“ ไม่เอาน่า ไม่มีอะไรหรอก ไปเข้าเรียนกัน” หยางเทียนเข้ามากอดไหล่หมิงเจี้ยนให้ใจเย็นๆ
ในขณะที่กำลังเรียนอยู่นั้น หมิงเจี้ยนก็ไม่เป็นอันเรียน เพราะ ชมรมมวยไทยได้มานั่งเฝ้า หน้าห้องกว่าสิบคน แต่ละคน สวมชุดนักมวยไทย เตรียมพร้อมปะทะกับ หมิงเจี้ยน อาจารย์ที่สอนเห็นว่าจะมีเรื่องกันเลยเอ่ยว่า
“ วันนี้อาจารย์ไม่ค่อยสบาย ขอสอนเท่านี้นะ” อาจารย์เปิดแน่บกลับไปแล้ว เพื่อนๆ โดยรอบเห็นบรรยากาศน่ากลัว ก็ค่อยๆเดินออกไปซุ่มดูตามห้องต่างๆ แนวบันไดห้อง
“ ตายแล้วหยางเทียน ทำยังไงดี ห้องนี้อยู่ชั้นสี่ พวกเรากระโดดหนีไม่ได้ด้วย”
“ ไปกลัวพวกมันทำไม นายเป็นถึงลูกพี่นะ ไม่ต้องห่วง พูดตามที่ฉันบอกก็แล้วกัน” หยางเทียนกระซิบข้างหูของ หมิงเจี้ยน ที่ทำหน้าแตกตื่น
“ เอาอย่างนั้นเลยเร๊อะ?” หยางเทียนพยักหน้า
พอหมิงเจี้ยนเดินผ่านประตูไป ก็พบกับ พวกชมรมมวยไทยยืนรอกว่าสิบคน แต่ละคนหน้าตาถมึงทึง เตรียมเข้ามารุมยำ หมิงเจี้ยน แต่ว่า หมิงเจี้ยนยกมือห้ามแล้วตะโกนออกไปว่า
“ พวกนายก็แค่ลูกกระจ๊อก ไม่ใช้ระดับแชมป์ ฉันไม่อยากรังแก พวกนาย หากอยากสู้ก็ผ่านลูกน้องของฉันไปก่อน หยางเทียนออกมา”
หยางเทียนเดินออกมา แล้วมองไปที่ นักมวยไทยสิบกว่าคน ที่มองมาหมายจะเหยียบหยางเทียนให้จมธรณีไปเลย
“ อัดแม่งเลย” ไม่รู้ใครเอ่ยก่อน แต่ว่า คนที่อยู่ด้านหน้าเปิดก่อนเลย ไม่ว่าจะบาทาลูกพลับ มอญยันหลัก หักงวงไอยรา ชวาซัดหอก ยกเขาพระสุเมร ออกอาวุธมาพร้อมๆ กันหมด หยางเทียนกระโดดหมุนตัวฟาดหาง ซุปเปอร์สวิงแบคคิก สามชั้น ฟาดใส่ นักมวยด่านหน้า 8 คน ล้วนกระเด็นกระดอน กลิ้งสลบไปกับพื้นทั้งหมด ที่เหลือไม่ถึงสิบคน เบรคดัง เอี๊ยด ! ไม่คิดว่าท่าเตะหมุนสามรอบ จะร้ายกาจเช่นนี้
“ ว่าไง จะเข้ามาไหม ถ้าไม่เข้า ฉันเข้าเองนะ” หยางเทียนไม่รอให้ทั้งหมดถอยหนีพุ่งเข้าโจมตีก่อน ด้วยฝ่ามือไทเก๊กที่ใช้แนวทางธรรมชาติ ที่เน้นโจมตีรวดเร็วดุจสายน้ำตก หาใช่ไท่เก๊กแบบเดิมๆ ไม่ ฝ่ามือที่ปล่อยออกไปล้วนเข้าที่จุดอ่อนไหว แทบทั้งสิ้น แม้มวยไทยจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังเชื่องช้า กว่าหยางเทียนหลายเท่า จึงถูกฝ่ามือกระแทกลงไปนอนนับดาว ภายในพริบตา
“ ฉันเตือนแล้ว ว่าอย่ามายุ่งกับลูกพี่ของฉัน นำกระเป๋าเงินของพวกแกออกมาให้หมด” หยางเทียนได้กระเป๋าเงินแค่สามใบเท่านั้น เพราะพวกมันแต่งชุดมวยไทยไม่ใส่เสื้อ เลยไม่ได้นำกระเป่าเงินมา
