บรรยากาศยามเย็นที่หลายคนต่างมุ่งหน้ากันกลับบ้าน “เปรี้ยว” ก็เป็หนึ่งในนั้น ร่างของเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลาย เดินเบียดแทรกฝูงชนลงมาจากรถเมล์อย่างยากลำบาก ก่อนที่สุดท้ายจะออกมายืนอยู่บนฟุตบาทได้ในที่สุด
“ฮู้วววววว….ร้อนชะมัด”
มือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อตรงบริเวณคางออก ก่อนที่จะขยับสายสะพายกระเป๋า แล้วมุ่งหน้าเข้าไปในซอย บ้านของเธอเปิดเป็ร้านชำอยู่ที่ท้ายซอยถัดจากค่ายมวย ส.เพชรทวี เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ยิ่งเธอเดินเข้าใกล้บ้านมากเท่าไร เสียงฝึกซ้อมของนักมวยก็ยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ
“พ่อหวัดดีจ้ะ!!!”
เสียงะโสวัสดีดังลั่นร้าน แต่ยังไม่ทันที่ผู้เป็บิดาจะได้เงยหน้าขึ้นจากมือถือ ร่างเล็กในชุดนักเรียนก็วิ่งหายเข้าไปในบ้านซะก่อน กระเป๋านักเรียนถูกโยนทิ้งลงพื้นส่งๆ วันนี้อากาศร้อนทั้งวัน เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะไปหมด เธออยากจะถอดชุดนักเรียนนี่ออกใจจะขาด เปรี้ยวรีบถอดถุงเท้าใส่ตะกร้า ทว่ายังไม่ทันรูดซิปถอดกระโปรง เสียงของพ่อที่ะโเรียกเธอจากทางหน้าร้านก้ดังขัดจังหวะเสียก่อน
“เปรี้ยวว!!!….ไอ้เปรี้ยวเอ้ยย!!! มานี่หน่อยดิ๊”
“อะไรพ่อ!!! แป๊บหนึ่งสิ….”
“โว๊ะ!!!….ไอ้ลิงลงมานี่ก่อน เดี๋ยวมะเหงกให้นิ”
ร่างเล็กพ่นลมหายใจอย่างเซ็งจัด ปากเล็กเบะออกด้วยความขัดใจ ก่อนรีบดึงเสื้อออกจากกระโปรงเพื่อคลายความอึดอัด แล้วเดินหน้ามุ่ยออกไปหาผู้เป็พ่อที่หน้าร้าน
“อารายยย….”
“เดี๋ยวก็เขกให้….ไป….ไปแบกM120 ไปส่งที่ค่ายมวยสักสามแพ็กสิ เฮียแกไลน์มาสั่งเมื่อกี้”
“แล้วทำไมพ่อไม่ไปเองอ่ะ เปรี้ยวร้อนอยากจะอาบน้ำ”
“ไอ้ลูกลิงนิ บอกให้ไปก็ไปสิ ค่าขนมพรุ่งนี้จะเอาไหม!!!”
“ตาลุงนิ….ไปก็ได้”
“ชิ….ต้องให้พูดเยอะจริง คนกำลังดูละครมันๆ”
เปรี้ยวแอบเบ้ปากเป็รอบที่ร้อย ที่แท้พ่อก็ติดละครจีนแนวตั้งงอมแงมจนไม่ยอมลุกไปส่งเองก็เท่านั้น ร่างเล็กเดินเข้าไปในร้าน ก่อนจะกลับออกมาพร้อมแพ็กเครื่องดื่มในอ้อมแขน เห็นเธอตัวเล็กแบบนี้แต่เพราะช่วยงานที่บ้านมาั้แ่เด็ก M120แค่สามแพ็กไม่คณนามือเธอหรอก
