ตอนที่ 3 ปั้นหน้ายิ้ม
JNC Hospital
ภริตาจอดรถที่หน้าโรงพยาบาล ร่างบางแทบจะวิ่งขึ้นไปที่ห้องประชุม เห็นคนไข้นั่งรอตรวจประปรายไม่มากนักเพราะเป็บ่ายวันศุกร์มักจะมีคนไข้น้อยจึงทำให้ใจที่ร้อนรุ่มลดลงมาบ้าง
“พี่วิ ! เป็ยังไงบ้างคะ” ภริตารีบถามเลขาอย่างเร็ว พร้อมเดินตรงไปยังห้องประชุมชั้น2
“ทุกคนยังรออยู่ค่ะ”วิรังรองตอบนายสาวด้วยสีหน้าเครียดๆ
“อืม...ฝากเอากาแฟ ของว่างมาเสริฟทุกคนภายใน 5นาที ให้ตามน้องๆ มาช่วยกันอ้อ...ฝากเอากระเป๋าผิงไปไว้ที่โต๊ะทำงานด้วยนะ ผิงจะเข้าไปห้องประชุม”หญิงสาวยื่นกระเป๋าถือยี่ห้อดังรุ่นล่าสุดส่งให้เลขาส่วนตัว
“ค่ะ คุณผิง”วิรังรองมองตามนายสาวด้วยความเป็ห่วง
ห้องประชุม JNC Hospital
ภริตาเปิดประตูเข้าไปที่ห้องประชุม ทีมแพทย์ในแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาลเกือบ 20 คน มีทั้งใส่ชุดลำลองสวมเสื้อกาวน์นั่งอยู่ที่เก้าอี้รอบ ๆห้อง
หญิงสาวเดินไปที่กลางห้องประชุม
“สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่มาช้า ผิงออกไปติดต่องานข้างนอกมาค่ะ”เสียงใสๆของหญิงสาวทำให้ทุกคนหยุดการสนทนาหันมาทางเธอ
“คุณภริตา ! เื่ที่เราเสนอขึ้นไป ทำไมเงียบหายแบบนี้ครับ” ผอ.โรงพยาบาลนายแพทย์จรัลเอ่ยขึ้นมาโดยไม่รอให้หญิงสาวได้ตั้งตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความมึนตึง
ภริตานั่งลงที่เก้าอี้หน้าห้องประชุม“ผิงว่าใจเย็นๆก่อนค่ะ พักดื่มชา กาแฟ กับอาหารว่างกันก่อนนะคะ”เธอเอ่ยเสียงนุ่ม ยิ้มบาง ๆ ให้กับทุกคน
วิรังรองพร้อมพนักงานสาว นำกาแฟอาหารว่างเข้ามาวางตรงหน้าของคุณหมออย่างนอบน้อมในเวลาไม่ถึง 3 นาที
“เราไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมาจิบชากาแฟหรอกนะ จะเอายังไงก็ว่ามา ! ”ผอ.โรงพยาบาลเอ่ยเสียงเข้ม สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสาว
“ผิงเองก็ไม่ได้ว่างนักหรอกค่ะ ั้แ่เช้า...ผิงยังไม่ได้ทานข้าวด้วยซ้ำ ประชุมบอร์ดตอนเช้าเสร็จ บ่ายก็ต้องมาประชุมกับทีมแพทย์ ขอผิงดื่มกาแฟสักแก้วได้ไหมคะ”เธอเอียงหน้ายิ้มหวานให้ผอ. ดวงตากลมโตก็มองไปยังหมอทั้งหลายด้วยสายตาปรอยๆ รอยยิ้มอ่อนของเธอทำให้บรรยากาศเริ่มดีขึ้น
“ก็ได้ๆ เชิญ ๆ ทุกคนดื่มชากาแฟก่อน”ผอ.หันไปบอกกับเพื่อน ๆ หมอด้วยกันอย่างเสียไม่ได้
เมื่อได้รับคาเฟอีนกับน้ำตาล ก็ทำให้ร่างกายตื่นตัว สดชื่น สมองโล่ง ทุกคนในห้องประชุมจึงคุยกันไป จิบกาแฟไป เสียงพูดคุยกันเบา ๆ บรรยากาศที่ตึงเครียดเริ่มผ่อนคลาย หญิงสาวรวบรวมสมาธิมาไว้กับตัวเองก่อนจะเริ่มการประชุม