“ ส่งตัวแทนไป ที่ล็อคเกอร์ หากใครไม่นำเงินมาไถ่ตัว คนละ 2,000 เหรียญอย่างหวังจะได้ออกไปจากที่นี่เลย”
ในไม่ช้า ทุกคนก็นำเงินมาจ่ายอย่างครบถ้วน
“ จำเอาไว้ ลูกพี่หมิงเจี้ยนได้มีเมตตาต่อทุกคนจึงคิดค่าคุ้มครองแค่ 2 พันเหรียญ หากกล้าหือ อีก ต่อไปจะเรียกเพิ่มเป็นสองเท่า จำเอาไว้”
หยางเทียนนำเงินมาให้ หมิงเจี้ยน ที่หัวเราะเหมือนจะสาแก่ใจเล็กน้อย
“ ฉันคือ หมิงเจี้ยนคนใหม่แล้วเว้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หมิงเจี้ยนเริ่มปรับตัวกับการเป็นลูกพี่ใหญ่ในมหาลัยบ้างแล้ว
พอเดินลงไปชั้นล่าง ก็พบกับ พลอยใส กับแพรวา มารอเพื่อชวนไปกินข้าวเที่ยงพร้อมกัน หมิงเจี้ยนที่เคยเดินขาลีบ บัดนี้เดินขากาง อย่างมั่นใจแล้ว
ตอนเดินเข้ามาในโรงอาหารที่มีคนแน่นมาก พอ ทุกคนเห็น หมิงเจี้ยนเดินเข้ามา แต่ละคนก็ไม่กล้าสบตากลับ หมิงเจี้ยนอีก ยิ่งหมิงเจี้ยนเดินไปทางใด ทุกคนก็ต่างหลบตา จนมายืนอยู่ที่นั่งของ สี่คนที่เป็นคนของแก๊งหลงชิง ซึ่งทั้งหมด ก็ลุกจากที่นั่งทันที ไม่กล้าปะทะด้วย
“ ทำอย่างนี้ จะดีรึ?” หมิงเจี้ยนเอ่ยกับหยางเทียน
“ ดีซิ ต่อไป จะไม่มีใครกล้าหือ กับลูกพี่ไง”
“ ลูกพี่หมิงเจี้ยนทานอะไรดี ขอรับ” เด็กเสิร์ฟ ปราดเข้ามาต้อนรับเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน
“ เอาเหมือนเดิม ขาหมูรมควัน เป็ดปักกิ่ง ปลาเก๋าทอดสามรส เป๋าฮื้อน้ำแดง ลาบหมูสับสุกๆ กุ้งแช่น้ำปลา น้ำพริกปลาทู ข้าวผัดทะเล เอ่อ คุณพลอยใส กับ คุณแพรวา ต้องการอะไรก็สั่งได้เลยครับ”
“ ไม่ละค่ะ แค่นี้ก็เต็มโต๊ะแล้วนะคะ”
หยางเทียนสังเกตว่า พลอยใสคล้ายมีเรื่อง อยากให้ช่วย เลยถามว่า
“ คุณพลอยใสมีเรื่องอะไรให้ลูกพี่ช่วย ก็บอกมาเลยครับ ลูกพี่เขารอฟังอยู่ครับ”
“ ลูกพี่หมิงเจี้ยน รู้ด้วยหรือคะ”
“ หึ หึ ว่ามาเถอะครับ” หมิงเจี้ยนค้อนหยางเทียนไปทีหนึ่ง เรื่องแบบนี้เขาจะไปรู้ก่อนล่วงหน้าได้อย่างไรกันเล่า
“ พอดีอยากฝากลูกพี่เรื่องที่คุยตอนเช้า เรื่องน้องชายอะค่ะ พอดีเขาอยู่ชมรมฟุตบอล ทุกครั้งที่พวกเขาซ้อมกัน น้องชายของฉันจะต้องเจ็บตัวทุกที ฉันเป็นห่วงไม่อยากให้เขาต้องทรมานแบบนี้”
“ ในเมื่อถูกรังแก ขนาดนี้ทำไมไม่ลาออกเสียเลยล่ะ” หมิงเจี้ยนถามด้วยความสงสัย
“ พ่อของฉัน เป็นนักฟุตบอลเก่า แต่ตอนนี้ท่านอายุมากแล้ว น้องชายรักฟุตบอลเหมือนกับพ่อ เลยอยากเป็นนักฟุตบอล แต่ว่า กลับถูกกลั่นแกล้งเช่นนี้ เฮ้อ..”
