เหวยเหนียง หมอดูเทวดา

    ตอนที่ 43 โชคช่วย

            ข่าวที่ฝ่าบาททรงหลงฮองเฮาอย่างหน้ามืดตามัวได้แพร่กระจายไปทั่วดังนั้นองค์ชายหกจึงทรงถือโอกาสยึดบัลลังก์ในตอนนี้เสียเลย กองทัพขององค์ชายหกทรงเคลื่อนมาถึงในวังหลวงอยู่แล้วเชียวแต่ทว่าอยู่ดีๆ แม่ทัพเหวินตี้และกองทัพนับพันก็ปรากฏตัวเหมือนว่าพวกเขาได้เตรียมรับมือไว้ก่อนแล้ว

            “แย่แล้วพะย่ะค่ะ! พวกเราติดกับแล้ว ทหารฝ่ายฝ่าบาทได้แอบซุ่มอยู่ก่อนแล้วพะย่ะค่ะ” หยางสือกล่าว

            “พวกมันรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราจะบุกเข้าวังวันนี้”องค์ชายหกทรงไม่อยากจะเชื่อ

            “555 พวกเจ้ายอมจำนนซะเถอะพวกเราล้อมพวกเจ้าไว้หมดแล้ว ไอ้พวกกบฏ” แม่ทัพเหวินตี้ตะโกน

            “หรือว่าพวกเราจะมีหนอนบ่อนไส้พะย่ะค่ะ”ท่านหยางสือสงสัย

            “อดีตฮองเฮาได้ทำนายไว้ล่วงหน้าว่าจะมีกบฏบุกรุกเข้าวังในวันนี้พวกเราดักพวกเจ้าไว้ทุกช่องทางแล้ว พวกเจ้าหนีไม่รอดหรอก” แม่ทัพเหวินตี้ตะโกนอีก

            “ท่านหยางสือ! จงนำทางองค์ชายหกไปทางช่องทางลับ ส่วนข้าจะล่อทหารไปทางอื่นเอง” ซูเยี่ยนกล่าวกับท่านหยางสือ

            “จะให้เราหนีเอาตัวรอดได้อย่างไร”องค์ชายหกทรงไม่ยอม

            “นี่ไม่ใช่การเอาตัวรอดพะย่ะค่ะแต่เป็นการรักษาชีวิตเพื่อภารกิจสำคัญและกระหม่อมมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถเอาตัวรอดกลับไปได้ หากพระองค์ทรงไม่หนีนั่นหมายความว่าพระองค์ทรงไม่เชื่อในฝีมือของกระหม่อม” ซูเยี่ยนกล่าว

            “ก็ได้! ระวังตัวด้วยหยุนฮวาเตรียมการไว้ล่วงหน้าเช่นนี้ คงไม่ได้มีแค่กองทัพทหารเป็นแน่” องค์ชายหกทรงยอมหนีแต่โดยดีเพื่ออนาคตกาลข้างหน้า

            “พะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนรับคำ

            ดังนั้นซูเยี่ยนจึงแบ่งกองกำลัง 50 นายคอยติดตามองค์ชายหกและหยางสือหลบหนีทางช่องทางลับส่วนที่เหลืออีก 250 นายคอยติดตามท่านซูเยี่ยนมุ่งหน้าไปที่ตำหนักของฝ่าบาท

            กองกำลังฝีมือดีของฝ่ายซูเยี่ยนทุกคนสวมชุดดำอำพรางตนอย่างมิดชิดเลยไม่รู้ว่าใครเป็นใครพวกเขาเข้าประจันหน้ากับกองทัพทหารของแม่ทัพเหวินตี้ที่กำลังนำทัพเป็นพันดักรอไว้อยู่ก่อนแล้ว

            ซูเยี่ยนได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่าหากพวกเขาสู้ตายในตอนนี้ก็เท่ากับว่าตายเปล่า ดังนั้นซูเยี่ยนกับผู้ติดตามอีกห้าคนจึงแอบลอบเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าบาทเพื่อจับพระองค์ไว้เป็นตัวประกัน

            ซูเยี่ยนเคยเป็นองครักษ์ในวังมาก่อนเลยรู้ช่องทางหลีกเลี่ยงทหารองครักษ์เป็นอย่างดีเขากับพรรคพวกห้าคนจึงลอบเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าบาท พวกเขาจึงเห็นว่าพระองค์ทรงกำลังบรรทมกอดฮองเฮาเหมยหลิงอยู่

