เช้าของวันที่ 25
***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]
เปอร์ไซด์ได้จัดคอนเสิร์ตสนุกสุดเหวี่ยงชนิดข้ามคืน
เสียงเพลงของเธอไพรเราะมาก
พวกเราต่างสนุกสนานกับงานจนลืมไปเสียสิ้นว่าเป็ศัตรูกัน
แล้วที่กว่ายัยนั่นจะรู้ตัวว่าควรรีบบินหนี ก็ล่อซะเช้าตรู่แล้ว
เ้าหนูนกน้อยสีแดงได้บินจากไปโดยไม่มีใครคิดจะขัดขวางเธอ
เหตุผลก็เพราะทุกคนเริ่มรู้สึกหลงสเน่ห์ไปกับความน่ารักของเธอ
เธอบินเคียงคู่ไปกับัน้อยสีน้ำตาล
โบยบินขึ้นท้องฟ้า ตัดแสงอรุณไปทางทิศตะวันออก
“... ทิศนั้นมันที่ตั้งเมืองของพวกมนุษย์มดไม่ใช่เรอะ? ”
ฉันพึมพำกับตัวเองเช่นนั้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอคงหลงทิศอยู่
แถมเอาจริง ๆ นะ ตอนที่เห็นเ้าัน้อยวิ่งกัดเชือกให้เธอ ชั้นคิดว่าเธอจะบินหนีไปั้แ่ตอนนั้นแล้วเสียอีก
ยัยหนูนั่นจะซื้อบื้อเกินไปแล้ว!
“... เอาเถอะ”
ฉันจับจ้องไปที่แสงยามเช้าทางทิศตะวันออกอีกครั้ง
โลกนี้ไม่มีดวงงดาว ไม่พระจันทร์ และไม่มีพระอาทิตย์
แต่มีกลางวันกลางคืน มีเมฆ มีท้องฟ้า และมีปรากฏการณ์แสงสว่างที่ทอประกายจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกได้อย่างน่าอัศจรรย์
ในตอนนั้นเอง ที่เส้นขอบฟ้าก็มีบางอย่างปรากฏขึ้น
“คนส่งสาร? ”
สิ่งนั้นคือม้าเร็วสำหรับส่งสารเตือนภัย
ชุดคลุมสีแดงที่ย้อมจากสีธรรมชาติได้ทอประกายอย่างโดดเด่น
ใบหน้าของเขาดูร้อนรนเป็อย่างมาก
“ขอทาง ขอทางหน่อย! ”
เสียงของเขาดังก้องไปทั่ว
ฉันรู้สึกไม่ดีกับเหตุการณ์นี้เลยแม้แต่นิดเดียว
ในวันเดียวกัน ่เวลาเย็นแก่ ๆ ของวัน
***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]
ฉันกับแอร์บาส์รได้มารวมตัวฉุกเฉินที่ค่ายนาโต้ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองหลวงของมนุษย์ [ฮิวซิตี้]
“ตอนนี้พวกมนุษย์นกบุกโจมตีพวกเราแล้ว! เมื่อคืนวานนี้ เมืองของกลุ่มอเมริกาได้ถูกโจมตีจนย่อยยับ! จากการคาดคะเน พวกมันน่าจะบุกไปที่ทางใต้ ซึ่งเป็เมืองของกลุ่มยูโร! ”
ผู้นำแห่งนาโต้ [ทอม] ประกาศด้วยเสียงแข็งกร้าว
“ข่าวร้ายคือพวกเราไม่ปืนหรือธนูที่มีอำนาจการยิงไกลพอจะโจมตีพวกมันที่บินบนฟ้าได้! แต่ข่าวดีคือ ถ้าหากถ่วงเวลาได้อีกสามวัน อาวุธยุคกลางจะถูกสร้างเสร็จ และนั่นคือภารกิจของเรา! พวกเราจะนำทัพออกไปถ่วงเวลาที่เมืองของกลุ่มยูโร ทุกคน เตรียมตัวออกเดินทัพเดียวนี้! ”
สรุปคือฉันต้องออกไปทำาอีกแล้ว
คราวนี้เป็พวกมนุษย์นกอย่างงั้รหรือ? แต่มันไม่เหมือนวันแรกที่พวกมันบินลงมาสู้ระยะประชิด แต่จากรายงาน พวกมันจะบินบนฟ้า แล้วโปรยธนูพิษกับะเิลงมาใส่แทน
ฉันมองไปที่อาวุธของตัวเอง
อาวุธของฉันคือมีดเขี้ยวสัตว์ กับธนูง่อย ๆ อันหนึ่ง
จะไหวไหมเนี่ย?
