เกมส์รักเกมส์ซาตาน

    ตอนที่ 1

             

            “โอ๊ย กลุ้มๆๆ”

            ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างสูงโปร่งวัยยี่สิบแปดปีบ่นออกมาดังๆขณะเดินพล่านไปทั่วห้องนั่งเล่นของครอบครัวซึ่งอยู่บนชั้นสองของบ้านอย่างแสดงว่ากำลังรู้สึกตามที่บ่นออกมานั้นจริงๆ

            “จะกลุ้มอะไรนักหนาว่ะ  มีอะไรที่ต้องกลุ้มขนาดนั้น”

            เสียงห้าวๆที่มีอำนาจแฝงอยู่ในพลังน้ำเสียงดังขึ้นที่หน้าประตู  ทำให้คนที่บ่นเอะอะอยู่คนเดียวในตอนแรกต้องหันขวับไปมอง

            “ผู้พันจ๋า”

            ธีรชัยอุทานออกมาอย่างยินดีเมื่อเห็นเ๽้าของร่างสูงสง่ากำยำ  บึกบึน องอาจและผึ่งผายของชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มที่มีทรงผมค่อนข้างสั้นเกรียนนั้นเดินเข้ามา

             “เออ  ฉันเอง  ว่าแต่แกเถอะกลุ้มใจอะไรนักหนาถึงได้เดินพล่านเป็๞หมาติดจั่นทีเดียว”

            “โธ่  พี่จ๋า  เขาว่าเสือติดจั่นต่างหาก ไม่ใช่หมา”

            หนุ่มผู้เป็๞น้องรีบกล่าวแก้เมื่อได้ยินพี่ชายพูดผิดแบบลดศักดิ์ศรีกันไปจากหน้ามือเป็๞หลังมืออย่างนั้น

            “เออ ขอโทษ  ก็บังเอิญฉันมองแกแล้วมันไม่นึกถึงเสือเลยนี่หว่า”

            นายทหารหนุ่มยศพันตรีกล่าวกลั้วหัวเราะ เขาเป็๞พี่ชายแท้ๆของธีรชัยและมีอาชีพรับราชการทหาร  ประจำการอยู่ที่ต่างจังหวัด  นานๆจะกลับมาบ้านสักครั้ง

            “แหม พี่จ๋าน่ะ”

            ธีรชัยเรียกพี่ชายที่มีชื่อเล่นแสนหวานผิดจากรูปร่างหน้าตาและลักษณะนิสัยใจคอไปคนละทิศละทางนั้นเสียงอ่อนใจก่อนที่จะย้อนถาม   “แล้วนี่พี่จะมาอยู่บ้านกี่วัน”

            “ฉันลาหยุดได้ยี่สิบวัน”

            นายทหารหนุ่มผู้เป็๞พี่ตอบขณะเข้าไปนั่งลงบนโซฟาตัวหนานุ่มด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย

            “โอ้โฮ”

            ธีรชัยอุทาน เพราะไม่บ่อยเลยที่พี่ชายของเขาจะลาหยุดยาวๆอย่างนี้  เพราะปกติเขาบ้างานจนพ่อกับแม่น้อยใจเลยทีเดียวที่ลูกชายคนโตไม่เคยมีเวลาให้

            “ทำไมแกต้องเสียงดังอย่างนั้นว่ะ”

            “ดีใจแทนแม่กับพ่อไงครับ  เห็นท่านบ่นๆอยู่เหมือนกัน  ว่าไม่เห็นพี่กลับบ้านนานแล้ว”

            “อืม  แล้ววันนี้แกไม่ได้ไปทำงานหรือไง”

            รัชพงษ์พยักหน้ารับรู้ก่อนย้อน ถามน้องชายที่เรียนจบปริญญาโทและปัจจุบันทำงานเป็๞ผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่งอยู่

            “นี่มันวันอาทิตย์นะครับ  พี่จ๋าจะให้ผมทำงานแบบไม่ต้องมีวันหยุดเลยหรือไง”

            “เออ จริงสิน่ะ แล้วถ้างั้นคุณพ่อกับคุณแม่หายไปไหน”

            รัชพงษ์ถามต่อถึงบิดาและมารดาที่ทำงานเป็๲ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งอยู่

            “ออกไปทานข้าวกับพวกเพื่อนๆมั้ง”

            “ทำตัวเป็๲วัยรุ่นไม่เลิกน่ะ พ่อกับแม่ของเราเนี้ย”

            รัชพงษ์กล่าวยิ้มๆลึกๆก็คือดีใจที่เห็นบิดาและมารดาสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

            “เห็นบ่นถึงพี่อยู่บ่อยๆนี่ บอกอยากให้ลาออกจากราชการแล้วมาหางานทำอยู่ในกรุงเทพ”

            “จะบ้าเหรอ  ตอนที่ฉันต้องทำหน้าที่อย่างยากลำบากทั้งฝึกหนักหรือไม่ว่าจะต้องไปประจำการอยู่ตามตะเข็บชายแดนต้องนอนกลางดินกินกลางทรายและยังต้องเสี่ยงอันตรายสารพัด  ไม่เห็นจะมีใครว่าอะไร   แต่พอฉันมียศสูงขึ้นลำบากน้อยลงกว่าแต่ก่อนเ๹ื่๪๫อะไรจะมาให้ฉันลาออก”

            รัชพงษ์โวยวายออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าจะมีอะไรมากระทบกับงานที่ตนรักและภาคภูมิใจเข้า

            “ก็ตอนนั้นพี่จ๋ากำลังไฟแรง ใครเข้าไปขวางได้ล่ะแต่ตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่คงเห็นว่าพี่แก่แล้ว  คงใจเย็นพอจะยอมฟังเหตุของพวกท่านบ้างนะสิ”