            “ว๊าย! พวกเจ้าเป็นใครกัน”ฮองเฮาเหมยหลิงทรงตื่นขึ้นมาพอดีและรีบดึงผ้าห่มปกคลุมพระวรกายอย่างมิดชิดจากนั้นก็รีบปลุกฝ่าบาท “ฝ่าบาท! ฝ่าบาท!ฝ่าบาทเพคะ”

            “เราง่วงนอนแล้วคืนนี้พอแค่นี้เถอะนะ” ฝ่าบาททรงละเมอตรัส

            “ไม่ใช่เพคะ ในวังมีคนร้ายเพคะ”ฮองเฮาตรัสพร้อมกับเขย่าพระวรกายของฝ่าบาทไม่หยุด

            ฝ่าบาททรงตกพระทัยตื่นขึ้นมา “พวกเจ้าเป็นใครกัน!กล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในห้องบรรทมของเรา ห๊า”

            “แสดงว่าพระองค์ทรงไม่มีส่วนรู้เห็นกับกองทัพของท่านแม่ทัพเหวินตี้เลยสินะพะย่ะค่ะนี่คงเป็นแผนการของหยุนฮวาแต่เพียงผู้เดียวนางอุตส่าห์ทำนายล่วงหน้าและเตรียมกองทัพทหารปกป้องพระองค์แต่พระองค์ทรงไม่เคยเห็นในคุณงามความดีของนางเลยพระองค์ทรงมัวแต่หลงใหลฮองเฮาพระองค์ใหม่ทั้งคืนทั้งวันแบบนี้” ซูเยี่ยนกล่าว

            “บังอาจ!” ฝ่าบาททรงกริ้ว

            “สวมฉลองพระองค์และไปกับกระหม่อมเดี๋ยวนี้พะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนจ่อดาบไปที่ฝ่าบาทและรีบสั่งการ

            “เรื่องอะไรที่เราจะต้องเชื่อฟังเจ้า”ฝ่าบาททรงไม่ยอมทำตาม

            “หรือว่าพระองค์ทรงอยากถูกสังหารล่ะพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนรีบขู่

            ซูเยี่ยนจ่อดาบไปที่พระศอของฝ่าบาทอย่างไม่ไว้พระพักตร์

            “ฝ่าบาทเพคะ! ทรงยอมไปกับพวกมันเถอะนะเพคะ” ฮองเฮาทรงห่วง

            ฝ่าบาทจึงทรงยอมสวมฉลองพระองค์และยอมไปกับซูเยี่ยนกับพรรคพวกแต่โดยดี

            ฮองเฮาทรงกำลังจะร้องขอความช่วยเหลือโชคดีที่สหายของซูเยี่ยนรีบจ่อดาบไปที่พระนางทันเวลาพอดีพวกเขาก็เลยรีบนำผ้าไปรัดพระโอษฐ์ และนำผ้าห่มห่อพระวรกายของพระนางพร้อมกับใช้เชือกมัดแน่นหนาจากนั้นก็ทิ้งให้พระนางนอนบรรทมอยู่ในห้องบรรทมของฝ่าบาทเพียงลำพังส่วนฝ่าบาทก็ทรงถูกจับเป็นตัวประกันเพื่อให้กองกำลังทั้ง 250 นายสามารถหลบหนีออกนอกวังไปได้

            “พวกเราได้ตัวฝ่าบาทแล้วจงหลีกทางเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นพวกเราจะสังหารฝ่าบาท” ซูเยี่ยนตะโกนขู่

            แม่ทัพเหวินตี้รู้สึกเจ็บใจที่เขากำลังจะจับกุมตัวพวกกบฏได้อยู่แล้วเชียวแต่ฝ่ายกบฏกลับได้ตัวฝ่าบาทมาเป็นตัวประกันจนได้

            “ปล่อยฝ่าบาทเดี๋ยวนี้” แม่ทัพเหวินตี้กล่าว

            “พวกเจ้าจงฆ่ามันให้หมด” ฝ่าบาทตรัสตะโกน

            “ทรงดำริดีๆ นะพะย่ะค่ะจะยอมสิ้นพระชนม์เพียงเพื่อกำจัดพวกกระหม่อมเท่านั้นหรือพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนเตือน

            ฝ่าบาททรงดำริ จากนั้นก็ตรัสใหม่ว่า “เปิดทางให้พวกมันเดี๋ยวนี้”

            “พะย่ะค่ะ” แม่ทัพเหวินตี้รับคำ และสั่งทหารให้เปิดทางให้กองกำลังของศัตรู

            เหล่าทหารที่พากันโอบล้อมแน่นหนาค่อยๆเคลื่อนเปิดทางให้กองกำลังของซูเยี่ยนเดินฝ่าออกไปได้

            กว่าจะเดินไปถึงหน้าประตูวังเล่นทำจนเหงื่อเล็ดเพราะเป็นการเดิมพันด้วยชีวิต

            ซูเยี่ยนสามารถพาพรรคพวกเดินออกจากวงล้อมทหารของฝ่าบาทได้สำเร็จเพราะเขามีฝ่าบาทเป็นตัวประกัน

            “ถึงประตูวังแล้วปล่อยฝ่าบาทซะทีสิ” แม่ทัพเหวินตี้ตะโกนบอก

            “ให้พรรคพวกของข้าหนีไปจากหน้าประตูวังให้หมดเสียก่อนส่วนข้าและฝ่าบาทยังอยู่ตรงนี้ ข้าไม่หนีไปไหนหรอก” ซูเยี่ยนตะโกนบอก

            แม่ทัพเหวินตี้คิดในใจว่า “น่าเจ็บใจนัก!จะจับพวกกบฏได้อยู่แล้วเชียว”

            พอกองกำลังของซูเยี่ยนวิ่งกระจายตัวกันหนีไปกันคนละทิศคนละทางเพื่อไม่ให้ทหารจับทิศทางได้ว่าพวกเขามาจากที่ไหน

            ตอนนี้จึงเหลือเพียงซูเยียนที่จ่อดาบไปที่พระศอของฝ่าบาทพร้อมกับพรรคพวกติดตามอีกห้าคนเท่านั้น

            ซูเยี่ยนเป็นคนถือสัจจะเขากำลังจะปล่อยตัวฝ่าบาทให้เสด็จกลับเข้าวังโดยพวกเขาวางแผนไว้ว่าจะใช้กำลังภายในกระโดดหนีหายไปทันทีหลังปล่อยตัวฝ่าบาทแล้วแต่หนึ่งในห้าคนที่ติดตามมา นั่นก็คือ ฮกซู่เขาเห็นว่านี่คือโอกาสเหมาะที่จะกำจัดฮ่องเต้ชั่วเขาก็เลยเตรียมที่จะแทงฝ่าบาทจากทางด้านหลัง

            “อย่าทำอย่างนั้น! ฮกซู่!” ซูเยี่ยนตะโกนบอก

            ฮกซู่เกือบแทงฝ่าบาทสำเร็จอยู่แล้วเชียวแต่อยู่ดีๆ ก็มีลมพายุไหว ฝนฟ้าคะนองน่ากลัวและสักพักมารจันทน์ผาก็ปรากฏตัวพร้อมกับใช้ฝ่ามือมารซัดใส่ฮกซู่จนเขาแทบกระอักเลือด

            ซูเยี่ยนเห็นเข้าพอดีจึงรีบเข้าไปปะมือกับมารจันทน์ผาตัวต่อตัวและเขาก็สามารถรับฝ่ามือมารของมารจันทน์ผาได้

            “เจ้าเป็นใครกันน้อยมากที่จะมีคนสามารถรับฝ่ามือมารของข้าได้” มารจันทน์ผาเจ็บใจ

            “มารจันทน์ผา! ท่านไปช่วยฮ่องเต้ชั่วพระองค์นี้ทำไมฝ่าบาททรงเป็นผู้สั่งประหารลูกศิษย์ของท่านโดยการกักขังนางให้อยู่ในถ้ำอสรพิษกับสัตว์มีพิษนานาชนิดนะ”ซูเยี่ยนเผย

            “เจ้ารู้จักข้าด้วยงั้นหรือเจ้าเป็นใครกันแน่” สักพักมารจันทน์ผาก็หันไปทางฝ่าบาทพร้อมพุ่งตัวไปบีบพระศอของพระองค์