"ทุกท่านคงจะดื่มชากาแฟเสร็จแล้วเรามาคุยกันต่อนะคะ”ใบหน้าสวยสง่างามสงบนิ่งพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าจนมองอารมณ์ไม่ออก ท่านั่งหลังตรง เสริมบุคลิกให้ดูน่าเกรงขามไปในตัว ทุกคนจึงเงียบเสียงหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้าห้องประชุม
ผอ.จรัลเอ่ยขึ้นคนแรก“เอ่อ...เื่แรก...สำหรับเื่เครื่องมือทางการแพทย์ คุณภริตาไม่มีความรู้เื่นี้ ควรจะปล่อยให้พวกเราที่เป็หมอประสานงานเองดีกว่า”เสียงของผอ.จรัลดูอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบตาคมกับหญิงสาวในระยะใกล้ ๆ
“ค่ะ...เื่ที่สอง...”ภริตาเอ่ยเสียงเรียบ
“เื่ที่สอง...การขึ้นค่าตอบแทนการตรวจรักษาให้กับหมอในโรงพยาบาล"สิ้นเสียงของผอ.จรัลก็มีเสียงดังมาจากทีมแพทย์ด้วยกันบางคนก็ไม่เห็นด้วยเพราะเท่าที่ได้รับค่าตอบแทนในตอนนี้ก็ถือว่าสูงมากในบรรดาโรงพยาบาลเอกชนด้วยกัน
ภริตาสังเกตทุกคนในห้องมีเสียงแตกออกเป็สองฝั่งน่าจะตกลงกันยังไม่ได้ เธอเงียบไม่พูดอะไร
"เดี๋ยว ๆเงียบกันก่อน"ผอ.จรัลหันหลังกลับยกมือขึ้นมาปรามทีมแพทย์ด้วยกันเสียงเงียบลงจึงหันกลับไปคุยต่อ
"ที่ผมยกเื่นี้ขึ้นมา...คือว่า...มันมีประเด็นที่หมอหลายๆท่านมาปรึกษาผม ว่า...ได้ค่าตอบแทนน้อย อยากให้ทางผู้บริหารของโรงพยาบาลพิจารณาดูหน่อยเื่นี้ผมอยากให้รีบพิจารณาอย่างด่วน”ผอ.จรัลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจในตัวเองมากนัก
“มีเื่อะไรอีกไหมคะ ?” เธอกวาดสายตาไปยังทีมแพทย์ที่นั่งอยู่ในห้องนี้ทีละคน ช้า ๆ แม้ปากจะยิ้มออกมา แต่สายตาคมกลับดูน่าเกรงขาม ทุกคนเงียบกริบ
“เอาแค่สองเื่นี้ให้ได้ก่อนเถอะ พวกผม้าคำตอบตอนนี้”ผอ.จรัลรีบเสนอขึ้นเมื่อไม่มีใครกล้าพูดออกมา
ภริตาหันมาทางผอ.ก่อนจะมองไปรอบ ๆห้อง“สำหรับข้อเสนอต่างๆ ที่ได้แจ้งมา ผิงจะกลับไปดูรายละเอียดอีกครั้งอย่างถี่ถ้วนและจะนำเื่เสนอที่ปรึกษา แล้วจะนำผลมาแจ้งคุณหมอทุกท่านทราบโดยเร็วที่สุด”หญิงสาวพูดจบ หัวใจเธอเต้นแรงเมื่อทีมแพทย์หลายๆคนจับกลุ่มกันพูดถึงเื่นี้ไม่หยุด
“จะเลื่อนไปทำไม ! ที่ปรึกษาโรงพยาบาลนี้เป็ใครกัน ทำไมไม่แนะนำให้ทุกคนได้รู้จักบ้าง มีความรู้เื่เครื่องมือแพทย์หรือเปล่าก็ไม่รู้”ผอ.ยิ้มหยันออกมา หมอท่านอื่น ๆ ก็พลอยเอ่ยตามขึ้นมา
"ใช่ ๆั้แ่คุณภริตามานั่งบริหารที่นี่ ผมก็ยังไม่รู้ว่าใครที่คอยเป็ที่ปรึกษาให้ สงสัยจะเอาพวกที่จบด็อกเตอร์บริหารมาแต่..ไม่รู้เื่ของโรงพยาบาลเลยสักนิด แบบนี้โรงพยาบาลเราจะไปรอดได้ยังไงกัน"เสียงของหมอาุโที่นั่งอยู่ข้างหลังดังขึ้น
"ผมเข้าร่วมประชุมกับทีมผู้บริหารเมื่อเช้าพวกเขาก็ไม่ค่อยพอใจที่คุณภริตาเอาใครก็ไม่รู้มาเป็ที่ปรึกษาแทนที่จะเอาหมอของโรงพยาบาลเราชอบทำอะไรตามใจตัวเอง"ทุกคนพยักหน้ารับเมื่อหมอท่านนี้พูดจบดูเหมือนจะมีคนเห็นด้วยหลายคน