ร่างเล็กในชุดนักเรียนไม่เรียบร้อยคีบแตะตราช้างดาวเดินสับๆ ไปยังค่ายมวยที่อยู่ห่างจากบ้านไม่กี่เมตร ทันทีที่เท้าของเธอแตะเข้าไปในเขตค่ายมวย กลิ่นเหงื่อ กลิ่นน้ำมันมวยก็ลอยโชยเข้าจมูก พร้อมกับเสียงะโชื่อเธอก็ดังขึ้น
“อ้าวๆๆ ….น้องเปรี้ยวคนสวยมาส่งของเหรอจ๊ะ วันนี้เสื้อหลุดลุ่ยมาเชียว ไปฟัดกับใครมาฮะเรา”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เดินไปไหนไกล พี่แซม….หนึ่งในนักมวยที่สนิทกับเธอก็เดินออกมาใช้มือแกล้งโยกหัวเธอเล่น ทำเอาเปรี้ยวถึงกับเซไปเซมา
“ฟัดกับรถเมล์มาน่ะซิพี่แซม หลบไปเลย….มันหนักนะ เดี๋ยวเปรี้ยวจะฟ้องเฮียว่าพี่อู้ซ้อม”
เด็กสาวแยกเขี้ยวขู่จะฟ้องพลางยกเท้าหมายจะเตะ โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวอีกฝ่ายที่ตัวโตกว่าเลยสักนิด และเพราะท่าทีแบบนี้เองที่เรียกเอาเสียงหัวเราะจากคนอื่นๆ ได้ครืนใหญ่
“เออๆ ….ดุจริง โน้น….ไปตู้เย็นโน้น”
พี่แซมเองก็หัวเราะออกมาพร้อมทำท่ายกมือยอมแพ้ แน่นอนว่าใครจะไปเอาเื่เ้าเด็กที่เห็นมาั้แ่ยังเดินต้วมเตี้ยมใส่แพมเพิสก้นตุงได้ลง มือหนาขยี้หัวเธออีกครั้ง ก่อนยื่นมือมาแบ่งเครื่องดื่มออกไปแพ็กหนึ่ง จากนั้นก็บอกให้เธอเอาที่เหลือไปใส่ไว้ในตู้แช่เหมือนอย่างเคย
“ใช้จริง….”
เปรี้ยวอดที่จะบ่นส่งท้ายไม่ได้ ไม่ว่าที่ไหนก็มีแต่คนคิดจะใช้งานเธอทั้งนั้น ร่างเล็กเดินอุ้มน้ำสองแพ็กที่เหลือมาที่ตู้แช่ หลังจากที่เติมไปได้สองสามขวดเธอก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศในค่ายที่ดูตึงเครียดกว่าปกติ หญิงสาวเหลือบมองซ้ายขวาก่อนจะเจอเข้ากับกลุ่มลุงๆ เซียนมวยที่กำลังนั่งสุมหัวกระซิบกระซาบกันอยู่ตรงโต๊ะหน้าทีวีเครื่องเก่า มือที่กำลังเติมเครื่องดื่มขยับช้าลงเรื่อยๆ ขณะที่หูก็เงี่ยฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“….นัดล่าสุดก็โดนสอยร่วงตอนยกที่สี่ นี่มันแพ้ติดกันสามนัดไปแล้วนะเว้ย เงินเดิมพันค่ายเราหายไปเป็ล้าน เฮียโมโหหน้าเขียวหมดแล้ว”
“ก็จริง….แต่ไอ้ผามันเก๋าเกมขนาดนั้น หมัดก็หนักอย่างกับควาย ทำไมอยู่ดีๆ ฟอร์มถึงตกฮวบแบบนั้นได้ว่ะ”
“ชนะน็อกมาั้แ่เริ่มเข้าวงการ แต่ปีนี้มันก็ุยี่สิบเจ็ดแล้วนาหรือร่างกายมันจะไม่ไหวแล้วจริงๆ”
“ไม่ไหวอาร๊ายย….เ้าเล็กมันแขวนนวมตอนสามสิบกว่าโน้น ไม่รู้….”