            “เจ้ากล้าดียังไงถึงประหารศิษย์รักของข้านางอุตส่าห์วางแผนปกป้องเจ้านางแอบสั่งให้แม่ทัพเหวินตี้เตรียมซุ่มกองกำลังดักจับกบฏเพื่อเจ้าไม่เพียงเท่านั้น นางยังขอให้ข้ามาช่วยปกป้องชีวิตของเจ้าอีก” มารจันทน์ผาแค้นแทนลูกศิษย์

            ซูเยี่ยนจึงถือโอกาสช่วงนี้รีบใช้ระเบิดควันพากันหลบหนีทันที

            ชายชุดดำสองคนช่วยกันประคองฮกซู่ไปที่ฐานลับของท่านหยางสือเพื่อพาไปรักษาตัวกับท่านหมอเทวดาส่วนที่เหลือคอยคุ้มกันพวกเขา เพราะกลัวว่าทหารฝ่ายฝ่าบาทจะตามมากำจัด

            ทางด้านฝ่าบาทในตอนนี้พระองค์ทรงกำลังจะสิ้นพระชนม์จากการถูกมารจันทน์ผาบีบพระศอ แต่อยู่ดีๆพระองค์ก็ทรงฉุกดำริได้และกล่าวว่า “เราต้องถูกมนตร์สะกดแน่ๆเรารักหยุนฮวามาก นี่เรากล้าสั่งประหารนางได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้”

            มารจันทน์ผายอมปล่อยฝ่าบาทเขามองพระองค์ตั้งแต่พระเศียรจรดพระบาท แล้วกล่าวว่า “ใช่!เจ้าถูกมนตร์สะกดจริงๆ มีคนทำคุณไสยใส่เจ้า”

            ฝ่าบาททรงขมวดพระขนงสงสัยและดำริในพระทัยว่า “เป็นความจริงหรือนี่ใครกันช่างกล้าทำกับเราได้”

            “รีบไปที่ห้องนอนของเจ้าเดี๋ยวนี้และบอกสลายกองกำลังได้แล้ว ข้าศึกได้หนีเตลิดเปิดเปิงไปหมดแล้วล่ะ” มารจันทน์ผากล่าว

            “ทหาร! สลายทัพได้”ฝ่าบาทตรัสสั่ง

            “พะย่ะค่ะ” ทหารทุกคนรับคำ

            แม่ทัพเหวินตี้รีบคุกเข่าและคารวะ “ถวายบังคมพะย่ะค่ะ”

            “ลุกขึ้นเร็วเข้า” ฝ่าบาททรงประคองท่านแม่ทัพให้ลุกขึ้นด้วยความซาบซึ้งพระทัย

            “ทรงเป็นอะไรหรือเปล่าพะย่ะค่ะ”แม่ทัพเหวินตี้สอบถามด้วยความเป็นห่วง

            “เราปลอดภัยดีได้มารจันทน์ผาช่วยชีวิตเราไว้” ฝ่าบาทตรัส

            “ต่อไปพวกกระหม่อมจะต้องปักหลักอยู่ที่เมืองหลวงเพราะพวกกบฏคงไม่ยอมรามือเพียงเท่านี้แน่” แม่ทัพเหวินตี้กล่าว

            “ขอบใจพวกเจ้ามากเราจะปูนบำเหน็จพวกเจ้าอย่างงาม” ฝ่าบาทตรัสมอบรางวัล

            “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ งั้นพวกกระหม่อมขอตัว”แม่ทัพเหวินตี้คารวะแล้วรีบจากไปทันทีเพราะต้องสร้างค่ายทหารใกล้วังหลวง

            “คุยเสร็จก็รีบนำทางไปที่ห้องนอนของเจ้าได้แล้วข้าไม่ใช่คนในวัง คงมาพูดเป็นพิธีรีตองแบบนี้ไม่ได้หรอก” มารจันทน์ผากล่าว

            “ทางนี้ท่าน” ฝ่าบาททรงนำทางไปที่ห้องบรรทมที่อยู่ในตำหนักของพระองค์

            ฮองเฮาทรงถูกม้วนด้วยผ้าห่มและพันด้วยเชือกแน่นหนาพระนางทรงบรรทมบนพระแท่นพระบรรทม พอได้ยินเสียงฝ่าบาท พระนางก็ทรงรีบส่งเสียงร้องอื้อ อื้อ เพราะถูกผ้ารัดปิดพระโอษฐ์ไว้

