ท่ามกลางบรรยากาศที่มาคุและกดดันภายในตำหนักเหมยฮวา แสงเทียนที่วูบไหวสะท้อนให้เห็นใบหน้าของ ไป๋หลิน ที่นิ่งสนิทดุจผิวทะเลสาบก่อนเกิดพายุใหญ่ ในมือของนางกำนัลคนสนิท เซี่ยวเหอ คือ 'ปิ่นหยกหัก' ชิ้นนั้น สิ่งของธรรมดาสามัญที่ทาสชายอย่าง อาเฉิง เคยแอบมอบให้นางเมื่อหลายปีก่อน ครั้งที่นางยังเป็เพียงดรุณีที่เพิ่งก้าวเข้าสู่จวนอ๋องด้วยความหวาดกลัว และเขาก็เป็เพียงเด็กหนุ่มกำพร้าที่คอยเฝ้าดูแลสวนดอกไม้
สำหรับคนอื่น มันอาจเป็แค่ขยะหยกที่ไร้ค่า แต่สำหรับหน่วยองครักษ์เงาของ ชินอ๋อง ที่กำลังกวาดล้างทุกสิ่งที่เป็ 'ความลับ' ในจวน ปิ่นชิ้นนี้คือหลักฐานที่มีชีวิต มันคือสายใยที่เชื่อมโยงพระชายาผู้สูงศักดิ์เข้ากับทาสชั้นต่ำที่สุดในจวน หากชินอ๋องได้เห็นมัน ความตายคงเป็เพียงความปราณีสถานเบาที่นางจะได้รับ
"พระชายาเพคะ... เราควรทำอย่างไรดีเพคะ หากพวกเขารู้ว่าปิ่นนี้เป็ของอาเฉิง..." เซี่ยวเหอกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือจนฟันกระทบกัน
ไป๋หลินเอื้อมมือไปหยิบปิ่นหยกที่หักครึ่งมาไว้ในฝ่ามือ ััของหยกนั้นเย็นเยียบทว่ากลับปลุกเร้าเพลิงแห่งการเอาตัวรอดในใจนางให้ลุกโชน นางไม่ได้โง่เขลาพอที่จะทำลายหลักฐานทิ้งในตอนนี้ เพราะการหายไปของสิ่งของบางอย่างอาจดูน่าสงสัยยิ่งกว่าการมีอยู่ของมัน
"ในเมื่อเขากำลังตามหาปิ่นหยกที่หายไป... เราก็แค่ต้องหา 'เ้าของใหม่' ให้มัน" ไป๋หลินกล่าวด้วยเสียงที่นิ่งเรียบจนน่าขนลุก "เซี่ยวเหอ... เ้านำปิ่นนี้ไปแอบไว้ในกล่องเครื่องประดับของนางกำนัลรับใช้ของเย่ว์เอ๋อร์ คนที่ชื่อ 'ชุ่ยจู' สตรีที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเื่ของข้ามากที่สุด"
"แต่... แต่ว่า..."
"ทำตามที่ข้าบอก!" ไป๋หลินตวาดเสียงต่ำ แววตาดุร้ายดุจพญาหงส์ที่กำลังจะสังหารเหยื่อ "หากเ้าไม่อยากให้หัวของเ้าและครอบครัวต้องหลุดจากบ่า จงทำให้นางกลายเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนการชั่วร้ายของเย่ว์เอ๋อร์เสีย!"
