งานเป็พี่เลี้ยงให้นางแบบการกุศลเริ่มคุกคามมาหลายวันแล้ว แม้ทีมจัดงานจะไม่ยอมให้คนนอกเข้ามายุ่งมากแค่ไหน แต่ชมจันทร์ก็ยังสั่งแล้วสั่งอีกจนผู้เป็เลขาเกิดอาการเอือมนิดๆ เพราะอีกไม่กี่นาทีจะถึงเวลาเดินแบบอยู่แล้ว ยังต้องให้เฝ้าคุณหนูแอ๊ฟไม่ให้ห่างระยะสิบเมตรอีก
“ตาจิณ! มาได้เวลาพอดีเลยลูก ช่วยอยู่ดูแลความเรียบร้อยให้ที แม่กับคุณหญิงจะออกไปทำสวยสักหน่อย แล้วเจอกันนะจ๊ะ”
จิณณวัตรเข้ามาในห้องเลยพลอยถูกแม่ลากมายืนดูบรรดานางแบบทั้งหลาย ซ้อมเดินกรีดกรายรอบสุดท้ายก่อนงานเริ่มอีกคน เขาหันไปมองเลขาแม่ในชุดกางเกงยีนยี่ห้อดังสีเข้มเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพอดีตัวสีชมพูมีเสื้อไหมพรมแขนยาวสีดำใส่ทับไว้
บนบ่าสะพายกระเป๋าใบใหญ่ ผมยาวสลวยก็รวบขึ้นไปมัดเป็จุกไว้กลางหลังแล้วอดยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ ไม่รู้ทำไม แต่เสียงหัวเราะบนเวทีเรียกให้เขาหันไปมองจนเห็นนางแบบมืออาชีพที่มาเป็พี่เลี้ยงเทรนการเดินให้สาวๆ รวมทั้งน้องเขาด้วย
สาวเ้าสูงไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยแปดสิบ กางเกงยีนแทบจะเหมือนกับเลขาแม่ แต่เสื้อกล้ามตัวเล็กจิ๋มสั้นเต่อจนเห็นหน้าท้องแบนราบเรียบ เอวคอดกิ่ว บั้นท้ายแกว่งไปมาตามแรงเดิน แถมหุ่นอรชรน่าหม่ำกว่ายัยถั่วงอกเยอะ
“น้องแอ๊ฟเดินได้แทบจะเหมือนนางแบบมืออาชีพเลยนะคะคุณจิณ สงสัยรุ่นพี่อย่างพวกริซ่าต้องตกงานกันเป็แถวๆ แน่เลยค่ะ”
มาริสารีบหันไปเอื้อนเอ่ยกับหนุ่มหล่อพ่อรวยโสดสนิทมาดดี ดีกรีนักเรียนนอกแทบจะทันทีที่รับรู้ว่าเขามายืนอยู่ไม่ห่าง แม้จะรู้จักกันจากการแนะนำอย่างผิวเผินเมื่อวันเริ่มมาเป็เทรนเนอร์ให้เท่านั้น แต่สาวเ้าก็รีบตีสนิทได้อย่างไม่ยากเย็น
“ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ ยัยแอ๊ฟได้ยินคงจะปลื้มตายเลย เห็นวันๆ ก็ฝันแต่อยากจะเป็นางแบบตลอดเวลา”
ส่วนเขาก็ไม่เกี่ยงจะเปิดบทสนทนา สายตาก็มองตามสะดือสวยๆ เอวคอดๆ โผล่พ้นขอบกางเกงออกมาเย้ายวนใจไม่น้อย คิดไม่ผิดที่รีบมาดูน้องซ้อมตามคำขออีกครั้ง
