ตอนที่ 4
ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!!
แรงสั่นะเือันป่าเถื่อนดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งลานหินกว้าง ราวกับว่าเทพเ้าแห่งโลหะกำลังใช้ค้อนั์ทุบลงบนผืนพสุธาโดยตรง
เซเวียร์และการ์เน็ตถูกเหวี่ยงเข้าสู่ความเป็จริงอย่างรุนแรง ความใไม่ต่างจากกระแสมรณะที่พุ่งเข้าซัดสาด ร่างกายของคนทั้งสองสะดุ้งเกร็งพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ และ่เวลาแห่งความวุ่นวายที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันเมื่อครู่ ก็ถูกฉีกกระชากอย่างโเี้
“มี…ผู้บุกรุก!!” การ์เน็ตผงะเฮือกดันร่างขึ้น
ผิวเนียนนุ่มนวลพลันแข็งกระด้าง แววตาที่ฉาบด้วยความเคลิบเคลิ้ม ถูกแทนที่ด้วยประกายบ้าคลั่งของเครื่องจักรสังหาร
“เสียงกับดักะเิของข้าเอง อ้าว…ลืมไปเลยว่าวางไว้!!”
“ไอ้เศษเดนตนใด…กล้าเข้ามาเหยียบย่ำในห้วงเวลาของข้า!!” เซเวียร์คำรามด้วยโทสะดิบเถื่อน
อารมณ์ที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างร้อนแรงถูกขัดขวางอย่างไร้ความปรานี เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากออกจากขุมนรกแห่งกำหนัดโดยไม่ทันได้ลิ้มรส์
“กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่เชียว!! ข้าจะฉีกร่างมันเป็ชิ้นๆ”
แรงะเิยังคงสะท้อนก้องอย่างบ้าคลั่งไปทั่วลานหิน ม่านควันฝุ่นหนาทึบลอยคลุ้ง กลืนกินกลิ่นคาวของทะเลที่ซัดสาด โขดหินั์ด้านหลังสั่นระริกราวถูกความโกรธแค้นสิงสู่ ก่อนจะแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เงาร่างมหึมาสองตนค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากกลุ่มควัน ิัของพวกมันเป็สีเทาเข้ม ขรุขระราวกับเปลือกนอกที่เย็นชืดของูเาไฟที่กำลังจะปะทุ
แววตาที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายสีเหลืองฉ่ำวาว…เรืองรองขึ้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อมทุกสิ่ง
แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือน้ำลายเหนียวหนืดหยดติ๋งลงบนพื้น…ส่งกลิ่นเหม็นเน่าที่ทำลายอารมณ์เปลี่ยวจนพินาศ
“โทรลล์…!!”
การ์เน็ตกัดฟันแน่น ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็ความตึงเครียดในพริบตา
“มากันถึงสองตัว”
ความตึงเครียดนั้นไม่ใช่แค่ความประหลาดใจ แต่เป็เพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไป พวกมันอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าวที่อาจกลายเป็ความตายได้ทุกเมื่อ
“ความกล้าหาญที่ช่างโง่เขลา”
เซเวียร์ยิ้มเยือกเย็นเสียงต่ำขุ่น แฝงไปด้วยโทสะที่ถูกแรงปรารถนาบิดเบือน
“พวกมันต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปฏิเสธ
“เ้าลุกไปก่อน จัดการไอ้สวะสองตนนี้เสร็จ แล้วค่อย…มาต่อกัน”
การ์เน็ตรับทราบคำสั่งและพยายามยันตัวลุกขึ้นจากร่างของแวมไพร์หนุ่มที่เย็นเฉียบ
แต่ทว่า…มันติด!!
“วิบัติแล้ว!!” หญิงสาวอุทานสีหน้าซีดเผือด
ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อโทรลล์ แต่เป็ความใต่อสภาพร่างกายของตนเอง
“กล้ามเนื้อ…ตรงนั้นของข้ามันบีบเกร็ง!! ข้า…ถอนตัวไม่ได้!!”
“เ้าพล่ามเื่บ้าอะไร!!”
แวมไพร์หนุ่มตวาดลั่นอย่างหัวเสีย ความโกรธที่ถูกขัดจังหวะยังคงปะทุ
“ลุกขึ้นไปซะสิ!! หรือว่าเ้าจะรอให้ไอ้พวกั์โง่ๆ นั่นมาร่วมวงกับพวกเราด้วยหรือไงกัน!!”