การเผชิญหน้าครั้งแรก
ไม่นานหลังจากนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็จังหวะดังขึ้นที่หน้าตำหนัก ประตูไม้ฉลุลายัถูกผลักออกอย่างรุนแรง ชินอ๋องก้าวเข้ามาพร้อมกับบรรยากาศที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าหิมะเดือนสิบสอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็าและร่องรอยของการไม่ได้พักผ่อนจากการไต่สวนคดีคุณไสยเมื่อครู่ องครักษ์เงาสองนายก้าวตามหลังเขามาติดๆ ในมือถือถาดที่มีปิ่นหยกอีกครึ่งหนึ่งวางอยู่
"ไป๋หลิน... เ้าพอจะจำปิ่นหยกชิ้นนี้ได้หรือไม่?" ชินอ๋องถามพลางจ้องเขม็งไปที่นาง แววตาของเขาดูราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงดวงิญญาเพื่อค้นหาความจริง
ไป๋หลินลุกขึ้นย่อกายทำความเคารพอย่างช้าๆ กิริยาของนางยังคงความสมบูรณ์แบบไม่สั่นคลอน นางเดินเข้าไปใกล้ถาดนั้น พลางแสร้งทำเป็พิจารณาด้วยสายตาที่สงสัย "ปิ่นหยกหักชิ้นนี้... ช่างดูคุ้นตานักเพคะท่านพี่ หม่อมฉันจำได้ว่า... เมื่อครั้งที่เย่ว์เอ๋อร์เพิ่งเข้ามาในจวน นางเคยอวดอ้างว่ามีพี่ชายคนหนึ่งส่งของขวัญมาให้ ทว่านางกลับเผลอทำหักและโยนทิ้งไปในสวนร้าง หม่อมฉันยังเคยนึกเสียดายแทนอยู่เลยเพคะ"
นางใช้กลยุทธ์การ 'ผสมความจริงลงในคำลวง' อย่างแยบยล ชินอ๋องชะงักไปครู่หนึ่ง ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานที่ว่าปิ่นหยกถูกพบใกล้กับเขตตำหนักตะวันออก
"เ้าแน่ใจหรือ?"
"หม่อมฉันจะกล้ามุสาต่อท่านพี่ได้อย่างไรเพคะ?" ไป๋หลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางคลอไปด้วยน้ำตาที่ดูบริสุทธิ์ใจ "ทว่า... หม่อมฉันกลับกังวลใจยิ่งนัก หากปิ่นนี้เกี่ยวข้องกับแผนการร้ายของนาง หม่อมฉันในฐานะชายาเอกที่ดูแลจวนกลับไม่ได้สอดส่องให้ดี หม่อมฉันสมควรรับโทษเพคะ"
การที่นางกล้าเสนอตัวรับโทษ กลับทำให้ชินอ๋องรู้สึกคลายใจลง ความซื่อสัตย์ที่ดูเกินจริงของนางคือเกราะป้องกันชั้นเลิศ เขาเอื้อมมือไปลูบแก้มของนางเบาๆ ทว่าในใจเขายังคงมีความระแวงที่ยังไม่มอดดับไปเสียทีเดียว
"เ้าไม่ได้ผิดอะไร ไป๋หลิน... เป็ข้าเองที่ละเลยเ้าไปหาหญิงแพศยาผู้นั้น" เขากล่าวเสียงต่ำ ก่อนจะสะบัดหน้าไปยังองครักษ์ "ไปค้นตำหนักของนางกำนัลชุ่ยจู! หากพบปิ่นอีกครึ่งหนึ่งที่นั่น จงปะานางทันที!"
ความกดดันที่สะสม
เมื่อชินอ๋องจากไปพร้อมกับกองทหาร ไป๋หลินทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง ลมหายใจที่กักขังไว้ถูกปล่อยออกมาอย่างแรง นางรู้ดีว่านี่เป็เพียงการถ่วงเวลาเท่านั้น ความสงสัยของชินอ๋องนั้นเปรียบเสมือนรอยร้าวบนเขื่อน เมื่อมีจุดเริ่มต้นแล้ว มันจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าเขื่อนจะพังทลาย
ความเครียดที่สะสมมาหลายเดือนเริ่มบีบคั้นจิตใจของนาง การต้องแสดงเป็พระชายาที่สมบูรณ์แบบทุกวินาที การต้องคิดแผนการล้างแค้นที่ซับซ้อน การต้องเฝ้าระวังทุกคำพูดและการกระทำ... ทุกสิ่งทุกอย่างรวมตัวกันเป็ภาระที่หนักอึ้งจนแทบจะทำลายสติของนางได้