“โกร้ว! ”
ัที่ยืนอยู่ข้างแอร์บาส์รคำรามก้อง
มันพ่นไฟพวงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับว่าจะเป็การเพิ่มความฮึกเฮิมให้กับพวกเรา
จริงสิ พวกเรายังมีกลาสกับมิลเลอร์อยู่นี่น่า
“... แต่ัแค่สองตัว จะไปทำอะไรได้ละ? ”
ฉันรู้สึกได้ถึงความพ่ายแพ่
ไม่เอาแล้ว ฉันไม่อยากไปออกรบทั้งที่รู้ตัวว่าจะต้องไปแพ้แบบนี้ั้แ่แรกหรอกนะ
“ขออนุญาตออกความเห็นครับ! ”
“? ”
ในตอนนั่นเองที่แอร์บาส์รยกมือขึ้นไปบนฟ้า และเปล่งเสียงดังขึ้นมา
“แอร์บาส์ร ผู้บังคับหมวดที่สิบหรือ? ได้ ว่ามาสิ”
“ครับ พอดีผมมีแผนการอย่างหนึ่ง รบกวนขอเสนอความเห็นครับ! ”
***นก [ไฮเจน]
หลังจากพักผ่อนและเติมท้องด้วยตัวสองแขนย่างสดจนสำราญแล้ว ชั้นก็เริ่มทะยานบินขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง
“ลงใต้! ”
สัญชาตญาณของชั้นบอกว่าเปอร์ไซด์ สุดที่รักของชั้นอยู่ที่นั่น
จากส่งครามวันแรก กำลังพลของเราได้ลดลงไปสองพันนาย
ส่วนใหญ่ตายเพราะถูกลูกหลงจากธนูพิษของพวกเดียวกัน
ชั้นละหน่ายเ้าพวกงี่เง่านี้เสียจริง
“หวังว่าออกเซอร์ยังไม่รู้ตัวนะ…”
การนำทัพออกมาครั้งนี้ ชั้นไม่ได้ขอหัวหน้าฝูงออกเซอร์เอาไว้
เอาเถอะ ยังไงอีกเดียวความก้ต้องแตกอยู่ดี กังวลไปก็ป่วยการเปล่า
รีบ ๆ ไปบุกอีกรัง ช่วยเปอร์ไซด์ออกมา แล้วกลับรังกันดีกว่า
“ทุกคน บุก! ”
ว่าแล้วชั้นจึงเป่าสัญญาณศึกออกไปอีกครั้ง
***ปราชญ์แห่งพงไพร เอสเทอ
“ดีลอนนิก พวกศัตรูมันมีการเคลื่อนไหวยังไงบ้าง? ตกลงพวกมันบุกมาหาพวกเราแน่ ๆ ใช่มั้ย? ดอง~”
“พวกศัตรูคือแมลงที่ทรงภูมิ จากที่ลองสืบแกะภาษา พวกมันเรียกเผ่าตัวเองว่า [อาร์โธร์โพดา] นะดิก~”
“ตอบไม่ตรงคำถามนะดอง~ ย้ำอีกครั้ง ตกลงพวกมันมาบุกพวกเราจริง ๆ ใช่มั้ย? ศัตรูมีกำลังพลเท่าไหร? ช่วยตอบตามคำถามด้วยดอง~”
“...กำลังพลศัตรูมีราวสองแสนนาย แต่จากที่เห็น ส่วนใหญ่เป็พวกที่ตัวเล็กดูไร้ความน่าเกรงขาม เหมือนจะเป็กรรมกรมากกว่า กำลังรบจริงของศัตรูอาจจะมีแค่หนึ่งแสนนะดิก~”
“รับทราบ จงทำการเฝ้าระวังต่อไป จะตัดการสื่อสารแค่นี้แล้วดอง~”
“รับทราบ ขอคำสั่งโจมตีด้วยดิก~”
“ไม่ได้ดอง~”
“ขอโจมตี..”
