“ตกลงว่าพวกพี่รู้จักกันมาก่อนแล้วหรือคะ” หลี่ปิงปิงหันไปมองซ่งิและซิ่วหงสลับกันไปมา
“อืม...คุณซ่งิเคยช่วยพี่ไว้” ซิ่วหงตอบ
“เื่บังเอิญทั้งนั้น” ซ่งิยิ้มสบาย “ไม่ถือเป็บุญคุณอะไรมากนักหรอก พวกเธอไม่ต้องคิดมาก”
“แต่ผมว่ามันไม่น่าจะเป็เื่บังเอิญนะที่พี่สามกับคุณซิ่วหงเจอกันบ่อยๆ ไม่คิดว่าเป็เื่ของบุพเพสันนิวาสบ้างหรือครับ” ซ่งเต๋อพูดขึ้น
“อาเต๋อ! ถ้านายยังไม่หยุดพูดอีกล่ะก็ ฉันจะให้คุณพ่อส่งนายเข้าไปฝึกกับพี่ใหญ่ที่ค่าย หรือว่าฉันจะให้คุณแม่นัดบอดให้กับนายดี” ซ่งิบอกน้องชาย
“อ้อ...ความจริงแล้วผมก็คิดว่ามันเป็เื่บังเอิญเหมือนกัน” ซ่งเต๋อรีบเปลี่ยนท่าที “พี่ชายผมคนนี้เป็คนดีน่ะครับ เห็นใครเดือดร้อนเป็ไม่ได้ ชอบเข้าไปช่วยเหลืออยู่เรื่อย ส่วนเื่ที่ผมพูดไปเมื่อครู่ก็ไม่มีความหมายอะไรหรอกนะครับ คุณซิ่วหงอย่าใส่ใจเลย”
“ยังไงฉันก็ขอขอบคุณคุณซ่งิอีกครั้งนะคะ” ซิ่วหงยิ้ม
“ถ้างั้นเรามาพูดเื่งานของเรากันต่อดีกว่า โรงงานของเราคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ” หลี่ปิงปิงเปลี่ยนเื่
“ตอนนี้โรงงานของเราปรับปรุงพื้นที่เสร็จแล้วล่ะ คนงานพี่ก็คัดเลือกไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้จักรเย็บผ้ามาส่ง จากนั้นเราก็จะเริ่มงานได้” ซ่งิบอก
“ฉันเพิ่งไปดูหน้าร้านของเรามา ทางโน้นก็ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน พนักงานในร้านฉันก็เลือกได้แล้วสองคน พวกเขาเป็คู่รักกันน่ะค่ะ อยู่ใน่หาเงินสร้างตัวไว้แต่งงาน” หลี่ปิงปิงยิ้ม “พี่จะว่าอะไรไหมคะพี่ิถ้าฉันจะให้พี่หงเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการร้าน”
“พี่ไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว เธอเห็นว่าใครเหมาะกับงานส่วนไหนเธอก็พิจารณาได้เลย”
“คืออย่างนี้ค่ะ พี่หงเคยทำงานเป็พนักงานขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้ามาก่อน ฉันคิดว่าจากประสบการณ์ของพี่หงคงทำให้ร้านของเราพัฒนาขึ้นเป็ร้านขายเสื้อผ้าอันดับหนึ่งในอำเภอได้อย่างแน่นอน อีกอย่างพี่หงยังทำบัญชีได้ด้วยนะคะ เธอเรียนจบทางด้านนี้มาโดยตรง” หลี่ปิงปิงอธิบายเพิ่ม
“คุณซิ่วหงเรียนจบมหาวิทยาลัยสาขาการบัญชีหรือครับ เก่งจังเลยนะครับ” ซ่งิพูดชม
“ฉันไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยหรอกค่ะ ฉันเรียนบัญชีจากโรงเรียนภาคค่ำเท่านั้นเอง”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ วิชาบัญชีเป็เื่ที่เข้าใจยากจะตาย คุณเรียนจบมาได้ ไม่ว่าจะในระดับไหนก็ถือว่าเก่งทั้งนั้น”
