ความรู้สึกเ็ปแล่นเข้าสู่โสตประสาททันทีที่ร่างเล็กรู้สึกตัว รอยแผลปรากฏชัดที่ไหล่ทั้งสองข้าง หากแต่แผลนั้นถูกรักษาและมีผ้าพันไว้โดยรอบ ลู่หานพยายามลืมตาขึ้นมาเนื่องจากพิษไข้ ที่ได้รับจากแผล ทำให้เขารู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว ดวงตาสวยกะพริบตาถี่เพื่อปรับภาพตรงหน้าให้กระจ่าง
ลู่หานมองไปรอบๆ ก็พบว่าตัวเองอยู่ในถ้ำ ร่างบางตื่นตระหนกเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะมีผ้าพันแผลที่ไหล เขาคงคิดว่าตัวเองถูกบาซิลิสซ์จับตัวมาเป็แน่ ใจดวงน้อยสั่นไหว หากเขาไม่ดื้อด้านฟังที่ไคและแบคฮยอนพูด คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่รู้ว่าเพื่อนทั้งสามคนจะปลอดภัยไหม หากพวกเชาเป็อะไรไป ต้นเหตุทั้งหมดมาจากเขาทั้งสิ้น
จากข้อมูลที่ได้รับรู้มาที่นี่ที่ไหนสักที่ในป่าเบรย์เดน หากแต่เขายังคงงงงวยกับคำพูดของคนแปลกหน้าเมื่อครู่ จะออกไปจากที่นี่ได้ต้องเกิดเซฟไฟร์ แล้วเซฟไฟร์คือสิ่งใด เขาอาจจะต้องใช้เวลารอให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งคงใช้เวลาหลายสิบปี ความกระวนกระวายที่คนตัวเล็กแสดงออกมา ล้วนอยู่ในสายตาคมของผู้เป็เ้าของถ้ำทั้งสิ้น
ร่างบางที่ตอนนี้กำลังนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั่น รู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามาด้านหลังของเขา ร่างเล็กหันหน้าไปมองทันที
"..."
"เ้าให้ข้าหรือ"
เนื้อไก่ย่างถูกส่งมาให้คนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหวออยู่ เ้าของใบหน้าเรียบเฉยนั้นไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าให้เท่านั้น มือเล็กรับเนื้อไก่ย่างมาและเอ่ยขอบคุณเ้าของร่างสูงโปร่ง ที่ตอนนี้เดินไปนั่งที่ตรงข้ามกับเขา ก่อนจะเอนกายและหลับตาลง
เมื่อเนื้อไก่ย่างถูกกินไปจนหมดแล้ว คนตัวเล็กก็เริ่มทำตัวไม่ถูก บรรยากาศช่างน่าอึดอัดนัก คนตรงหน้าเขาก็เอาแต่นั่งหลับ ไม่ขยับตัวเลยสักนิด และไม่ปริปากพูดอะไรเลยสักนิด
"เ้าชื่ออะไรหรือ?"
"..."
คนตัวเล็กเอ่ยถามเพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบเกินไปจนน่าอึดอัด คำถามถูกถามออกไปได้สักพัก แต่ยังไม่มีทีท่าว่าคนข้างหน้าจะเอ่ยปากตอบคำถามเขาเลย ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับจากร่างสูงโปร่งที่นอนนิ่งอยู่บนแท่นหิน ร่างบางชั่งใจเล็กน้อย คนตัวเล็กขยับตัวเข้าไปใกล้คนที่กำลังนั่งนิ่งเป็หิน มือเล็กโบกไปมาที่หน้าของร่างสูงตรงหน้า
ใบหน้าสวยชะงักเล็กน้อยเมื่อได้มองใบหน้าสมบูรณ์แบบใกล้ๆ คิ้วเข้มกับเปลือกตาที่ปิดลงบดบังดวงตาคมสวย แต่ก็ยังรับรู้ได้ว่าดวงตานี้มีเสน่ห์มากแค่ไหน จมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากบางหยักได้รูป โครงหน้าคม ที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูดีไปเสียหมด เป็ใบหน้าที่หาที่ติไม่ได้เลยสักนิด คนตัวเล็กมองใบหน้าคมคายอย่างเผลอตัว คนที่รับรู้ได้ถึงการจ้องมองั้แ่แรกลืมตาขึ้นมา สายตาคมสบเข้ากับั์ตาสีอ่อน
"..."