“ไม่ได้ แค่นี้นะ [ดอก~] ”
ว่าแล้วฉันก็วางสายทันทีโดยไม่ลืมที่จะเปลี่ยนคำพูดลงท้าย เพื่อให้มันรู้ว่าฉันโกรธแล้ว
เ้าบ้านั่นในหัวมีแต่การต่อสู้หรือยังไงดอง~
ศัตรูที่เรียกตัวเองว่า [อาร์โธร์โพดา] กำลังเคลื่อนพลเข้ามาใกล้พวกเรามากขึ้นเรื่อย ๆ
จากความเร็วนี้ อีกเพียงแค่สี่วัน พวกมันก็น่าจะมาถึงเมืองของเราแล้ว
แต่ฉันยังสงสัยในเนื้อหารายงานอยู่
[ส่วนใหญ่เป็พวกที่ตัวเล็กดูไร้ความน่าเกรงขาม เหมือนจะเป็กรรมกรมากกว่า]
นี่ละที่ฉันติดใจ
เพราะถ้าหากเป็การจัดทัพเพื่อบุกโจมตี พวกมันก็น่าจะใช้กองทัพทหารเต็มอัตราศึกเหมือนที่ทำแบบเดียวกับศัตรูเผ่าอื่น ๆ ที่เคยเกิดขึ้น
หรือว่าเป้าหมายที่แท้จริงของศัตรูคือการขยายอาณาเขตเมือง?
“ก่อนอื่นคงต้องส่งรายงานไปให้ประธานาธิบดีรู้ก่อนนั่นละ”
เนื่องจากการค้นพบพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เลยทำให้เกิดโครงการสร้างเมืองหลวงใหม่ที่นั่น
คริสตั้นแห่งชีวิตเองก็ถูกนำย้ายออกไปแล้ว
เลยทำให้เมืองหลวงเก่า [อิกดราซิล] กลายเป็เมืองหน้าด่านที่มีประชากรเหลือเพียงหนึ่งหมื่นนายเท่านั้น
ถ้าตัดคนที่ต่อสู้ไม่เป็ออกไป ก็จะเหลือกำลังทหารแค่สองพันนายเท่านั้น…
“อืม… คงต้องใช้แผนสกปรกแล้วละสิดอง~”
ฉันจ้องมองไปที่นอกหน้าต่างทางทิศใต้
ในทิศที่ฉันจ้องไปนั้น ห่างออกไปจากเมืองราวหลายกิโลเมตร มันคือรังของสัตว์ร้ายจากโลกพวกเรา
เป็ตัวอันตรายที่แม้แต่พวกเาาวภูติซึ่งมีเทคโนโลยีสูง ยังไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวด้วย
และสิ่งนั้นก็คือ---
***นก [ไฮเจน]
ท้องฟ้าได้กลับมามืดมิดอีกครั้ง
ชั้นบินนำฝูงลงใต้เพื่อตามหารังอื่นของพวกสองแขน
บินตามเส้นทางหญ้าที่ถูกทางออก
ชั้นคิดว่ามันคงเป็เส้นทางเดินสัญจะของพวกสองแขน
นั่นไงเจอแล้ว!