หลี่ปิงปิงหันไปมองซ่งเต๋ออย่างขอความเห็น เพราะดูเหมือนซ่งิจะชอบพูดกับซิ่วหงเป็พิเศษ ซึ่งมันไม่เหมือนกับที่เขาเคยปฏิบัติกับหญิงสาวคนอื่นที่ชอบมาทอดสะพานให้เขาเลย
ซ่งเต๋อแอบกระซิบบอกว่าพี่ชายของเขาคงยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองสนใจซิ่วหงเข้าแล้ว หลี่ปิงปิงได้แต่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แต่เธอก็อดที่จะเป็ห่วงซิ่วหงไม่ได้ เพราะซิ่วหงเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับคนรักเก่าที่มีฐานะร่ำรวยมาแล้วน่ะสิ เธอจะยอมเปิดใจให้กับซ่งิได้จริงหรือ แต่ทั้งหมดมันเป็เื่ของอนาคต รอให้ถึงตอนนั้นค่อยหาทางช่วยเหลือพวกเขาสองคนก็แล้วกัน
“อะแฮ่ม...” หลี่ปิงปิงแสร้งส่งเสียงขึ้นมาเมื่อเห็นว่าซ่งิและซิ่วหงเอาแต่พูดคุยกันโดยไม่สนใจเธอกับซ่งเต๋อ “วันนี้ฉันกับพี่หงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ที่บ้านของเราจะจัดงานเลี้ยงส่งพี่เหมาที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยติดน่ะค่ะ”
“โจวเหมาน่ะหรือ? เขาสอบติดที่มหาวิทยาลัยไหนล่ะ” ซ่งิถาม “ถ้าเขาสอบติดที่เมืองหลวงก็ดีสิ ฉันจะได้ฝากเขาให้ช่วยดูแลน้องสาวฉันด้วย ปีนี้ซูมี่ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน เมื่อวานฉันเพิ่งได้รับสายจากคุณแม่”
“ซูมี่? น้องสาวคนเล็กของพี่น่ะหรือคะ แล้วเธอสอบติดสาขาอะไรหรือคะ” หลี่ปิงปิงถาม
“ความจริงน้องสาวของพี่เรียนเก่งมากเลยนะ ั้แ่เด็กเธอก็บอกว่าอยากจะเป็หมอที่เก่งเหมือนคุณแม่ แต่พอสอบเข้ามหาวิทยาลัยจริงๆ ทำไมเธอถึงเลือกสอบเป็คุณครูไปได้”
“หืม...สอบเข้าเรียนครูหรือคะ ก็คณะเดียวกับพี่เหมาเลยน่ะสิ พี่เหมาก็สอบเข้าเรียนครูที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวงได้เหมือนกันค่ะ”
“จริงหรือ! งั้น...วันนี้พี่ขอไปเลี้ยงส่งโจวเหมากับพวกเธอด้วยได้ไหมล่ะ พี่จะได้ถือโอกาสฝากให้เขาช่วยดูแลซูมี่ให้พี่ด้วย” ซ่งิหันไปส่งยิ้มให้ซิ่วหง
“พี่ชาย...ตกลงว่าพี่พูดกับฉันหรือพี่อยากพูดกับใครกันแน่ พอได้แล้วค่ะ เลิกมองพี่สาวฉันได้แล้ว สายตาของพี่จะมองทะลุร่างพี่สาวฉันได้แล้วค่ะ” หลี่ปิงปิงพูดยิ้ม
“เธอพูดอะไรอย่างนั้นเล่า” ซิ่วหงยิ้มเขินๆ พร้อมกับตีไปที่แขนหลี่ปิงปิงหนึ่งที
“โอ๊ย! พี่ช่วยเขินให้มันเบาๆ หน่อยได้ไหมคะ ฉันเจ็บนะ”
“ปิงปิง! ฉันไม่คุยกับเธอแล้ว” ซิ่วหงเดินหน้าแดงออกไปยืนรออยู่ด้านนอกทันที