            ฝ่าบาททรงกำลังจะไปช่วยแก้มัดให้พระนางแต่ถูกมารจันทน์ผาสั่งห้ามไว้

            “ช้าก่อน! ในห้องนี้ต้องมีหุ่นฟางคุณไสยเป็นแน่”มารจันทน์ผาจับพลังงานมืดดำได้

            “เรากำจัดออกหมดแล้วนี่ยังมีอีกอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงสงสัย

            “ข้าจับพลังงานอันชั่วร้ายได้มันอยู่ใต้ที่นอนของเจ้า” มารจันทน์ผาเดินไปหยิบตุ๊กตาฟางมาจากใต้ที่นอนของฝ่าบาทจริงๆจากนั้นก็กล่าวว่า “นี่ไง! นี่คือคุณไสยมหาเสน่ห์อำนาจของมันจะทำให้ผู้ที่ถูกทำคุณไสยใส่นั้นรักและหลงอย่างหน้ามืดตามัว วันๆไม่ยอมทำอะไรต้องขลุกอยู่กับคนที่ใช้อำนาจมนตร์ดำทั้งวี่ทั้งวัน”

            ฝ่าบาททรงไตร่ตรองสักพักก็ทรงหันไปหาฮองเฮาเหมยหลิง “ฮองเฮา! นี่เป็นฝีมือเจ้าอย่างนั้นหรือ”

            เหมยหลิงทำได้เพียงส่ายหน้าเท่านั้น

            ฝ่าบาทจึงทรงแก้ผ้ารัดพระโอษฐ์ออกให้

            “เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่ฮองเฮา” ฝ่าบาททรงคาดคั้นเอาคำตอบ

            “หม่อมฉันถูกปรักปรำเพคะนี่ต้องเป็นตุ๊กตาคุณไสยของหยุนฮวาที่ยังหลงเหลืออยู่เป็นแน่เพคะ” ฮองเฮาเหมยหลิงทรงตรัสอ้าง

            “555 เจ้ากล้าปรักปรำลูกศิษย์ของข้างั้นหรือจะบอกให้นะ ข้านั้นมีวิชาคุณไสยทำให้ผู้ชายหลง แต่หยุนฮวาไม่ยอมเรียนรู้มั้ยนางว่ายังไง” มารจันทน์ผากล่าว

            “เราจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ” ฮองเฮาเหมยหลิงตรัส

            “นางเชื่อมั่นว่าองค์ชายรองทรงรักนางด้วยใจจริงจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งอำนาจราคะของมนตร์คุณไสยนั่นเลย และเมื่อดูตุ๊กตาหุ่นฟางแล้ว มันเป็นของเจ้านั่นแหละดูหน้าเจ้าในตอนนี้สิ ช่างดูหมองคล้ำไม่ต่างจากฝ่าบาทสักนิด” มารจันทน์ผากล่าว

            “ที่หน้าของเราหมองคล้ำ เพราะเอ่อ เพราะ เราอยู่กับฝ่าบาททั้งวันต่างหาก” ฮองเฮาเหมยหลิงตรัสอ้าง

            “อ่ะ ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าดู”มารจันทน์ผาใช้กำลังภายในซัดฝ่ามือไปที่หุ่นฟางคุณไสยทำให้ฟางหลุดกระจัดกระจายไม่เหลือชิ้นดีเหลือไว้เพียงผ้ายันต์เลือดที่ยัดเป็นไส้ในหุ่นเท่านั้น

            ฝ่าบาททรงหยิบมาทอดพระเนตรและอ่านใจความในผ้ายันต์ได้ว่า “จงรักจงหลงเหมยหลิงแต่เพียงผู้เดียว”ฝ่าบาททรงกำผ้ายันต์ไว้แน่น แล้วขว้างปาใส่พระพักตร์ของฮองเฮาทันที

            “ฝ่าบาททรงกริ้วอะไรงั้นหรือเพคะ”ฮองเฮาทรงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง

            “ผ้ายันต์ระบุว่าให้รักและหลงเจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกมั้ย” ฝ่าบาททรงตะคอก