ที่ตรงหน้าของพวกเรามีแสงไฟสว่างไสวถูกจุดประกายขึ้นไปทั่ว
ชั้นเห็นพวกสองแขนจำนวนมากผิดปกติกำลังยืนเรียงรายอยู่บนสิ่งก่อสร้างของพวกมัน
รังนี้มีรูปแบบที่คล้ายกับรังแรกที่พวกเราถล่มไป
แต่รูปแบบของสิ่งก่อสร้างดูออกจะแตกต่างไปสักเล็กน้อย
ที่รังนี้มันจะให้ความรู้สึกหนาวเหน็บ ทึมทึบ แลดูมั่นคงแข็งแรงกว่า
กำแพงหินที่สูงชัน
สิ่งก่อสร้างประหลาดที่สูงราวกับจะท้าทายท้องฟ้า
และอาคารขนาดใหญ่โตโอ่อ่าราวกับูเาสีเทา
เสียงเป่าแตรศึกได้ดังลั่นมาจากทางรังของพวกสองแขน
รู้ตัวแล้วสินะ
“บุก! ”
“โอ้ว! ”
“เพื่อเปอร์ไซด์! ”
“เพื่อนางฟ้าของข้า! ”
ฝูงนักล่าได้บินทะยานขึ้นฟ้า
ง้างธนูไม้ที่เหนี่ยวและมีแรงยืดหยุ่นตัวสูงโดยกรงเล็บขาทั้งสองข้าง
แล้วลั่นธนูพิษออกไปเข้าหาเหยื่อที่ยืนอย่างน่าเศร้าซึ่งอยู่บนพื้นดิน
พวกเาาวปักษาคือเ้าแห่งนภา
และบนทั่วหล้าแผ่นดินนี้ คงไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ที่สามารถต่อกรกับเราได้
เหล่าสองแขนที่อยู่บนพื้นต่างล้มตัวลงและส่งเสียงอย่างน่าเวทนาออกมา
ช่างอ่อนแอเสียจริง
“ระรอกสอง ยิง! ”
ชั้นสั่งให้ระรอกสองยิงออกไป
ห่าฝนธนูพิษลูกที่สองได้ยิงแหวกม่านอากาศยามราตรีลงไป
แสงไฟจากคบเพลิงของพวกสองแขนได้สะท้อนปลายลูกศรไม้อาบยาพิษสีม่วงจนเด่นชัด
แล้วพวกสองแขนที่รอดจากจากโจมตีชุดแรกก็จะ---
“อะไรละนั่น? ”
ในตอนนั้นเองที่เกิดเื่แปลกประหลาดบางอย่าง
ธนูพิษที่ควรปักลงบนร่างของเหยื่อกับถูกอะไรบางอย่างที่เป็แผ่นไม้ทรงสี่เหลี่ยมขวางกันเอาไว้
สิ่งนั้นติดเอาไว้อยู่ที่แขนซ้ายของพวกสองแขน และมันช่วยปกป้องร่างกายของพวกสองแขนเอาไว้
มันคืออะไรกัน!? อาวุธแบบนั้นชั้นไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!?
พวกเราเริ่มตื่นตระหนกกับอาวุธที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“เปลี่ยน! ใช้ธนูหัวะเิแทนเดียวนี้! ”
ชั้นออกคำสั่งไป
ลูกธนูได้ถูกแทนที่ด้วยหัวะเิแทน
หัวทรงกลมที่ผสมสารเคมีจากพืชอันตรายเอาไว้นั้น จะสามารถทำให้เกิดเป็ะเิที่รุนแรงได้ หากมันได้รับแรงกระทบที่มากพอ
ลูกธนูะเิได้ถูกโปรยปรายลงไป
เกิดะเิขนาดเล็กราวหนึ่งเมตรขึ้นไปทั่วพื้นที่บนกำแพงหินสูง
อาวุธที่ปกป้องแขนของพวกสองแขนเอาไว้ ได้กระจายออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปพร้อมกับแขนของพวกมัน
ให้ตายสิ ทำเอาตกอกใหมด---
“? ... ทำไมถึงรู้สึกเหนื่อย!? ”
ในตอนนั้นเองที่ชั้นเริ่มรู้สึกแปลก ๆ
ร่างกายมันรู้สึกหนักอึ้ง
พอดูให้ดี ทุกคนเองที่กำลังบินก็เริ่มทำสีหน้าทรมานออกมาให้เห็นเช่นกัน
“อั๊ก แค๊ก!? นี่มันควันไฟป่า!? ”
แล้วพอรู้สึกตัวอีกที ทั่วทั้งฝูงของเราก็ถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำ
กลิ่นนี้เป็กลิ่นที่คุ้นเคยดี เพื่อมันคือกลิ่นของควันไฟป่านั่นเอง
ทำไมถึงมีควันไฟป่าที่นี้ได้!
