Starcraft : The Last Commander

    ตอนที่ 40 : หนี้ของราชาหนู

    พวกเขาออกจากร้านซ่อมเข้าสู่เส้นทางหลังตลาดเงา


    ทางนี้แคบกว่าถนนใต้ตลาดมากจนบางช่วงต้องเดินเรียงหนึ่ง ท่อไอน้ำพาดต่ำเหนือหัว พื้นลื่นจากน้ำมันกับน้ำขัง บางจุดมีเชื้อราสีเทาเกาะผนังเป็นผืนหนา กลิ่นเหม็นเปรี้ยวปนสนิมอัดอยู่ในอากาศจนทุกลมหายใจเหมือนกลืนโลหะชื้น ๆ ลงคอ


    เวลต้องยกเครื่องตรวจอากาศขึ้นเป็นระยะ แสงสีเขียวบนหน้าจอสั่นไหวทุกครั้งที่ผ่านช่องท่อแตก คีลเตือนว่าบางช่วงมีแก๊สสะสมมากพอให้ประกายไฟเล็ก ๆ เปลี่ยนทั้งอุโมงค์เป็นเตาเผา


    ไม่มีใครอยากทดสอบว่าเขาพูดเกินจริงหรือไม่


    แสงน้อยลงเรื่อย ๆ


    ไฟแดงห่างขึ้น


    เสียงเมืองใต้เมืองเงียบลง


    แล้วเสียงอีกอย่างเริ่มชัดขึ้น


    ครืด…


    ครืด…


    ไม่ใช่เสียงใต้พื้น


    แต่เหนือหัว


    โวร่าหยุดก่อนทุกคน


    เธอยกมือขึ้น


    ทุกคนหยุด


    คาเอลเงยหน้ามองเพดานที่เต็มไปด้วยท่อซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เงามืดระหว่างท่อเหมือนช่องว่างลึกที่แสงไฟฉายเข้าไม่ถึง เสียงเล็บเล็ก ๆ แตะโลหะทีละจุดดังอยู่บนนั้น


    ช้าเกินจะเรียกว่าโจมตี


    ใกล้เกินจะเรียกว่าปลอดภัย


    นิกซ์กระซิบ


    “มันตามกลิ่นเรามา”


    เวลลดเสียง


    “กี่ตัว”


    นิกซ์ส่ายหน้า น้ำตาคลอ


    “ไม่รู้ มันเงียบเกินไป”


    คาเอลหลับตาครึ่งหนึ่ง


    เสียงผู้หญิงไม่พูด


    เธอเงียบเหมือนกำลังรอดูว่าเขาจะฟังเองได้หรือไม่


    เขาสูดลมหายใจเข้า


    สนิม น้ำมัน ความชื้น เหงื่อของคนในทีม เลือดที่แขนตัวเอง และกลิ่นหวานเน่าจากเพดาน ทุกอย่างปนกันจนแทบแยกไม่ออก


    แต่ในความปนเปนั้นมีจังหวะ


    หนึ่งตัวด้านหน้าเหนือท่อแตก


    อีกตัวตามหลังแต่สูงกว่า


    ตัวที่สามไม่ขยับ


    รอให้พวกเขาเดินผ่าน


    “สาม” คาเอลกระซิบ


    “ตัวหนึ่งด้านหน้า ตัวหนึ่งตามหลัง ตัวหนึ่งรออยู่ข้างบนเรา”


    โวร่าขยับมีดในมือ


    คีลหน้าซีด


    “เราไม่เคยรู้ว่ามีกี่ตัวก่อนมันลงมา”


    คาเอลไม่ตอบ


    เพราะเขาเองก็ไม่อยากรู้ว่าทำไมถึงรู้ได้


    “ไม่ยิงก่อน” เขาพูด 


    “ถ้ายิงในนี้ แก๊สอาจติดไฟ ระเบิดได้”


    แจ็กซ์ทำหน้าเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี


    “ขอบคุณที่เตือนเรื่องวิธีตายแบบใหม่”


    “ใช้ไฟฉายล่อ” คาเอลพูดต่อ 


    “มันจะโจมตี จุดที่มีแสงไฟก่อน”


    เวลเข้าใจทันที เขาถอดไฟฉายเล็กตัวหนึ่ง ตั้งความสว่างสูงสุด แล้วโยนไปด้านหน้า


    ไฟฉายกลิ้งไปบนพื้น


    แสงขาวหมุนผ่านท่อและผนัง


    ตัวคลานเพดานตัวแรกพุ่งลงมาเกือบทันที


    มันไม่ได้พุ่งใส่คน


    มันฟาดกรงเล็บใส่ไฟฉายจนแตก


    โวร่าพุ่งตามแสงก่อนดับ


    แสงดับวูบ


    แต่โวร่าไปถึงก่อนความมืดปิดทุกอย่าง มีดของเธอแทงเข้าใต้หัวมันพอดี เธอใช้แรงเหวี่ยงทั้งตัวดึงมันลงจากเพดาน กระแทกพื้นโดยไม่ให้มันมีเวลาร้อง เวลใช้มีดพลังงานสั้นแทงซ้ำเข้ารอยแตกที่โวร่าเปิดไว้


    ตัวที่สองพุ่งจากด้านหลัง


    มิเลียเห็นเงาก่อนคนอื่นเพราะเธอหันไปดูนิกซ์อยู่พอดี


    “หลัง!”


    คาเอลหมุนตัว ท่อนเหล็กในมือกระแทกเข้าขาหน้าของมัน แต่แรงมันมากกว่า


    ร่างเขาถูกชนจนหลังอัดผนัง อากาศหลุดจากปอดในครั้งเดียว เสียงกรงเล็บขูดพื้นดังแสบหู กรามเล็กหลายชั้นขยับใกล้คอเขา กลิ่นน้ำลายเน่าปนโลหะเลือดกระแทกจมูก


    นิกซ์กรีดร้อง


    ไม่ใช่ด้วยความกลัวอย่างเดียว


    เสียงนั้นมีจังหวะแปลก ๆ แหลมและต่ำซ้อนกัน เหมือนเสียงมนุษย์ถูกดึงผ่านท่อที่ไม่ควรมีอยู่ในลำคอ


    ตัวคลานชะงัก


    แค่เสี้ยววินาที


    แต่มากพอให้คาเอลแทงท่อนเหล็กเข้าใต้กรามมันแล้วผลักออก โวร่าหันกลับมาไม่ทัน เวลยิงไม่ได้เพราะแก๊ส แจ็กซ์จึงคว้าโซ่เก่าบนผนัง เหวี่ยงพันขาหลังของมันแล้วดึงสุดแรง


    “ฉันเกลียดสัตว์ที่มีขาเยอะ!”