            “ฮือ ฮือ ฝ่าบาททรงไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะหม่อมฉันรักพระองค์มาก ก็เลยหลงผิดกระทำการเช่นนี้ ทรงอย่าประหารหม่อมฉันเลยนะเพคะ”ฮองเฮาทรงกรรแสงและยอมรับความผิดเพราะหลักฐานผูกมัดแน่นหนา

            “จงบอกมา! เจ้าเป็นผู้ปรักปรำหยุนฮวาใช่หรือไม่”ฝ่าบาททรงเค้นถาม

            “หม่อมฉันเปล่านะเพคะหยุนฮวาทำคุณไสยใส่พระองค์จริงๆ ต่างหาก” ฮองเฮาทรงไม่ยอมรับ

            “จะตายอยู่แล้ว! ยังจะมาโกหกอีก หากหยุนฮวาทำคุณไสยจริง แล้วนางซ่อนหุ่นฟางไว้ที่ไหนล่ะ”มารจันทน์ผากล่าว

            “ที่สวนอุทยานของเรา” ฝ่าบาททรงตอบ

            “555 อำนาจมันจะส่งผลถึงเจ้าหรือเห็นมั้ยว่าขนาดเหมยหลิงยังต้องมาซ่อนไว้ใต้ที่นอนของเจ้าเลยและหากหุ่นฟางคุณไสยของหยุนฮวาได้ผลจริง เจ้ามีอาการอะไรหรือไม่” มารจันทน์ผากล่าวกับฝ่าบาท

            “ไม่มี! ตอนนั้นเราปกติดีแทบทุกอย่าง”ฝ่าบาทตรัสและเพิ่งเข้าพระทัยว่าพระองค์ทรงถูกหลอก

            “หุ่นฟางคงจะเป็นของปลอมน่ะสิมันคงมีไว้สำหรับปรักปรำหยุนฮวามากกว่า แล้วใครเป็นคนมาฟ้องเจ้า” มารจันทน์ผาถามต่อ

            “ฮองเฮาเหมยหลิง แต่ว่าไม่เพียงเท่านั้นหยุนฮวายังทำคุณไสยทำให้สนมเซียวหลินตกเลือดแท้งลูกด้วยนะ”ฝ่าบาททรงสงสัย

            “รูปแบบหุ่นฟางก็เหมือนที่พบในอุทยานของเจ้าใช่หรือไม่”มารจันทน์ผาคาดการณ์

            “ใช่แล้ว” ฝ่าบาททรงจำได้

            “หุ่นฟางเป็นของปลอมทั้งหมดคงมีคนทำเพื่อปรักปรำหยุนฮวาน่ะสิ” มารจันทน์ผากล่าว

            “แต่หมอหลวงยืนยันว่าสนมเซียวหลินปกติดีนี่เพราะคุณไสย นางถึงตกเลือดแท้งลูก” ฝ่าบาททรงเชื่อหมอหลวง

            “หมอหลวงเป็นญาติกับใครหรือเปล่าเขาอาจหลอกลวงเพื่อช่วยญาติคนนั้นก็เป็นได้” มารจันทน์ผาคาดการณ์

            “ทหาร! ไปพาตัวหมอหลวงคนที่รักษาให้สนมเซียวหลินมาที่นี่เดี๋ยวนี้”ฝ่าบาทตรัสสั่ง

            “พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ

            ผ่านไปไม่นานหมอหลวงตงกู่ก็เข้าเฝ้าและคุกเข่าคารวะ “ถวายบังคมพะย่ะค่ะ”

            “เจ้าเป็นหมอหลวงที่รักษาสนมเซียวหลินตอนที่นางตกเลือดแท้งลูกอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาททรงถามย้ำ

            “ใช่แล้วพะย่ะค่ะ” หมอหลวงตงกู่ยอมรับ

            “เจ้ายังคงยืนยันว่าสนมเชียวหลินปกติดีใช่หรือไม่”ฝ่าบาทตรัส

            “พระนางทรงปกติดีทุกอย่างพะย่ะค่ะ”หมอหลวงกล่าว

            “เจ้ามีญาติอยู่ฝ่ายในหรือไม่”ฝ่าบาททรงเค้นถาม

            “เอ่อ คือ….” หมอหลวงพูดตะกุกตะกัก

            “บอกมาเดี๋ยวนี้ใครคือญาติของเจ้า” ฝ่าบาททรงเค้นถามอีก

            “เอ่อกระหม่อมเป็นพี่เขยของนางกำนัลเจียงฉู่ที่อยู่ตำหนักพระสนมเหมยหลิงพะย่ะค่ะ”หมอหลวงตงกู่ยอมบอก

