็แค่การแลกเปลี่ยนวรยุทธเท่านั้น เขาจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมเฉกเช่นในอดีต
คนผู้นี้เป็ศิษย์เก่าแก่ของยอดเขาหวังเทียน มันมีนามว่าอี้หวายซาน มันกำลังแสร้งทำเป็หัวเราะ จากนั้นก็จ้องมองพินิจพิเคราะห์ไปยังบุรุษหนุ่มผู้อ่อนเยาว์ ทันใดนั้นดวงตาของมันก็เกิดแสงสีทองสว่างวาบ ทำให้ความรู้สึกราวกับว่า ตัวมันนั้นคือลูกหลานจักรพรรดิ ต่อจากนั้นมันก็กล่าวขึ้นว่า " ชิงเิเป็ผู้หญิงของข้า เ้าคิดจะพานางไป เ้าได้รับความยินยอมจากข้าแล้ว? "
สมุนที่อยู่ด้านหลังของมัน ซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกัน รีบส่งเสียงโห่ร้องสมทบจากนั้นมันก็พูดขึ้นว่า " ใช่! อู่ อวี้ เ้าเพิ่งถูกปล่อยตัวมาแท้ๆ คิดจะพาศิษย์น้องของพวกข้าไปเช่นนี้นะรึ "?
" จะ..เ้าเป็พวก เฮงหลงพิชิตความรัก[1](#_ftn1)รึ! "
" หืม? " อู่ อวี้ ไม่เคยเห็นผู้ใดไร้ยางอายได้มากมายเช่นนี้มาก่อน อี้หวายซาน มันมีอายุมากพอที่จะเป็ปู่ของชิงเิได้ ไม่สิอาจจะต้องบอกว่าอายุอานามของมันมากพอที่จะเป็ปู่ทวดของนาง แต่มันก็ยังกล้าที่จะพูดคำเ่าั้กับชิงเิ ช่างไร้ยางอายสิ้นดี
อู่ อวี้ กวาดตามองไปรอบๆ จากนั้นเขาก็เข้าใจทุกอย่างพร้อมกับคิดขึ้นว่า " ชายผู้นี้คงเป็ศิษย์เก่าแก่ของยอดเขาหวังเทียน ทำให้มันมีระดับการฝึกตนที่สูงล้ำกว่าศิษย์คนอื่นๆ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ผู้กล้าไปตอแยกับมัน เป็ธรรมดาที่มันจะยกตนเปรียบเสมือนดั่งาาของเขาหวังเทียนแห่งนี้"
จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเชื่อฟังอี้หวายซาน อย่างเช่นเ้าตานหลง เมื่อได้ยินคำกล่าวของอี้หวายซาน เขาก็มีท่าทางเกรี้ยวกราดด้วยโทสะอย่างเต็มที่
ซึ่งแน่นอนว่าคนที่มีโทสะมากกว่าใครอื่นนั่นก็คือ ชิงเิ ทันทีที่ชายวัยกลางคนน่ารังเกียจผู้นี้ พ่นคำพูดออกมามันทำให้นางรู้สึกอับอาย และ อัปยศเป็อย่างยิ่ง โทสะของนางท่วมท้นอย่างสุดจะกลั้น จนดวงตาของนางเป็สีแดงก่ำ ในมือที่ถือกระบี่สั่นสะท้าน ราวกับว่านางอยากจะฆ่ามันให้ตายเสียในทันที
" อี้หวายซาน วันนี้ข้าจะฉีกปากที่หยาบช้าของเ้า! "
ยิ่งนางแสดงท่าทางเกรี้ยวกราดมากขึ้นเท่าใด คนต่ำช้าพวกนี้ก็ยิ่งรู้รื่นรมย์มากขึ้นเท่านั้น พวกมันพากันส่งเสียงหัวเราะราวกับว่านี้เป็เื่ตลกขบขัน
"เหตุผลที่มันยั่วยุชิงเิ ชัดเจนอยู่แล้วว่ามันปรารถนาได้เห็นพลังฝึกตนที่แท้จริงของข้า " อู่ อวี้เข้าใจเื่นี้อย่างแจ่มแจ้ง ด้วยพื้นฐานนิสัยของอู่ อวี้แล้ว เขาจะกระทำทุกอย่าง ตรงไปตรงมาเสมอ เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ตัวเขาก็ไม่จำเป็ต้องพ่นวาจาไร้สาระให้มากความ อู่ อวี้ ทำท่าคว้าจับกระบี่ของชิงเิ ฉับพลันกระบี่ก็พุ่งเข้ามาหาตัวของเขา ทันทีที่กระบี่ปราบมารของชิงเิตกอยู่ในมือเขา เพลิงสีทองกับลุกท่วมกระบี่ขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่ออู่ อวี้ใช้กระบวนท่าเท้าออกไป ด้วยการก้าวเพียงหนึ่งก้าว ทันใดนั้นระยะทางก็ย่นลงไปกว่า 10 จ้าง ดาบในมือของเขาได้ตวัดฟันลงไปบนใบหน้าของอี้หวายซาน พร้อมกับแผ่รังสีสังหาร และ กลิ่นอายแรงกดดันออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยพลังวัตร 1,500 อาชาศึก เป็เหมือนดั่งพลังของทวยเทพได้ถูกะเิออก ส่งผลให้เกิดแรงสั่นะเืไปทั่วทั้งยอดเขา!