    ตัวคลานเสียหลัก มิเลียคว้าท่อโลหะเล็ก ๆ ฟาดเข้าดวงตาด้านข้าง มันสะบัดหัวใส่เธอ คาเอลพุ่งชนมันออกก่อนกรงเล็บจะถึงตัวเธอ แล้วโวร่าก็มาถึงในจังหวะสุดท้าย แทงซ้ำเข้าช่องใต้เปลือกจนร่างมันกระตุกและนิ่ง


    ตัวที่สามยังอยู่บนเพดาน


    ไม่ลงมา


    มันเฝ้ามอง


    นิกซ์หอบหนัก มือกุมปากตัวเอง สีหน้าตื่นตระหนก


    “ผมทำอะไร”


    คาเอลมองเขา


    “นายหยุดมัน”


    “ผมไม่ได้ตั้งใจ”


    “ฉันรู้”


    “เสียงผม…” นิกซ์สั่น 


    “มันเหมือนพวกมันไหม”


    ไม่มีใครตอบเร็วพอ


    ความเงียบนั้นทำร้ายเขามากกว่าคำพูดใด ๆ


    มิเลียเดินไปจับมือเขา


    “เสียงนายยังเป็นของนาย เพราะนายใช้มันช่วยคาเอล”


    นิกซ์มองเธอ น้ำตาไหล


    ตัวที่สามบนเพดานค่อย ๆ ถอยกลับเข้าเงา


    ไม่ใช่เพราะกลัว


    เหมือนได้สิ่งที่ต้องการแล้ว


    มันเห็นนิกซ์


    มันได้ยินเขา


    คาเอลรู้สึกเย็นลงถึงกระดูก


    พวกมันไม่ได้แค่ตามกลิ่น


    มันกำลังเรียนรู้เสียงของพวกเขา


    หลังจากนั้น พวกเขาเดินเร็วขึ้น


    ไม่มีใครพูดนานหลายนาที


    ทางเดินซ่อมบำรุงแยกออกเป็นสองชั้น ชั้นบนพาไปอู่ซ่อมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนชั้นล่างลาดลงสู่ห้องปั๊มน้ำเก่าที่เรนบอกว่าซอเรนจะต้องผ่าน คีลหยุดตรงทางแยก ยกมือแตะผนังโลหะที่เต็มไปด้วยรอยเคาะเก่า ๆ แล้วแนบหูฟัง


    ไม่มีเสียงเคาะตอบ


    แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้นจากด้านล่าง


    หนึ่งนัด


    สองนัด


    ตามด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งลากผ่านน้ำ


    แจ็กซ์ตัวแข็งทันที


    “ซอเรน”


    เขาวิ่งก่อนใครจะห้าม


    “แจ็กซ์!” คาเอลตะโกน


    เสียงของเขาสะท้อนในท่อ แต่แจ็กซ์ไม่หยุด


    คาเอลสบถในใจแล้วพุ่งตามลงบันไดเหล็กแคบ ๆ บันไดลื่นจากน้ำมันและน้ำขัง แสงไฟฉุกเฉินสีเหลืองด้านล่างกะพริบถี่จนทุกอย่างดูเหมือนภาพขาด ๆ หาย ๆ


    เสียงเซิร์กลิงดังขึ้นใกล้กว่าเดิม


    กรงเล็บขูดพื้นโลหะเป็นจังหวะเร็วและหิวโหย


    ห้องปั๊มน้ำเก่ากว้างและต่ำกว่าที่คาเอลคิด ท่อขนาดใหญ่พาดผ่านเพดานเหมือนลำไส้ของเมือง เครื่องปั๊มสามเครื่องตั้งเรียงอยู่กลางห้อง สองเครื่องดับสนิท เครื่องที่สามสั่นครืดคราดเหมือนกำลังถูกบังคับให้กลับมาหายใจอีกครั้ง น้ำสกปรกสูงถึงข้อเท้า ไฟเหลืองสะท้อนบนผิวน้ำเป็นเส้นแตก ๆ


    ชายคนหนึ่งยืนอยู่หลังเครื่องปั๊มตัวสุดท้าย


    ผมของเขาขาวแซมดำ หนวดเคราสั้นไม่เรียบร้อย เสื้อคลุมช่างเก่าขาดตรงไหล่ซ้าย มือหนึ่งถือปืนเชื่อมดัดแปลง อีกมือกดแผงควบคุมที่เปิดฝาออกจนเห็นสายไฟพันกันยุ่งเหยิง เลือดไหลจากแผลเหนือคิ้วลงมาข้างแก้ม


    แต่ดวงตายังนิ่งอย่างประหลาด


    เซิร์กลิงสามตัววนอยู่รอบเขา


    อีกสองตัวนอนแน่นิ่งในน้ำ


    แจ็กซ์หยุดตรงบันไดเหมือนลืมหายใจ


    ชายคนนั้นเหลือบมองมาเพียงเสี้ยวเดียว


    “เจ้าหนู”


    เสียงนั้นไม่ดัง


    แต่มันทำให้สีหน้าของแจ็กซ์แตกออกเหมือนประตูเก่าถูกเปิดจากด้านใน


    “คุณยังไม่ตาย”


    “เห็นได้ชัดว่าฉันทำงานผิดพลาดเรื่องข่าวลือ” ซอเรนตอบ แล้วกดสายไฟสองเส้นเข้าหากัน ประกายไฟแตกพร่า “ถ้าจะซึ้ง ช่วยซึ้งหลังจากพวกมันเลิกพยายามกินขาฉันก่อน”


    เซิร์กลิงตัวหนึ่งพุ่งทันที


    คาเอลยิงก่อนมันถึงซอเรน กระสุนเจาะไหล่มันจนร่างเสียหลัก โวร่าตามลงมาจากบันไดเหมือนเงา แทงเข้ารอยต่อใต้คอและดันมันลงน้ำ เวลยิงอีกตัวที่กำลังไต่เครื่องปั๊มจากด้านข้าง แสงพลังงานสะท้อนในน้ำสกปรกจนห้องทั้งห้องวาบขาว


    ตัวที่สามไม่พุ่งใส่ซอเรน


    มันพุ่งใส่แจ็กซ์


    แจ็กซ์ยังยืนค้างอยู่ครึ่งวินาทีเกินไป


    คาเอลเห็นระยะ


    ไม่ทัน


    ซอเรนโยนประแจเหล็กในมือซ้ายออกไป ประแจหมุนผ่านอากาศกระแทกหัวเซิร์กลิงอย่างแม่นยำพอให้มันเบี่ยงทิศ กรงเล็บเฉียดหน้าแจ็กซ์ไปไม่ถึงฝ่ามือ