            “เจ้าช่วยเจียงฉู่ปกปิดอะไรบอกมาเดี๋ยวนี้” ฝ่าบาททรงมองออกว่าหมอหลวงมีความลับบางอย่าง

            “มะ มะ ไม่มีพะย่ะค่ะ” หมอหลวงแสดงท่าทางมีพิรุธ

            มารจันทน์ผาไม่อยากเสียเวลาอีกเขาก็เลยเดินไปกรอกยาใส่ปากหมอหลวงคนนั้นทันที

            “ท่านเอาอะไรให้เขากินน่ะ”ฝ่าบาททรงสงสัย

            “มันเป็นยาพูดความจริงคราวนี้เขาจะโกหกอะไรไม่ได้อีก” มารจันทน์ผากล่าว

            “งั้น เราจะถามใหม่สนมเซียวหลินตกเลือดเพราะอะไร” ฝ่าบาททรงถามหมอหลวงอีกครั้ง

            “พระนางทรงได้รับพิษพะย่ะค่ะ”หมอหลวงกล่าวความจริงออกมา

            “ใครเป็นคนวางยาพิษ” ฝ่าบาทตรัส

            “นางกำนัลเจียงฉู่พะย่ะค่ะ”หมอหลวงยอมเผยความจริงทุกอย่าง

            “พวกเจ้าบังอาจจริงๆ! ที่กล้ารวมหัวกันปรักปรำหยุนฮวา ทหาร! จับกุมหมอหลวงตงกู่และนางกำนัลเจียงฉู่ไปตัดหัวเสียบประจานเดี๋ยวนี้”ฝ่าบาทตรัสสั่งทหาร

            “พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ

            “ฝ่าบาทเพคะ! ทรงให้ความเป็นธรรมกับหม่อมฉันด้วยมารชั่วคนนี้จะต้องบังคับให้หมอหลวงกล่าวเท็จเป็นแน่เพคะ” ฮองเฮาเหมยหลิงทรงยังไม่ยอมแพ้

            “เจ้าอย่าดึงดันโกหกอีกเลยเจ้ากล้าใช้คุณไสยกับฝ่าบาทเช่นนี้ แสดงว่าเจ้าไม่ได้รักฝ่าบาทจริงๆ หรอกเจ้าทำทุกอย่างเพื่อตัวเองทั้งนั้น” มารจันทน์ผากล่าว

            “ทรงฟังหม่อมฉันพูดก่อนนะเพคะทรงอย่าประหารหม่อมฉันเลยนะเพคะ” ฮองเฮาเหมยหลิงทรงอ้อนวอน

            ฝ่าบาททรงทนไม่ไหวอีกต่อไปพระองค์ทรงดึงดาบจากทหารองครักษ์และแทงทะลุผ่านผ้าห่มเสียบกลางพระอุระของฮองเฮาทันทีทำให้ตอนนี้ฮองเฮาทรงสิ้นพระชนม์โดยพลัน

            “ในเมื่อศิษย์เราไม่อยู่แล้วเรากลับดีกว่า” มารจันทน์ผากล่าว

            “ช้าก่อนผู้อาวุโส! ในเมื่อหยุนฮวาได้ขอให้ท่านช่วยเรา ท่านก็ต้องช่วยเราให้ถึงที่สุดสิครั้งนี้กบฏสามารถบุกเข้ามาในวังหลวงได้ หากไม่ได้หยุนฮวาที่วางแผนป้องกันไว้ก่อนเราคงตายไปแล้ว” ฝ่าบาทตรัส

            “เราจะช่วยคนที่สั่งประหารศิษย์ของเราได้อย่างไร”มารจันทน์ผายังคงแค้นแทนลูกศิษย์

            “หากเรามีอันเป็นไปดวงวิญญาณของหยุนฮวาคงจากไปอย่างไม่สงบท่านอยากเห็นวิญญาณลูกศิษย์มีห่วงอย่างนั้นหรือ ไหนว่าท่านรักลูกศิษย์มากไงล่ะ”ฝ่าบาทตรัสอ้าง