“วันนี้ก็ถามหมอที่ทำงานที่นี่เลยสิ...ต้องใช้เครื่องมือแพทย์บริษัทไหน สเปคยังไง ไม่ต้องรอถามที่ปรึกษา หมอทุกคนในห้องนี้มีความรู้ดีกว่าที่ปรึกษาคุณภริตาแน่นอน”ผอ.เอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ น้ำเสียงมีหงุดหงิดเจือด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก
หญิงสาวเลื่อนมือนุ่มวางลงที่ตักบีบมือตัวเองอย่างแรง เพื่อไล่อาการหวาดกลัวลึก ๆ ที่อยู่ในตัวเธอออกไปให้หมดมือบางสั่น ใจเต้นไม่เป็จังหวะ เธอค่อย ๆสูดลมหายใจเข้าปอดช้า ๆไม่ให้ใครสังเกตเห็นอาการ เธอปั้นหน้ายิ้มออกมา
“ผิงรับรองค่ะ...ที่ปรึกษาท่านนี้มีความรู้เื่ทางการแพทย์ เก่งทั้งการรักษาคนไข้ และการบริหารโรงพยาบาล แต่ท่านขอไม่เปิดเผยตัว ผิงเองก็เชื่อในความสามารถของทีมแพทย์ทุกท่านที่นี่ ว่าจะนำพาโรงพยาบาลของเราก้าวไปเป็อันอับหนึ่งได้ไม่ยาก ผิงจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”เธอค่อย ๆผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ มือบางหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบช้า ๆ
เสียงพูดคุยกันในกลุ่มแพทย์ดังเซ็งแซ่ เธอปล่อยให้คุณหมอทุกคนได้ปรึกษากันเต็มที่
“เราจะรอคำตอบจากทีมผู้บริหารโรงพยาบาล ภายใน 7 วัน เราต้องได้คำตอบ และต้องเป็คำตอบที่น่าพอใจด้วย”ผอ.จรัลสรุปด้วยสีหน้าที่ดุดันไร้รอยยิ้ม
ภริตายืนขึ้น ไหล่บางยืดออก หลังเหยียดตรง ใบหน้าสวยหวานยิ้มเยื้อนออกมา“ค่ะ...ผิงจะกลับมาพร้อมข่าวดี สำหรับวันนี้ผิงขอบคุณทุกท่านที่ได้ดูแลคนไข้ของโรงพยาบาลเราอย่างอบอุ่น ปลอดภัย จนเราก้าวมาเป็โรงพยาบาลอันดับต้น ๆของเมืองไทย ขอบคุณค่ะ”ภริตาค้อมศีรษะลงเล็กน้อย
ทุกคนเริ่มทยอยออกจากห้องประชุม พร้อมเสียงวิจารณ์ดังไม่ขาด ภริตายังยืนยิ้มให้กับหมอทุกคนที่เดินออกไป
“ผิง...”เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง
“หมอปั้น...มีอะไรคะ”เธอเลิกคิ้วสูง
“คือ...ผมไม่คิดจะทำอย่างนี้เลยนะ แต่...ปฏิเสธผอ.ไม่ได้ ผิง...ผิงอย่าเข้าใจผมผิดนะ”หมอปั้น นายแพทย์หนุ่มประจำแผนกผ่าตัดเข้ามาหาหญิงสาว เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่กระดากอายในเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้
ภริตายิ้มบาง ๆให้หมอปั้น “ผิงไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ ผิงรู้ว่าผอ.ท่านมีเจตนาที่ดีกับโรงพยาบาลของเราค่ะ หมอปั้นอย่าคิดมากน่า...”
“แบบนี้ค่อยสบายใจ...กลัวว่าผิงจะเข้าใจผมผิดน่ะ”สีหน้าจ๋อย ๆของหมอปั้น ทำให้เธอยิ้มกว้างออกมา
“ไม่ค่ะ...”
“อืม...ผมไปก่อนนะครับ”
หมอปั้นยิ้มให้หญิงสาว ก่อนจะเดินตามทุกคนออกไป