14-คนไหนหลานเขยยายหวัน
ยายหวันจับสังเกตหลานสาว สาวิตรีก็เช่นกัน แต่ไม่นั่งจ้องกดดันเหมือนคนเป็แม่
“ยายมองอะไรขนาดนั้นจ๊ะ ลิ้นจี่สวยขึ้นขนาดนั้นเลยเหรอ” ลลิตายิ้มขันติดตลก
“เอ็งมีอะไรจะพูดให้ยายกับแม่ฟังมั้ยยัยหนู”
“ลิ้นจี่อยากกินแกงส้มจ่ะยาย เห้อ ทำไมวันนี้อากาศร้อนจัง ขอเอาของไปเก็บ อาบน้ำก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวมากินข้าวด้วย ฟอดดด” ลลิตาเปลี่ยนเื่หลบไปตั้งตัวอย่างรวดเร็ว ยายหวันเห็นอาการแปลกไปของหลานสาว หญิงชรายิ่งมั่นใจว่าหนึ่งในสองหนุ่มนั่นมีว่าที่หลานเขยของแกอย่างแน่นอน
“คนไหนหลานเขยของยายหวันล่ะ ลิ้นจี่เอ้ย” ขณะทำอาหารยายหวันพูดขึ้นลอยๆ ทีเล่นทีจริง
“แค่กๆๆ โถ่วยาย ถามอะไรเนี่ย” ลลิตากำลังดื่มน้ำถึงกับสำลักน้ำหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะสำลักหรือเขินอายกันแน่
“พ่อหนุ่มรองประธาน หรือพ่อหนุ่มพนักงานหน้าขาวนั่นกันแน่” ยายหวันยังปล่อยหมัดต่อเนื่องโดยไม่สนใจท่าทีอึกอักของหลานสาว
“ยังไงล่ะลิ้นจี่ ที่ยายเขาพูดจริงมั้ย หนูกำลังชอบใครหรือเปล่า ใช่คุณรังสรรค์มั้ย” สาวิตรีพูดเสียงเนิบนาบแบบไม่เร่งรัดเอาคำตอบ คนเป็แม่ััได้ถึงท่าทีของลูกสาวที่มีต่อเ้านายหนุ่ม ยิ่งอดห่วงไม่ได้ หากเป็คนที่คบง่าย ฐานะทัดเทียมกันคงไม่ต้องห่วงขนาดนี้ ยิ่งท่าทีของผู้ชายคนนั้น ซับซ้อนมองยากจริงๆ เขาเป็เ้านายที่ดี เขาทำดีแบบนี้กับพนักงานทุกคนหรือเปล่าล่ะ เื่นี้เธอก็สุดจะรู้
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละยาย แม่ก็เหมือนกัน คุณรังสรรค์เขาเป็เ้านายที่ดีจ่ะ จะเป็ไปได้ยังไง แม่กับยายมโนไปใหญ่แล้ว” ลลิตาปฏิเสธอย่างอ่อนใจกับแม่และยาย ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่แววตาก็เศร้าลงเล็กน้อย
สาวิตรีดูท่าลูกสาวคงมีความรักเข้าแล้ว สองหนุ่มนั่นเป็ทายาทนักธุรกิจแนวหน้าของประเทศเชียวนะ มีเงินทองมากมาย การศึกษาดี อยู่กันคนละสังคมกับพวกเธอ ชีวิตที่เหมือนเส้นขนานกัน นี่คือความจริง ไม่มีทางมากันได้เลย
เื่พวกนี้ไม่จำเป็ต้องพูด ลลิตารู้ดีอยู่แล้ว สาวิตรีเลี้ยงของเธอมาั้แ่เกิด จะไม่รู้ความคิดที่เก็บซ่อนของลูกสาวได้อย่างไร แต่ก็ยอมถอยเื่นี้ไป แม้อดเป็ห่วงลลิตาไม่ได้ อยากให้เธอมีคนคอยดูแลกันและกันบ้าง หญิงสาวนั้นต้องอยู่ไกลหูไกลตา เด็กคนนี้ทำให้คนวางใจไม่ลงจริงๆ
สาวิตรีกับยายหวันงดเปิดร้านในตอนเย็น อยากมีเวลาอยู่กับลลิตาให้มากขึ้น เพราะเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันนั้นมีน้อย หลังแม่กับยายทำกับข้าวสุดฝีมือเพื่อสาวน้อยของพวกเธอ แต่ไม่วายให้หลานสาวโทรชวนเ้านายมาทานข้าวด้วยกัน