"ย๊ากกกกก! "
การโจมตีที่เด็ดขาดตรงไปตรงมาของ อู่ อวี้ ช่างเป็เื่ที่ไม่คาดฝันอย่างแท้จริง
อี้หวายซานยังคงหัวเราะ ขณะที่มันไม่คาดคิดว่าอู่ อวี้จะกล้าโจมตีมัน ด้วยความว่องไวทำให้มันรีบชักกระบี่ของตนขึ้นมาป้องกัน!
" ไม่น่าเชื่อ พวกมันทั้งสองกำลังต่อสู้กันอยู่จริงๆ "
" รูปแบบการฝึกตนของอี้หวายซานคือ ‘กระบี่เ้าสำราญ’ เป็หนึ่งในเคล็ดวิชากระบี่ชั้นยอด นอกจากนี้ระดับการสละร่างของมันยังอยู่ในขั้นที่ 9 ซึ่งก็คือขอบเขตแห่งการแปลงเป็เซียน ส่วนอู่ อวี้ที่เสียเวลากับการถูกคุมขังบนผาสำนึกตน ไป 1 ปีเต็ม มันไม่มีทางสู้กับชายคนนี้ได้แน่ ความแตกต่างของระดับ 5 กับ 9 มันมากเกินไป!”
ในระหว่างที่อู่ อวี้โจมตีออกไป ภายในจิตใจของเหล่าศิษย์ต่างคิดเช่นนี้!
แต่เื่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ผ่านไปเพียงแค่ชั่วพริบตาความคิดเื่ความเหลื่อมล้ำของระดับขั้น ก็ถึงกับต้องมลายหายไป!
ในวินาทีแห่ง่เวลากระบี่ปะทะกระบี่ สิ่งทุกคนสามารถมองเห็นได้ เป็แค่เพียงประกายแสงสีทองสาดส่องวาววับออกมา จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงปะทะ!
* ชิ้ง!!! เชรี้ยดดดด~~!!! *
อี้หวายซานที่ยกกระบี่ขึ้นมาป้องกัน มันไม่เคยคาดคิดว่าอู่ อวี้ จะมีพละกำลังมหาศาลเช่นนี้มาก่อน เมื่อกระบี่ปราบมารของอู่ อวี้ ปะทะกับกระบี่ของอี้หวายซาน ตัวกระบี่ของอี้หวายซานก็ถูกฟันขาดเป็ 2 ส่วนอย่างไม่น่าเชื่อ กระบี่ส่วนที่หักปลิวกระเด็นออกไปด้วยพละกำลังมหาศาล ส่วนคมกระบี่ของอู่ อวี้ที่เฉือนคมลงไปนั้น มันได้กรีดผ่านริมฝีปากของอี้หวายซานลากยาวจนถึงศีรษะ!
"อ๊าก!!! "
อี้หวายซานกรีดร้องโหยหวนด้วยเ็ป ในตอนนี้มันอยู่ในสภาพกึ่งเป็กึ่งตาย จากนั้นร่างของมันก็ลงไปกองกับพื้นในที่สุด คำพูดที่มันเคยสบประมาทชิงเิก่อนหน้านี้ ได้ถูกอู่ อวี้ลบออกไปด้วยการเฉือนปากของมันทิ้ง!
