ยอดเขาเสวียนเทียน
" เมฆาเคลื่อนคล้อยลอยต่ำ หมู่วิหคโผผินบินกลับ "
" หยาดพิรุณพร่างพรำ กรุ่นกลิ่นไอดินฟุ้งกำจาย "
สิ้นเสียงของชายวัยกลางผู้หนึ่ง
มรรคาเต๋าแสนสุดลึกล้ำล่องลอยอบอวลทั่วยอดเขาสูงใหญ่ สรรพสิ่งฟื้นตื่นเร่งดูดซับมรรคาวิถี
พลันปรากฎเมฆาห้าสีล่องลอยปกคลุมทั่ว แสง์สาดส่องอาบย้อมทั่วแดนดิน
ร่างเงาชราหญิงชายมากมายนั่งกรรมฐานกลางฟ้าดิน ต่างยกฝ่ามือขึ้น
" วิ้ง " พลันปรากฎแสงห้าสีสว่างยังกลางฝามือของเขาเ่าั้
แสงห้าสีสาดส่องจากฝ่ามือทั้งหลายล่องลอยเข้าห่อหุ้มชายวัยกลางคน ที่นั่งกรรมฐานยังศาลาบนยอดเขาเสวียนเทียน
" วิ้ง " พลันปรากฎแสงสว่างห้าสีทั่วร่างชายวัยกลางคน
" ตูมมม "
" อ้ากก " ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก
เขานั่งหอบหายใจออกมาอย่างแรงจนอกยกกระเพื่อม ทั้งเหงื่อกาฬยังไหลหลั่งอาบย้อมทั่วร่าง
" ฝันเช่นนี้อีกแล้ว " ชายหนุ่มพึมพำ พลางสูดหายใจเข้าลึก
" ฟู่วว " เขาเป่าปากออกมาอย่างแรง พลางลุกออกจากเตียงไปยังประตูห้อง
ร่างของชายหนุ่มเดินออกมานอกบ้าน พลางสูดกลิ่นแห่งรัตติการ
สองตาของชายหนุ่มมองจ้องไปยังห้วงราตรีอันมืดมิด สองตาเหม่อลอยมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย
แสงจันทรานวลเหลืองสาดส่องกระทบยังร่างของชายหนุ่ม สองตาของเขากวาดมองทั่วร่าง
ในมือหนึ่งถือจอกสุรา พร้อมกับดื่มสุราลงไปจนหมดสิ้น
" ดื่มด่ำร่ำสุราใต้แสงจันทรา หวนให้ครวญคร่ำร่ำหา "
" ความสุขชื่นมื่นดั่งคืนวาน ลืมตาตื่นราวฝันไป "
ชายหนุ่มรำพันกับจอกสุราที่อยู่ในมือ พลางครุ่นคิดถึงวันวาน
ย้อนหลังกลับไปราวสิบปี ชายหนุ่มหานลี่เดินทางโซเซมายังเมืองแห่งนี้ ที่มีชื่อว่าเมืองม่อเสียน
กว่าที่จะลงหลักปักฐานได้สำเร็จก็ใช้เวลาอยู่นานนับปี เขาจึงสามารถซื้อที่ดินผืนเล็กๆ สร้างบ้านแลร้านค้าของตนเองได้
หลังจากเปิดร้านค้าชีวิตความเป็อยู่ก็เริ่มดีขึ้น แต่สิ่งที่ยังมิดีขึ้นก็คือความทรงจำของเขาที่ขาดหายไป
มิว่าจะทำเช่นใดในสิบปีที่ผ่าน เขาก็มิอาจรื้อฟื้นมันกลับคืนมาได้
" ฮื่อห์ " ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง
ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆพลางเดินเข้าในบ้าน เขาจุดเทียนแลนำกระดาษคุณภาพต่ำออกมาแลกางออก
ชายหนุ่มฝนหมึกแท่งอย่างช้าๆพลางครุ่นคิด " ข้าเป็ใคร มาจากที่ใด " ชายหนุ่มพึมพำ