“โทรชวนเ้านายยัยหนูมากินข้าวด้วยกันสิ ฝีมือทำกับข้าวยายหวันในรัศมีสิบเมตรร้อยเมตร ทั้งปากน้ำโพก็ไม่มีใครเทียบได้แล้วนะ”
“จ้า ยายหวันน่ะเสน่ห์ปลายจวักคนรักคนหลงกันทั้งเมืองสี่แควไปเลย คิคิ” สองยายหลานพูดกระเซ้ากัน สาวิตรีก็ขำไปกับทั้งสองคนด้วย ตอนนั้นเองที่ลักษณ์ขับรถมาถึงหน้าบ้าน ลลิตาก็ออกมาเปิดประตูรั้วเชื้อเชิญชายหนุ่มเข้าบ้าน ให้เปรียบแบบสุภาพหน่อยคาดว่าจะเป็คนที่มีอายุยืนยาวจริงๆ ลลิตาคิดในใจ
“คุณลักษณ์ มาได้ยังไงคะ มีธุระอะไรหรือเปล่า ยายกำลังบอกให้พี่โทรชวนพวกคุณมาทานข้าวที่บ้านด้วยกันพอดีเลยค่ะ” สรรพนามที่หญิงสาวรุ่นพี่ใช้เรียกขานเขานั้นเปลี่ยนไปหลังรู้ว่าเขาคือน้องชายเ้านายของเธอ ลักษณ์ยิ้มอย่างทำตัวไม่ถูก
“พี่ลิ้นจี่เคยเรียกผมนายลักษณ์ ก็เรียกแบบเดิมเถอะครับ ถูกเรียกคุณลักษณ์มันเขินแปลกๆ ไม่ชินเลยครับพี่” เห็นท่าทีของลักษณ์เป็อย่างที่พูดจริง ลลิตาก็พยักหน้ารับรู้ ต่อไปเธอจะเรียกเขาเหมือนเดิมแล้วกัน
“แต่เื่ทานข้าวด้วย น่าจะไม่ใช่วันนี้แล้วครับ นี่อาม่าก็ให้ผมบึ่งรถมารับพี่ไปทานข้าวด้วยกันสดๆ ร้อนๆ เมื่อกี้เลย”
“อ้าว ทำไมไม่โทรเข้ามาก่อน แต่นายคงต้องกลับไปคนเดียวแล้วล่ะ แม่กับยายก็ทำอาหารเยอะแยะเหมือนกัน ฝากขอโทษท่านด้วย เอางี้ เดี๋ยวพี่เข้าไปตักแกงที่ทำเสร็จฝากไปเพิ่มบนโต๊ะอาหารบ้านท่านด้วย นายรอแป๊บ” ลลิตาไม่รอคำตอบรับจากลักษณ์ก็วิ่งเข้าบ้านไป ไม่นานก็ออกมาพร้อมปิ่นโตเถาใหญ่ มอบให้ชายหนุ่มเอากลับไปเป็ตัวแทนเธอ เขารับมาแต่โดยดีแล้วรีบกลับไปทานข้าวกับผู้สูงวัยที่รออยู่
“เสียดายแม่หนูนั่นมาไม่ได้ ว่าจะเลี้ยงข้าวสักหน่อย อุตส่าห์เป็คนบ้านเดียวกันที่ได้ไปทำงานกับหลานๆ ม่าแล้วแท้ๆ นึกว่าจะมีหูมีตาเพิ่มซะอีก เห้อออ” ย่าอรอนงค์บ่นพึมพำกับตัวเอง เมื่อตักกับข้าวที่ลักษณ์นำมาเข้าปาก
“หืม อารงค์ชิมแกงส้มดู นี่มันกับข้าวฝีมือยายหวันนี่ ฉันจำได้” ย่าอรอนงค์ชี้ชวนสามีให้เป็พยานว่าจำไม่ผิดแน่
“อืมๆ ฝีมือยายหวันจริงๆ ฝีมือดีั้แ่สาวๆ ยันแก่” ปู่วรงค์พยักหน้ายืนยัน ทั้งแกงสายบัวปลาทู แกงส้มดอกแค ย่าอรอนงค์ถึงบางอ้อแล้ว เลขาของหลานชายคนโตก็คือหลานยายหวัน แม่ค้าขายข้าวแกงรสมือดี ลูกค้าเหนียวแน่นที่เปิดร้านใกล้ตลาดใหญ่ของตนนั่นเอง
“เ้าลักษณ์ คิดว่าหนูลิ้นจี่เป็ไง ย่าเห็นั้แ่สมัยเขาเรียนมอปลาย พอเขาไปเรียนกรุงเทพก็ไม่ได้เจอหลายปีแล้ว ตอนนั้นขยันขันแข็ง เป็แม่ค้าหน้าหวานประจำตลาดปากน้ำโพเชียวนะ ร้านข้าวแกงนอกจากอร่อยแล้ว คนแวะเวียนไปซื้อหลายคนก็ไปเพราะอยากเห็นหน้าแม่ค้าด้วยทั้งนั้นแหละ” ย่าอรอนงค์พูดไปเรื่อย คิดถึงความทรงจำของตนที่เห็นลลิตาเมื่อหลายปีที่แล้ว