หลี่ปิงปิงหันไปยักคิ้วให้ซ่งเต๋อ ก่อนที่พวกเขาจะหันไปมองซ่งิแล้วยิ้มอย่างมีความหมาย แต่ซ่งิกลับยังไม่เข้าใจว่าน้องๆ เป็อะไรกัน ทำเอาหลี่ปิงปิงกับซ่งเต๋อยิ้มค้างไปเลย
“พี่สาม...” ซ่งเต๋อส่ายหน้า “พี่เก่งมาทุกเื่ แต่พอเป็เื่นี้ทำไมพี่อ่อนหัดอย่างงี้เล่า”
“เื่อะไร? แล้วทำไมพวกเธอถึงยิ้มให้ฉันแปลกๆ”
“พี่ไปหาคำตอบเอาเองเถอะค่ะ” หลี่ปิงปิงแอบถอนหายใจเพราะไม่คิดว่าพี่ชายจะซื่อบื้อกว่าสามีของเธอเสียอีก รายนั้นยังดีหน่อยที่มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ บอกชอบเธอั้แ่ได้เจอหน้ากันวันแรกด้วยซ้ำ แต่พี่ชายบุญธรรมของเธอนี่สิ ไม่ไหวเลยจริงๆ
“เย็นนี้พี่สองคนอย่าลืมไปกินข้าวที่บ้านฉันนะคะ ฉันกลับก่อนล่ะ”
“ผมต้องขอขอบคุณทุกคนจริงๆ นะครับที่จัดงานเลี้ยงให้ผมในวันนี้” โจวเหมามองทุกคนอย่างซาบซึ้งใจ
“ยังจะพูดเกรงใจกันอีกทำไม ฉันกับนายแทบจะเรียกได้ว่าเป็พี่น้องกันแล้ว งานเลี้ยงแค่นี้จะเทียบกับมิตรภาพของเราได้ยังไง” จางเป่าจินตบไหล่เพื่อน “ฉันต้องขอบใจนายมากกว่าที่นายเชื่อมั่นในตัวฉัน และเปลี่ยนคนี้เีอย่างฉันให้เป็ผู้เป็คนได้อย่างทุกวันนี้”
“ใช่ๆ ฉันขอบใจนายมากจริงๆ นะอาเหมาที่ช่วยเปลี่ยนน้องชายไม่เอาไหนของฉันให้เป็คนดีได้ขนาดนี้” จางหนานสำทับ
“พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ไม่มีอะไรจะมอบให้นายนอกจากเสื้อผ้าชุดนี้ พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองเย็บให้นายเองเลยนะ” จางเกินยื่นถุงใส่เสื้อผ้าให้กับโจวเหมา
“ฉันก็ไม่มีอะไรจะให้นายนอกจากนาฬิกาเรือนนี้” ซ่งิยื่นนาฬิกาข้อมือผู้ชายให้กับโจวเหมาหนึ่งเรือน
“มันแพงเกินไปครับพี่ิ ผมรับไว้ไม่ได้หรอก” โจวเหมารีบปฏิเสธ
“ฉันไม่ได้จะมอบให้นายเปล่าๆ เสียหน่อย” ซ่งิยิ้ม “ได้ยินว่านายสอบเข้าเรียนครูที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวงได้ น้องสาวฉันก็สอบเข้าคณะนั้นได้เหมือนกัน ฉันก็เลยอยากจะฝากให้นายช่วยดูแลน้องสาวของฉันสักหน่อย”
“พี่ิพูดอย่างนี้คงไม่ได้หมายความว่า...” จางเป่าจินอมยิ้ม
“หมายความว่ายังไงหรือคะเป่าจิน” หลี่ปิงปิงรับลูกต่อจากสามีทันที
“ก็หมายความว่าพี่ิคิดจะจับคู่น้องสาวของเขาให้กับอาเหมาไง คุณจำไม่ได้หรือว่าพี่ิเคยบอกกับอาเหมาไว้ว่ายังไง”
“ฉันจำได้แล้วค่ะ ตอนนั้นที่พวกคุณนั่งดื่มเหล้าด้วยกันใช่ไหมคะ พี่ิเคยบอกว่าจะยกน้องสาวให้กับพี่เหมา ถ้าพี่เหมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองหลวงได้”