เปรี้ยวที่ยืนฟังชะงักนิ่งเมื่อได้ยินชื่อของ “พี่ผา” หรือ “เพชรภูผา ส.เพชรทวี” นักมวยตัวท็อปของค่าย ส.เพชรทวี ที่ขึ้นชื่อเื่ชนะน็อกคู่แข่งมานักต่อนัก แต่ตอนนี้กลับแพ้ติดๆ กันถึงสามนัดซ้อน
ในสายตาของคนอื่นพี่ผาอาจจะเป็นักมวยที่น่ากลัว เพราะร่างกายที่สูงใหญ่ เขาสูงเกือบจะ 190 เิเ กล้ามแน่นไปทั้งตัว นั่นยังไม่นับใบหน้าของเขา ที่ดุดันจนเด็กๆ ผวา คิ้วหนาที่ดูเหมือนขมวดอยู่ตลอดเวลาบวกกับแผลเป็ที่หางคิ้ว และผิวคล้ำแดดจากการซ้อมมวยยิ่งทำให้พี่ผาดูดิบเถื่อน และเข้าถึงยากจนไม่มีใครกล้าแหย็ม
แต่สำหรับเธอแล้วพี่ผาเปรียบเสมือนพี่ชายที่ใจดีคนหนึ่ง ท่าทางปากร้าย หน้าดุ ที่ใครๆ ก็กลัวหัวหดนั้น เอาเข้าจริงๆ กลับมีน้อยคนหนักที่จะโดนเขาดุจริงๆ อย่างตอนเด็กๆ ที่เธอโดนหมาในซอยไล่กวด ก็เป็อีกฝ่ายที่วิ่งเข้ามาไล่หมาจรนั้นจนกระเจิง แล้วค่อยอุ้มกระเตงร่างกระเปี๊ยกของเธอมาส่งที่บ้าน และแม้ปากจะบ่นมาตลอดทางว่าเธอเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ แต่มือที่ประคองอยู่ที่หลังก็ลูบปลอบเธอที่ร้องไห้งอแงอย่างอ่อนโยน
พี่ผาในสายตาของเธอนั้นเก่งมาก เก่งกว่าทุกคน ที่เธอรู้จัก เื่ที่เขาแพ้สามนัดติดนั้นเธอไม่มีทางเชื่อหรอก
ในขณะที่กำลังเหม่ออยู่นั้นเอง เสียงเรียกห้วนๆ ที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ก็ทำเอาเธอสะดุ้งจนเกือบทำขวดเครื่องดื่มตก
“….เปรี้ยว….ไอ้เปรี้ยว!!!”
เปรี้ยวรีบหันหลังกลับไปก่อนที่จะพบว่า คนที่มาเรียกเธอนั้นเป็พี่ผา….คนที่เธอกำลังคิดถึงอยู่พอดี
“เฮือก!!!….โอยยยย พี่ผาจะเรียกเสียงดังทำไม เปรี้ยวใหมด”
ร่างสูงในสภาพเปลือยท่อนบน เหงื่อโทรมตัวจนเป็มันวาว ยืนหอบหายใจอยู่ไม่ห่างจากเธอนัก คิ้วหนาขมวดมุ่นเมื่อเห็นสภาพที่ไม่เรียบร้อยของเธอ
“ส่งของเสร็จแล้วก็กลับบ้านไป มายืนเซ่ออะไรตรงนี้ ยัยเด็กเด๋อ เสื้อผ้าก็หัดใส่ให้มันดีๆ หน่อย หลุดลุ่ยจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
“โอยยยยยย….บ่นจังเลยยยย”
เปรี้ยวเบ้ปากใส่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนหันไปเติมของเข้าตู้ต่อ และเพราะท่าทีไม่เชื่อฟังนั้นเองทำให้เด็กสาวโดนมะเหงกไปหนึ่งที
“ดื้อ!!!”
“โอ๊ยย!! พี่ผา รู้แล้วน่า ไม่ต้องมาทำหน้าบึ้งใส่เลยนะ ทำหน้าแบบนี้บ่อยๆ ระวังแก่ไวนะจะบอกให้”
“หึ เถียงเก่งจริง กินนมให้มันเก่งเท่าที่เถียงพี่เถอะจะได้โตไวๆ”
ร่างสูงหลุดหัวเราะมาคำหนึ่ง แล้วบ่นใส่เด็กสาวส่งท้าย เขาเอื้อมมือมาหยิบเครื่องดื่มจากตู้ไปเปิดก่อนจะกระดกอึกใหญ่
“ชิ”
เปรี้ยวเห็นแววตาเหนื่อยล้าที่อีกฝ่ายพยายามปิดบังเอาไว้ก็ไม่อยากเถียงต่อจึงทำได้แค่เงียบปากเอาไว้
“มองอะไร….มองไปพี่ก็ไม่มีเงินให้เรายืมหรอกนะ”
“เปล่าไม่ได้มอง พะ….พรุ่งนี้จะชกแล้วก็สู้ๆ นะ อย่าแพ้อีกล่ะ….เปรี้ยวเป็กำลังใจให้”
พูดเสร็จ ร่างเล็กรีบหันหลังวิ่งหนีจากไปทันที เธอที่ปกติจะทำตัวทโมนเป็ลิงให้มาพูดอะไรซึ้งๆ แบบนี้ก็อดที่จะเขินไม่ได้ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะจากร่างสูงเด็กสาวก็รีบสับเท้าเร็วขึ้นเป็เท่าตัว โดยที่เธอไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า ชะตากรรมของพี่ชายหน้าโหดคนนี้ กำลังจะผูกเข้ากับชีวิตของเธอในอีกไม่ช้า
“ส่งของเสร็จแล้