เลยมีวิวดีๆ ให้มองอย่างไม่อดอยากปากแห้ง แถมวิวก็เหมือนอยากจะให้เขามองอย่างเปิดเผยด้วย ก็แล้วมันเื่อะไร ชายหนุ่มที่อยู่ใน่สรรหาแม่พันธุ์อย่างเขาจะไม่รีบตักตวงล่ะ เพื่อนรู้คงจะด่าเช็ดเป็แน่แท้ที่แอบซุ่มกินอยู่คนเดียว
‘น้ำลายยืดเชียวนะคุณชายเนี้ยบ’
เลขาสาวอดเหน็บในใจไม่ได้ขณะยืนอยู่ไม่ห่าง แต่ดูเหมือนจะเป็ธาตุอากาศสำหรับสองหนุ่มสาวเลยก็ว่าได้ เลยคว้ากระเป๋าสะพายเดินหนีไปหารถเอาชุดไปผลัดเปลี่ยนในห้องน้ำ พร้อมกับแต่งหน้าทำผมเอง
ด้วยเวลาจะไปร้านทำสวยเหมือนเ้านายนั้นไม่มีเอาเสียเลย ถึงมีก็ไม่คิดจะไป จะแต่งสวยสักแค่ไหน ก็สู้บรรดานางแบบหุ่นดีๆ ในงานไม่ได้ จึงแต่งไม่ให้ตัวเองดูด้อยกว่าคนอื่นมากแค่นั้นก็พอ
“ตะวันมาพอดีเลย จะได้ช่วยพี่อัญเชิญบรรดาแม่ๆ ของนางแบบกิตติมศักดิ์ออกไปจากหลังเวทีหน่อย พี่เหนื่อยจะแย่แล้ว”
พะยอมส่งน้ำเสียงและสีหน้าว่ากลุ้มใจมาหาแทบจะทันที เมื่อร่างบางในชุดราตรีสั้น แขนกุด สีฟ้า คอวี จับจีบผ้าโปร่งสวย แต่งโบที่เอวเดินออกจากห้องน้ำ จึงจำต้องไปช่วยตามคำขอ
เสร็จจากหน้าที่นี้ก็ต่อไปอีกหน้าที่ และอีกหน้าที่ไปเรื่อยๆ เลยต้องวุ่นอยู่หลังเวที จนไม่มีโอกาสได้ออกมาดูหน้าเวทีเลยกระทั่งทุกอย่างจบสิ้นลง
“เอ้ขอพายัยแอ๊ฟกลับไปพักก่อนนะคะ บ่นว่าปวดหัวั้แ่ยังไม่เดินเลยค่ะ นี่ก็อยู่ทนจนงานเสร็จเพราะความมีสปีริตแท้ๆ นะคะคุณหญิง อีกอย่างมะรืนคุณโจ้จะยกทีมงานไปสัมภาษณ์ที่บ้านด้วยค่ะ คงต้องตระเตรียมอะไรกันอีกยกใหญ่ เดี๋ยวเอ้จะทิ้งตะวันไว้ช่วยงานนะคะ จะให้ทำอะไรช่วยอันไหนก็ไม่ต้องเกรงใจค่ะ”
แต่คุณหญิงเพลินพิศกลับเกรงใจและรู้สึกไม่ดีเลยสักนิดหากจะใช้งานอาทิตยา เพราะเห็นอยู่แล้วว่าเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย แม้เ้าตัวจะไม่ปริปากบ่น ก็เดาออกได้ทางสีหน้าและท่าทางการเดิน ตัวเองก็ใช่ว่าจะเหนื่อยน้อยจึงเดินไปหาเก้าอี้ใกล้ตัวเพื่อนั่งเอาแรงก่อน
“คุณหญิงป้าทานน้ำส้มคั้นเย็นๆ ก่อนนะครับผมให้เด็กยกมาแล้ว และเอามาเผื่อทุกคนด้วยนะครับ”
นนนทีเข้ามาได้จังหวะ เพราะคนเป็ป้ารีบคว้าแก้วมาดื่มทันที จากนั้นเขาก็ถือสองแก้วไปยื่นให้อาทิตยากับพะยอมอย่างคนมีน้ำใจ แถมยังช่วยงานสองสาวอย่างไม่เกี่ยงงอนอีก