เซเวียร์ไม่รอช้าที่จะฝืนดึงร่างกายให้ลุกขึ้นจากลานหิน เขาต้องแบกรับทั้งความโกรธแค้นและร่างเพรียวบาง ที่ยังคงติดหนึบอยู่ด้านหน้าไปด้วยอย่างทุลักทุเล
ทว่า…สถานการณ์ที่ดูเลวร้ายนี้กลับไม่ได้เป็เช่นนั้นไปเสียทั้งหมด
ในวินาทีนั้น…การ์เน็ตผู้เป็แมชชีนิสต์ก็ฉีกรอยยิ้มอันบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างจนแทบถลน แว่นตาช่างกลเลื่อนลงมาปิดดวงตาพร้อมแสงสีแดงวาบ
<โหมดสังหาร เปิดใช้งาน>
เธอไม่ได้หยิบอาวุธออกมาจากกระเป๋า แต่เรียกมันออกมาจากความว่างเปล่า ปืนกลเบารูปร่างประหลาดที่มีปากกระบอกเป็รูปปากฉลามโผล่ออกมาในมือทั้งสองข้าง
“กินลูกตะกั่วหน่อยเป็ไง!! ไอ้หน้าปลวก!!”
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!
เสียงปืนคำรามกึกก้องราวะุสายฟ้าแลบ ปลอกะุสีทองร่วงกราวลงพื้นกระทบหินดัง เคร้ง!! เคร้ง!! ถี่ยิบจนแทบกลบเสียงคลื่น
ประกายไฟจากปากกระบอกปืนสว่างวาบจนมองเห็นใบหน้าเหี้ยมเกรียมของหญิงสาวสลับกับความมืดอย่างน่าสยดสยอง
แรงถีบมหาศาลของปืนส่งผลให้ร่างของทั้งคู่สั่นะเืไปทุกอณู โดยเฉพาะเซเวียร์ที่แนบชิดตัวติดกัน เขาถึงกับต้องกัดฟันแน่น เมื่อแรงสั่นะเืนั้นส่งผ่านไปยังจุดที่ 'เชื่อมต่อ' กันอยู่อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย
ะุเจาะเกราะพุ่งเจาะร่างหนาเตอะของโทรลล์อย่างแม่นยำ เืสีเขียวข้นคลั่กและเศษเนื้อะเิกระจุยกระจายราวกับพลุดอกไม้ไฟแห่งความตาย ชิ้นส่วนิัที่แข็งแกร่งดุจหินผาถูกกะเทาะออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ
“สมแล้วที่เป็สมบัติที่ข้าเลือกสรร”
เซเวียร์แสยะเขี้ยวงามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความพึงพอใจ แม้ร่างกาย่ล่างจะกำลังถูกเขย่าจนชาหนึบไปหมด
“พลังทำลายล้างที่บ้าคลั่งเช่นนี้…ช่างเหมาะกับฮาเร็มของข้าจริงๆ แถมแรงสั่นนี่มันก็…ไม่เลวเลยแฮะ!!”
ทว่า…เมื่อฝุ่นควันจากการระดมยิงจางลง ก็เผยให้เห็นความจริงที่น่าสิ้นหวัง
แม้ร่างของเ้าั์ใหญ่จะพรุนไปด้วยรูนับร้อยจนเือาบ ทว่ากล้ามเนื้อของมันกลับบิดเกร็งและสมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่น่าขยะแขยง
มันชะงักงันไปแค่ชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้น ก่อนจะแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยฟันเน่าเฟะ แล้วก้าวเท้าเดินหน้าต่ออย่างเชื่องช้าแต่น่าสะพรึงกลัว ราวกับะุเ่าั้เป็เพียงยุงรำคาญที่บินมาชนช้าง!!
“ฮิๆๆ งั้นพวกเราก็แค่…ตูมมม!! ลงน้ำไปเลยสิ!!”
การ์เน็ตแผดเสียงหัวเราะด้วยั์ตาที่เป็ประกายบ้าคลั่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสนุกสนานบนความชิบหาย
“พวกมันไม่กล้าตามพวกเราลงไปใน ‘ส้วมั์มรณะ’ หรอกน่า!!”
“เ้าแน่ใจนะ?” เซเวียร์โพล่งถามอย่างขุ่นเคือง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง ราวกับว่าการทำตามคำสั่งนั้นเป็การยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ที่เขาเกลียดชังยิ่งกว่าสิ่งใด
“เอาน่าาา…ลงไปเหอะ!!”
เธอทำหน้าล้อเลียนพลางบุ้ยปากอย่างยั่วประสาท
“อย่าบอกนะว่า ‘ท่านปู่แวมไพร์’ ผู้อยู่ยงคงกระพันมาตั้งสี่ศตวรรษ…จะปอดแหกเพราะว่ายท่าหมาไม่เป็น่ะ!! ฮิๆๆ น่าสมเพชชะมัด!!”