"..."
เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน กาลเวลาหยุดเดิน คนตัวเล็กมองเข้าไปในั์ตาสีดำทมิฬก็รู้สึกราวกับโดนมนต์สะกด เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลจากอะไรบางอย่างสูบิญญาของเขาเข้าสู่ความมืดมิดของั์ตาสีดำทมิฬ จนลืมหายใจไปชั่วขณะ เขาไม่สามารถละสายตาออกจากสายตาคู่นั้นได้เลย เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ทั้งคู่ยังคงจ้องตากัน อย่างไม่มีใครคนใดละสายตาจากอีกฝ่ายไปได้
หัวใจดวงน้อยเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
เช่นเดียวกันกับหัวใจอีกดวงที่ไม่ได้เต้นมาเนิ่นนานแล้ว
"พวกเ้าทำอะไรอยู่ แข่งจ้องตากันหรือยังไง"
เสียงทุ้มของผู้มาใหม่เอ่ยออกมาหลังจากที่ยืนมองคนทั้งสองจ้องตากันมานาน ผู้ที่แอบดูสถานการณ์เงียบๆ เผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มไปให้เพื่อนสนิทตัวสูงที่หันขวับมองมาที่เขาทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงของเขา
ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยพลางก้าวถอยหลังอัตโนมัติ ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนล่อกแล่กไปมาไม่อยู่นิ่ง พวงแก้มสีชมพูขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด
“สงสัยข้าจะมาผิดเวลาสินะ”
“เ้าก็มองอยู่นานแล้วมิใช่หรือ”
"รู้ตัวด้วยหรือ"
ชานยอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดแหย่เ้าของร่างสูงโปร่งตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความทะเล้นออกมาให้คนที่มีสีหน้าเรียบเฉยได้เห็น
คนที่มีสีหน้าเดียวตลอดเวลา เลิกสนใจเพื่อนสนิทของตัวเอง ั์ตาสีดำทมิฬมองมายังร่างบางของคนอีกคน ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าตาเหลอหลาอยู่ เมื่อเ้าของใบหน้าสวย สบตาเข้ากับสายตาคมดุของร่างสูงโปร่ง คนตัวเล็กก็ยิ่งเลิ่กลักเข้าไปใหญ่ มือสวยขยุ้มมือเข้าที่กางเกงของตัวเอง เสียงลมหายใจติดขัดของคนตัวเล็กทำให้ผู้ที่ดูเหตุการณ์อยู่ขำออกมาเล็กน้อย
"ไหล่เ้าเป็เช่นไรบ้าง"
“เจ็บนิดหน่อย ว่าแต่พวกเ้าเป็ใครหรือ ทำไมถึงอยู่ที่นี่”
“ข้าก็เป็คนของป่าเบรย์เดน แล้วก็อยู่ที่มีมาตลอด”
“ตลอด?”
“สักร้อยยี่สิบปีได้กระมัง”
ชานยอลหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา คำตอบที่ได้ยินทำเอาคนถามตาเบิกกว้างด้วยความใ ไม่ได้ใเพราะอายุของทั้งสองคนที่มากกว่าร้อยปี แต่ใที่หน้าตาของทั้งสองนั้นไม่ได้แก่ลงเลยสักนิด ต่างจากคุณนายบยอนที่อายุ 80 ปี แต่มีรอยเยี่ยวหย่นตามวัย เขาก็พอรู้มาบ้างว่าสัตว์เทพแต่ละตนมีอายุขัยที่ต่างกันออกไป ยิ่งเป็สัตว์ที่มีพลังแข็งแกร่งและวิเศษมาก ก็มีอายุขัยมากเท่านั้น แต่สำหรับสัตว์เทพที่มีอายุร้อยกว่าปีก็น่าจะดูแก่กว่านี้ แต่พวกเขากลับเหมือนคนที่เพิ่งจะเกิดได้ยี่สิบกว่าปียังไงยังงั้น
“แล้วเ้ามาที่ป่าแห่งนี้ทำไมกัน”