เลยไม่เห็นสายตาผู้แม่ที่เดินตามหลังลูกชายมาดูพี่สาวหมดสภาพเพราะงานช่วยคนจนแท้ๆ ความเป็คนรอบคอบและใจเย็นทำให้พรเพ็ญไม่กระโตกกระตากใดๆ ออกมา
แม้จะไม่ชอบใจเอามากๆ ที่เห็นภาพลูกชายคนแก้วหัวแหวนเข้าไปประจ๋อประแจ๋กับผู้หญิงโนเนมเช่นนั้น ทว่าคุณหญิงเพลินพิศกลับรู้ได้โดยไม่ยากเย็นนักแค่เพียงได้เห็นความหมายของสายตาน้องสาว
“คืนนี้ดึกหน่อยนะทุกคน ต่างคนต่างเหนื่อยมาหลายวัน แต่เห็นเม็ดเงินแล้วฉันก็ทีใจ”
คุณหญิงเอ่ยด้วยใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ หลังทุกอย่างเสร็จสรรพด้วยมือของเลขาสองวัยเสียส่วนใหญ่
“ขอบใจมากนะจ๊ะตะวัน ช่วยงานจนเสร็จเลย วันนี้เหนื่อยจริงๆ แต่พรุ่งนี้คงจะได้พักแล้วล่ะนะ”
แน่นอนว่าอาทิตยาไม่คิดว่าจะเป็อย่างนั้นไปได้ เพราะเ้านายสั่งให้เตรียมตกแต่งบ้านอย่างสวยหรู เพื่อการถ่ายปกนิติยสารและให้สัมภาษณ์ออกมาดูดีที่สุด อย่างเก่งก็ได้ตื่นสายหน่อย ไปทำงานช้ากว่าปกติสักชั่วโมงแค่นั้น ผิดจากคนในมูลนิธิฯ ของคนหญิงที่ได้หยุดไปเลยหนึ่งวันเต็มๆ
“แอ๊ฟไม่ชอบยัยริซ่านั่นเลยค่ะคุณแม่ ถือว่าตัวเองเป็รุ่นพี่กร่างกับรุ่นน้องไปทั่ว งานไหนงานนั้น ยิ่งพี่จิณไปเกาะแกะด้วยแล้ว ยิ่งไม่ชอบใหญ่ อย่าบอกนะคะว่าพี่จิณปิ๊งยัยเห็ดเน่านี่น่ะ แอ๊ฟไม่ยอมรับมาเป็พี่สะใภ้หรอก ใครก็รู้ว่าเหลวเหปวกับใครมาบ้าง แม่นี่ชอบจับผู้ชายรวยๆ ไว้ทำผัว ระวังให้ดีเถอะถ้าพี่จิณจนแต้มขึ้นมาแอ๊ฟจะนั่งหัวเราะให้ดู”
จิรนันท์บ่นเป็เื่แรก ั้แ่อาหารมื้อเช้ายังไม่เข้าปากคนในบ้านด้วยซ้ำ เพราะเก็บงำเอาไว้ั้แ่เมื่อคืนที่เห็นพี่ชายหอบนางแบบจอมหยิ่งไปต่อหลังงานจบ จนคนพี่ต้องเลิกคิ้วใส่น้องด้วยความสงสัยในคำพูด เพราะตรงกันข้ามกับกิริยาท่าทางของคนที่เขาควงคนละเื่
“จริงเหรอตาจิณ สะใภ้แบบนั้นแม่ไม่เอานะ ยิ่งคอยแต่จะกันท่าน้องอย่างนี้แม่ยิ่งไม่ชอบใหญ่”
ชมจันทร์รีบสมทบทันที ลูกชายเลยส่งเสียงอ่อยพร้อมหน้าละห้อยไปหา
“ไปกันใหญ่แล้วครับคุณแม่ ผมก็แค่คบๆ ดูๆ ไปก็เท่านั้นยังไม่จริงจังหรอกครับ”
“ก็ดีแม่จะได้หายห่วง จะคว้าใครมาทำเมียเราต้องดูดีๆ และถ้าได้แบบหนูเนมก็พอไหว ถึงจะเด็กกว่าเราหน่อยแต่ก็ชาติตระกูลดี ฐานะการเงินดีเหมาะกับเรา ว่าแต่น้องมาฝึกงานเป็ไงบ้างล่ะ จิณต้องดูแลดีๆ นะ”