ในยามที่ความเครียดพุ่งถึงขีดสุด ร่างกายของนางกลับเรียกร้องหาสิ่งที่จะมาช่วยปลอบประโลมจิตใจที่บ้าคลั่งนี้ได้... ััที่ดุดัน รุนแรง และไม่มีความเสแสร้งใดๆ นาง้าความรู้สึกที่แท้จริง ความรู้สึกที่จะทำให้นางลืมบทบาทที่ต้องแสดงไปชั่วขณะ
นางมองไปยังหน้าต่างที่มืดมิด ดวงจันทร์เสี้ยวแสงเงินส่องผ่านม่านไหมบางๆ เข้ามา นางรู้ว่าเขากำลังรออยู่ที่นั่น... ที่เรือนกระจกท้ายสวน ที่ซึ่งนางสามารถเป็ตัวเองได้อย่างแท้จริง
การเดินทางสู่ความปรารถนา
นางลอบออกไปยังเรือนกระจกท้ายสวนอีกครั้ง คราวนี้นางไม่ได้เดินอย่างระแวดระวังเหมือนทุกครั้ง ทว่านางกลับเดินด้วยความกระหายที่รุนแรงกว่าเดิม ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้าคือการเข้าใกล้ความปลอบใจที่นาง้าอย่างสิ้นหวัง ความเครียดจากการเผชิญหน้ากับชินอ๋องเมื่อครู่ทำให้ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความ้าที่ไม่อาจระงับได้
ลมเย็นของกลางคืนเป่าผ่านชุดไหมบางๆ ของนาง ทำให้ิัที่อ่อนไหวสั่นเทาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหนาวเย็นและไฟปรารถนาที่ลุกโชนในใจ เสียงใบไผ่เสียดสีกันในสวนดังเศร้าเศร้า ราวกับเป็เสียงเพลงรำลึกถึงความเ็ปและความปรารถนาที่ถูกปิดบัง
ภายในเรือนกระจกที่มืดมิด อาเฉิง ยืนรออยู่ท่ามกลางเงาของหมู่มวลไม้ กลิ่นอายดิบเถื่อนของเหงื่อและดินโคลนจากร่างกายแกร่งฉกรรจ์ของเขาพุ่งเข้าปะทะประสาทััของนางทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นผู้ชายที่เข้มข้นนั้นทำให้นางรู้สึกมึนเมาและกระหายยิ่งขึ้น
"พระชายา..." เสียงทุ้มต่ำของอาเฉิงดังขึ้นในความมืด เขาไม่ได้คุกเข่าทำความเคารพเหมือนทุกครั้ง แต่กลับยืนตรงมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่ปิดบัง "กระหม่อมรอท่านมานานแล้ว... กระหม่อมรู้ว่าท่าน้ากระหม่อม"
ไป๋หลินไม่ตอบ นางเพียงแต่เดินเข้าไปใกล้เขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกระหายที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป ความเครียดและความกดดันจากการต้องแสดงบทบาทพระชายาที่สมบูรณ์แบบทำให้นาง้าการปลดปล่อยอย่างสิ้นหวัง
อาเฉิงเห็นสีหน้าของนาง เขาจึงก้าวเข้ามาใกล้และรวบตัวนางไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่ปรานี แรงบีบจากวงแขนแกร่งทำให้กระดูกของนางแทบจะลั่นประท้วง กลิ่นเหงื่อและกลิ่นดินที่เกาะติดร่างกายของเขาทำให้นางรู้สึกมึนเมาด้วยความปรารถนาดิบเถื่อน
"พระชายา... ท่านมีกลิ่นหอมของดอกบัวที่บานในเวลากลางคืน" อาเฉิงกระซิบข้างหูนาง ลมหายใจร้อนของเขาเป่ารดใบหูที่อ่อนไหว "แต่ในดวงตาของท่าน... กระหม่อมเห็นไฟที่้าให้กระหม่อมดับ"
เขาใช้มือหยาบกร้านลูบไปตามแก้มของนาง ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ลำคอที่เปราะบาง นิ้วของเขาััไปตามิัที่นุ่มนวลจนนางต้องสั่นเทา
"ข้า้าเ้า อาเฉิง..." ไป๋หลินกระซิบด้วยเสียงที่แหบพร่า "ทำให้ข้าลืมทุกสิ่ง... ลืมว่าข้าเป็ใคร... จำได้เพียงแค่เ้า"
การเล้าโลมอันเร่าร้อน
อาเฉิงไม่รอช้า เขาโน้มหน้าลงมาจูบนางอย่างดุดัน ริมฝีปากหนาของเขาบดทับริมฝีปากอ่อนนุ่มของนางอย่างไม่ปรานี ลิ้นหยาบกร้านแทรกเข้าไปในปากของนางอย่างรุนแรง ไม่มีความอ่อนโยนใดๆ มีเพียงความ้าดิบที่จะทุกส่วนของนาง
