ตอนที่ 4 คืนกระบี่
“คุณชาย” เหรินซานเดินเข้าประตูมา แล้วกล่าวด้วยความเคารพ
“เ้ามาแล้ว ในเมื่อมาแล้ว ก็ออกไปข้างนอกกับข้าหน่อย” มู่เฉินเหลือบมองเหรินซาน แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ขอรับ คุณชาย” เหรินซานตอบรับอย่างคล่องแคล่วไม่มีลังเล
มู่เฉินพิจารณาเหรินซานอย่างละเอียดสองสามครา เหรินซานหน้าตาอัปลักษณ์ นิสัยดูซื่อๆ พูดน้อยอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อฟังพอสมควร ความสามารถของเขาก็นับว่าไม่เลว
ฉีซื่อเห็นมู่เฉินกับเหรินซานออกมา ก็รีบเข้าไปหาทันที มู่เฉินเห็นฉีซื่อแล้วสายตาก็ฉายแววรังเกียจออกมาแวบหนึ่ง
“คุณชาย ท่านจะไปที่ไหนขอรับ” ฉีซื่อตามมาเอ่ยถาม
“ทำไม ข้าไปที่ไหนยังต้องรายงานเ้าด้วยหรือ” มู่เฉินกล่าวอย่างรำคาญ
ฉีซื่อสีหน้าเปลี่ยนไป เขากล่าวว่า “ข้าแค่เป็ห่วงความปลอดภัยของคุณชายขอรับ”
มู่เฉินมองฉีซื่อ แล้วกล่าว “เป็ห่วงความปลอดภัยของข้า หากข้าเจออันตรายจริงๆ เ้าจะช่วยอะไรได้บ้าง”
จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เมื่อก่อนเ้าของร่างเดิมต่อสู้ทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ฉีซื่อก็มักจะทำทีเป็สู้หลอกๆ สองสามกระบวน แล้วหนีมาชมเื่ครึกครื้นอยู่ข้างๆ โชคดีที่เ้าของร่างเดิมสมองทึบมากพอ ถึงได้ไม่เคยสังเกตมาโดยตลอด
เหรินซานชายตามองฉีซื่ออย่างเรียบเฉย แล้วเดินตามมู่เฉินออกไป
ข้ารับใช้แต่ละคนเห็นภาพนี้ สายตาที่มองฉีซื่อบ้างก็เยาะเย้ย บ้างก็เวทนา บ้างก็มีความสุขบนความทุกข์ผู้อื่น
เหรินซานมองมู่เฉิน แล้วกล่าว “คุณชาย พวกเราจะไปที่ใดขอรับ”
“ไปร้านค้าอาวุธสกุลหู เอากระบี่เล่มนี้ไปคืน” มู่เฉินกล่าว
เหรินซานมองมู่เฉิน อดประหลาดใจไม่ได้ “คืนหรือขอรับ นี่ดูไม่ค่อยเหมือนการกระทำของคุณชายเลย!”