จากเื่ลูกสาวดันลามมาเื่สะใภ้ได้ นั่นทำให้ชายหนุ่มเซ็งนิดๆ แต่ก็ยิ้มหวานให้แม่ด้วยความอารมณ์ดี
“ผมก็ดูแลเท่าที่เวลาและโอกาสจะเอื้อเท่านั้นล่ะครับ จะเน้นพิเศษกว่าพนักงานคนอื่นได้ยังไงน้องไปฝึกงานนะครับไม่ได้ไปเป็แขก”
ลูกบอกแม่ไปก็มองเห็นภาพสาวน้อยนารถฤดีผู้สงบเงียบ หัวอ่อนว่านอนสอนง่ายกับชุดทำงานเรียบร้อยน่ารักๆ เช้าแม่กับคนรถก็มาส่งหน้าประตูออฟฟิศ
เย็นก็มารับตรงเวลาเป๊ะ เผลอๆ ตอนสายๆ หรือบ่ายๆ ก็แวะมาดูลูกอีกรอบพร้อมด้วยของขบเคี้ยวมาฝากเขากับคนในออฟฟิศ หรือถ้าวันไหนมีงานต่อเนื่องต้องกลับช้าหน่อย
นารถฤดีก็จะต้องมาขอให้กรรมการผู้จัดการอย่างเขา หรือหนักๆ เข้าก็ต้องเป็ท่านประธานอย่างพ่อเป็คนโทรบอกผู้แม่ด้วยตัวเอง ถึงจะยอมให้ลูกอยู่ต่อได้
เขาเองก็ไม่รู้ว่าได้คุณหนูแบบนั้นมาเป็เมียจะดีหรือแย่สักแค่ไหน เพราะตอนนี้ยังมองไม่เห็น หรือดูไม่ออกว่าตัวเองชอบแบบไหน หรือคนจะมาเป็เมียต้องเป็ยังไง
นิสัยใจคอเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน พื้นเพทางบ้านต้องทัดเทียมกันหรือไม่ เพราะเื่หัวใจเื่ความรักเขามองว่ามันไม่เข้าใครออกใคร ถึงเวลาก็คงจะมาเอง
“นั่นในเวลางาน แต่พอเลิกงานเราก็พาไปกินข้าว ไปส่งบ้านบ้างสิ จะได้คุ้นเคยกันไว้ ผู้หญิงดีๆ อย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะแม่จะบอกให้”
ผู้แม่ไม่ยอมแพ้ แต่ลูกกลับกลอกตาไปมาด้วยความรำคาญนิดๆ
“ครับผม งั้นพรุ่งนี้ผมจะขับรถไปรับและส่งให้เลยดีมั้ยครับ หรือต้องรอกินข้าวที่บ้านคุณน้านารถไปด้วยเลยดึกๆ ค่อยกับ หรือจะกลับเช้าดีล่ะครับ”
เลยประชดแม่หน่อยๆ และอยากให้เวลาสามเดือนผ่านพ้นไปเร็วๆ เพราะออกจะเบื่อนิดๆ กับการต้องคอยตอบคำถามแม่เกี่ยวกับเด็กหัวอ่อนเรียบร้อย ที่บางทีงอนกับแม่ด้วยเื่เล็กๆ น้อยๆ ยังต้องมานั่งปรึกษาเขาว่าจะต้องทำยังไง
เผลอๆ ก็ร้องห่มร้องไห้จนต้องนั่งปลอบใจกันเป็ชั่วโมงๆ นี่ถ้าไม่เพราะสวยเพราะน่ารักน่าทะนุถนอมล่ะก็ เขาไม่หวังได้เผ่นหรือโยนภาระนี้ให้พ่อกับเลขาเอาไปจัดการเป็แน่
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ



