"อืม... อืม..." เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอของนางขณะที่เขาจูบนางอย่างหิวกระหาย ลิ้นของนางเล่นกับลิ้นของเขาอย่างเร่าร้อน ดูดลิ้นของเขาเข้าไปในปากพลางส่งเสียงครางที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
มือใหญ่ของอาเฉิงไม่ได้นิ่งเฉย มือข้างหนึ่งเลื่อนไปตามเส้นโค้งของร่างกายนางอย่างหยาบกร้าน ไม่มีความนุ่มนวลใดๆ มีเพียงความ้าดิบที่จะััทุกตารางนิ้วของิันาง เขาค่อยๆ ดึงชุดไหมของนางออกจากไหล่ ทำให้ิัขาวนวลเปิดออกให้ความหิวกระหายของเขาได้ดื่มด่ำ
"พระชายา... ร่างกายของท่านช่างงดงามเหลือเกิน" เขากระซิบข้างหูนาง ลิ้นของเขาเลียไปตามใบหูอ่อนนุ่ม ก่อนจะกัดติ่งหูเบาๆ ทำให้นางสั่นเทา "กระหม่อมคิดถึงรสชาติของท่านทุกคืน... คิดถึงเสียงครางหวานของท่าน"
เขาเคลื่อนปากลงมาที่ต้นคอของนาง ใช้ลิ้นเลียและดูดิัที่อ่อนไหว เสียงดูดิัดังขึ้น "จ๊วบๆๆ... จ๊วบบบๆ" ทำให้ไป๋หลินสั่นะเืไปทั้งตัว
"อา... อา... อาเฉิง..." เสียงครางสั้นๆ หลุดออกมาจากลำคอของนางทุกครั้งที่ลิ้นของเขาััจุดอ่อนไหว มือของนางเกาะกุมไหล่กว้างของเขาแน่น เล็บแหลมขูดไปบนิัจนเกือบจะทิ้งรอย
อาเฉิงเคลื่อนลงมาที่หน้าอกของนาง เขาใช้มือดึงชุดไหมออกให้หมด ทำให้หน้าอกอิ่มของนางเปิดออกให้เขาได้ชื่นชม ปลายปทุมถันสีชมพูอ่อนชูชันด้วยความตื่นเต้น เขาใช้ปากดูดปลายปทุมถันที่แข็งขึงและชูชัน
"จ๊วบๆๆ... จ๊วบบบๆ" เสียงดูดดังขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่เขาใช้ลิ้นเลียรอบๆ ปลายปทุมถันก่อนจะดูดมันเข้าไปในปากอย่างแรง
"อ๊าาา... อ๊ااา... อ๊าาาาา..." ไป๋หลินหลุดเสียงครางยาวออกมา ร่างกายของนางโค้งงอขึ้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไปมาอย่างรุนแรง เหงื่อเริ่มซึมออกมาที่หน้าผากและต้นคอ ทำให้ิัของนางเปล่งประกายระยิบระยับ
"ท่านชอบหรือไม่?" อาเฉิงถามขณะที่ยังคงเล้าโลมหน้าอกของนาง "กระหม่อมชอบเสียงครางของท่าน... มันทำให้กระหม่อม้าท่านมากขึ้น"
เขาเคลื่อนมือลงมาที่ท้องเรียบของนาง ก่อนจะไปหยุดที่ร่องรักที่เริ่มชื้นแฉะแล้ว นิ้วกลางของเขาเขี่ยไปตามร่องรักเบาๆ ทำให้นางต้องแอ่นกายรับ
"อ๊าห์... เ้า... เ้าทำอะไร..." นางถามด้วยเสียงสั่นเทา แต่ร่างกายกลับเปิดขาออกให้เขาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
"กระหม่อม้าให้ท่านพร้อม..." เขาตอบ ขณะที่นิ้วของเขาเขี่ยไปตามติ่งเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในร่องรัก ทำให้นางต้องครางออกมาเสียงแหบ "ท่านเปียกแล้ว... ร่างกายของท่าน้ากระหม่อม"
นิ้วกลางของเขาค่อยๆ สอดเข้าไปในร่องรักที่อุ่นและชื้น ความรู้สึกแน่นและอุ่นทำให้เขาต้องครางออกมา "อ๊าห์... ท่านแน่นมาก... และอุ่น..." เขาเริ่มขยับนิ้วเข้าออกอย่างช้าๆ ทำให้นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่จะหลุดออกมา
"อ๊าห์... แปลก... แต่ดี..." ไป๋หลินครางออกมา ร่างกายของนางเริ่มเคลื่อนไหวตามจังหวะของนิ้วเขา "เ้าทำให้ข้ารู้สึก... รู้สึกเสียวซ่าน..."
