"ชิงชิง วันนี้ทำไมคนในจวนคึกคักกันจัง"
"วันนี้จะมีคนมาหาท่านเสนาบดีที่จวนเ้าคะ ฮูหยินเลยสั่งให้จัดเตรียมอาหารเอาไหวเ้าคะ"
"งั้นหรอ" แล้วฉันต้องทำตัวยังไงเนี้ย! ในเมื่อไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคนที่ชื่อจ้าวไป๋หลันร่างที่ตอนนี้ฉันมาอยู่เลยซักนิด รุ่ยซีเอ๋ย!!!
แขกที่มาวันนี้ก็คือตระกูลเจิ้ง ตระกูลนายทหารใหญ่ ชิงชิงเคยบอกว่า ตระกูลจ้าวกับตระกูลเจิ้งสนิทสนมกันตั้งบรรพบุรุษ ทำให้มีสัญญาปองดองขึ้นระหว่างตระกูล
"ตายจริง ไม่ได้เจอกันเสียตั้งนาน ไป๋เอ่อร์โตเป็สาวหน้าสะสวยซะแล้ว" ฮูหยินเจิ้งพูดแล้วหันมายิ้มให้รุ่ยซี
"บุตรชายท่านก็ใช่ย่อย หล่อเหลา สาวๆในเมืองคงอยากจะเป็ลูกสะใภ้ท่านกันหมด "
"แม้ท่านก็พูดเกินไปแล้ว เทียนฉีเขาไม่สนใจพวกนางๆนั้นหรอก "
ลูกชายของฮูหยินชื่อเทียนฉีงั้นหรอ? หรือจะเป็เขา? ยังพูดไม่ทันขาดคำแขกคนสุดท้ายก็เดินเข้ามาพร้อมคนสนิทของเขา
"เจิ้งเทียนฉีมาแล้วรึ"พอเอ่ยชื่อเท่านั้นแหละรุ่ยซีถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมามองคนที่พึ่งมาถึงเมื่อสักครู่ " ขออภัยท่านน้าด้วยที่ข้ามาช้า"
คือเขาจริงๆด้วย เจิ้งเทียนฉี แม่ทัพหนุ่มที่ฉันเคยอ่านเื่ของเขามาตลอด จนได้มาเจอตัวเป็น่าตื่นเต้นชะมัด แต่ดูเหมือนเขาก็จะดูใเหมือนกันเมื่อเห็นหน้ารุ่ยซีครั้งแรก "ไม่เป็ไรจ้ะ น้าก็ไม่ได้รีบอะไร"
"เทียนฉีจำไป๋เอ่อร์ได้รึไหม ?" เจิ้งเทียนฉีไม่ได้ตอบอะไรได้แต่พยักหน้าตอบกลับมาเบาๆ
"ถ้าซูเอ่อร์อยู่ด้วยคงจะดี เพราะเมื่อครั้งที่พวกเขายังเด็กๆก็จะมีพวกเขาทั้งสามคนค่อยวิ่งเลยในจวนจนมีแต่เสียงหัวเราะ ตายจริงข้าพูดอะไรออกมา ขออภัยในข้าด้วยนะ "
"ไม่เป็ไรพี่สาว ข้าทำใจได้บ้างแล้ว เพราะนางชีวิตอาภัพที่เกิดมาอ่อนแอ เกิดแก่เจ็บตายไม่มีผู้ใดสามารถบังคับได้ พี่สาวท่านวางใจเถอะ"
"เทียนฉีพาไป๋เอ่อร์ออกไปเดินเล่นข้างนอกดีกว่า ฟังคนแก่เขาพูดกันคงจะเบื่อ " หลังจากพวกเขาพูดกันเสร็จก็หันมายิ้มให้รุ่ยซีกับเทียนฉี เหมือนจะจบประโยคเมื่อกี้ในทันที
"ไป๋เอ่อร์ ไม่เบื่อ พวกท่านพูดต่อกันเถอะเ้าค่ะ" พอพูดเสร็จก็มีฝ่ามือใหญ่ของเทียนฉีมารั้งที่ข้อมือไว้ "พวกท่านบอกให้ไปก็ไปเถอะ อย่าดื้อ"แล้วเทียนฉีก็ลากรุ่ยซีออกจากห้องนั้นโดยทันที
เขาไม่เพียงแค่พารุ่ยซีออกจากห้องๆนั้นตอนนี้รุ่ยซีถูกเทียนฉีพามาเดินออกนอกจวน และกำลังมุ่งหน้าไปตลาด