    แจ็กซ์สะดุ้งกลับมาสู่ร่างตัวเอง ยกปืนยิงสองนัดติด


    นัดแรกพลาด


    นัดที่สองเข้าปากสัตว์ตัวนั้นจนมันล้มกระแทกบันได


    เสียงปืนหายไปในเสียงเครื่องปั๊มที่เริ่มหมุนเร็วขึ้น


    ครืด


    ครืด


    ครืด


    น้ำในท่อใหญ่เริ่มเคลื่อน


    คีลลงมาถึงท้ายสุด มองเครื่องปั๊มด้วยสีหน้าที่เกือบเป็นความโล่งใจ


    “คุณทำสำเร็จ”


    ซอเรนดึงสายไฟเส้นสุดท้ายเข้าที่


    “สำเร็จแค่พอให้คนใต้เมืองไม่ตายในคืนนี้ อย่าใช้คำใหญ่เกินไป”


    แจ็กซ์เดินลงไปช้า ๆ


    เขาหยุดห่างจากซอเรนสองก้าว เหมือนระยะนั้นเป็นช่องว่างสิบปีที่ยังไม่รู้จะข้ามอย่างไร


    “ผมคิดว่าคุณตายแล้ว”


    ซอเรนมองเขา


    “ฉันก็คิดว่าเธอฉลาดขึ้นแล้ว”


    แจ็กซ์หัวเราะออกมาหนึ่งครั้ง


    เสียงนั้นสั้นและเปราะ


    “เห็นได้ชัดว่าข่าวลือของเราทั้งคู่ทำงานแย่พอกัน”


    ซอเรนยื่นมือไปแตะท้ายทอยเขาเบา ๆ ไม่ใช่กอด ไม่ใช่ปลอบ แต่เป็นท่าทางเก่าของคนที่เคยตรวจว่าเด็กคนหนึ่งยังมีไข้หรือยังมีชีวิตอยู่


    แจ็กซ์นิ่ง


    คาเอลหันหน้าหนีเล็กน้อย


    ให้เพื่อนมีพื้นที่กับสิ่งที่เพิ่งกลับมาจากความตายโดยไม่ต้องพูดคำว่าคิดถึงออกมา


    เวลมองแผงควบคุม


    “ปั๊มทำงานแล้ว แต่เสียงมันจะดึงฝูง”


    ซอเรนพยักหน้า


    “ใช่ เพราะงั้นเราต้องไปเอาของที่อู่ แล้วออกจากที่นี่ก่อนพวกมันรู้ว่ามีอาหารกี่ชุดในห้องนี้”


    แจ็กซ์ขมวดคิ้ว


    “ของที่อู่?”


    ซอเรนล้วงแผ่นกุญแจโลหะเล็ก ๆ จากกระเป๋าเสื้อ โยนให้เขา


    แจ็กซ์รับไว้โดยอัตโนมัติ


    “ลิ้นชักโต๊ะเก่าของฉัน” ซอเรนพูด “ถ้าเปิดไม่ได้ ฉันจะผิดหวังมาก”


    แจ็กซ์มองแผ่นกุญแจในมือ


    “คุณเก็บกุญแจจริงไว้กับตัว แต่ยังล็อกลิ้นชักไว้?”


    “เพื่อทดสอบว่าเด็กที่ฉันสอนยังไม่ลืมวิธีใช้ลวด”


    “คุณนี่น่ารำคาญเหมือนเดิม”


    “ดี แปลว่าเธอจำได้”


    พวกเขารีบออกจากห้องปั๊มน้ำก่อนเสียงเซิร์กลิงจากท่อด้านล่างจะใกล้ขึ้นอีก


    ไม่มีเวลาถามว่าซอเรนรอดมาได้อย่างไร


    ไม่มีเวลาถามว่าเขาใช้ชีวิตอยู่กับข่าวลือเรื่องความตายของตัวเองนานแค่ไหน


    มีเพียงเสียงปั๊มน้ำที่เริ่มหมุนไล่หลัง เหมือนหัวใจเก่าของเมืองใต้เมืองเพิ่งถูกกระตุกให้เต้นอีกครั้ง


    ทางเดินซ่อมบำรุงพาไปยังอู่ซ่อมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่หลังประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดค้างครึ่งหนึ่ง แจ็กซ์กับคีลช่วยกันงัดมันขึ้นพอให้ทุกคนลอดเข้าไปได้


    อู่ซ่อมกว้างกว่าที่คาเอลคาดไว้


    มันเคยเป็นสถานที่ซ่อมรถขนส่งใต้เมือง มีรถเก่าหลายคันจอดเรียงกัน บางคันเหลือแต่โครง บางคันมีล้อหาย บางคันถูกดัดแปลงเป็นที่นอนชั่วคราว บนผนังมีป้ายชื่อเก่าถูกขูดออก เหลือเพียงรอยสีซีด


    ตรงกลางอู่มีรถลำเลียงขนาดเล็กคันหนึ่งยังดูพอใช้ได้ ฝุ่นเกาะหนา แต่ยางยังไม่แตกทั้งหมด


    แจ็กซ์มองมันเหมือนคนเห็นพระเจ้าในชุดคราบน้ำมัน


    “โอ้…”


    คาเอลถาม


    “ใช้ได้ไหม”


    แจ็กซ์เดินเข้าไปช้า ๆ ลูบฝากระโปรงรถเหมือนทักทายเพื่อนเก่า


    “ถ้ามันยังมีแบตเตอรี่ ถ้าสายไฟไม่ถูกกัด ถ้าระบบขับเคลื่อนไม่เกลียดฉัน และถ้ามีน้ำมันพอนะ…”


    เขาเปิดฝาหน้ารถ


    ฝุ่นพุ่งขึ้นจนเขาไอ


    “มีโอกาสน้อย แต่ไม่ใช่ศูนย์ ซึ่งในยุคนี้ถือว่าโรแมนติกมาก”


    ซอเรนพยักหน้าไปที่ตู้เก็บของด้านหลัง


    “โต๊ะเก่าฉัน”


    แจ็กซ์ชะงัก


    โต๊ะช่างเก่าอยู่มุมอู่ มีผ้าคลุมฝุ่นเก่า ๆ ทับอยู่ บนผนังด้านหลังมีเครื่องหมายหนูตัวเล็กถูกวาดด้วยสีขาวเกือบเลือน


    แจ็กซ์เดินไปอย่างช้า ๆ


    คาเอลไม่ได้ตามเข้าไปใกล้เกิน


    เขายืนห่างพอให้เพื่อนมีพื้นที่เผชิญอดีตของตัวเอง


    แจ็กซ์เปิดผ้าคลุมออก ฝุ่นฟุ้งขึ้นเหมือนเถ้าจากความทรงจำ ใต้โต๊ะมีลิ้นชักสามชั้น ชั้นบนว่าง ชั้นกลางมีเครื่องมือขึ้นสนิม ชั้นล่างติดล็อกเก่า


    แจ็กซ์หัวเราะเบา ๆ


    “ล็อกแบบนี้…”


    เขาคุกเข่าลง


    “เขาเป็นคนสอนฉันเปิดมัน”