* ตึง! *
อู่ อวี้กระทืบเท้าลงพื้นพสุธา ส่วนกระบี่ปราบมารในมือของเขาก็ปักไปที่ทำคอของมัน อย่างไรก็ตามเขาก็ยังมิได้บั่นคอของมันทิ้ง เจตนาของเขาคือปรารถนาให้อี้หวายซานได้ล่วงรู้ถึงรสชาติของความตายก็เท่านั้น
"ชิงเิเป็สหายของข้า แล้วนางก็ยังเยาว์ยิ่งนัก หากเ้ายังกล้าพูดจาไร้สาระกับนางอีก ในครั้งหน้าหัวของเ้าจะหลุดจากบ่า "
ทุกคำพูดของเขาเปรียบเสมือนดั่งใบมีดที่แหลมคม ที่กำลังปักลึกลงไปบนร่างกายของอี้หวายซาน มันทำให้อี้หวายซานสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
" ได้ ได้" ในวันนี้ อี้หวายซานได้กลายเป็เงาของยอดเขาไปแล้วอย่างแท้จริง
ศิษย์พี่น้อง และ เหล่าสหายของมันที่อยู่ด้านหลัง ไม่มีผู้ใดก้าวขาออกมาช่วยมันเลยแม้แต่คนเดียว นั่นเป็เพราะพวกพ้องของมันขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าก้าวขาออกมาช่วย พวกมันประเมินจากผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งแม้แต่อี้หวายซานที่บรรลุการสละร่างขั้นที่ 9 ผู้เข้าสู่ขอบเขตการเปลี่ยนเป็เซียน ยังไม่อาจต้านทานหนึ่งกระบี่ของอู่ อวี้ได้ แล้วพวกมันที่มีระดับการฝึกตนต่ำทรามเล่า หากพวกมันคิดจะยื่นมือออกไปช่วยก็เท่ากับแส่รนหาที่ตาย
บางทีในเวลานี้พวกมันอาจจะรู้ตัวบ้างแล้วว่า การที่อู่ อวี้สามารถสังหารเหล่าศิษย์ระดับแนวหน้าได้ถึง 5 คน บนยอดเขาิเทียนในครานั้น เป็เพราะอะไร
อีกทั้งท่านเ้านิกายยังยอมปรากฏตัว เพื่อออกมาช่วยเหลือมันอีก!
ตอนนี้ สายตาของทุกผู้คนต่างจับจ้อง ไปยังอู่ อวี้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากบุรุษหนุ่มผู้นี้เป็จุดศูนย์กลางของเื่ราวทั้งหมด สายตาของพวกมันเคลื่อนตามร่างเขาไป แม้กระทั่งจังหวะการก้าวเดินของเขาทุกย่างก้าวล้วนเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันอย่างน่าเหลือเชื่อ ฝูงชนยามนี้ต่างเงียบกริบ เนื่องจากความเกรงกลัวว่าสภาพของตนจะเป็เช่นเดียวกับอี้หวายซานไปอีกคน
" ไปกันเถอะ "
ในตอนนี้ชิงเิก็ได้มองไปยังอู่ อวี้ที่กำลังเป็เป้าสายตาของเหล่าผู้คนอยู่ จากนั้นนางก็ได้เดินลงจากยอดเขาตามอู่ อวี้ลงไป ในที่สุดเด็กชายและเด็กหญิงทั้งสอง ก็กลายเป็เป้าสายตาของสายตาจากศิษย์ทั้งหมด เดิมทีแล้วพวกเขาจะต้องอยู่ที่นี่ แต่พอมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นก็คือ อู่ อวี้ ที่ถูกคุมขังเป็เวลา1ปีกลับได้ออกมาแล้วสร้างเื่ราวให้ใหญ่โตเช่นนี้
" เ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ เดี๋ยวข้าได้จัดเตรียมเด็กรับใช้เอาไว้ให้เ้าซัก 10 คนก็แล้ว ภายในปีนี้ พวกเขาจะดูแลปรนนิบัติเ้าอย่างดี " ชิงเิกล่าว
หลังจากปัญหาทุกอย่างได้ถูกคลี่คลาย จึงทำให้เวลานี้ชิงเิรู้สึกอารมณ์ดีอย่างยิ่ง
" ขอบใจเ้ามาก ชิงเิ"
" ไม่เป็ไร ถือว่าเป็การตอบแทนที่วันนี้ท่านได้ช่วยข้าไว้ก็แล้วกัน " ท่าทางของนางในตอนนี้ดูกล้าหาญอย่างยิ่ง
‘ระดับฝึกตนของเขาจะอยู่ในขั้นไหนแล้วกันนะ...’