"นี่ท่านจะพาข้าไปไหนรึ"
"เงียบๆแล้วเดินตามมาก็พอ" เ็าชะมัด ทำไมนิสัยเขาไม่เหมือนที่เคยอ่านเลยซักนิดเดียว
ดูท่าแม่ทัพเจิ้งเทียนฉีจะฮอตสุดในเมืองนี้ อย่างที่ชิงชิงพูดจริงๆ เพราะตลอดที่เดินตามเขามา สายตาของสาวๆทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ต่างพากันจ้องมาที่เขามาเป็แถวตลอดสองข้างทาง
"ดูท่านจะฮอตเหมือนกันนะเนี่ย"
"เ้าพูดจาอะไรประหลาด"
"เออ....ข้าหมายความว่าท่านดูเป็ที่สนใจของพวกนางๆในเมืองนี้กันจัง"
"ชั่งพวกนางเถอะข้าไม่ได้สนใจพวกนางอยู่แล้ว" เทียนฉีพูดออกเต็มปากโดยไม่แคร์สายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเลยซักนิดเดียว "เ้าอยากจะไปทำอะไรไหม"
"สิ่งที่ข้าอยากทำหรอ?"
"ใช่ สิ่งที่เ้าอยากทำ"
"แล้วเวลาท่านว่างของท่านไปทำอะไรล่ะ"รุ่ยซีถามเทียนซีกลับ แต่ดูเอาจะนิ่งไปสักพักก็หันมาตอบรุ่ยซี
"คงจะอยู่ในค่ายทหารไม่ก็สนามรบ"
คนบ้าอะไรเวลาว่างวันๆอยู่แต่สนามรบกับค่ายทหาร
"เทียนฉี!!!!!"ระหว่างที่รุ่ยซีกับเทียนซีกำลังยืนสนทนากันอยู่ ก็มีเสียงเรียกชื่อคนตรงหน้า ทำให้เทียนฉีกับรุ่ยซีต้องหันไปตามเสียงเรียก "ให้ตายเถอะ! "ดูเขาจะหงุดหงิดทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของเ้าของเสียงเรียก
"ท่านรู้จักนางด้วยรึ?"เทียนฉีไม่ตอบแต่อย่างใด ได้แต่ทำหน้าไร้อารมณ์อยู่อย่างนั้น "เทียนฉีท่านมาทำอะไรที่นี่รึ "หญิงงามเ้าของเสียงทักถามขึ้นมา
"มาทำธุระแถวนี้"
"งั้นรึ แล้วหญิงสาวข้างกายท่านคือผู้ใดกัน"
"อ๋อ.....ข้าชื่อจ้าวไป๋หลัน แล้วท่าน"
"อ๋อ เ้าเป็คนของตระกูลของเ้ากรมการคลังนั้นเอง ข้าชื่อมู่หลานหลิง " จำได้แล้ว มู่หลานหลิงคือตัวอีกละคนตัวหนึ่งในนิยาย นางเป็หลานสาวของอดีตคนสนิทาาองค์ก่อน ทำให้ตระกูลของนางมีอิทธิพลมากในราชสำนักต้าฮั่น และในตามเนื้อเื่ที่เคยอ่านมา มู่หลานหลิง นางแอบชอบเทียนฉีมาก มานานพอๆกับจ้าวซูหนีว์ พี่สาวของจ้าวไป๋หลัน
"เ้าจะมาแค่นี้ใช่ไหม งั้นข้ากับนางขอตัวก่อน"เทียนฉีรีบตัดบททันทีเพื่อจะออกจากที่นี่ " เดี๋ยวสิเทียนฉี วันนี้ข้ามาเดินเล่นคนเดียวของติดตามพวกท่านไปด้วยรึไม่"
เจอคำถามนี้เข้าไปเทียนฉีกับรุ่ยซีถึงนิ่งไปครู่หนึง ก่อนเขาก็พูดขึ้นมาก่อน "เกรงว่าจะไม่ได้ เพราะเรากำลังจะกลับกันแล้ว" เชื่อเขาเถอะ เทียนฉีเป็ผู้ชายที่เ็าที่สุดในโลก แม้จะมีหญิงงามมายืนอยู่ตรงหน้าก็ตาม คำตอบของเขาทำให้มู่หลานหลิงถึงกับเจือนไปเลยที่เดียว