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เข้าจึงหยิบพู่กันจุ่มลงยังถาดหมึกก่อนจรดลงยังกระดาษ
" ดื่มด่ำร่ำสุราใต้แสงจันทร์ หวนให้ครวญคร่ำร่ำหา "
" ความสุขชื่นมื่นดั่งคืนวาน ลืมตาตื่นราวฝันไป "
ชายหนุ่มลากพู่กันตวัดเส้นสายลายอักษรอย่างเชื่องช้าแต่ทว่ามุ่งมั่น
" เปรี้ยงงงง " ห้วงนภายามรัตติการพลันเกิดมรสุม เสียงสายอัสนีฟาดผ่าดังกึกก้อง แสงสีม่วงแลบแปลบปลาบทั่วแดนดิน
" เกิดสิ่งใดขึ้น " เสียงผู้คนในเมืองม่อเสียนดังขึ้น
ชาวบ้านทั้งหมดเร่งจุดเทียนออกมาดูนอกบ้านของตน สองตาของพวกเขากวาดมองทั่วอย่างประหว้่น แต่เมื่อมิพบสิ่งใดก็ต่างพากันสงบจิตใจแลกลับเข้าบ้าน
ปรากฎการณ์นภานั้นปรากฎอยู่เพียงครู่เดียว แลจางหายไป ชาวบ้านจึงมิรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
" เ้าว่าเมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้น " เสียงภรรยาเอ่ยถามสามีหลังจากที่สามีปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย
" ข้าจะไปรู้รึ " สามีเอ่ยออกมาพลางส่ายหน้า
" หากเกิดเื่ราวขึ้นจริง เหล่าสำนักต่างๆคงเร่งมาดูแล้ว แต่นี่ข้ามิเห็นสำนักใดมาที่นี่เลย " สามีเอ่ยออกมา
" อืม " ภรรยาพยักหน้าช้ๆ
" เข้านอนได้แล้ว รุ่งเช้าข้าต้องเข้าป่าอีก " สามีตัดบทแลตรงไปยังเตียงอย่างรวดเร็ว
เพียงมินานเมื่อเหล่าชาวบ้านเข้าบ้าน
" พรึ่บ " เหล่าชาวยุทธมากมายต่างเร่งเข้ามายังเมื่อม่อเสียน
" เมื่อครู่เกิดสิ่งใด " ชายแก่ผู้หนึ่งพึมพำ สองตาของเขากวาดมองมั่ว
แม้นจะเป็กลางคืน แต่สำหรับเหล่าผู้ฝึกยุทธแล้วมิได้ต่างจากกลางวัน เพราะเหล่าผู้ฝึกยุทธทั้งหลายสามารถมองเห็นได้ดีในที่มืด
" เรียนท่านเ้าสำนักค้นจนทั่วแล้วขอรับ มิพบสิ่งใดขอรับ " ศิษย์ผู้หนึ่งเร่งรีบรายงาน
เมื่อมาถึงเมืองม่อเสียนเหล่าศิษย์นับร้อยเร่งรีบกระจายกำลัง ออกตรวจค้นรอบอาณาเมืองม่อเสียนอย่างรวดเร็ว
" อืม " เ้าสำนักนักพยักหน้า
" ปรากฎการณ์นภาเมื่อครู่คล้ายกับว่ามีเซียนลงมาจุติบนโลก " เ้าสำนักพึมพำ
" พวกเ้ากึ่งหนึ่งอยู่เฝ้าที่นี่จนถึงรุ่งเช้าแลค่อยกลับยังสำนัก " เ้าสำนักเอ่ย
" ขอรับ " เหล่าศิษย์ต่างพยักหน้า
ศิษย์กึ่งหนึ่งที่มาเร่งกระจายกำลังออกเฝ้าตามจุดรอบเมืองม่อเสียน ส่วนอีกกึ่งทะยานร่างกลับยังสำนักอย่างรวดเร็ว
" อืม " หานลี่บิดี้เีอยู่บนเตียงของตน แลลุกขึ้นนั่ง
สองตามองยังบทกวีที่เขียนเมื่อคืนหลังจากใตื่นกลางดึก