    ไม่มีใครพูด


    แจ็กซ์ใช้ลวดเล็ก ๆ จากกระเป๋าเครื่องมือ สอดเข้าไปในรูกุญแจ มือเขาสั่นเล็กน้อยในตอนแรก แต่พอเริ่มทำงาน นิ้วก็นิ่งขึ้น เสียงคลิกเบามากดังขึ้นหลังไม่ถึงสิบวินาที


    ลิ้นชักเปิด


    ข้างในมีห่อผ้าเก่า กล่องข้อมูลขนาดเล็ก และจดหมายกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับอย่างประณีตจนผิดกับสภาพโลก


    แจ็กซ์หยิบจดหมายขึ้นมา


    ชื่อด้านหน้าเขียนด้วยลายมือ


    ถึงเจ้าหนูที่ชอบคิดว่าตัวเองวิ่งเร็วกว่าความผิด


    แจ็กซ์นิ่ง


    ริมฝีปากเขาสั่นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเก็บจดหมายไว้ในเสื้อ


    “ไว้อ่านทีหลัง” เขาพูดเร็ว ๆ


    ไม่มีใครค้าน


    คาเอลมองกล่องข้อมูลเล็ก ๆ


    บนตัวกล่องมีสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในไฟล์โปรเจกต์เทรชโฮลด์


    หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น


    เวลเข้ามาสแกน


    “นี่อาจเป็นกุญแจสำรอง”


    ทันทีที่เขาพูดจบ ไฟในอู่กะพริบ


    หนึ่งครั้ง


    สองครั้ง


    จากนั้นเสียงใต้พื้นก็ดังขึ้น


    ครืด…


    แต่คราวนี้ไม่ได้มาจากไกล


    มันมาจากใต้รถลำเลียงกลางอู่


    นิกซ์หน้าซีด


    “พวกมันตามมาถึงแล้ว”


    พื้นคอนกรีตกลางอู่เริ่มร้าวเป็นวง


    แจ็กซ์คว้ากล่องข้อมูลใส่กระเป๋า


    “ทุกคนขึ้นรถ!”


    คาเอลหันไป


    “มันใช้ได้แล้วเหรอ”


    “ไม่” แจ็กซ์ตอบพลางกระแทกแผงควบคุมอีกที 


    “แต่ตอนนี้เรามีแรงจูงใจจะเชื่อว่ามันใช้ได้แล้ว”


    แจ็กซ์พุ่งไปเปิดแผงรถ มือเขาทำงานเร็วราวกับความกลัวเป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง มิเลียกับโวร่าช่วยดันของที่ขวางล้อออก คีลกับคนใต้เมืองช่วยงัดประตูอู่ออก ซอเรนปีนขึ้นไปฝั่งคนขับ เปิดแผงควบคุมอีกชุดจากด้านในเหมือนคนที่รู้ว่ารถคันนี้ถูกซ่อมแบบผิดกฎหมายมากี่ครั้ง เวลต่อสายแบตเตอรี่สำรองเข้าระบบรถ นิกซ์ถูกคาเอลพาขึ้นไปนั่งด้านหลัง


    พื้นร้าวกว้างขึ้น


    เซิร์กลิงตัวหนึ่งทะลุขึ้นมาก่อน


    โวร่าพุ่งเข้าขวาง แทงมีดเข้าคอแล้วเตะมันกลับลงหลุม อีกสองตัวตามขึ้นมา เวลยิงหนึ่งตัว


    รูคไม่อยู่แล้ว


    เสียงปืนหนักที่เคยกดสนามรบให้มั่นคงหายไปอย่างรู้สึกได้


    คาเอลต้องเติมช่องว่างนั้นเอง


    มือขวาของเขายกขึ้นก่อนความคิดจะตามทัน


    นิ้วกำเข้าหากันในรูปทรงที่คุ้นเกินไป รูปทรงของด้ามปืนหนักที่เคยถ่วงฝ่ามือเขาในสนามรบจำลองและนรกจริง เสี้ยววินาทีนั้น คาเอลเกือบได้ยินเสียงโลหะขยับเข้าที่ เสียงรางกระสุนล็อก เสียงพลังงานสะสมในลำกล้องที่ไม่มีอยู่จริง


    C-14


    อากาศเหนือฝ่ามือเขาหนักวูบเหมือนโลกกำลังจำบางอย่างผิด ๆ เงาโลหะสีเทาเข้มก่อตัวเป็นเส้นสั้น ๆ แล้วแตกออกทันที


    ความปวดพุ่งเข้าขมับเหมือนถูกตอกตะปูจากด้านใน


    [เงื่อนไขไม่ครบ]


    [การเรียกใช้อาวุธล้มเหลว]


    เลือดอุ่นซึมลงจากรูจมูกข้างหนึ่ง คาเอลกัดฟัน กลืนเสียงเจ็บไว้ก่อนใครจะหันมาเห็นมากกว่านั้น


    เขายิงปืนพกของเคดเป็นครั้งแรก


    แรงถีบกระแทกข้อมือจนชา


    นัดแรกเฉี่ยว


    นัดที่สองเข้าไหล่


    นัดที่สามเจาะหัวเซิร์กลิงที่กำลังพุ่งใส่มิเลีย ร่างมันล้มกลิ้งไปชนล้อรถ


    คาเอลหายใจแรง


    กลิ่นดินเน่าเปิดเต็มอู่


    แล้วโรชตัวหนึ่งดันพื้นแตกขึ้นมา


    ไม่ใหญ่เท่าตัวในฐาน แต่พอใหญ่เกินสำหรับอู่แคบ


    แจ็กซ์ตะโกนจากใต้แผงรถ


    “ขอเวลาอีกสิบวินาที!”


    คาเอลเห็นโรชขยับ


    สิบวินาทีนานเกินไป


    “โวร่า ถ่วงขาซ้าย! เวล ยิงตา! มิเลีย พานิกซ์หมอบ!”