“ ไม่ต้องห่วง พวกเขาจะลงซ้อมกันอีกเมื่อไร ลูกพี่หมิงเจี้ยน จะไปเคลียร์ให้ ไม่ต้องกังวัล”
หมิงเจี้ยนแทบสำลักน้ำที่กำลังดื่ม หันมามองหน้าหยางเทียนเขม็ง
“ ขอบคุณ ลูกพี่หมิงเจี้ยนมากค่ะ”
“ เรียกพี่เจี้ยนก็ได้”
“ ได้คะ พี่เจี้ยน”
หยางเทียนอยู่ที่ มหาลัยไปอีกสามวันต่าง มีคนมาหาเรื่อง ทุกครั้งก็ถูกหยางเทียนยึดกระเป๋าเงินไปจนหมด วันนี้เป็นวันซ้อมของชมรมฟุตบอล น้องของพลอยใส ชื่อว่า เพชรแท้ ไม่ได้ซ้อมฟุตบอลกับเขา ถูกโค้ช สั่งให้เก็บแต่ฟุตบอล และ เช็ดฟุตบอลอยู่ตลอดเวลา
“ เราจะไปบอกพวกเขาอย่างไร ให้ดูแลเพชรแท้ให้ดีกว่านี้ ดูพวกมันแต่ละคนซิ ทั้งหยิ่ง ทั้งอีโก้ สูงจะตาย ไม่รู้ว่า พวกนักกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างนี้หมดหรือเปล่านะ”
“ ลูกพี่ก็เดินไปกลางสนาม แล้วเรียก พวกเขาออกมาบอกว่า เพชรแท้คือเด็กของลูกพี่ ใครรังแกเขาก็เหมือนรังแกลูกพี่ด้วย”
“ นายก็พูดง่าย ดูพวกมันซิ ตัวใหญ่ยังกับยักษ์ แต่ละคนต่างมีการ์ดส่วนตัว ยืนเฝ้ารอบสนามเห็นไหม ไม่ใช่พวกมวยไทยพวกนั้น ที่มีแต่เฉพาะนักศึกษา พวกมันเป็นเล่นทีมสโมสรหลายคน บางคนติดทีมชาติเลยก็มี พ่อแม่ก็รวย พวกมันจึงจ้างบอดี้การ์ด มาเฝ้าแบบนี้ได้”
หยางเทียนมองเห็น เพชรแท้ ถูกเรียกให้ไปเปลี่ยนชุด มาเฝ้ารักษาประตู หยางเทียนก็เริ่มสงสัย พวกมันเหมือนจะได้ยินที่พูด เลยให้ เพชรแท้ มาร่วมฝึกซ้อมด้วยกัน เพชรแท้เองก็ดีใจ เขาเป็นนักฟุตบอลตัวปีก แต่ให้ลองมาเป็นผู้รักษาประตู ก็ยอม แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ผู้รักษาประตูก็มี ทำไมให้เขามาเฝ้าเสาแบบนี้
และแล้ว พวกนักฟุตบอล ก็นำลูกฟุตบอล ออกมาตั้งเรียงกันหน้ากระดาน แล้วต่างคนก็ต่างเตะฟุตบอล แถวแนวเส้นจุดโทษ ระดมเตะอัดเข้าใส่เพชรแท้ ไปพร้อมกัน ฟุตบอลพุ่งเข้าหน้า ลำตัว หัว จน เพชรแท้หงายท้องหงายหลังลงไปกับพื้น
พวกมันก็ไม่หยุด นำลูกฟุตบอล ออกมาตั้งเตะใส่ เพชรแท้ที่ล้มไปนอนกลมที่พื้น ส่งเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
พลอยใสกับแพรวา มองเห็นน้องเจ็บตัวอีกแล้ว ก็น้ำตาไหลพรากออกมา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้เด็กใหม่ นี่แกคิดจะเป็นนักฟุตบอลแบบพ่อแกหรือไง ฝันไปเถอะเว้ย พวกฉันทีมเดอะสตาร์ ไม่ต้อนรับ ลูกชายของนักเตะทีม เดอะคิงส์ จำเอาไว้”