            “ก็ได้เราจะช่วยเจ้าปราบปรามกบฏก็แล้วกัน” มารจันทน์ผายอมช่วยฝ่าบาทตามคำขอร้องของลูกศิษย์

            “ขอบคุณผู้อาวุโส” ฝ่าบาททรงแอบยิ้มอย่างสมพระทัย

            *****************************

            ณ ฐานลับของท่านหยางสือ

            ท่านฮกซู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอวัยวะภายในบอบช้ำอย่างมากท่านหมอเทวดาจึงรีบฝังเข็มและให้ท่านฮกซู่จิบยาสมุนไพรจนหมดถ้วยแล้วค่อยให้เขานอนพักผ่อน

            “เจ็บใจนัก!ไม่น่าเชื่อว่าหมอดูหยุนฮวาจะเตรียมการวางกองกำลังนับพันมาดักพวกเราแบบนี้”องค์ชายหกทรงเจ็บพระทัย

            “นางทำนายได้แม่นยำจริงๆพะย่ะค่ะ หากพวกเราไม่หนีมาทางช่องทางลับ คงถูกจับกันหมดแล้ว” ท่านหยางสือกล่าว

            “ต้องขอบคุณท่านซูเยี่ยนท่านยอมสละตัวเองเป็นตัวล่อให้เราหลบหนี” องค์ชายหกทรงซึ้งพระทัย

            “เป็นหน้าที่ของกระหม่อมที่ต้องปกป้องพระองค์อยู่แล้วพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนกล่าว

            “แล้วอาการซูเยี่ยนเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ”องค์ชายหกทรงเป็นห่วง

            “อวัยวะภายในบอบช้ำเล็กน้อยพะย่ะค่ะให้ทานยาของกระหม่อม ไม่กี่วันเขาก็จะมีอาการดีขึ้น” ท่านหมอเทวดากล่าว

            “การบุกยึดวังรอบต่อไปคงไม่ง่ายอย่างที่คิด”องค์ชายหกตรัส

            “ใช่แล้วพะย่ะค่ะคราวนี้มีมารจันทน์ผาคอยช่วยฝ่าบาท พวกเราคงสู้ลำบากพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว

            “อีกอย่างไม่รู้ว่าหยุนฮวาได้เตรียมการอะไรไว้อีกนะพะย่ะค่ะ” ท่านหยางสือกังวล

            “เราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากหมอดูเหวยเหนียงเสียแล้วสิ”องค์ชายหกทรงยอมเชื่อเรื่องดวงชะตา

            “ทรงเชื่อโหราศาสตร์แล้วหรือพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนสงสัย

            “ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อไม่ใช่หรือขนาดฝ่าบาททรงถูกคุณไสยถึงขนาดนั้นแล้วพระองค์ก็ยังทรงแคล้วคลาดปลอดภัยด้วยอำนาจฤทธิ์เดชของพิธีบูชายัญอันศักดิ์สิทธิ์นั่นเลย”องค์ชายหกตรัส

            “กระหม่อมจะรีบพาตัวเหวยเหนียงมาที่นี่พะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนอาสา

            “ท่านบาดเจ็บอยู่ ให้คนอื่นไปตามนางมาที่นี่เถิด”องค์ชายหกทรงห่วง

            “อย่าห้ามท่านซูเยี่ยนเลยพะย่ะค่ะเขาอยากไปพบฮูหยินเต็มแก่แล้ว” ท่านหยางสือเข้าใจหัวอกคนเป็นสามี

            “นั่นสินะงั้นท่านก็ไปกับสหายอีกสองคนเถิด หากเกิดอะไรไม่คาดคิดขึ้นมาพวกเขาจะได้ให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที” องค์ชายหกตรัส

            “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว

            “หวังว่าสวรรค์จะเมตตาต่อปวงชนแคว้นฉินนะ”ยังไงองค์ชายหกก็ทรงเชื่อว่าสวรรค์มีตา

    คล้ายกับเรื่องเหวยเหนียง หมอดูเทวดา ที่คุณอ่าน