อาเฉิงเพิ่มนิ้วอีกหนึ่งนิ้ว ทำให้นางต้องครางเสียงดังขึ้น "อ๊าห์! เต็ม... รู้สึกเต็ม..." นางกอดคอเขาแน่น เล็บขูดไปบนหลังกว้างของเขา "ข้าชอบ... ชอบความรู้สึกนี้..."
เขาขยับนิ้วทั้งสองเข้าออกอย่างเป็จังหวะ ขณะเดียวกันก็ใช้หัวแม่มือเขี่ยติ่งเล็กๆ ที่้า การเล้าโลมจากหลายทิศทางทำให้นางเกือบสติแตก
"อ๊าห์... อ๊าห์... เ้าทำให้ข้าเสียวจนทนไม่ไหว..." นางครางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"ท่านชอบหรือไม่?" เขาถาม ขณะที่เพิ่มความเร็วของการขยับนิ้ว "กระหม่อม้าให้ท่านรู้สึกดี... ้าเห็นท่านเสียวซ่าน..."
"ชอบ... ข้าชอบมาก..." นางตอบด้วยเสียงสั่นเทา "แต่ข้า้ามากกว่านี้... ้าเ้า..."
ความปรารถนาที่ลุกโชน
อาเฉิงยิ้มด้วยความพึงพอใจ เขาถอนนิ้วออกมา ทำให้นางครางด้วยความผิดหวัง แต่เขากลับเริ่มถอดผ้าของตัวเองออก เผยให้เห็นร่างกายที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ท่อนเนื้อขนาดใหญ่ของเขาตั้งตระหง่านขึ้นมา แข็งขึงและเต้นตุบๆ ด้วยความปรารถนา
"พระชายา... กระหม่อม้าท่าน" เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย "แต่ก่อนที่กระหม่อมจะเข้าไปในร่างกายของท่าน... กระหม่อมอยากให้ท่านใช้ปากช่วยกระหม่อมก่อน"
ไป๋หลินมองไปยังท่อนเนื้อขนาดมหึมาของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกลัวปนกัน เมื่อครั้งก่อนนางเคยทำแล้ว แต่ความรู้สึกนั้นยังคงทำให้นางตื่นเต้น "ข้า... ข้าจะพยายาม..."
"กระหม่อมรู้ว่าท่านจะทำได้" อาเฉิงกล่าวด้วยเสียงที่อ่อนโยน เขานั่งลงและดึงนางให้คุกเข่าอยู่ระหว่างขาของเขา "ท่านเรียนรู้เร็วมาก... และกระหม่อมชอบวิธีที่ท่านใช้ปากและลิ้น"
ไป๋หลินรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากท่อนเนื้อของเขา กลิ่นผู้ชายที่เข้มข้นทำให้นางรู้สึกมึนเมา นางเริ่มด้วยการเลียปลายท่อนเนื้อเบาๆ เหมือนที่เคยทำ แต่คราวนี้นางมั่นใจมากขึ้น
"อ๊าห์... ใช่แล้ว..." อาเฉิงครางออกมา "ท่านจำได้... ทำต่อไป... ใช้ลิ้นเลียไปรอบๆ"
นางทำตามที่เขาบอก ใช้ลิ้นเลียไปรอบๆ ปลายท่อนเนื้อ รสชาติเค็มๆ ของเขาที่นางเคยชิมแล้วทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยและตื่นเต้น นางเริ่มเลียลงไปตามลำท่อนเนื้อ ลิ้นของนางััไปตามเส้นเืที่ปูดโปน
"อ๊าห์... ท่านทำได้ดีขึ้นกว่าครั้งก่อน..." เขาครางด้วยเสียงที่แหบพร่า "ตอนนี้ลองใช้ปาก... อมปลายเข้าไปในปาก"
ไป๋หลินค่อยๆ อมปลายท่อนเนื้อเข้าไปในปาก คราวนี้นางไม่รู้สึกแปลกใหม่เหมือนครั้งก่อน นางรู้ว่าต้องทำอย่างไร ขนาดที่ใหญ่ยังคงทำให้ปากของนางเต็มไปหมด แต่นางปรับตัวได้เร็วขึ้น
"อ๊าห์... อุ่น... ปากของท่านอุ่นและชื้น..." อาเฉิงครางออกมา มือของเขาลูบไปตามผมของนาง "ขยับหัวขึ้นลง... ใช่แล้ว... แบบนั้น... ท่านจำได้ดี"
นางเริ่มขยับหัวขึ้นลงอย่างช้าๆ ปลายท่อนเนื้อเข้าออกในปากของนาง นางใช้ลิ้นเลียไปตามส่วนที่อยู่ในปากขณะที่ขยับหัว การเคลื่อนไหวของนางคล่องแคล่วขึ้นกว่าครั้งก่อน
"จ๊วบๆๆ... จ๊วบบบๆ" เสียงดูดดังขึ้นในความเงียบของเรือนกระจก
"อ๊าห์... อ๊าห์... ท่านเก่งขึ้นมาก..." อาเฉิงครางออกมา "ดูดแรงขึ้น... ใช่แล้ว... แบบนั้น... ท่านรู้ว่ากระหม่อมชอบอย่างไร"
ไป๋หลินเพิ่มแรงดูด ใช้ลิ้นเล่นกับปลายท่อนเนื้อที่อ่อนไหว เสียงดูดดังขึ้นเรื่อยๆ "จ๊วบๆๆ... จ๊วบบบๆ... จ๊วบบบบๆ" นางเริ่มใช้มือจับส่วนที่เหลือของท่อนเนื้อและขยับขึ้นลงตามจังหวะ
"อ๊าห์... อ๊าห์... ท่านเรียนรู้เร็วมาก..." เขาครางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข "การประสานงานระหว่างปากและมือ... สมบูรณ์แบบ..."