“รีบบินลงต่ำ!? ”
เพื่อไม่ให้ถูกควันไฟคลอกตาย ชั้นจึงออกคำสั่งไปเช่นนั้น
และในตอนที่ชั้นบินลงต่ำ ห่าฝนธนูก็ถูกยิงสวนกลับขึ้นมาจากข้างล่าง
แย่แล้ว! เผลอบินลงต่ำมากเกินไปแล้ว!
“หัวหน้าไฮเจนครับ พวกศัตรูมันยิงสวนกลับมาแล้วครับ! ”
“เห็นแล้วโว้ย! ”
หน่อย… วันนี้ถือว่าเป็โชคดีของพวกแกไปนะเ้าสองแขน
“พวกเรา ถอยก่อน! ”
เพราะเห็นว่าเริ่มจะเสียเปรียบ ชั้นเลยออกคำสั่งถอยทัพไปก่อน
ชั้นไม่รู้ว่าควันไฟป่านั้นมาจากที่ไหน แต่เพราะเหตุนี้ เลยทำให้พวกมันรอดตัวไป
ตอนนี้เลยต้องถอยทัพไปก่อน
แต่ปรากฏการไฟป่านั้นไม่ใช่เื่ที่จะเกิดขึ้นทุกวัน พรุ่งนี้ท้องฟ้าคงเปิดโล่งพอที่จะให้พวกเราบุกได้อีกครั้งแน่นอน
รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ก่อนเถอะเ้าพวกสองแขน!
***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]
แผนก่อมลพิษทางอากาศด้วยกองหญ้าที่ขนมานั้น เป็ไปได้อย่างราบรื่น
แอร์บาส์รช่างเป็คนที่ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก
ด้วยแผนการของแอร์บาส์ร เลยทำให้พวกมนุษย์นกล่าถอยกลับไป
แต่ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าพวกศัตรูจะมีธนูะเิใช้งานด้วย
ถึงจะไม่รุนแรงมาก แต่ก็มากพอที่จะเอาชีวิตพวกเราได้
โล่ไม้ห่วย ๆ นั้นไม่สามารถใช้ป้องกันได้เลย
“เอรีส ลุยกันต่อเถอะ”
“อืม”
ฉันพยักหน้าให้กับแอร์บาส์ร
เขากำลังขึ้นขี่ม้าขนหกขาที่ชื่อว่า [สวอช] อยู่
ว่าแล้วฉันเองก็ขึ้นไปขี่ที่ม้าของตัวเอง
มันเป็ม้าขนสีแดงเพลิง และมีดวงตาเป็ประกายไฟ
ราวกับม้าปีศาจที่หลุดมาจากขุมนรก
ม้าที่พวกเรา กองกำลังนาโต้จับมาได้นั้นมีหลากหลายสายพันธ์มาก
รวมถึงพวกตัวประหลาดแบบนี้ด้วย
“ทุกคน พร้อม! ”
ผู้นำแห่งนาโต้ [ทอม] ชูขวานหินขึ้นฟ้าแล้วคำรามกู่ก้องออกศึก
“โอ้ว! ”
เหล่าทหารม้าในอาวุธยุคหินต่างกู่ก้องขานรับ
นี่คือแผนการขั้นที่สอง ให้กองกำลังทหารนาโต้ทั้งห้าหมื่นนายวิ่งไล่ตามพวกมันไป
แล้วทำการลอบโจมตีค่ายทหารของพวกมันเสีย
เอาละ ได้เวลาเอาคืนของพวกเรา เผ่ามนุษย์แล้ว!