ทั้งหมดเตะลูกบอลเข้าใส่ไม่หยุด จนกระทั่งมี มือมาจับลูกฟุตบอลเอาไว้ ก่อนที่จะพุ่งเข้าหัวของเพชรแท้ ทุกคนหยุดนิ่งมองหยางเทียน อย่างสงสัย
“ เฮ้ย แกเป็นใครวะ มายุ่งอะไรเกี่ยวอะไรด้วย”
“ พวกแกจำใส่หัวเอาไว้ทุกๆ คน เพชรจ้า เป็นเด็กของลูกพี่หมิงเจี้ยน หากทำเขาเจ็บ ลูกพี่ของฉันจะให้คนทำนั้นเจ็บยิ่งกว่า”
“ ไอ้พวกบ้า ยิงอัดแม่งเลยเว้ย”
นักฟุตบอลทั้งหลาย ทำตามคำสั่งหัวโจก ที่ใส่เสื้อ เบอร์สิบ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !!
หยางเทียน ก็หายอมไม่ เตะฟุตบอลเข้าอัดพวกมันบ้าง ลูกฟุตบอลของหยางเทียนพุ่งออกไปราว จรวด พุ่งเข้าใส่ท้องของพวกมันแต่ละคน กระเด็นถอยหลังไปนั่งคุกเข่าจุกไปทุกๆ คน
หยางเทียนเห็นว่ายังไม่สาสม จึงใช้พลังเท้าช้างเตะลูกฟุตบอลใส่ที่ใบหน้าของพวกมันอีกครั้ง จนล้มกลิ้งกระเด็นหงาย ใบหน้าเป็นรอยลูกฟุตบอลครบทุกคน โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวโจก หยางเทียนบรรจงเตะอัดใบหน้าของมัน ไปสองลูก ใบหน้าแดงฉาน มีเลือดออกจมูกอีกด้วย
“ เฮ้ย แกเป็นใครวะ หยุดเดี๋ยวนี้นะเว้ย ” โค้ชที่ยืนดู เพชรแท้ ถูกกลั่นแกล้งกลับนิ่งเฉย แต่พอไอ้พวกนักฟุตบอลระดับชาติ ระดับสโมสรโดนบ้าง เข้ามาปกป้องทันที
หยางเทียนเลยเตะอัดมันไปหนึ่งลูก ร่างของโค้ช ลอยลิ่ว นอนคว่ำหน้าจุก จนหน้าแดงพูดอะไรไม่ออก
ทันใดนั้นเอง ก็มีบอดี้การ์ดเกือบสิบคน วิ่งเข้ามาในสนาม หยางเทียนเลยใช้พลังเท้าช้าง เตะฟุตบอลอัดใส่ท้องของพวกมันกระเด็นออกนอกสนาม แล้วไม่นานลูกที่สองก็มาเสยเข้าที่หน้า สิ้นสติไปในทันที
หยางเทียนเลี้ยงลูกเข้าไปใกล้ แล้วไล่เตะฟุตบอลอัดใส่ นักฟุตบอลจนล้มกลิ้งคะมำหงายไปตามๆ กัน
“ ยังมีใครกล้าหือกลับลูกพี่หมิงเจี้ยนของฉันอีกไหม”
ไม่มีใครตอบ หยางเทียนบรรจง เตะอัดใส่ ไอ้เบอร์สิบ ด้วยพลังเท้าช้าง ลูกฟุตบอลหมุนเป็นเกลียว พุ่งออกไป ใส่กลางลำตัว เสื้อผ้าของหัวโจกเบอร์สิบ ขาดกระจุย ร่างของมันเปลือยเปล่า ลอยขึ้นฟ้าไปเกือบสี่เมตร ล่วงตกลงพื้นดัง ตุบ
คราวนี้ไม่ต้องรอให้ถามซ้ำ นักฟุตบอลที่เหลือ ต่างเข้ามาเรียกหมิงเจี้ยนพร้อมๆกัน
“ พี่หมิงเจี้ยน”
หมิงเจี้ยนเดินออกมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
“ ฉันก็ไม่อยากทำเช่นนี้หรอกนะ แต่ว่า พวกนายนี่มันเหิมเกริมกันมากไป เพชรแท้เป็นเด็กของฉัน ทีหลังอย่างกลั่นแกล้งเขาอีกละกัน โค้ช เห็นด้วยหรือไม่”