มู่เฉินยิ้มอย่างไม่ถือสา แล้วกล่าว “ก็จนกันหมดแล้วนี่” คนยามจนย่อมไม่อาจทำอะไรเกินตัว
“คุณชายมู่ ท่านมาแล้ว ไม่ทราบว่าท่าน้าสิ่งใดขอรับ” เ้าของร้านค้าอาวุธสกุลหูเห็นมู่เฉิน ก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที
มู่เฉินหยิบกระบี่วารีมรกตออกมา ยื่นให้เ้าของร้าน พลางกล่าว “ข้ามาคืนสินค้า”
สีหน้าของเ้าของร้านแปรเปลี่ยน กล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้นขอรับ คุณชายมู่ ท่านไม่พอใจกระบี่เล่มนี้หรือขอรับ”
มู่เฉินแย้มยิ้ม แล้วกล่าว “มอบให้ไม่สำเร็จ ก็เลยจะขอคืนสินค้า”
“คุณชายมู่ ท่านคิดให้ดีก่อนนะขอรับ คุณภาพของกระบี่เล่มนี้จัดว่าเป็หนึ่งในร้อย คืนกระบี่เล่มนี้ ยังต้องหักศิลาทิพย์หนึ่งส่วน ครั้งหน้าอยากจะซื้อก็ไม่ใช่ราคาครั้งก่อนแล้วนะขอรับ” เ้าของร้านพูดเตือนมู่เฉิน
มู่เฉินยกยิ้ม พลางกล่าว “คืนสินค้าเถอะ ก่อนหน้านี้ข้ารู้สึกว่ากระบี่นี้ไม่เลว ตอนนี้มองดูแล้วไม่รู้ทำไม รู้สึกไม่ค่อยเจริญตาเลย”
เ้าของร้านยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน พลางกล่าว “เช่นนั้นก็ได้ขอรับ”
“เอ๋ นี่คือคุณชายมู่เฉินไม่ใช่หรือ” เฉินม่อหรานโบกพัดพลางเดินเข้ามา ข้างกายยังมีจวงอวี๋ติดตามมาด้วย
มู่เฉินอดหรี่ตาลงไม่ได้ ตามบทเดิม มู่เฉินจะต้องพิโรธอย่างหนักเพราะจวงอวี๋คืนกระบี่ให้เขา แล้วต่อสู้ไม่เลิกรากับเฉินม่อหรานทายาทเศรษฐีผู้พิทักษ์บุปผาของจวงอวี๋ คิดไม่ถึงว่าเขาไม่ได้เป็ฝ่ายไปหาสองคนนี้เอง ก็ยังเจอกับสองคนนี้อยู่ดี
“คุณชายเฉินนี่เอง!” มู่เฉินกล่าวอย่างราบเรียบ
จวงอวี๋พอเห็นมู่เฉิน ดวงตาก็ฉายแววรังเกียจจางๆ ร่างหลบไปอยู่ด้านหลังเฉินม่อหราน
มู่เฉินมองเห็นแววตาของจวงอวี๋ ก็แอบยิ้มเ็าอยู่ในใจ
จวงอวี๋ผู้นี้ ด้านหนึ่งก็เพลิดเพลินกับการที่มู่เฉินทุ่มเทให้เขา อีกด้านหนึ่ง ก็เกลียดทายาทเศรษฐีไม่ได้เื่อย่างมู่เฉิน เป็คณิกาแล้วยังอยากจะสร้างซุ้มประตูอนุสาวรีย์[1]
จวงอวี๋เห็นว่าสายตาของมู่เฉินละออกจากร่างของเขา ภายในใจก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด
“คุณชายมู่ เ้ามาทำอะไรที่นี่ มาซื้อกระบี่อีกแล้วหรือ ไม่ใช่สิ! ข้าได้ยินว่า่นี้เ้าเงินขาดมือมากนี่ เ้ายังจะซื้อกระบี่ได้อีกหรือ” เฉินม่อหรานกล่าวเชิงดูถูก
“ไม่ใช่ขอรับ คุณชายมู่มาคืนกระบี่” เ้าของร้านกล่าว
เฉินม่อหรานหัวเราะขึ้นมา “ไม่กระมัง คุณชายมู่ ท่านยากจนถึงขั้นนี้แล้ว ต้องทุบหม้อขายเหล็ก[2]กันเลยหรือ”
“ใช่แล้ว! ข้ายากจนถึงขั้นนี้แล้ว คุณชายเฉิน เ้าอยากจะช่วยสงเคราะห์ข้าสักหน่อยหรือไม่!” มู่เฉินกล่าวเสียงเรียบ
เชิงอรรถ
^ หมายถึง ทำเรื่องชั่วร้ายแต่ยังอยากมีชื่อเสียงที่ดีงาม^ อุปมาว่า ยกเอาของทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่มีอยู่ออกมาทั้งหมด