ชานยอลเอ่ยถามคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างใคร่รู้ ป่าแห่งนี้เป็ที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็ป่าต้องห้าม สัตว์เทพหรือสัตว์ทั่วไปจากป่าอื่นๆ จะไม่กล้าเข้ามาที่ป่าเบรย์เดนแห่งนี้ เหตุผลที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาก็เป็ที่รู้กันดีอยู่แล้ว ว่าป่าเบรย์เดนได้เปลี่ยนไปแล้ว มีแต่พวกเศษเดน สัตว์ไม่พึงประสงค์มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ หลังจากที่ไม่มีผู้ปกป้องดูแลป่า
แต่คนที่กล้ามาที่นี่ก็มีเหตุผลไม่กี่อย่าง ส่วนมากมักจะมีเจตนาแอบแฝงเสมอ ผู้ที่คิดไม่ซื่อ ไม่มีชีวิตรอดออกไปเลยสักราย ชานยอลมองคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างรอคำตอบ ถ้าเหตุผลที่มายังป่าเบรย์เดนเป็เหมือนรายก่อนๆ เขาก็พร้อมที่จะปลิดชีพคนตรงหน้าทันที
“ข้าแค่สงสัย และมาดูให้เห็นกับตาก็เพียงเท่านั้น”
“เ้าสงสัยเื่อันใดกัน”
“ป่าเบรย์เดนคือป่าร้าง”
“…”
“และข้าก็เห็นเป็เช่นนั้นจริงๆ จนได้มาเจอที่นี่”
เป็คำตอบที่ไม่น่าฟังเท่าไหร่นัก ถึงร่างเล็กตรงหน้าจะดูไม่มีพิษภัย แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้คิดว่าคนผู้นี้จะมีประโยชน์อันใด หากจะเก็บไว้ข้างกาย จะยิ่งทำให้หลายสิ่งหลายอย่างไม่เป็ไปตามแผนที่วางไว้เสียเปล่า
มือหนายกขึ้นเตรียมจะปลิดชีพคนตรงหน้าทันที เพียงเสี้ยววินาทีก็ปรากฏคลื่นลมหมุนขึ้นที่ฝ่ามือของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เ้าแห่งสายลม ก่อนที่คลื่นลมนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็อาวุธทรงประสิทธิภาพ ก่อนที่เขาจะได้ทำอย่างใจคิดก็โดนฝ่ามือหนาของร่างสูงโปร่งที่นั่งข้างๆ กันนั้นจับมือเอาไว้เสียก่อน
คลื่นลมบนฝ่ามือหนาค่อยๆ สลายตัวไป ใบหน้าหล่อเหลาของชานยอล มองมาที่เพื่อนตัวสูงอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้รับเหตุผลที่ทำให้หายข้องใจ ได้รับเพียงสายตาคมดุที่มองมาที่เขาอย่างเรียบเฉย
ชานยอลจึงละความสนใจจากเพื่อนข้างกาย หันมาสนใจคนตัวเล็กตรงหน้าแทน กลับกันคนตัวเล็กตรงหน้าไม่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ว่าเขาเกือบจะตายไปเสียแล้ว
“แล้วหายสงสัยหรือยัง”
"ที่จริงแล้วมีเหตุผลนิดหน่อย"
"อะไร?"
“เมื่อเดือนที่แล้ว ข้าเห็นภาพแปลกๆ เกิดขึ้นในหัวของข้า ข้าไม่รู้ว่ามันคือที่ใด”
“…”
“ข้าเห็นเช่นนั้นหลายครั้ง ในใจข้าเชื่อว่าที่นั่นคือป่าเบรย์เดน ข้าจึงต้องมาดูให้เห็นกับตา”
เดือนที่แล้วเขาเพิ่งจะค้นพบว่าตัวเองเป็สัตว์เทพ หลังจากที่เขากลายร่างเป็นกได้ ก็เริ่มเห็นภาพแปลกๆ นั่น ครั้งแรกที่เห็น เขาคิดว่ามันเป็แค่ความฝัน แต่มันไม่ใช่ ครั้งที่ฝึกบินด้วยตัวเองคนเดียว ทั้งๆ ที่ยังลืมตาอยู่ ภาพๆ นั้นก็ปรากฏให้เห็นอีกครั้ง
เขายังไม่ได้บอกเื่นี้ให้แบคฮยอนและเพื่อนคนอื่นๆ รู้ เขาคิดว่าที่ตัวเองยังแปลงกายเป็ร่างสมบูรณ์ไม่ได้ อาจจะเกี่ยวกับภาพที่เขาเห็น หรือครอบครัว ของเขาอาจจะอยู่ที่นี่ก็ได้
นั่นคือเหตุผลที่เขาดื้อด้านอยากจะมาที่นี่ให้ได้ สถานที่ที่เขาเห็นนั้น สวยงามราวกับอยู่บน์ แต่เมื่อมาถึงที่ป่าเบรย์เดน มันช่างต่างกับภาพที่เขาเห็นเหลือเกิน
เมื่อชานยอลได้ฟังดังนั้นก็เกิดความคิดหลายอย่าง ยิ่งสงสัยคนตรงหน้าเข้าไปใหญ่ ต่างจากร่างสูงโปร่งอีกคนที่นั่งฟังการสนทนานั้นนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา
"สถานที่ ที่ใด?"