โค้ช ที่จุกลุกไม่ขึ้น เห็นลูกเตะพลังช้างของหยางเทียนก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย
“ ขอบคุณพี่หมิงเจี้ยน” เพชรแท้ค่อยเดินมาคำนับเหมือนทุกคน พลอยใสมองหมิงเจี้ยนด้วยสายตาซาบซึ้งใจยิ่ง
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ทีมฟุตบอลก็ไม่มีใครกล้า กลั่นแกล้งเพชรแท้อีกเลย
ส่วนชมรมมวยไทย ทีแรกจะส่งหัวหน้าชมรมจะท้าสู้กับ หยางเทียน แต่พอมาเห็นหยางเทียนเตะฟุตบอลอัดใส่ ทีมนักฟุตบอล ก็ไม่กล้าโผล่หน้ามาให้เห็นอีกเช่นกัน คงเหลือเพียง แค่แก๊งหลงชิง ที่ไปบอกลูกพี่ของพวกมัน ซึ่งผ่านไปเจ็ดวัน
พวกแก๊งหลงชิงพาพวกมา ห้าสิบคน อาวุธมีด ไม้ และปืน มากันเต็มอัตราศึกรอที่หน้ามหาลัย เพื่อจัดการกับ หมิงเจี้ยน กับหยางเทียน รปภ. ของมหาลัยรีบปิดประตูมหาลัยทุกจุดทันที
“ หยางเทียน ทำไงดี พวกมันรออัดฉันอยู่หน้ามหาลัย ใครๆ ก็เห็น ฉันแจ้งตำรวจดีไหม”
“ จับไป เดี๋ยวก็ปล่อยพวกมันออกมา พวกนรกพวกนี้ มันยังไม่เจอคนจริง วันนี้ฉันจะจัดการกับพวกแม่งมันให้หลาบจำไปเลย จะได้ไม่ต้องไปซ่าส์ กับใครอีก”
“ เอางั้นเหรอ แล้วจัดการกับมันอย่างไง นายมีพรรคพวกที่ไหนหรือเปล่า”
“ ไม่มี ฉันคนเดียวนี่แหละ”
“ โอ้ บ้าไปแล้ว 1 ต่อร้อยคน นายจะบ้าเร๊อะ นายอยากตายนักหรือไง ไม่ได้ฉันต้องแจ้งตำรวจ ไม่งั้นฉันตายแน่ๆ”
“ พวกตำรวจคงมาหรอก พวกมันคงจ่ายเงินให้ตำรวจแล้ว ไม่งั้นจะกล้าขนคนพร้อมอาวุธมาแบบนี้ได้อย่างไร”
“ สวัสดีครับ แจ้งความหน่อยครับ มีนักเลงนับร้อยคน ถืออาวุธครบมือ พร้อมจะไขว้กับทุกคนที่มันเจอ หากไม่มา คงจะมีคนบาดเจ็บล้มตายแน่เลยนะครับ”
“ คุณชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน รู้ได้ยังไงว่าเขาถืออาวุธ เห็นหรือเปล่าว่าเขาทำร้ายใครหรือยัง คุณแน่ใจนะ ว่าเป็นเรื่องจริง หากไม่จริง คุณจะถูกดำเนินคดี ฐาน แจ้งความเท็จนะ”
“ เอ่อ เรื่องนี้ผมฝันไป ขอโทษด้วยครับ” หมิงเจี้ยนไม่กล้าโทรไปแจ้งความอีกเลย
“ ฉันโทรบอก พ่อให้ส่งคนของตระกูล หมิง มาช่วยฉันกับนายดีกว่า”
หมิงเจี้ยน โทรไปหาพ่อของเขา แต่ว่า หยางเทียนเดินไปทางออกมหาลัยแล้ว
หยางเทียนกระโดดข้ามรั้วมหาลัยไป พบไอ้สี่ตัว นั้น ยืนชี้หน้าหยางเทียน
“มันนี่แหละลูกพี่ ที่ทำร้ายฉันกับพวก”