หลังจากนั้นเทียนฉีกับรุ่ยซีก็กลับถึงที่จวนตระกูลจ้าวก็เกือบเย็นแล้ว ตอนนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลกำลังหาลืออยู่บนโต๊ะอาหาร และพอเทียนฉีกับรุ่ยซีก้าวเท้ามาถึง บรรดาผู้ใหญ่ต่างๆหันมามองในทางเดียว
"อ้าว! เทียนฉี ไป๋เอ่อร์ กลับมากันแล้วรึ"
"ขอรับท่านน้า ขออภัยที่พาไป๋เอ่อร์กลับมาเกือบเย็นแล้ว "
"น้าดีใจนะที่พวกเ้าสองคนเข้ากันได้ดี ไป๋เอ่อร์ไปกับเ้าน้าก็อุ่นใจ " คำพูดนี้เหมือนจะเคยอ่านในเล่ม ที่ว่า ทั้งสองเข้ากันได้ดี อย่าบอกนะว่า
ไอ้ที่ว่า คือทั้งสองตะกูลมีสัญญาปองดองจากบรรพบุรุษ และคำสัญญานั้นก็มาตกในรุ่นหลานอย่างเจิ้งเทียนฉีกับจ้าวซูหนีว์ แต่ด้วยความที่เื่นี้เกิดเื่สูญเสียขึ้นมาเสียก่อนทำให้ต้องหยุดเื่ไว้พักใหญ่มาเกือบ 3 ปี และวันนี้คำสัญญานี้ได้กลับมาอีกครั้ง ระหว่างเจิ้งเทียนฉีกับจ้าวไป๋หลัน....
"ท่านแม่...." สีหน้าเทียนฉีในตอนนี้ดูจะไม่ค่อยพอใจคำสัญญานี้เท่าไหร่ เพราะรุ่ยซีรู้ดีว่า เทียนฉียังคงลืมรักแรกของเขาอย่างจ้าวซูหนีว์นางที่เป็ผู้เป็ที่รักสุดหัวใจยังไม่ได้....
แต่มันมาเกิดทั้งๆที่มันไม่ระบุในเนื้อเื่นิยายว่าหลังจากนั้นเทียนฉีจะต้องมาแต่งงานกับน้องสาวของคนที่รักอย่างจ้าวไป๋หลันที่ตอนนี้รุ่ยซีเป็นางอยู่...
"เ้าอยากให้บรรพบุรุษทั้งสองตระกูลนอนตายไม่สงบรึ เทียนฉี!!"ประมุขของจวนเจิ้งซึ่งเป็บิดาของเขาพูดขึ้นมาและจ้องมาทางเทียนฉีที่ยืนห่างจากโต๊ะไม่ไกล "แม่รู้ว่าเ้ายังไม่พร้อม แต่เห็นแก่ตระกูลเราทั้งสองนะเทียนฉี ไป๋เอ่อร์ พวกท่านจะได้ไปอย่างสงบสุขเสียที "
"ขอรับ "
"ส่วนเื่งานพวกเ้าไม่ต้องเป็กังวล เ้าสองคนทำตัวปกติ ทุกอย่างข้าจะจัดการเอง" ั้แ่นี้ต่อไปจ้าวไป๋เอ่อร์คงจะเป็คู่หมั่นของแม่ทัพเจิ้งเทียนฉีอย่างเป็ทางการแล้วสินะ ยุคสมัยนี้จะเลือกคู่ครองเองคงจะทำยากเพราะด้วยสังคมและหน้าตาของวงตระกูลที่ค้ำคอไว้อยู่นั้น ทำให้จะต้องยอมจำนนต่อการจับคุมฝูงชนระหว่างตระกูล เพื่อให้เป็หน้าเป็ตาให้แก่วงค์ตระกูล แต่ในโลกปัจจุบันที่รุ่ยซีเคยอยู่นั้น เสรีเื่ทุกอย่าง แม้แต่การเลือกคู่ครองของตัวเอง โดยไม่ได้ผ่านจากครอบครัว มันทำให้เกิดความเสรีของทุกๆคนและทุกๆฝ่าย