วาทะนั้นปลุกปั่นอัตตาดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ในจิติญญาของอดีตาาแห่งรัตติกาลอย่างจงใจ มันเป็การท้าทายที่อันตรายกว่าการเผชิญหน้ากับโทรลล์เสียอีก
“เอาวะ…ลงก็ลง” เซเวียร์ตัดสินใจทันที
เขาจำใจต้องอุ้มร่างของการ์เน็ตที่ติดหนึบอยู่ด้านหน้า แล้ววิ่งกระเตงลงน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ เป็ภาพที่ดูทุลักทุเลและอุบาทว์ตาที่สุดในรอบศตวรรษ
แต่ทว่า…เมื่อก้าวลงไปในความมืดมิดของห้วงน้ำที่เหยียบเย็นได้ยังไม่ถึงสิบก้าวดี…
“เควค!!” เสียงแหลมคุ้นเคยของหญิงสาวปริศนาแว่วดังก้องเข้ามา
ทันใดนั้น…ผืนดินรอบกายก็เริ่มสั่นไหวรุนแรงราวกับโลกกำลังกรีดร้อง แท่งหินนับร้อยพุ่งทะลุผืนดินขึ้นและลงสลับไปมาเป็วงกว้างอย่างบ้าคลั่ง น้ำทะเลรอบตัวของชายหนุ่มและหญิงสาวสาดกระเซ็นดุดันไม่แพ้คลื่นั์
และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เ้าโทรลล์มหึมาเสียหลักล้มคว่ำ ร่างกายที่แข็งแกร่งถูกแท่งหินที่ปะทุขึ้นมา อัดกระแทกจนแหลกเหลวอย่างน่าอนาถ
“ว้าว…เป็อริสาสินะ” การ์เน็ตรู้ได้ในทันที
“แม่สาวไร้เดียงสา คนนั้นน่ะเหรอ…ที่ใช้เวทมนตร์ทำลายล้างระดับนี้ได้?”
เซเวียร์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ในใจของเขารู้สึกโชคดีราวกับถูกยมทูตปล่อยตัว เพราะความแค้นของหญิงสาวที่ดูอ่อนโยน…ย่อมอันตรายกว่าโทรลล์นับสิบเท่า
“ฮายไฮ…ปลอดภัยกันแล้วน้า…” น้ำเสียงสดใสราวกับเสียงกระดิ่งแก้วดังขึ้นอย่างผิดที่ผิดทาง ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นคาวเื
อริสายืนโบกมือเรียกให้ทั้งสองคนที่ยังคงติดหนึบอยู่รีบกลับขึ้นจากฝั่ง ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็พื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่
เซเวียร์ไม่รอช้าที่จะฝืนดึงร่างกายออกจากคลื่นที่ซัดสาด เขาใช้พลังอำนาจทั้งหมดของตนเพื่อกระชากร่างกายที่ยังคงติดหนึบกับการ์เน็ตให้พุ่งขึ้นสู่ผืนหินอีกครั้ง ที่ซึ่งความใสซื่อของอริสากำลังรอคอยอยู่
“นี่พวกเ้าเล่นละครโง่ๆ อะไรกันอยู่วะเนี่ย!!”
จิณในชุดเกราะบางเฉียบที่รัดรึงร่างกายไว้อุทานขึ้นอย่างเดือดดาล…ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดของคนทั้งสองถูกเปิดโปงอย่างโจ่งแจ้งภายใต้แสงจันทร์ ไม่ใช่แค่ความใ แต่เป็ความรำคาญที่ปะปนอยู่กับโทสะที่ไม่อาจยอมรับได้
ส่วนอริสา…ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ด้วยความเขินอายจนพูดอะไรไม่ออก ทว่าดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับจ้องเขม็งไปยังจุดเชื่อมต่อที่รัดกุมของคนทั้งคู่ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความไร้เดียงสา
“นางผู้นี้ใกับความใหญ่โตมโหฬารของข้าจนไม่ยอมหลุดออกน่ะสิ!! ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
เซเวียร์หัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยบุคลิกที่เหนือชั้น ราวกับว่าความอับอายนี้เป็เพียงมงกุฎอีกชิ้นที่เขาสมควรได้รับ แม้แต่ในสถานการณ์ที่น่าขายหน้าที่สุด เขาก็ยังคงหยิ่งผยองและใช้มันเพื่อโอ้อวดพลังอำนาจอันดิบเถื่อนของตน
“ดูเหมือนพวกเ้าจะสอดใส่กันได้แน่นหนึบอย่างที่กล่าวอ้างจริงๆ นะเนี่ย…”
จิณแกล้งทำเป็โน้มตัวเข้าไปสำรวจในระยะประชิด แววตาที่เคยหงุดหงิดพลันฉายประกายร้ายกาจ
“ถ้าพวกเ้าเอาไม่ออก…เดี๋ยวข้าช่วยตัดออกให้นะ”
ว่าแล้วพาลาดินผู้ภาคภูมิในเกียรติยศ ก็ส่งรอยยิ้มที่มีเลศนัย…เต็มเปี่ยมไปด้วยอันตราย ให้กับอดีตาาแวมไพร์สายหื่น ที่กำลังอยู่ในสภาพน่าอับอายอย่างจงใจ
“จะ…เ้าหมายความว่ายังไงกัน?”