    ทุกคนขยับตาม


    โวร่าวิ่งต่ำเข้าข้างซ้ายของโรช ใช้มีดแทงไม่เข้าแต่ทำให้มันหัน เวลยิงแสงเข้าตาข้างหนึ่ง มันสะบัดหัว คาเอลยิงใส่รอยแตกใต้คอ แต่มุมไม่ดี กระสุนสะท้อนเกราะ


    โรชพุ่งเข้าหารถ


    ถ้ามันชน รถที่ยังสตาร์ตไม่ติดจะคว่ำ


    มันไม่ได้แค่ชน


    แผ่นเกราะใต้คอมันแยกออก เมือกสีเขียวคล้ำข้นหนืดพุ่งออกจากปากเป็นสาย กลิ่นฉุนเหมือนกรดกับเนื้อเน่ากระแทกอากาศ ปลายทางคือแจ็กซ์ที่ยังครึ่งตัวอยู่ใต้แผงรถ มือทั้งสองข้างจับสายไฟไว้จนถอยไม่ทัน


    “แจ็กซ์!” มิเลียร้อง


    ซอเรนขยับก่อนเสียงเธอจบ


    เขาคว้าแผ่นฝาครอบเครื่องยนต์เก่าจากพื้นแล้วพุ่งเข้าขวางหน้าแจ็กซ์ แผ่นโลหะรับเมือกพิษเต็ม ๆ เสียงกัดกร่อนดังซ่าเหมือนน้ำเดือด โลหะพองและละลายทันที เมือกบางส่วนกระเด็นโดนแขนซ้ายของซอเรน ผ้าบนแขนไหม้ดำ กลิ่นเนื้อถูกกัดทำให้แจ็กซ์หน้าซีด


    ซอเรนกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นเส้น


    แต่ไม่ถอย


    “ทำงานต่อ” เขาพูด


    แจ็กซ์มองเขาเหมือนคำสั่งนั้นโหดร้ายกว่าทุกอย่างในห้อง


    “แขนคุณ—”


    “ทำงานต่อ เจ้าหนู”


    เสียงซอเรนสั้นลง


    ไม่มีมุก


    ไม่มีอดีต


    มีแค่ประตูที่ต้องเปิดให้ทัน


    คาเอลพุ่งเข้าไปด้านข้าง คว้าสายโซ่ที่ห้อยจากเครนเก่า เหวี่ยงเกี่ยวเข้ากับเขาเกราะด้านหน้าของโรชแล้วดึงสุดแรง


    มันไม่ได้หยุด


    แต่มันเบี่ยง


    พอให้ชนเสาเหล็กแทนรถ เสาทรุดลง เสียงโลหะครางดังลั่น เศษฝุ่นร่วงจากเพดาน


    แจ็กซ์ตะโกน


    “ติดแล้ว!”


    เครื่องยนต์รถลำเลียงกระตุกหนึ่งครั้ง


    สองครั้ง


    แล้วคำรามขึ้นด้วยเสียงแหบพร่าเหมือนสัตว์แก่ที่ถูกปลุกจากหลุมศพ


    “ขึ้นรถ!”


    คาเอลปล่อยโซ่ โรชสะบัดกลับมา เขากลิ้งหลบใต้กรงเล็บที่ฟาดลงมา กระสุนของเวลยิงกดอีกชุด โวร่ากระโดดขึ้นท้ายรถ มิเลียดึงนิกซ์เข้าด้านใน คีลผลักคนของตัวเองขึ้นอีกฝั่ง ซอเรนเซเล็กน้อยตอนปีนขึ้นรถ แจ็กซ์คว้าแขนเสื้อเขาไว้ทัน แต่ต้องรีบปล่อยเมื่อซอเรนสะดุ้งเพราะแผลกรด


    คาเอลวิ่งขึ้นท้ายเป็นคนสุดท้าย


    โรชพุ่งตาม


    แจ็กซ์เหยียบคันเร่ง


    รถลำเลียงกระชากออกตัวชนประตูอู่ที่เปิดไม่สุด เสียงโลหะฉีกดังลั่น รถไถลผ่านช่องออกไปพร้อมประกายไฟ 

    โรชกระแทกท้ายรถหนึ่งครั้งจนทุกคนล้มกลิ้ง นิกซ์ร้องออกมา มิเลียกอดเขาไว้ไม่ให้กระแทกขอบเหล็ก คาเอลจับราวแน่นจนแผลแขนฉีกซ้ำ


    แจ็กซ์ตะโกนจากคนขับ


    “ถ้าใครมีศาสนาให้สวดมนต์ได้เลย ถ้าไม่มีให้ด่าฉันทีหลัง!”


    รถพุ่งเข้าสู่อุโมงค์ยาวที่ลาดขึ้น


    ล้อบดผ่านน้ำขัง เศษเหล็ก และซากสายไฟ เสียงโรชตามหลังมาสักพักก่อนค่อย ๆ ห่างออกไป เพราะทางแคบเกินให้มันเร่งตามเต็มที่ แต่เสียงเซิร์กลิงยังวิ่งไล่ด้านหลังเป็นฝูงเล็ก ๆ


    โวร่ายืนเกาะท้ายรถ ยิงด้วยปืนที่เก็บจากคนใต้เมืองทีละนัดอย่างแม่นยำ เวลช่วยยิงจากหน้าต่างแตก คาเอลพยายามยิงแต่รถสั่นแรงจนเล็งยาก เขาจึงหยุดเสียกระสุน แล้วฟังแทน


    “ซ้ายข้างหน้า!” เขาตะโกน


    แจ็กซ์หักพวงมาลัยทันที รถเฉียดเสาคอนกรีตที่ถล่มลงมาขวางทางไปเพียงไม่กี่นิ้ว


    “ขอบคุณที่บอกก่อนเราตายครึ่งวินาที!”


    “ขวา!”


    รถหักอีกครั้ง หลบหลุมพื้นยุบที่มืดสนิท


    นิกซ์ตะโกนจากด้านหลัง


    “มันขึ้นเพดาน!”


    คาเอลเงยหน้า


    ตัวคลานเพดานหนึ่งตัวไล่มาตามท่อเหนือรถ เงาของมันกระโดดจากคานหนึ่งไปอีกคานหนึ่ง รอจังหวะที่รถผ่านใต้จุดพอดี


    “ไฟหน้า!”


    แจ็กซ์กดสวิตช์ ไฟหน้ารถสว่างวาบ ตัวคลานชะงักในเสี้ยววินาทีเพราะแสงจ้า เวลยิงลำแสงทะลุขาหน้ามัน มันตกลงกลางถนนใต้ดิน รถทับผ่านร่างมันเต็มแรง เสียงเปลือกแตกดังกรอบใต้ล้อ


    อุโมงค์เริ่มลาดขึ้นเรื่อย ๆ


    กลิ่นอากาศเปลี่ยน


    จากกลิ่นเมืองฝังเป็นกลิ่นลมเย็นจากด้านบน


    กลิ่นควันไฟ


    กลิ่นฝน


    และกลิ่นหิมะจาง ๆ ที่ไม่น่ามีในฤดูนี้


    ปลายอุโมงค์มีแสงสีเทาอ่อนรั่วเข้ามา


    ไม่ใช่แสงไฟ


    แสงจริง


    แจ็กซ์ชะลอรถไม่ได้มากนักเพราะเซิร์กลิงยังไล่หลัง เขาขับชนประตูตาข่ายสนิมที่ปิดปลายอุโมงค์ เสียงโลหะขาดดังแหลม รถลำเลียงพุ่งออกสู่โลกด้านบนพร้อมเศษสนิมปลิวกระจาย


