ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่807 เมล็ดพันธุ์ที่ไม่อาจกระตุ้นให้เติบโตได้

       เหยียนอู๋ที่ส่งมอบต้นสมุนไพรกายหยาบให้อี้เฉิน เขาไม่มีท่าที ขัดขืนแข็งข้อแม้แต่น้อย ทว่าก็มีหมู่ชน บางคนเริ่มฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ ว่าสมุนไพรล้ำค่า ภายในด่านการทดสอบชั้นต่างๆ ไม่สามารถเอาออกมาภายนอกได้ 
 


       ข้อนี้พวกเขาต่างก็รู้ดี เนื่องด้วยพวกเขา ต่างก็เคยแอบลอบ นำเอาสมุนไพร ออกมาภายนอกกันแล้วแทบทั้งสิ้น ล้วนรู้ดีที่สุดว่าสมุนไพรล้ำค่าเหล่านั้น ไม่อาจเอาออกมาภายนอกได้

 


       “แล้วเหตุใด ไอ้เวรเหยียนอู๋ มันถึงรู้วิธีเอาของล้ำค่าออกมากันเล่า” หมู่ชนพวกเขาต่างก็ครุ่นคิดกันหัวหมุน แล้วยิ่งเห็นเหยียนอู๋ พูดคุยกระซิบกระซาบ ข้างหูชายหนุ่มผมขาว ส่งให้หมู่ชนสีหน้า พวกเขาบึ้งตึงกันไม่น้อย ไม่เว้นแม้แต่อี้หลิน เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของอี้เฉิน ราวกับพวกเขา กำลังมีแผนร้ายแอบแฝงอยู่

 


        ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูด ออกมาพร้อมเสียงหัวเราะร่า เมื่อได้ข้อมูลวิธีเอาของล้ำค่า ออกมาภายนอก ‘เขตไม่ได้รับการคุ้มครอง ของหอคอยร้อยชั้น มันมีประโยชน์อย่างนี้เองซินะ เกรงว่าจักรพรรดิเต่าชรา คงจะอกแตกตายแน่ ที่หัวขโมยอย่างชายแก่ คิดหาวิธีปล้นชิงของล้ำค่า ภายในสถานที่แห่งนี้มาแทบตาย ก่อนที่เขาจะถูกกักขัง

 


        ทว่าไอ้เวรเหยียนอู๋ มันกลับบอกวิธีการปล้นของ ออกไปจากหอคอยร้อยชั้น ที่เป็นเหมือนคลังสมบัติ ของจักรพรรดิเต่าชรา ที่ชายแก่หมายตา ไว้จนหมดสิ้น’ “ฮ่าๆ เหยียนอู๋ เจ้าต้องแสดงความจริงใจ ให้ข้าเห็นสักหน่อยแล้วกระมัง” ก่อนอี้เฉินจะผายฝ่ามือ ออกไปนอกระเบียง ไปบริเวณจักรพรรดิเต่าชรา ที่กัดกรามกรอดด้วยโทสะอยู่ มีท่าทียังไม่ไว้ใจเหยียนอู๋ อยู่ในครรลองสายตา

 


       ด้านของเหยียนอู๋ ครั้นได้ยินคำพูดของอี้เฉิน เขาถึงกับกลอกตามอง อี้เฉิน ด้วยสายตาเอาเรื่อง ฝ่ามือที่บีบรัดเข้าหากันแน่น ผ่อนประกายตา ความเดือดดาลลงช้าๆ พร้อมริมฝีปากที่เผยอขึ้นมา มีท่าทีสั่นกระตุกน้อยๆ ก่อนเหยียนอู๋ จะเอ่ยพูดถ้อยคำ ที่เขาไม่อยากเอ่ยพูด ออกมามากที่สุด “เจ้าแก่จักรพรรดิโง่ เจ้าเจอข้าหลอก เข้าให้เสียแล้ว”

 