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน พอมาถึงที่นี่ มันต่างจากที่คิดไว้มาก ภาพที่เห็นเหมือนกับสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง แต่ครั้งแรกที่ได้เห็นป่าเบรย์เดน มันเหมือนป่าร้างเสียมากกว่า"
คนตัวเล็กพูดพลางถอนหายใจ เื่ทุกอย่างไม่เป็ไปตามที่เขาคิด แถมมันยังแย่จนคาดไม่ถึง เพื่อนของเขาไม่รู้จะเป็ยังไงกันบ้าง เขาเองก็ต้องติดอยู่ที่นี่ไปอีกอย่างน้อยสิบปี
"เหตุผลที่มา เพราะแค่สงสัยงั้นหรือ"
"ใช่ ข้าอายุจะครบ 18 ปีแล้ว แต่เพิ่งจะกลายร่างได้เมื่อเดือนที่แล้ว แถมยังเป็ร่างที่ไม่สมบูรณ์อีก แล้วก็เห็นภาพสถานที่นั้นซ้ำๆ เลยคิดว่าสถานที่นั่นน่าจะมีคำตอบ และอีกอย่างอาจจะได้เจอครอบครัวของข้าที่นี่"
“ครอบครัวเ้า ที่นี่หรือ?”
"ใช่"
"แล้วเป็นกอะไรเล่า เผื่อข้าจะช่วยเ้าได้"
"ไม่รู้เหมือนกัน เ้าลองดูไหม"
เมื่อพูดจบคนตัวเล็กก็กลายร่างเป็เ้านกน้อยตัวอ้วนกลม ที่ตอนนี้ขนสีดำเริ่มขึ้นมาแทนขนสีขาวไปมากกว่าเดิมเล็กน้อย ปีกที่เล็กกระจ้อยร่อยก็ดูใหญ่ขึ้นมานิดหน่อย
“เ้าเป็นกกระจิบงั้นหรือ”
"ไม่ใช่สักหน่อย!"
ชานยอลที่ได้เห็นร่างเ้านกน้อยก็หลุดขำพรืดออกมา แต่ร่างสูงโปร่งอีกคนกลับมองคนตรงหน้าอย่างสนใจ ร่างสมบูรณ์ของเ้านกน้อยตัวนี้คือตัวอะไรกันแน่ เ้านกน้อยอมแก้มพองลมอย่างน่ารัก เมื่อออสตินกล่าวหาว่าตนเองเป็นกกระจิบ
"เ้าไปพักเถอะ ข้างในนั้นมีที่สำหรับนอน"
คนที่เงียบมานานเอ่ยออกมาตัดบทสนทนาทั้งคู่ สายตาคมดุมองไปที่เพื่อนสนิทตัวเอง ก่อนจะเดินนำหน้าไปที่ปากถ้ำ ชานยอลเมื่อได้ยินดังนั้นจึงเดินตามร่างโปร่งของอีกคนไปในทันที เ้านกน้อยก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ลู่หานคืนร่างเดิม ก่อนจะเดินไปตามทางที่ร่างสูงโปร่งทั้งสองบอก
.
.
.
"เ้าคิดว่าอย่างไร"
"ข้าเหมือนเคยเห็นนกตัวนั้น"
เสียงราบเรียบถูกเอ่ยออกมา ร่างสูงโปร่งหันหน้ามาประจันหน้ากับเพื่อนสนิท ชานยอลเอ่ยถามเพื่อนตัวสูงตรงด้วยความใคร่รู้
“เจอที่ไหนหรือ?”
“ถ้าข้าจำไม่ผิด เป็ตัวอ่อนของนกหิมะ”
“เ้าหมายถึงฟินิกซ์น้ำแข็งงั้นหรือ!?”