    แสงภายนอกกระแทกตาทุกคนจนต้องหรี่ตา


    ลมเย็นจัดพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างแตก หอบเอากลิ่นควัน ไฟไหม้ ฝุ่นหิมะ และอากาศกว้างที่ไม่ได้กรองผ่านท่อเป็นครั้งแรกในหลายชั่วโมงเข้าสู่ปอดคาเอล


    รถหยุดกระชากบนถนนร้างด้านนอกเมือง


    ไม่มีใครพูดในตอนแรก


    เพราะภาพตรงหน้าดึงเสียงทั้งหมดออกจากลำคอ


    นครเน็กซัสด้านบนตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง


    ตึกสูงที่เคยสว่างด้วยจอภาพและโฆษณาเสมือนกลายเป็นโครงเงาดำใต้ท้องฟ้าสีเทา หน้าต่างหลายร้อยบานแตกเหมือนดวงตาที่ถูกควักออก ป้ายไฟขนาดยักษ์ห้อยเอียงจากอาคารหนึ่ง กระพริบข้อความโฆษณาเก่าที่อ่านได้เพียงบางคำก่อนดับ ทางด่วนเหนือหัวขาดเป็นช่วง รถจำนวนมากจอดติดกันยาวเหยียด บางคันไหม้เหลือแต่โครง บางคันมีประตูเปิดค้างเหมือนเจ้าของหนีออกไปกลางประโยคที่ยังพูดไม่จบ


    หิมะตก


    ไม่ใช่หิมะขาวสะอาดแบบในภาพเก่า


    มันปนเถ้า สีเทาจาง ๆ ลอยลงมาอย่างเงียบงัน เกาะบนกระจกแตก ซากรถ รอยเลือดบนถนน และไหล่ของคนที่เพิ่งรอดขึ้นมาจากใต้เมือง


    ไกลออกไปมีควันดำลอยขึ้นจากหลายจุด


    ไม่มีเสียงเมือง


    ไม่มีเสียงรถ


    ไม่มีเสียงประกาศ


    มีเพียงลม


    เสียงโลหะบางชิ้นแกว่งกระทบกันบนเสาไฟ


    และเสียงเซิร์กลิงที่ไล่หลังจากอุโมงค์ค่อย ๆ หยุดลงเมื่อถึงแสงด้านนอก


    คาเอลก้าวลงจากรถ


    พื้นถนนเย็นจนความหนาวซึมผ่านรองเท้าในทันที หิมะเถ้าตกลงบนใบหน้า ละลายเป็นหยดน้ำสกปรกเล็ก ๆ บนผิว เขามองเมืองที่เคยเป็นโลกของมนุษย์และรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนศพของยักษ์ที่เพิ่งล้มลงไม่นาน


    มิเลียลงมายืนข้างเขา


    คราวนี้เธอไม่เว้นระยะ


    ไหล่เธอแตะเขาเบา ๆ อีกครั้ง


    แจ็กซ์ดับเครื่องรถ เสียงเครื่องยนต์ที่แหบพร่าเงียบลง ทำให้ความเงียบของโลกด้านบนยิ่งชัดขึ้น เขามองเส้นขอบฟ้าด้วยสีหน้าที่ไม่มีมุกเหลือ


    ซอเรนนั่งพิงผนังรถด้านใน แขนซ้ายถูกมิเลียพันผ้าชั่วคราวไว้แน่น แต่กรดยังซึมผ่านผ้าบางจุดเป็นรอยดำ เส้นคล้ำบาง ๆ เริ่มวิ่งจากข้อมือขึ้นใต้ผิวเหมือนหมึกที่ซึมตามรอยแตกของกระดาษ เขาไม่ส่งเสียงแม้ตอนมิเลียเทน้ำล้างแผลลงไป แต่ปลายนิ้วซ้ายกระตุกเองเป็นจังหวะสั้น ๆ ที่เจ้าของมือควบคุมไม่ได้


    มิเลียมองแผลนานเกินไป


    นานพอให้แจ็กซ์เห็น


    “มันลามใช่ไหม” เขาถาม


    มิเลียไม่ตอบทันที


    นั่นแย่กว่าคำตอบ


    “ฉันล้างออกได้แค่ชั้นบน” เธอพูดเสียงต่ำ “พิษมันเข้าเนื้อไปแล้ว ถ้าไม่มียาต้านหรือสารยับยั้งชีวภาพเฉพาะ แผลจะกินลึกขึ้น”


    แจ็กซ์มองแขนซอเรนเหมือนเพิ่งเห็นว่าคนทั้งคนอาจมีอายุเหลือเท่าระยะทางของรอยดำบนผิว


    “อย่ามองแขนฉันเหมือนมันเป็นแผงวงจร” ซอเรนพูด


    แจ็กซ์กลืนน้ำลาย


    “คุณกันมันให้ผม”


    “ใช่”


    “ทำไม”


    ซอเรนมองเขาเหมือนคำถามนั้นโง่มากพอจะทำให้ความเจ็บลดลงชั่วคราว


    “เพราะเธออยู่ตรงนั้น”


    แจ็กซ์เงียบ


    คำตอบสั้นเกินไปสำหรับสิ่งที่มันทำกับเขา


    ซอเรนขยับมือขวา แตะกระเป๋าเสื้อของแจ็กซ์ตรงที่เก็บกล่องข้อมูลไว้


    “ของนั่นสำคัญกว่าที่เธอคิด แต่อย่าให้มันสำคัญกว่าคนที่ยังหายใจอยู่ เข้าใจไหม”


    แจ็กซ์พยักหน้าช้า ๆ


    คราวนี้ไม่มีมุกออกมา


    โวร่าก้าวลงมา มองทิศเหนืออยู่นาน


    นิกซ์นั่งอยู่ท้ายรถ มองหิมะเถ้าที่ตกลงบนมือของตัวเองเหมือนมันเป็นสิ่งจากดาวอื่น


    เวลเปิดวิทยุช้า ๆ ลองเรียกฐานหลักอีกครั้ง


    มีเพียงเสียงซ่า


    ไม่มีเสียงตอบกลับ


    เขานั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันมองคาเอล


    “ถ้าฉันยังจับสัญญาณพวกเขาได้ ฉันต้องกลับไป”


    แจ็กซ์เงยหน้าทันที


    “เดี๋ยว นายจะกลับลงไปจริงเหรอ”


    เวลยิ้มบางมาก


    “หน้าที่ฉันคือเชื่อมข้อมูล ไม่ใช่หนีให้ไกลที่สุด”


    มิเลียขมวดคิ้ว


    “ข้างล่างกำลังพัง”


    “ข้างบนก็เหมือนกัน”


    เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนมองคาเอล


    “รูคจะพาคนออก แต่เขาต้องมีข้อมูลเส้นทางใต้เมือง ถ้าขบวนหลักยังเหลืออยู่ พวกเขาต้องรู้ว่าฝูงเริ่มใช้อะไร”