นางเร่งจังหวะการขยับหัว ใช้มือขยับขึ้นลงตามจังหวะที่เร็วขึ้น การประสานงานระหว่างปากและมือทำให้อาเฉิงเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาจับผมของนางเบาๆ นำทางการเคลื่อนไหว
"อ๊าห์... อ๊าห์... ท่าน... กระหม่อมใกล้แล้ว..." เขาพยายามเตือน แต่ไป๋หลินไม่หยุด นางยังคงดูดและเลียอย่างเร่าร้อน นาง้าให้เขารู้สึกดี ้าเห็นเขาเสียวซ่านเพราะนาง
"จ๊วบบบๆ... จ๊วบบบบๆ..." เสียงดูดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางใช้ลิ้นเล่นกับจุดที่เขาอ่อนไหวที่สุด ขณะที่มือขยับเร็วขึ้น
"อ๊าาาห์!" อาเฉิงคำรามเสียงดัง ร่างกายของเขาสั่นะเื น้ำรักสีขาวขุ่นถูกปล่อยออกมาในปากของนาง
ไป๋หลินไม่ใเหมือนครั้งก่อน นางกลืนมันลงไปอย่างเป็ธรรมชาติ รสชาติเค็มๆ และเข้มข้นที่เคยแปลกใหม่ ตอนนี้กลับทำให้นางรู้สึกพอใจที่ทำให้เขาเสียวซ่าน
"พระชายา... ท่านทำได้ดีเหลือเกิน" อาเฉิงกระซิบด้วยเสียงที่เหนื่อยล้า "กระหม่อมไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน... ท่านทำให้กระหม่อมเสียวซ่านจนลืมทุกสิ่ง"
เขาดึงนางขึ้นมาและจูบนางอย่างเร่าร้อน "ตอนนี้ถึงตาของท่านแล้ว... กระหม่อมจะทำให้ท่านรู้สึกเช่นเดียวกัน"
การอันเร่าร้อน
อาเฉิงยิ้มด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นนางทำตามที่เขา้า เขาลูบผมของนางอย่างอ่อนโยน "ท่านเก่งมาก พระชายา... กระหม่อมรู้สึกเหมือนจะบินขึ้น์"
ไป๋หลินรู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่ทำให้เขาเสียวซ่าน นางยกหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ริมฝีปากของนางยังคงเปียกชื้นจากสิ่งที่เพิ่งทำ
"ตอนนี้ข้า้าเ้า อาเฉิง..." นางกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกระหาย "ข้า้าให้เ้าข้า... ทำให้ข้าลืมทุกสิ่งยกเว้นเ้า"
อาเฉิงไม่รอช้า เขาอุ้มนางขึ้นและวางลงบนพื้นที่ปูด้วยผ้าไหมนุ่ม ท่อนเนื้อของเขาที่เพิ่งได้รับการปลอบใจกลับแข็งขึงขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ความปรารถนาที่มีต่อนางทำให้เขาไม่อาจหยุดได้
"พระชายา... กระหม่อมจะทำให้ท่านรู้สึกเหมือนเป็เทพธิดา" เขากระซิบขณะที่คลานเข้าไปหานาง "กระหม่อมจะเล้าโลมท่านจนท่านลืมทุกความทุกข์"
เขาเริ่มจากการจูบนางอย่างอ่อนโยน แตกต่างจากความดุดันเมื่อครู่ ริมฝีปากของเขาััไปตามริมฝีปากของนางเบาๆ ราวกับกำลังลิ้มรสของหวาน ลิ้นของเขาเลียไปตามริมฝีปากล่างของนางก่อนจะค่อยๆ แทรกเข้าไปในปาก
"อืม... อืม..." ไป๋หลินครางเบาๆ ในลำคอ มือของนางโอบรอบคอของเขา ดึงเขาให้เข้ามาใกล้มากขึ้น