หานลี่หยัดกายลุกออกจากเตียง พลางก้าวเท้าเดินไปยังบทกวีของตน
สองตาของหานลี่มองยังบทกวีพลางส่ายหน้า " เสียอย่างเดียวกระดาษมิดี " หานลี่พึมพำ
หานลี่เร่งล้างหน้าแลแต่งตัว วันนี้เขานำชุดสีดำออกมาสวมใส่ เมื่อมองยังแผ่นทองแดงใสราวกระจก
ชายหนุ่มรูปงามใบหน้าคมคาย คิ้วเรียวยาวราวใบกระบี่ จมูกโด่งคมสัน ดวงตาคมราวดวงตาพญาอินทรีย์ ปากบางได้รูป ผิวขาวราวหยกหิมะ
" ข้านี่ก็หล่อเหลาเช่นกัน แต่เหตุใดจึงยังมิมีคู่ครอง " หานลี่พึมพำ
" ฮื่อห์ " เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางออกจากห้องของตน
หานลี่เดินเข้าครัวหุงหาอาหาร หลังจากอิ่มหนำ ชายหนุ่มเร่งมาเปิดร้านของตน
" เอ๋ " หานลี่ถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อพบเหล่ายอดยุทธหญิงชายนับสิบยืนอออยู่ที่หน้าประตู
" จอมยุทธทุกท่าน มิทราบว่า้าสิ่งใด " หานลี่เอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม
เขาเองก็ใฝ่ฝันจะเป็จอมยุทธเช่นกัน แต่มิว่าจะทำเช่นใดก็มิสามารถสร้างตันเถียนได้
" คารวะผู้าุโ " เหล่าจอมยุทธที่ยืืนออกอยู่หน้าร้านเร่งทำคารวะอย่างรวดเร็ว
" เอ๋ " หานลี่ได้แต่งุนงง แต่ก็ต้องทำใจให้นิ่ง
เพราะการที่ผู้ยุทธแม้นพวกเขาจะเย่อหยิ่ง แต่พวกเขาก็ยังเป็ผู้น้อย เช่นนั้นก็สมควรที่จะต้องทำการคารวะต่อผู้มาอายุมากกว่า
" ผู้าุโ พวกข้าขอเข้าไปดูในร้านของท่านได้รึไม่ " เหล่าจอมยุทธทั้งหลายต่างเอ่ยออกมา
" เชิญ เชิญ เชิญ " หานลี่พยักหน้า แลเบี่ยงตัวหลบ พลางผายมือ
" รบกวนผู้าุโแล้ว " เหล่าจอมยุทธเอ่ยออกมา แลเดินเข้าในร้าน
" อา " เหล่าจอมยุทธน้อยทั้งหลายต่างร้องครางฮือออกมาเมื่อเข้ามาในร้าน ดวงตาของพวกเข้าพลันเปล่งแสงวับวาบ
หานลี่มองยังเหล่าจอมยุทธทั้งหลายที่แตกตื่นกับสิ่งที่พบเห็นในร้าน บางคนถึงกับเหงื่อเย็นผุดออกทั่วร่าง
บางคนสั่นเทิ้มทั้งร่าง บางคนถึงกับกระอักเืออกมากองโต บางคนถึงกับสลบไปในทันใด
" นี่มันเกิดอะไรขึ้น " หานลี่พึมพำ
หานลี่มองยังสินค้าที่ตนวางขาย มิว่าจะเป็ตุ๊กตาแกะสลักั หงส์ พยัคฆ์ หมาป่า แลอีกมากมาย
ภาพวาดพู่กันทิวทัศน์ ภาพวาดเขียนอักษร สิ่งเหล่านี้ก็มิมีสิ่งใดผิดปกติ ทุกอย่างคงเป็เช่นเดิมเหมือนทุกวัน
" จอมยุทธเหล่านี้เป็สิ่งใดกันแน่ " หานลี่พึมพำ
" ผู้าุโของรับ ของในนี้ท่านขายรึไม่ " จอมยุทธผู้หนึ่งเอ่ยออกมา หลังจากที่ชั่งใจอยู่นาน
" ในร้านนี้ขายทุกอย่าง " หานลี่เอ่ยออกมา