    คาเอลเงียบ


    เพราะเขารู้ว่าเวลพูดถูก


    และยิ่งรู้ ก็ยิ่งไม่อยากปล่อยคนไป


    เวลเปิดประตูรถ ลมหนาวพัดหิมะเถ้าเข้ามาทันที


    ก่อนลง เขาหยุดข้างคาเอล


    “อย่ารอจนทุกคนมองนายเป็นผู้บัญชาการก่อน ถึงจะยอมรับว่าตัวเองกำลังกลายเป็นแบบนั้น”


    คาเอลมองเขา


    “แล้วถ้าฉันไม่อยากเป็นล่ะ”


    เวลนิ่งไปนิดหนึ่ง


    “โลกแบบนี้ไม่ถามก่อนเลือกคน”


    แล้วเขาก็ลงจากรถ เดินย้อนกลับไปทางนครเน็กซัสพร้อมวิทยุและปืนในมือ ร่างค่อย ๆ เล็กลงท่ามกลางหิมะ


    คาเอลมองถนนร้างยาวไปข้างหน้า


    ไม่มีฐานแล้ว


    ไม่มีขบวนหลัก


    ไม่มีเมมฟิส


    ไม่มีรูค


    มีเพียงพวกเขา รถเก่าหนึ่งคัน เสบียงน้อยเกินไป กุญแจข้อมูลจากอดีต และถนนที่ทอดออกไปจากเมืองที่ตายแล้ว


    คาเอลเริ่มคำนวณโดยไม่ตั้งใจ


    น้ำมันเหลือเท่าไร


    อาหารกี่วัน


    ใครบาดเจ็บหนักสุด


    เส้นทางไหนหลบถนนหลักได้


    ถ้าเจอผู้รอดชีวิตระหว่างทาง จะช่วยได้กี่คนก่อนเสี่ยงเกินไป


    เขาหยุดความคิดสุดท้ายทันที


    แต่สายเกินไป


    เขาคิดมันแล้ว


    มิเลียเหมือนสัมผัสได้ว่าเขาเงียบผิดปกติ


    “คาเอล”


    เขาสะดุ้งขึ้น และหันไปหาเธอ


    เธอมองเขาใต้หิมะ ดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อย ความกลัว และอะไรบางอย่างที่ยังไม่ยอมแตก


    “อย่าหายเข้าไปในตัวเลข”


    เขาหายใจช้า ๆ


    คำพูดนั้นดึงเขากลับมาเหมือนมืออุ่นที่จับข้อมือในน้ำเย็น


    “ฉันพยายามอยู่”


    “ฉันรู้”


    โวร่าพูดขึ้นจากด้านหน้า


    เสียงเธอเบาแต่ชัดในลมหนาว


    “ถ้าจะไปบ้านฉัน ต้องขึ้นเหนือ”


    ทุกคนหันไปมองเธอ


    โวร่ายืนมองเส้นทางที่ทอดผ่านซากทางด่วนและป่าตึกที่ไหม้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาเธอนิ่งเหมือนเห็นบางอย่างไกลกว่าถนน


    “มีบ้านพักเก่าของผู้ดูแลฉันอยู่ทางตอนใต้ของอะแลสก้า เราจะมีที่พัก น้ำ ระบบเก่า และบางที…อาจมีคำตอบเรื่องห้องทดลอง”


    โวร่าหยุดไปชั่วครู่ก่อนพูดต่อ


    “ฉันหวังว่ามันจะยังอยู่นะ”


    คาเอลมองเธอ


    ครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกัน เขาเห็นบางอย่างคล้ายความลังเลในดวงตาเธอ


    ไม่ใช่กลัวทางข้างหน้า


    แต่กลัวสิ่งที่อาจยังรออยู่ที่ปลายทาง


    แจ็กซ์พิงประตูรถ หัวเราะเบา ๆ แบบหมดแรง


    “ดีเลย เรามีจุดหมายใหม่ที่อาจเต็มไปด้วยความลับและอันตราย เพราะเห็นได้ชัดว่านั่นเป็นประเภทสถานที่โปรดของเรา”


    คาเอลมองทิศเหนือ


    ถนนยาวไปสู่หมอกควันและหิมะเถ้า


    ด้านหลังเขา นครเน็กซัสยังคุกรุ่น


    ใต้พื้น ฝูงยังซ่อนเสียง


    ในกระเป๋าของแจ็กซ์ มีกุญแจจากโปรเจกต์เทรชโฮลด์


    ในหัวของคาเอล มีเสียงผู้หญิงที่ยังไม่บอกชื่อ


    และข้างตัวเขา มิเลียยังยืนอยู่


    เขาไม่รู้ว่าทางเหนือจะพาไปพบอะไร


    บ้านของโวร่า


    ห้องทดลองเก่า


    คำตอบของพ่อแม่


    หรือประตูอีกบานที่ไม่ควรเปิด


    แต่ตอนนี้ โลกด้านหลังไม่มีที่ให้กลับแล้ว


    คาเอลมองถนนร้าง หิมะเถ้าตกลงบนขอบตาและละลายช้า ๆ


    เขากำมือที่ยังเจ็บจากการต่อสู้


    “งั้นไปทางเหนือ”


    เสียงของเขาไม่ดัง


    แต่ทุกคนได้ยิน


    แจ็กซ์สตาร์ตรถอีกครั้ง เครื่องยนต์แหบพร่าคำรามขึ้นเหมือนไม่พอใจที่ยังต้องมีชีวิต โวร่าขึ้นไปนั่งด้านหน้าเพื่อบอกเส้นทาง มิเลียพานิกซ์เข้าไปด้านใน ซอเรน คีล และคนใต้เมืองมองเมืองด้านบนด้วยสายตาที่ไม่คุ้นเคย ก่อนตัดสินใจลงจากรถตรงปากอุโมงค์


    “เราจะกลับลงไปเตือนคนของเรา” คีลพูด


    แจ็กซ์มองเขา


    “คีล…”


    “ฉันยังไม่หายโกรธนายหรอกนะ” คีลพูด 


    “แต่ถ้าโลกยังเหลือหลังจากนี้ ค่อยมาจ่ายหนี้”


    แจ็กซ์พยักหน้า


    “ถ้าฉันยังมีโลกให้กลับมา”


    คีลเคาะประแจกับแผ่นเหล็กข้างตัวสามครั้ง


    ก๊อก


    ก๊อก


    ก๊อก


    “คนใต้เมืองจะจำว่าราชาหนูกลับมาแล้ว”


    แจ็กซ์ทำหน้าเหมือนไม่แน่ใจว่านั่นเป็นข่าวดีหรือคำขู่


    คีลถอยออกจากรถก่อนแจ็กซ์จะปิดประตู


    “ฉันไม่ไปเหนือกับนาย”