เซเวียร์พยายามคุมเสียงให้เป็ปกติ แต่ความหวาดหวั่นฉายชัดในแววตา เขาััได้ถึงความเย็นะเืที่พุ่งตรงไปยัง 'อาวุธ' ที่กำลังติดหนึบอยู่ตรงหน้าหญิงสาวผู้มาพร้อมกับใบมีดคมกริบ
จิณไม่รอช้าที่จะกระชับดาบศักดิ์สิทธิ์ด้วยสองมือ ก่อนจะเงื้อคมดาบที่ส่องประกายเย็นะเืนั้นขึ้นสูงเหนือศีรษะ
“งั้นข้าจะช่วยสงเคราะห์…โดยการตอนมันทิ้งให้เอง รับรองว่าแผลสวยกริบ!!”
เสียงของเธอกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่เ็าถึงขีดสุด
“และจะไม่ให้เหลือแม้แต่ตอให้เ้าได้ภูมิใจอีก!!”
“อย่า…อย่าเล่นบ้าๆ แบบนั้นนะโว้ย!! ข้าไม่ตลกด้วยนะ!!”
เซเวียร์ร้องโวยวายลั่น ด้วยกลัวสูญสิ้นความเป็ชาย จนอริสาที่ยืนดูอยู่ถึงกับหลุดขำออกมาเบาๆ เพราะเธอรู้ดีว่าจิณนั้นเพียงแค่ขู่เท่านั้น
ทันใดนั้น…น้ำทิพย์แห่งความสุขสม ก็พวยพุ่งทะลักออกมาจากบริเวณที่เชื่อมต่อทั้งสองไว้ และร่างของคนทั้งคู่ก็แยกออกจากกันได้ในที่สุด ราวกับเป็ปาฏิหาริย์แห่งความอับอาย
“อ้าาา~” เสียงครางหลงลืมตัวดังออกมาจากริมฝีปากของการ์เน็ต เพราะเธอรู้สึกเสียวซ่านถึงขีดสุดกับเหตุการณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างฉับพลันนี้
“าาแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่…กลัวจนฉี่ราดเลยเหรอนี่?” จิณถือโอกาสเหน็บแนม เพื่อตอกย้ำความอับอายของเขาให้จมดิ่ง
“ไม่ใช่โว้ย!! นางหลั่งออกมาเอง!! ไม่ใช่น้ำของข้าซะหน่อย!!”
เซเวียร์รีบเถียงด้วยอาการลนลานอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เพราะกลัวเสียศักดิ์ศรีแห่งความเป็ชายยิ่งกว่าสิ่งใด
“นี่ๆ บอกไปสิว่าเป็ของเ้า!!”
ทว่าการ์เน็ตในตอนนี้…ดวงตาปรือปรอยด้วยความสุขสมจนเหมือนขึ้น์ไปแล้ว ไม่อาจรับรู้หรือโต้ตอบอะไรได้อีก มีเพียงอริสาที่ยืนอยู่ข้างๆ คอยประคองร่างของหญิงสาวผู้เร่าร้อนไว้
ความเงียบที่น่าอับอายเข้าปกคลุมลานหินที่เต็มไปด้วยเศษซากของโทรลล์
ดวงตาสีเืกวาดมองไปยังซากศพของพวกโทรลล์ที่ถูกหินอัดจนแหลกละเอียด
“ข้าเบื่อที่จะต้องมาสนใจเื่ไร้สาระของพวกเ้าแล้ว”
เซเวียร์พึมพำเสียงต่ำ
“พาพวกนางออกไปจากที่นี่ซะ!! ก่อนที่ความใหญ่โตของข้าจะกลับมาทำให้ใครบางคนต้องติดหนึบอีกครั้ง”
จิณยืนนิ่งงัน…ร่างกายของพาลาดินผู้ภาคภูมิในเกียรติยศสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวแต่เป็ความขุ่นเคืองรุนแรง ที่ถูกเหยียดหยามอำนาจอย่างเปิดเผย
รอยยิ้มเ็าที่เคยประดับบนใบหน้ามลายหายไป ดวงตาของเธอจ้องเซเวียร์เขม็ง ดุจนักรบที่พร้อมจะใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือลงทัณฑ์
แต่สุดท้าย…จิณก็กดโทสะลงอย่างเชื่องช้า เธอหมุนตัวกลับปล่อยให้เสียงพึมพำสาบแช่งดังลอดไรฟันไปตามแรงลม ก่อนจะจ้ำเท้าออกไปจากลานหิน โดยไม่แม้แต่จะชำเลืองมองทรราชแห่งโลหิตอีกเลย