“เฮ้ย! พวกนาย...ตอนนั้นฉันเมามากไปหน่อยก็เลยพลั้งปากไป” ซ่งิรีบปฏิเสธ แต่พอเห็นหน้าตาที่ไม่สู้ดีของโจวเหมาเขาก็รีบพูด “ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ยอมรับนายนะ แต่เื่นี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉัน มันขึ้นอยู่กับความคิดของน้องสาวฉันต่างหาก”
“สุดท้ายก็คือพี่ไม่ยอมรับพี่เหมาอยู่ดี” หลี่ปิงปิงพูดขึ้น
“เื่ของอนาคตฉันไม่รู้หรอก แต่เอาเป็ว่าถ้าอาเหมากับน้องสาวของฉันมีใจให้กัน ฉันจะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่” ซ่งิอดมือไว้ไม่อยู่ เขาจึงเขกหัวหลี่ปิงปิงกับจางเป่าจินไปเต็มแรง “ดีใจมากใช่ไหมที่ปั่นหัวฉันได้สำเร็จน่ะ”
“แค่ไม่อยากให้น้องสาวของพี่พลาดคนดีๆ ไปต่างหากล่ะคะ” หลี่ปิงปิงรีบพูด
“เธอน่ะมันเ้าแผนการ” ซ่งิกระดกเหล้าเข้าปากทันที
“พี่ไม่ต้องไปสนใจน้องสาวจอมแก่นของพี่หรอกครับ เื่ของอนาคตทั้งนั้น อีกอย่างผมก็รู้สถานะของผมดี” โจวเหมาพูดขึ้น
“เฮ้อ...ไอ้น้องชาย” ซ่งิตบไหล่โจวเหมาเต็มแรงอยู่หลายที “นายอย่าพูดให้ฉันรู้สึกแย่อย่างนั้นสิ ฉันบอกตรงๆ ว่าฉันไม่เคยรังเกียจนาย ถ้าได้นายมาเป็น้องเขยของฉันจริงๆ ฉันก็ยินดี พ่อแม่ของฉันไม่เคยกีดกันและไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเื่คู่ครองของพวกเราห้าคนพี่น้องเลย เพราะฉะนั้นถ้าในอนาคตนายกับซูมี่เกิดชอบพอกันขึ้นมา ฉันก็พร้อมจะสนับสนุนนายเต็มที่ อีกอย่างนายไม่จำเป็ต้องทำตัวให้ดูต่ำต้อยขนาดนั้น เป็ลูกผู้ชายต้องยืดอกเข้าไว้สิ ต่อไปนายต้องเป็หัวหน้าครอบครัวนะ”
หลี่ปิงปิงหันไปสบตากับจางเป่าจินแล้วยิ้มอย่างดีใจ ความจริงแล้วเธอไม่รู้หรอกว่าน้องสาวของซ่งิจะมีนิสัยเป็ยังไง แต่เท่าที่เธอรู้จักกับพี่ชายคนนี้ เธอก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเติบโตมากับครอบครัวที่อบอุ่นและไม่ได้เคร่งครัดในการเลี้ยงดู ดูอย่างซ่งิกับซ่งเต๋อที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระทั้งที่ครอบครัวล้วนรับราชการตำแหน่งใหญ่โต หากโจวเหมามีโอกาสได้พบกับคนดีๆ เธอก็อยากสนับสนุน และเหตุผลสำคัญคือเธออยากให้โจวเหมาพบรักกับใครสักคน ก่อนที่คุณพ่อโจวเหมาของเธอจะพลาดท่าและถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงใจร้ายคนนั้น การข้ามเวลาของเธอในครั้งนี้ทำให้เธอหลุดพ้นจากผู้หญิงคนนั้น เพราะฉะนั้นเธอต้องทำทุกวิถีทางที่จะให้คุณพ่อโจวเหมาหลุดพ้นจากผู้หญิงใจร้ายคนนั้นเหมือนกัน