       หมู่ชนพวกเขาต่างก็เบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง ครั้นได้ยินเสียงคำรามก้อง ของเหยียนอู๋ ถึงกับกล้าลูบคมผู้ยิ่งใหญ่ พร้อมเสียง ร้อง อ๊ากกก!! จักรพรรดิเต่าชรา ที่ร้องคำรามออกมาก้อง มีท่าทีเจ็บแค้น คำพูดของ เหยียนอู๋เป็นอย่างมาก

 


       เหยียนอู๋ ที่ถลึงตามองอี้เฉิน ราวกับเป็นการบอกว่า พอใจเจ้าหรือยัง เขาต้องพลันหน้าชา ครั้นเห็นอี้เฉิน สะบัดฝ่ามือเรียกหอกเลือด มาลอยอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม แล้วพยักหน้าให้เหยียนอู๋ ประหนึ่งเป็นการส่งมอบ อาวุธให้ชายหนุ่มสั่งสอน จักรพรรดิเต่าชรา

 


        เหยียนอู๋ ห่างคิ้วเขาพลันสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ แต่เขาไม่กล้าขัดอี้เฉิน ก่อนจะบอกกล่าวอี้เฉินออกมา “ข้ามีวิธีที่ดีกว่านั้น พี่ชาย” ในเสี้ยวฉับพลัน เหยียนอู๋เขา ถ่มน้ำลาย ส่งไปเอ่ยสั่ง จักรพรรดิเต่าชรา ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวในทันใด “เจ้าเลิกเสียงดังได้แล้วไอ้แก่ เจ้ารู้ไหมพี่ชายท่านนี้ เขากำลังรำคาญเจ้าอยู่ หุบปากเสีย!!” ทว่าภายในใจเหยียนอู๋ หัวใจเต้นโครมคราม ไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดถ้อยคำเหล่านี้ สบถด่าใส่ผู้ยิ่งใหญ่

 


        การกระทำของเหยียนอู๋ ยิ่งทำให้ จักรพรรดิเต่าชรายิ่งเดือดดาลบ้าคลั่ง ผิดกับอี้เฉินที่คลี่ยิ้มออกมากว้าง “เจ้า!! เจ้า!! ไอ้เวรเหยียนอู๋ ไอ้เด็กเปรต เวรตะไล หากข้าหลุดไปได้ ข้าจะขบกัดกระดูกเจ้า ให้เป็นของหวานเชียว” ทว่าเมื่อจักรพรรดิเต่าชรา เห็นสายตาคมกล้าของอี้เฉิน มันพลันต้องหยุดชะงัก ความบ้าคลั่งลงไป เมื่อรับรู้ถึงอายสังหาร จากดวงตาคู่นั้นของอี้เฉิน

 


        ด้านหมู่ชนพวกเขาต่างก็มอง ไอ้เวรเหยียนอู๋บัดนี้เป็นศพเดินได้แล้ว “ไม่คิดว่าไอ้เวรนั้น มันจะใจกล้าห่อฟ้า ด่ากราดผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ สงสัยว่า มันคงไม่อยากจะแก่ตายแล้วกระมัง”

 


       ผู้คนที่เห็นอี้เฉินเดินกอดคอ เจ้าเหยียนอู๋ ไปสำรวจของล้ำค่า ภายในประตูทองบานใหญ่ จวนพวกเขาจะลืมอี้หลินกับ ฟู่เทียนกันไปอยู่แล้ว หมู่ชนรอบด้าน ต่างก็เต็มไปด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง เมื่อเรื่องราวต่างๆ ถาโถมเข้ามาประดังกันทีเดียว อย่างรวดเร็ว จวนหลายคนตั้งตัวไม่ทัน บางคนถึงกับอ้าปากพะงาบ พะงาบ

 


        ครั้นเห็นคุณชาย หยวนฟ่าน ที่ยอมแพ้ออกมาจากด่านการทดสอบชั้นที่70 ใบหน้าเขาราวกับเห็นผี เมื่อพบเจอร่างเสมือนของอี้เฉิน ไล่ฆ่าสังหารพวกเขาอย่างรวดเร็ว