“ดีครับ พี่ลิ้นจี่เรียนดีได้รับทุนจากบริษัทเราที่สนับสนุนนักศึกษาทุกปีด้วยนะครับ ตอนทำงานก็เก่ง ผมไม่เข้าใจอะไรเธอก็สอนให้ ตอบผมได้หมด นิสัยก็ดีครับ เปิดเผยตรงไปตรงมา ถึงบางครั้งออกจะดูซื่อเกินไปหน่อย” ลักษณ์ตอบผู้เป็ย่ายิ้มๆ ตามความคิดตนเอง
“ดีแล้วๆ พรุ่งนี้ยังอยู่ถึงเย็นนี่ ชวนหนูลิ้นจี่ไปเที่ยวสิ เขาเป็คนในพื้นที่ เที่ยวแค่รอบๆ เมืองแค่นี้ ไม่กี่ชั่วโมงก็ทั่วแล้ว” พอดีวันจันทร์ยังเป็วันหยุดนักขัตฤกษ์ทำให้คนมีเยี่ยมเยือนอยู่ได้อีกวัน คนแก่ก็มีความคิดเด็กๆ เหมือนกัน ในเมื่อโลกกลม วนเวียนมาเจอคนกันเองแบบนี้ หลานชายคนโตยืนยันว่ามีคนในใจแล้ว ย่าอรอนงค์จึงคิดจับคู่ให้หลานชายคนเล็กแทน คะยั้นคะยอให้ลักษณ์ไปชวนลลิตาเที่ยวก่อนกลับกรุงเทพ
“ไม่ดีมั้งครับยาย ให้เขาได้พักผ่อน อยู่กับครอบครัวนานๆ ดีกว่า นานทีจะเจอหน้ากัน”
“พักผ่อนอะไรกัน ได้พักทั้งทีก็ต้องออกไปเที่ยวบ้าง นี่สิถึงจะเป็การพักผ่อนจริงๆ ไปเถอะนะตาลักษณ์”
“อาม่าครับ แต่ว่า”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น แม่หนูนั่นม่าไฟเขียว จะคุยกับยายหวันแม่สาวิตรีให้เอง” ย่าอรอนงค์จัดแจงอย่างไม่ยอมให้ใครขัดใจ ท้ายประโยคยังกดเสียงเบาพูดกับหลานคนเล็ก รังสรรค์ที่นั่งฟังสองย่าหลานคุยกันถึงกับคิ้วกระตุก ย่าทำแบบนี้ถามฝ่ายหญิงเขาหรือยัง อีกอย่างคือลักษณ์เป็ถึงลูกชายนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศ จะคบใครก็ต้องดูเื่ฐานะ ความเหมาะสมด้วย ทึกทักเอาเองมั่วไปหมด นี่สินะคนแก่ รังสรรค์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
สุดท้ายแล้วลักษณ์ก็ต้องไปชวนลลิตาให้นำเที่ยวรอบๆ เมืองปากน้ำโพ ความจริงการเที่ยวที่มีเ้าถิ่นคอยแนะนำก็ดีเหมือนกัน
“พี่ลิ้นจี่แต่งตัวแปลกตาจังครับวันนี้ พร้อมเป็ไกด์ให้ผมแล้วยังครับ”
“แปลกนี่ดีหรือไม่ดีคะ พี่พร้อมอยู่แล้วเดี๋ยวจะเป็จีพีเอสเฉพาะกิจให้เอง” ลักษณ์ยิ้มสดใสเหมือนทุกครั้งที่เจอ บางทีหมอนี่ก็ไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้น ลลิตาคิดในใจ
“อะแฮ่ม จะไปกันได้แล้วยัง รีบไปรีบกลับเถอะ อากาศร้อนจริงๆ” แต่ดันมีคนขัดบรรยากาศวันเที่ยวพักผ่อน ลักษณ์มีคนตัวโตเดินตามติดเป็เงาตอนจะออกจากบ้านอากงอาม่าแล้ว รังสรรค์ตีหน้ามึน ให้เหตุผลว่าเขาก็อยากเที่ยวเหมือนกัน อยากมาเที่ยวอะไร บ่นั้แ่ยังไม่ได้ไปไหนเลย น้องชายถอนหายใจแล้วมองบนอย่างเอือมระอา แล้วไปนั่งประจำที่คนขับ
ทั้งสามคนไปเที่ยวด้วยกันโดยมีไกด์เฉพาะกิจอย่างลลิตาคอยแนะนำ ลลิตาไปเปิดร้านข้าวแกงช่วยแม่กับยายเสร็จแต่เช้าแล้ว พวกเขาเริ่มเที่ยว่สายๆ ที่บึงบอระเพ็ด และเดินชมวิวอุโมงค์ปลาน้ำจืดเป็ที่แรก
__________
เอ่า แล้วจะไปเป็ กขค เค้าทำไมคุณตั้ง หนุ่มๆ สาวๆ เขาจะจีบกันค่ะ ฉันล่ะเหนื่อยแทนตาลักษณ์ โดนสกัดดาวรุ่งั้แ่ยังไม่ได้เริ่มจีบซะแล้วมั้ง...