ระหว่างทาง ชิงเิก็ได้เกิดคำถามขึ้นมาภายในหัว
ในความเป็จริงแล้วนางรู้สึกกังวลใจเป็อย่างยิ่ง เนื่องจากศัตรูที่แท้จริงของอู่ อวี้ นั้นน่าหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าอี้หวายซาน
่เย็นของวันนั้นอู่ อวี้ ไปส่งชิงเิกลับไปยังยอดเขาิเทียน หากมองลงไปบนยอดเขาเซียนแห่งนี้มันช่างเป็ค่ำคืนที่งดงามยิ่งนัก มันทำให้จิตใจของเขารู้สึกแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น เขารู้ดีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะต้องไปถึงหูของซือตู๋ ิหลาง ในไม่ช้า
" ท่านเ้านิกาย ข้าจะให้ท่านได้เห็นถึงความก้าวหน้าของข้า! "
ในเวลานี้อู่ อวี้ มิได้หวาดกลัวซือตู๋ ิหลางแม้แต่น้อย ไม่ว่าผู้ใดหน้าไหนเขาก็กล้าที่จะท้าทาย ในทางตรงกันข้ามมันกลับให้ความรู้สึกว่ามันเป็เหมือนกับแรงจูงใจ และ ความปรารถนาอันแรงกล้าของเขา แล้วในตอนนี้เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้ต่อสู้กับซือตู๋ ิหลาง ถึงเวลาแล้วที่จะตัดสินว่าผู้ใดจะเป็ฝ่ายแพ้หรือชนะ
เห็นได้ชัดเลยว่า มันใกล้ถึงเวลาที่เขาจะได้ทำให้นิกายกระบี่์ต้องสั่นะเืแล้ว!
" เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะกลายเป็ศิษย์ลำดับที่ 5 ของท่านเ้านิกาย! "
ซึ่งนั่นคือสิ่งที่อู่ อวี้ปรารถนามากที่สุด
มันไม่เพียงแต่จะทำให้ระดับฝีมือของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทรัพยากรในการฝึกตนของเขาก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
หากอู่ อวี้ ไม่ได้ท่านเ้านิกายช่วยชีวิตไว้ในวันนั้น ก็คงจะไม่มีอู่ อวี้ในวันนี้ ท่านได้ช่วยชีวิตของเขาไว้ถึงสองครั้งสองคราความเมตตาที่ท่านมอบให้ เปรียบดั่งบิดามารดาผู้ให้กำเนิด
ั้แ่เขาออกมาจากผาสำนึกตน ดูเหมือนว่านิกายกระบี่์คึกคักขึ้นมาก
เนื่องจากอู่ อวี้ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสิ่งใด ฉะนั้นแล้วต่อให้เป็ยามราตรีเขาก็ไม่แยแส เขาจึงรีบขี่นกกระเรียน์ของตนเองบินไปที่เทือกเขาในทันที เหตุเพราะตัวเขาปรารถนามาคำนับหลุมฝังศพของเสิ่น อู๋เต้า
"ท่านลุงเสิ่น 1 ปีก่อน ข้าได้ให้คำสัญญากับท่านว่า ข้าจะมาคารวะ[2](#_ftn2)หลุมศพของท่าน หลังจากหายไปเป็เวลา 1 ปี บัดนี้ข้ากลับมาแล้ว กลับมาทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับท่าน"
...................................................................................................................
หมายเหตุ คำถามที่ว่า กระบี่ปราบมารของชิงเิมาได้ยังไง
เมื่อเข้าเป็ศิษย์ในนิกายกระบี่ ศิษย์ทุกคนล้วนได้รับกระบี่ ส่วนเป้าหมายของนิกายคือการปราบเหล่ามาร กระบี่ของนิกายจึง ถูกเรียกว่า กระบี่ปราบมาร ไม่ใช่ชื่อเฉพาะของกระบี่ ส่วนกระบี่ของ อู่ อวี้ ที่ได้รับ เป็ กระบี่ชั้นยอด ซึ่งต่างจาก กระบี่ปราบมารของศิษย์ทั่วๆ ไป
ดั่งที่ เ้าสำนักกล่าวกับซือตู่ ิหลาง ครั้งที่พี่น้องร่วมสายเืทั้ง 2 ถูกอู่ อวี้ สังหาร ว่า เจตจำนงแห่งกระบี่ มีไว้เพื่อปราบเหล่ามาร มิใช่มีไว้เพื่อสังหารคนแก่อายุ 100 ปี
เชิงอรรถ
- 横刀夺爱 อ่านว่า Heng dao duo ai มันคือสำนวนจีน ความหมายว่า การผิดศีลธรรม เมื่อพูดถึงบุคคลที่สาม คนคนนั้นได้แย่งคนรักของใครบางคน โดยผ่านวิธีการบางอย่าง
- คารวะ [คาระ-] น. ความเคารพ ความนับถือ. ก. แสดงความเคารพ
- ไย ที่ใช้สระไอไม้มลาย แปลว่า ไฉน อะไร ทำไม ส่วนใย ที่ใช้สระใอไม้ม้วน หมายถึง สิ่งที่เป็เส้นเล็ก ๆ บาง ๆ เช่น ใยบัว คือ เส้นบาง ๆ ที่อยู่ในก้านบัว ใยแมงมุม
---------------------------------------------------------------
[1](#_ftnref1)
[2](#_ftnref2)