 


       “บ้าๆ เป็นไปไม่ได้ เหตุใดไอ้เวรนั้น มันถึงมีพลังไปอยู่ขั้นนั้นได้” ครั้นคุณชาย หยวนฟ่าน กวาดตามองออกไปรอบๆ เขายิ่งตกใจเมื่อผู้คนภายนอก พวกเขาไม่มีท่าทีตกใจ กับสิ่งที่เขากล่าวพูดออกมาแม้แต่น้อย

 


คุณชาย เฟิงเหมียนเขาส่ายหัวออกมาน้อยๆ “เกรงว่าเจ้า หยวนฟ่าน ไอ้เด็กโอหังนั้น มันจะตกข่าวเสียแล้ว”

 


       “อืมๆ ดีนะที่เราไม่รีบเข้าไปทดสอบ คุณชายเฟิงเหมียน” ผู้ติดตามชายหนุ่มกล่าวตอบออกมา พร้อมเสียง กลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ครั้นเห็นสภาพ ของคนที่หนีรอดออกมาได้ บาดเจ็บกันหนักไม่น้อย

 


        ด้านอี้เฉินเขาเอ่ยบอกกล่าวอย่างเรียบง่าย “พวกเจ้าแยกย้ายกันไปฝึกฝนได้แล้วกระมัง” บัดนี้พลังของเขาฟื้นคืนมาได้หลายส่วน เกือบจะไปอยู่ในจุดสูงสุด ของเขาแล้วครั้นเห็นของเหลวเซียน สีเขียวไหลออกมาจากต้นไม้ อายุเก่าแก่หลายพันปี ภายในประตูสีทองบานใหญ่ หวังว่ามันจะช่วยให้เมล็ดพันธุ์ประหลาด ภายในกายเขาให้เติบโต เพิ่มพูนศักยภาพตัวเขาขึ้นมาได้

 


        ครั้นอี้เฉินที่คิดจะสืบฝีเท้า เข้าไปยังบานประตูสีทอง ใจกลางร่างพวกเขา ต่างก็เบียดเสียด ยัดเยียดกันเข้าไปในทันใด “พวกเจ้า เองก็หมายตา ของเหลวเซียนด้วยอย่างนั้นงั้นหรือ โดยเฉพาะเจ้า ไอ้เวรฟู่เทียน คนเผ่าเทพมาร”

 


ฟู่เทียนเขาแค่นเสียงขึ้นมาทันที ครั้นเห็นชายหนุ่ม ไหลลื่นยิ่งกว่าปลาในบึงโคลน “เจ้าก็ด้วยงั้นหรือไอ้เวรเหยียนอู๋ ไอ้นกสองหัว”

 


“เจ้า!! เจ้า!!”เหยียนอู๋ ยกฝ่ามือชี้หน้าขึ้นมาทันที 

 


       แม้แต่เสียงใสของสตรีอย่างอี้หลิน นางยังกล่าวพูดขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์ พวกเขาต่างก็หมายตา ของเหลวเซียน ที่อี้เฉินหมายตากันทั้งสิ้น “พวกเจ้าเบียดดันกาย ข้าอยู่ ไม่เห็นหรืออย่างไร?”

 


       ก่อนพวกเขาจะแยกเขี้ยวใส่กัน ตั้งท่าพร้อมจะต่อสู้ แม้แต่อี้หลินนางก็เอากับเขาด้วย อี้เฉินเขาถึงกับไอ แค่กๆ ออกมา ครั้นเห็นว่าบัดนี้พวกเขาไม่เห็นหัวอี้เฉินอยู่อีกต่อไป

 


        ทันใดพวกเขาจึงค่อยผ่อนโทสะลงช้าๆ มีท่าทีกังวล ขึ้นมาในกรอบสายตา ครั้นได้ยินน้ำเสียง อี้เฉินกล่าวพูดออกมา “หากพวกเจ้า อยากได้ของเหลวเซียน ก็ต้องดูดซับแข่งกับข้า”