อาเฉิงเคลื่อนปากลงมาที่ต้นคอของนาง เขาใช้ลิ้นเลียไปตามเส้นโค้งของลำคอที่เปราะบาง ก่อนจะดูดิัเบาๆ ทำให้เกิดรอยแดงเล็กๆ
"อา... อาเฉิง..." นางครางเรียกชื่อเขา "เ้าทำให้ข้ารู้สึกเสียวซ่านทั้งตัว"
"นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น พระชายา" เขาตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "กระหม่อมจะทำให้ท่านรู้สึกเสียวซ่านจนไม่อยากให้มันจบลง"
เขาเคลื่อนลงมาที่หน้าอกของนาง หน้าอกที่อิ่มเอิบและกระเพื่อมขึ้นลงด้วยลมหายใจที่หอบกระชั้น เขาใช้มือทั้งสองข้างบีบคลึงหน้าอกของนางอย่างอ่อนโยน ขณะที่ปากของเขาดูดปลายปทุมถันที่แข็งขึงแล้ว
"จ๊วบๆๆ... จ๊วบบบๆ" เสียงดูดดังขึ้นอย่างชัดเจน เขาใช้ลิ้นเลียรอบๆ ปลายปทุมถันก่อนจะดูดมันเข้าไปในปากอย่างแรง ขณะที่มืออีกข้างบีบคลึงหน้าอกข้างที่เหลือ
"อ๊าาา... อ๊าาา... อ๊าาาาา..." ไป๋หลินหลุดเสียงครางยาวออกมา ร่างกายของนางโค้งงอขึ้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไปมาอย่างรุนแรง "เ้าทำให้ข้าเสียวจนทนไม่ไหว..."
อาเฉิงสลับไปดูดปลายปทุมถันอีกข้าง ให้ความสนใจกับทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียม เขาใช้ฟันเขี่ยปลายปทุมถันเบาๆ ทำให้นางต้องกระตุกตัวด้วยความเสียวซ่าน
"ท่านชอบหรือไม่?" เขาถามขณะที่ยังคงเล้าโลมหน้าอกของนาง "กระหม่อมชอบเสียงครางของท่าน... มันหวานเหมือนเสียงนกกระจิบร้อง"
"ชอบ... ข้าชอบมาก..." นางตอบด้วยเสียงสั่นเทา "แต่ข้า้ามากกว่านี้... ้าให้เ้าััข้าทุกที่..."
อาเฉิงยิ้มและเคลื่อนลงมาที่ท้องเรียบของนาง เขาใช้ลิ้นเลียไปตามิัที่นุ่มนวล วาดเส้นทางลงไปสู่ส่วนที่นางปรารถนาให้เขาััมากที่สุด
"พระชายา... ท่านหอมเหมือนดอกบัวที่เพิ่งบาน" เขากระซิบขณะที่ลิ้นของเขาเลียไปรอบๆ สะดือของนาง "กระหม่อมอยากจะลิ้มรสทุกส่วนของท่าน"
เขาเคลื่อนลงไปที่ร่องรักของนาง ที่ซึ่งเปียกชื้นและบวมเป่งด้วยความปรารถนา กลิ่นหอมของความ้าทำให้เขารู้สึกมึนเมา เขาใช้มือแยกขาของนางออก เผยให้เห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่
"ท่านเปียกแล้ว... เปียกเพราะกระหม่อม" เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "ร่องรักของท่านเรียกหากระหม่อม"
เขาเริ่มด้วยการใช้ลิ้นเลียไปตามร่องรักเบาๆ ลิ้มรสความหวานที่เขาคิดถึง รสชาติของนางทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ดื่มน้ำหวานจาก์
"อ๊าห์... อาเฉิง... เ้าทำอะไร..." ไป๋หลินครางออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความใและความเสียวซ่าน "มัน... มันแปลก... แต่ดี..."