ใบหน้าเรียบนิ่งเพียงพยักหน้าตอบเท่านั้น ก็ทำเอาชานยอลตะลึงงันไปชั่วครู่ ผิดกับร่างสูงที่ไม่แสดงสีหน้าใดๆ แต่เ้าของร่างนั้นกลับใช้ความคิดไม่น้อย หากว่านั่นคือฟินิกซ์น้ำแข็งจริงๆ เหตุผลที่เข้ามายังที่แห่งนี้ เห็นทีจะมิพ้นการมาเพื่อสิ่งนั้นเป็แน่แท้
หัวใจั
บัลลังก์ที่มีผู้ปกครองย่อมต้องมีข้ารับใช้ที่พร้อมเสียสละและจงรักภักดี เช่นเดียวกันกับัที่มีเพกาซัส และฟินิกซ์ไฟเป็ข้าบริวารรับใช้มาอย่างยาวนาน แต่ฟินิกซ์น้ำแข็งนั้นถึงแม้ไม่ได้ร่วมสาบานเป็ตายแต่ก็มีบทบาทในการช่วยคุ้มครองป่าเบรย์เดนไม่น้อย อีกทั้งยังเป็ตระกูลพี่น้องกับฟินิกซ์ไฟ
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน เกิดการสูญเสียขึ้นมากมาย รวมไปถึงการสูญเสียสัตว์เทพอย่างฟินิกซ์ไฟ ที่บัดนี้ไม่เหลือผู้สืบทอดสายเืแม้เพียงคนเดียว เหลือเพียงชื่อกับความจงรักภักดีเพียงเท่านั้น ส่วนฟินิกซ์น้ำแข็งนั้นก็เลือกที่จะหันหลังให้ป่าเบรย์เดนั้แ่นั้นเป็ต้นมา
ชานยอลที่เห็นร่างสูงเหม่อลอยจึงได้เอ่ยเรียก แต่เสียงนั้นก็ไม่ได้เข้าโสตประสาทของผู้กำลังใช้ความคิดแม้แต่น้อย ชานยอลเองก็รับรู้ได้ถึงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ทั้งการแปรปรวนของเวทด้านนอก และการปรากฏตัวของฟินิกซ์น้ำแข็งอาจจะเป็สัญญาณเตือนให้รับรู้ได้ว่า าทั้งที่สองกำลังจะเกิดขึ้น
สองเท้ายาวไปยืนตรงหน้าร่างสูงโปร่ง เข่าทั้งสองข้างถูกใช้ดันพื้นแทนฝ่าเท้าที่เคยเหยียบยืนอยู่ มือหนาถูกยกขึ้นมาพร้อมกับเสียงเข้มที่เปล่งออกมาอย่างมั่นคง ไม่มีแววความลังเลแม้แต่น้อย
“ข้าชานยอล ผู้จงรักภักดีต่อท่าน ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใด ข้าได้เลือกแล้วว่าจะซื่อสัตย์ต่อท่าน แม้แต่ชีวิตข้าก็สละเพื่อท่านได้ ท่านคิดสิ่งใดโปรดบัญชามาเถิด”
“…”
ถ้อยคำสัตย์และคำพูดที่ไม่ได้มีความล้อเล่นแต่อย่างใดถูกเปล่งออกมาจากรางสูงโปร่งที่บัดนี้กำลังคุกเข่าคำนับแด่ผู้เป็าาของมัน เขากำลังสาบานร่วมเป็ตายกับผู้เป็นายเหนือหัว ถึงแม้ว่าเขากับเซฮุนจะสนิทสนมเป็เพื่อนกัน แต่ถ้านับตามฐานะแล้วนั้น เพื่อนผู้นี้คือทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์จอมราชัน บัดนี้คือาาของเขา และเขาเองก็พร้อมที่จะจงรักภักดีแก่คนผู้นี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่
“มิจำเป็ ไม่จำเป็ต้องให้ผู้ใดมาทำเพื่อข้า”
เซฮุนปฏิเสธการร่วมสาบานที่ชานยอลมอบให้ เขาไม่คู่ควรแก่การเป็าาของใคร เื่เมื่อร้อยปีที่แล้วเกิดขึ้นก็เพราะเขาที่เป็ปัญหา ทำให้เกิดาใหญ่ขึ้น หากครั้งนี้จะเกิดขึ้นอีกครา เขาจะเป็ผู้จบมันด้วยชีวิตของเขาเอง