“ แกมาแค่คนเดียว แล้วลูกพี่แกละ หายไปไหน” หัวหน้าแก๊งเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีพลังอำนาจ
“ แค่ฉันคนเดียวก็พอ ลูกพี่หมิงเจี้ยนหากลงมือ คงเลือดนองกว่าฉันแน่”
“ ฮึ่ม ปากดีนัก อัดมันแม่งเลย”
ลูกน้องเกือบร้อยคน ถือมีด ไม้เดินเข้าหาหยางเทียนทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! หยางเทียนคว้าปืนออกมาสองกระบอกยิงใส่ไปทันที ยี่สิบนัดจนหมดแม็ค แล้วรีโหลดกลับเข้าไปใหม่ แล้วไล่ยิง ที่ขา ของพวกมันอย่างต่อเนื่อง แก๊งหลงชิง ตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่า หยางเทียนจะมีปืน แล้วกล้ายิงใส่พวกเขา หยางเทียน ไล่ยิงพวกแก๊งหลงชิงจนกระเจิง หัวหน้าแก๊งสั่งให้ลูกน้องที่มีปืนกว่าสิบคน ให้ยิงสวนหยางเทียนไป แต่มีหรือหยางเทียนจะไม่รู้
หยางเทียนสาดกระสุนใส่พวกมันก่อนที่มันจะยิง เข้ากลางหน้าผาก นอนตายกันเกลื่อน คราวนี้มีคนตายแล้ว ลูกน้องที่เหลือ อยู่ไม่ได้ ต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดไปจนหมด เหลือเพียงหัวหน้าแก๊งค์กับ นักศึกษาสี่คน ที่ยังหมอบคลานอยู่
หยางเทียนเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หัวหน้าแก๊ง แล้วถีบหน้าหัวหน้าแก๊งไปนอนกับพื้น แล้วลั่นไกยิงใส่หน้าผากอย่างเผาขน หัวสมองกระจายตายไปต่อหน้า เด็กมหาลัยทั้งสี่คน ที่บัดนี้ฉี่ราดกลัวตาย คุกเข่ายกมืออ้อนวอนหยางเทียน
“ ยอมแล้ว ลูกช้างกลัวแล้ว ไม่กล้ากลับลูกพี่หมิงเจี้ยนอีกแล้ว” ทั้งสี่คนรีบแย่งกันพูด กลัวว่าหยางเทียนจะยิงใส่พวกมัน
“ กลับเข้าไปเรียนซะ ทีหลังอย่ายุ่งกับพวกแก๊งอีก”
ได้ยินเท่านี้พวกมันเหมือนหลุดจากขุมนรกรีบวิ่งกลับเข้ามหาลัยทันที
รถเก็บกวาดของ สำนักงานเมฆขาวเข้ามา อย่างรวดเร็ว แล้วรีบพาศพกว่าสิบคนขึ้นรถสีดำแล้วก็ล้างพื้นทั้งหมดไม่เกินห้านาที ทุกอย่างก็เป็นปกติ
ผู้คนที่ได้ยินเสียงปืนก็ต่างตกใจ ก็รีบหมอบไม่กล้าโผล่หน้าออกมาดู พอสิ้นเสียงปืนสักพัก ก็โผล่หน้าออกมาดู ล้วนไม่พบว่าอะไรผิดปกติ
หยางเทียนกลับเข้าไปในมหาลัย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ หยางเทียนเกิดอะไรขึ้น พวกมันหายไปไหนแล้ว”
“ ฉันบอกว่าฉันคือ ลูกน้องของ หมิงเจี้ยน พวกมันก็เลยวิ่งหนีป่าราบเลย”
“ จริงดิ?”
“ อืม” หยางเทียนไม่อยากพูดมากไปกว่านี้ เจ็บคอเปล่าๆ.....