    แจ็กซ์เงยหน้ามองทันที


    “ดีเลย ฉันก็ไม่อยากอธิบายอดีตทั้งหมดระหว่างทาง”


    คีลหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนโยนซองกระสุนเก่าเข้ามาในรถ


    แจ็กซ์รับไว้ทันโดยอัตโนมัติ


    “นายยังยิงต่ำเหมือนเดิม ราชาหนู”


    แจ็กซ์มองซองกระสุนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง


    เหมือนมีคำพูดอีกมากที่ติดอยู่ในคอทั้งคู่


    แต่ไม่มีใครพูดออกมา


    สุดท้ายคีลแค่ยกมือเคาะข้างรถสามครั้ง


    ก๊อก


    ก๊อก


    ก๊อก


    “ถ้ายังไม่ตาย กลับมาจ่ายหนี้ด้วย”


    ซอเรนยืนอยู่ข้างคีล แขนซ้ายแนบลำตัว สีหน้าเริ่มซีดจากพิษและความเจ็บ แต่ดวงตายังนิ่งเหมือนเดิม


    “คุณควรไปกับเรา” แจ็กซ์พูด


    ซอเรนส่ายหน้า


    “ปั๊มน้ำเพิ่งกลับมาหายใจได้ ถ้าไม่มีคนคอยฟัง มันจะตายอีก”


    “แขนคุณโดนพิษ”


    “ใช่ เพราะงั้นฉันต้องรีบกลับไปก่อนมันแย่กว่านี้”


    แจ็กซ์เหมือนอยากเถียง แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ


    มิเลียก้าวเข้ามาใกล้


    “อย่างน้อยต้องมียากดพิษหรือสารยับยั้งชนิดทหาร” เธอพูด “ถ้าได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน แผลอาจหยุดลาม”


    คีลหัวเราะสั้น ๆ แบบไม่มีความสุข


    “นครเบื้องล่างมีน้ำกับอากาศยังต้องแย่งกัน ยาแบบนั้นไม่มีเหลือหรอก”


    แจ็กซ์หันไปมองถนนด้านเหนือทันที


    ไม่ใช่มองเมือง


    แต่มองเหมือนในหัวเขาเริ่มเปิดแผนที่อีกแบบหนึ่ง แผนที่ของคลังยา ฐานเก่า รถพยาบาลร้าง และทุกที่ที่อาจมีของพอจะซ่อมแขนคนได้ก่อนพิษกินถึงหัวใจ


    ซอเรนเห็น


    เขาก้าวเข้ามาใกล้หน้าต่างคนขับ ใช้มือขวาเคาะกรอบประตูเบา ๆ สองครั้ง


    “ขับให้ไกลจากเมืองก่อนฟ้ามืด อย่าหยุดซ่อมทุกอย่างระหว่างทาง บางอย่างปล่อยให้พังไปก่อน แล้วกลับมาซ่อมทีหลัง”


    แจ็กซ์มองเขา


    “ถ้าคุณยังอยู่ให้กลับมา”


    ซอเรนยิ้มจางมาก


    “ฉันเพิ่งพิสูจน์ไปแล้วว่าข่าวลือเรื่องตายของฉันเชื่อไม่ได้”


    แล้วเขาก็หันหลัง เดินกลับลงสู่นครเน็กซัสด้านล่างพร้อมคีลและคนของตัวเอง ร่างค่อย ๆ ถูกกลืนหายไปในความมืดของอุโมงค์ใต้เมือง


    รถลำเลียงค่อย ๆ เคลื่อนออกจากปากทางใต้เมือง ขึ้นสู่ถนนร้างที่ปกคลุมด้วยหิมะเถ้า ล้อบดผ่านเศษกระจกและคราบน้ำแข็งบาง ๆ เสียงแตกกรอบดังใต้รถเหมือนกระดูกเล็ก ๆ หักทีละชิ้น


    คาเอลนั่งท้ายรถ มองนครเน็กซัสค่อย ๆ ถอยห่าง


    เมืองที่เคยกลืนคนไว้ด้านบนและด้านล่าง


    เมืองที่ซ่อนกุญแจของพ่อแม่เขา


    เมืองที่กำลังตาย แต่ยังส่งเสียงเคาะตามท่อเหมือนหัวใจของคนถูกลืมที่ไม่ยอมดับ


    มิเลียนั่งข้างเขา


    ระหว่างทั้งคู่มีช่องว่างเล็ก ๆ


    แต่เมื่อรถตกหลุม เธอเอื้อมมือมาจับขอบแขนเสื้อเขาไว้เพื่อทรงตัว


    และไม่ได้ปล่อยทันที


    คาเอลมองมือนั้น


    แล้วมองถนนทางเหนือ


    ลมหนาวพัดเข้ามาทางประตูท้ายรถที่ปิดไม่สนิท หอบเอากลิ่นควันและหิมะเข้ามาเต็มปอด


    เสียงผู้หญิงในหัวเงียบไปนานแล้ว


    แต่คราวนี้คาเอลไม่แน่ใจว่าเธอหายไป


    หรือแค่รอให้ถนนสอนเขาแทน


    รถแล่นผ่านป้ายเมืองที่เอียงจนเกือบล้ม


    ตัวอักษรบนป้ายอ่านได้เพียงครึ่งเดียว


    นครเน็กซัส


    ขอบฟ้าด้านเหนือถูกกลืนด้วยหมอกเทา


    ไม่มีใครพูดว่าเส้นทางนี้จะพาพวกเขารอด


    ไม่มีใครสัญญาว่าบ้านของโวร่าจะยังอยู่


    ไม่มีใครรู้ว่าฝูงจะตามมาทันเมื่อไร


    แต่รถยังเคลื่อน


    และในโลกที่หยุดเชื่อในความปลอดภัยไปแล้ว การเคลื่อนต่อก็เป็นคำตอบเดียวที่พวกเขายังมี


    คาเอลหลับตาลงเพียงครู่หนึ่ง


    เสียงฝนจำลองในล็อบบี้เสมือนวาบกลับมาอีกครั้ง


    เสียงผู้เล่นหญิงคนหนึ่งที่อาจเป็นมิเลีย


    อย่าทิ้งคนท้ายแถวไว้ข้างหลัง


    เขาลืมตา


    มองคนในรถทีละคน


    มิเลีย


    แจ็กซ์


    โวร่า


    นิกซ์


    คนที่ยังอยู่ข้างเขา


    คนที่เขาห้ามแปลงเป็นตัวเลข


    เขากระซิบกับตัวเองเบามากจนแทบไม่มีใครได้ยิน


    “ฉันจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”


    ลมหนาวกลืนประโยคนั้นไปทันที


    แต่คราวนี้ คาเอลได้ยินมันชัดพอแล้ว


    คล้ายกับเรื่องStarcraft : The Last Commander ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247