"กระหม่อมกำลังทำให้ท่านรู้สึกดี" เขาตอบก่อนจะใช้ลิ้นเลียไปตามติ่งเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในร่องรัก ทำให้นางต้องแอ่นกายขึ้นด้วยความเสียวซ่าน
"อ๊าห์! อ๊าห์!" นางร้องออกมา มือของนางจับผมของเขาแน่น "เ้า... เ้าทำให้ข้าเสียวจนเกือบบ้า..."
อาเฉิงใช้ลิ้นเล่นกับติ่งเล็กๆ อย่างชำนาญ เขารู้ว่าจุดนี้ทำให้นางเสียวซ่านมากที่สุด เขาเลียเป็วงกลม ดูด และเขี่ยเบาๆ สลับกันไป
"จ๊วบๆๆ... จ๊วบบบๆ" เสียงดูดดังขึ้นจากร่องรักของนาง
"อ๊าห์... อ๊าห์... อ๊าห์..." เสียงครางของไป๋หลินดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของนางสั่นเทาอย่างรุนแรง "ข้า... ข้ารู้สึกแปลก... เหมือนจะะเิ..."
อาเฉิงไม่หยุด เขาใช้ลิ้นสอดเข้าไปในร่องรักของนาง ลิ้มรสความหวานที่ไหลออกมา ลิ้นของเขาเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างเป็จังหวะ ขณะที่จมูกของเขาเสียดสีกับติ่งเล็กๆ
"อ๊าห์... อ๊าห์... เ้าทำให้ข้าเสียวจนทนไม่ไหว..." นางครางด้วยเสียงที่แหบพร่า "ข้า... ข้าจะ... จะเป็อะไรไป..."
"ปล่อยให้มันเกิดขึ้น พระชายา" อาเฉิงกระซิบ "อย่าต่อต้าน... ให้ความรู้สึกนั้นท่วมท้นท่าน"
เขาเพิ่มความเร็วของการเลียและดูด ใช้ลิ้นกระตุ้นทุกจุดที่ทำให้นางเสียวซ่าน จนกระทั่งไป๋หลินไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
"อ๊าาาาาห์!" นางร้องออกมาเสียงดัง ร่างกายของนางโค้งงอขึ้นและสั่นะเืไปทั้งตัว ความรู้สึกที่ไม่เคยััมาก่อนท่วมท้นนางจนนางแทบจะสลบไป
อาเฉิงยังคงเลียและดูดอย่างอ่อนโยน ช่วยให้นางผ่านพ้นความรู้สึกที่รุนแรงนั้นไปได้ เขาเลียเก็บทุกหยดของความหวานที่ไหลออกมา
"พระชายา... ท่านช่างงดงามยิ่งนักเมื่อเสียวซ่าน" เขากระซิบขณะที่คลานขึ้นมาหานาง "กระหม่อมไม่เคยเห็นอะไรที่สวยงามเท่านี้"
ไป๋หลินนอนหอบหายใจอยู่บนพื้น ร่างกายของนางยังคงสั่นเทาจากความรู้สึกที่เพิ่งผ่านไป ใบหน้าของนางแดงก่ำ เหงื่อเซาะิัจนเปล่งประกาย
"เ้า... เ้าทำอะไรกับข้า..." นางกระซิบด้วยเสียงที่เหนื่อยล้า "ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน..."
"นั่นคือความสุขที่แท้จริง" อาเฉิงตอบด้วยเสียงที่อ่อนโยน "และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น... กระหม่อมยังมีอีกมากที่จะแสดงให้ท่านเห็น"
เขาจูบนางอย่างเร่าร้อน ให้นางได้ลิ้มรสตัวเองจากริมฝีปากของเขา ท่อนเนื้อของเขาที่แข็งขึงแตะกับร่องรักที่ยังคงเปียกชื้นของนาง
"ตอนนี้กระหม่อม้าเข้าไปในร่างกายของท่าน" เขากระซิบข้างหูนาง "กระหม่อม้าให้เราเป็หนึ่งเดียวกัน"
ไป๋หลินมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจากความรู้สึกที่เพิ่งผ่านไป แต่นางยังคง้าเขา ้าให้เขานางอย่างสมบูรณ์
"เข้ามาเสีย อาเฉิง..." นางกระซิบ "ข้า้าเ้า... ้าให้เ้าเติมเต็มข้า"