 


       คำพูดนั้นของอี้เฉิน จึงพอที่จะทำให้พวกเขา คลี่ยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้ง ครั้นเห็นว่าอี้เฉิน ไม่คิดจะเอาเปรียบ พวกเขาแต่อย่างใด ก่อนมุมปากพวกเขา จะเผยรอยยิ้มออกมากว้าง แล้วรีบเร่งนั่งลง ดูดซับของเหลวเซียนในทันใด

 


        ใต้ต้นไม้เก่าแก่อายุหลายพันปี ค่อยๆ เกิดกิ่งก้านพัดไหว โยกไปโยกมา เมื่อแรงดูดกลืนพวกเขาที่นั่งขัดสมาธิ ใต้ต้นไม้ที่มีของเหลวเซียนสีเขียวไหล ตกผลึกจนแห้งกรัง ก่อตัวหมุนวนอย่างรุนแรง จากการขับเคลื่อน จุดตันเถียนภายในร่างกาย มองเห็นสสารสีเขียว แพร่กระจายปั่นป่วนออกไปทั่วอาณา

 


        กลิ่นหอมของเหลวเซียนล้ำค่า ถึงกับแพร่กระจายออกไปภายนอก หมู่ชนบนชั้นที่60ที่ได้กลิ่นของล้ำค่า ลอยฟุ้งกระจายลงมา พวกเขาต่างก็กำฝ่ามือเอาไว้แน่น ครั้นรับรู้ว่ามันคือของล้ำค่า ของเหลวเซียน

 


       “หากพวกเรายังติดอยู่ชั้นที่60 เกรงว่าของเหลวเซียน ได้ถูกพวกมันดูดซับไปจนหมดแน่” ครั้นหลายคนได้ยิน พวกเขาต่างก็พยักหน้า เกรงว่าพวกเขา คงต้องรวมกองกำลังครั้งใหญ่ เพื่อพิชิต ชั้นที่70แล้ว

 


        ...ช่วงเวลาตลอดสามเดือน ที่พวกอี้เฉินดูดซับ ของเหลวล้ำค่าผ่านไปไวพริบตา อี้หลิน ฟู่เทียน เหยียนอู๋ ต่างก็ได้รับผลประโยชน์ ก้อนใหญ่กันแทบทั้งสิ้น ส่งสัญญาณการเลื่อนขั้นพลัง เซียนสวรรค์ ระดับปลาย ขึ้นมาอย่างชัดเจน ยังดีที่สถานที่แห่งนี้ ไม่อาจเรียกมหันตะสายฟ้า ทัณฑ์สวรรค์ลงมาได้ ไม่เช่นนั้น สถานที่นี้คงไหม้เป็นตอตะโก แต่เกรงว่าเมื่อพวกเขา ออกไปภายนอก จะต้องพบเจอกับ มหันตะสายฟ้า ทัณฑ์สวรรค์ที่ยากลำบากอย่างไม่ต้องสงสัย

 


        พร้อมอี้เฉินที่เปิดเปลือกตา ขึ้นมาในรอบสามเดือน ถอนลมหายใจออกมายาว ‘เมล็ดพันธุ์ที่เขาได้มาจากหลินเฟย แม้จะได้ของล้ำค่า อย่างของเหลวเซียน ที่หายากยิ่งในโลกภายนอก อี้เฉินก็ยังไม่อาจหล่อเลี้ยง ให้เมล็ดพันธุ์ใหญ่โต ประหลาด เติบโตขึ้นมาได้อีกเช่นนั้นหรือ’

 


        จนอี้เฉิน ต้องขมวดคิ้ว ขึ้นมาเป็นปม ด้วยความประหลาดใจ (ว่ามันเป็นเมล็ดพันธุ์อะไรกันแน่) แม้แต่จะทำให้มันแตกหน่อ ภายในทะเลความรู้ อี้เฉินยังทำไม่ได้

 


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน