จางิถึงอำเภอบ้านเกิดก็เป็เวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้วตอนนี้ไม่มีรถรับจ้างไปที่ตำบลหรือหมู่บ้านสกุลหลินแล้ว เขาจึงต้องหาโรงแรมเพื่อพักในเมืองไปก่อน
เขาไม่ได้ขัดสนเื่เงินแล้ว จึงเลือกพักในโรงแรมที่ค่อนข้างดีหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับแพงมากเพราะเขายังจำเป็ต้องใช้เงินอีกไม่น้อยเพื่อปรับปรุงชีวิตและความเป็อยู่ให้ดีขึ้น
หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำและอาบน้ำจนร่างกายสดชื่นจางิที่เปลี่ยนชุดใหม่แล้วก็เดินออกมาด้วยความกระปรี้กระเปร่า
เขานั่งลงบนเตียงนอนแล้วก็หยิบเอาถุงผ้าออกมาจากตะกร้า พอเปิดถุงออกเขาก็ต้องยิ้มกริ่มอยู่เพียงคนเดียวจากนั้นก็เริ่มนับเงินในปึกหนาๆอย่างตั้งใจ แต่ก็ยังไม่วายที่จะหลุดเสียงหัวเราะแ่เบาอย่างมีความสุขไปตลอดการนับเงินนี้
ผ่านไปสักพัก พอนับเงินเสร็จแล้วเขาก็เก็บเงินส่วนใหญ่เอาไว้ในถุงผ้าแล้วเก็บเงินที่เหลือติดตัวเอาไว้จะได้ไม่ต้องหยิบจากถุงผ้าบ่อยๆ
แต่พอคิดถึงการเดินทางของตัวเองในวันนี้แล้วเขาก็ล้วงหยิบเงินออกมาอีกสองปึก เพื่อจะนำไปซื้อรถมอเตอร์ไซค์ในวันพรุ่งนี้
“ซื้อรถแล้วก็ขับไปที่หมู่บ้านสกุลจ้าวคืนเงินให้ป้าเซี่ยแล้วค่อยกลับบ้าน”พูดมาถึงตรงนี้แล้วมุมปากของจางิก็ยกขึ้นน้อยๆ
เขาไม่ได้มีความคิดที่จะปกปิดว่าตัวเองมีเงินหรือมีปัญญาซื้อรถมอเตอร์ไซค์จากหลินอ้ายถงจะพูดว่าเขาประมาทเลินเล่อหรืออะไรก็ช่าง แต่ในใจลึกๆของเขานั้นกลัวเหลือเกินว่าถ้าตัวเองถูกกระทำจากผู้หญิงคนนี้และครอบครัวของเธอไม่มากพอในอนาคตถ้าอีกฝ่ายมาขอร้องอ้อนวอนให้เขากลับไปคืนดีด้วย บางทีเขาก็อาจจะใจอ่อนให้กับอีกฝ่ายก็เป็ได้
อาจจะเป็วิธีการที่โหดร้ายกับตัวเอง แต่เขาคิดว่ามันต้องได้ผลเป็อย่างดีแน่นอน
เช้าวันต่อมาจางิก็เช็คเอาท์ออกจากโรงแรม เขาเดินมาได้สักพักก็เจอแผงขายอาหารเช้าซึ่งมีอยู่มากมายหลายสิบแผงเขาเดินไปที่ร้านขายเจียนปิ่ง
“เจียนปิ่งสองชิ้นครับ”
“รอเดี๋ยวนะน้องชายฉันต้องทำเจี่ยนปิ่งอีกยี่สิบชิ้นให้ลูกค้า”พ่อค้าที่กำลังเร่งทำเจี่ยนปิ่งตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจลูกค้าอย่างจางิแม้เสื้อผ้าจะเป็ชุดใหม่แต่ท่าทางแบบนี้ดูก็รู้ว่ามาจากบ้านนอกดูที่ตะกร้าบนหลังเขาสิ จะมีเงินจ่ายค่าเจียนปิ่งหรือเปล่าก็ไม่รู้
จางิเห็นท่าทางดูถูกแบบนี้แล้วก็ได้แต่พูดว่า “ผมคงรอไม่ไหวหรอก ถ้าอย่างนั้นเจียนปิ่งที่สั่งไปก็ไม่เอาแล้ว”
พ่อค้าคนนั้นถึงกับใช้ไม้พายเกลี่ยแป้งชี้หน้าคนบ้านนอกที่อวดดี“พูดใหญ่โตให้ใครฟังกัน ไม่มีเงินยังจะกล้ามาสั่งเจียนปิ่งของฉันอีก ไปเลยจะไปไหนก็รีบไป!”
จางิมองอีกฝ่ายแล้วก็จดจำใบหน้าของเขาเอาไว้จากนั้นก็เดินออกจากบริเวณนั้น ที่มีพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงอยู่มากมายทันที
เขาเดินมาได้สักพักก็เจอร้านขายเกี๊ยวร้านนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไหร่ไม่แน่ใจว่าเป็เพราะรสชาติหรือเป็เพราะนิสัยของเ้าของร้าน แต่ตอนนี้เขารู้สึกหิวมากยังไงก็ต้องหาอะไรรองท้องเสียก่อนส่วนเื่มารยาทของเ้าของร้านนั้นคงต้องมองข้ามไปก่อนไม่อย่างนั้นคงได้อดทั้งวัน
“เกี๊ยวน้ำหนึ่งชามครับ”
หญิงร่างท้วมวัยกลางคนที่กำลังง่วนอยู่กับจานชามที่กำลังล้างก็รีบล้างมือเดินมาทันที “เกี๊ยวน้ำหนึ่งชามใช่ไหม รอสักครู่นะวันนี้ไม่มีผู้ช่วยก็เลยช้าหน่อย แต่รับรองเธอได้กินเกี๊ยวน้ำอร่อยๆแน่นอน”ว่าแล้วก็ส่งยิ้มให้หนุ่มน้อยที่ดูก็รู้ว่าน่าจะมาจากบ้านนอกแล้วก็เริ่มงานของตนทันที
“ไม่เป็ไรครับผมเองก็ไม่ได้รีบเท่าไหร่” ทว่าเพียงสิ้นเสียงของเขา ท้องเ้ากรรมก็ร้องประท้วงขึ้นมาทันทีทำเอาจางิถึงกับต้องยิ้มแหย
“ยังจะบอกว่าไม่รีบอีกเอาล่ะๆไม่ชวนเธอคุยแล้ว ฉันจะเร่งมือทำเกี๊ยวให้เธอเดี๋ยวนี้แหละ”
“ครับ”จางิที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายรีบเดินไปหาที่นั่งของตัวเองทันที
ขณะที่รอเกี๊ยวน้ำอยู่นั้นชายหนุ่มก็มองสำรวจไปยังร้านค้าฝั่งตรงข้าม ก็ได้เห็นว่ามีร้านขายผลไม้อบแห้งและขนมมากมายเขามองตะกร้าเห็นว่ามันเต็มแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า เอาไว้ค่อยมาซื้อวันหลังก็แล้วกัน
“มาแล้วๆ ให้เยอะกว่าปกติเลยนะรีบกินเร็วเข้า” แม่ค้าวางชามเกี๊ยวน้ำลงบนโต๊ะ แล้วก็ยิ้มให้จางิอย่างเอ็นดู
“หอมมากเลยครับ”จางิแค่ได้กลิ่นก็ท้องร้องขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หน้าของเขาไม่แดงแล้วจากนั้นก็เริ่มจัดการกับเกี๊ยวน้ำอย่างเอร็ดอร่อยทันที
หญิงร่างท้วมเ้าของร้านเกี๊ยวที่เดินกลับไปยืนอยู่หน้าเตามองแผ่นหลังของชายหนุ่มอายุน้อยด้วยดวงตาที่เปล่งประกายหวังว่าเกี๊ยวที่เธอทำให้เขากินจะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรงและหายขาดจากโรคที่เป็มาั้แ่เด็กนะ
เมื่อคืนนี้น้องชายโทรศัพท์มาบอกกับเธอว่าเจอคนที่ตามหามานานแล้วและก็ได้มอบของบางอย่างให้ไปแล้วด้วย และเช้านี้เธอก็ััได้ถึงของสิ่งนั้นบนตัวชายหนุ่มคนนี้ไม่คิดเลยว่าคนที่น้องชายของเธอเลือกจะเป็เขาที่มีอายุแค่สิบแปดสิบเก้าปีเท่านั้นแต่ก็ช่างเถอะเธอและน้องชายก็เหนื่อยกับเื่พวกนี้มามากแล้ว สมควรจะได้พักผ่อนและลงหลักปักฐานใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างจริงจังเสียที
คิดมาถึงตรงนี้แล้วเธอก็หมุนตัวเดินกลับไปเพื่อล้างจานชามที่ยังล้างไม่เสร็จ
ผ่านไปเพียงไม่นานจางิก็จัดการเกี๊ยวน้ำจนหมดเกลี้ยงชามเขาจ่ายเงินแล้วก็เดินออกมาจากร้าน
เดินเตร็ดเตร่อยู่ครู่หนึ่งเพื่อรอให้ร้านขายรถมอเตอร์ไซค์เปิดพอร้านเปิดแล้วเขาก็เดินเข้าร้านไปเป็คนแรก
“นี่ๆๆ เข้ามาทำอะไรน่ะสภาพแบบนี้เดี๋ยวลูกค้าคนอื่นก็ไม่กล้าเข้ามาในร้านของฉันน่ะสิ ออกไปๆ”เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยออกมาเสียงกร้าว พร้อมกับเ้าตัวที่ก้าวฉับๆมาทางชายหนุ่มบ้านนอก
จางิก้มมองสภาพของตัวเองเขาเปลี่ยนชุดแล้วนี่ทำไมคนพวกนี้ชอบทำตัวเหมือนในละครเลยทั้งเหมารวมและดูถูกว่าเขาเป็คนบ้านนอกอีกต่างหาก ั้แ่ที่เขาเดินทางออกมาจากหมู่บ้านนี่มันก็หลายครั้งแล้วนะที่โดนดูถูกแบบนี้
“พี่สาวครับ ผมมาซื้อรถครับ”เขาส่งยิ้มเป็มิตรให้หญิงสาวที่แต่งกายทันสมัยและหวังว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจเื่ที่เขา้าจะสื่อ
หญิงสาวมองชายหนุ่มที่บอกว่าจะมาซื้อรถแล้วก็เท้าสะเอวเบ้ปากอย่างเหยียดหยัน “สภาพอย่างนายเนี่ยนะ จะซื้อรถที่ร้านของฉันฝันอยู่หรือเปล่า!!”
จางิหุบยิ้มลงทันทีก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็เคร่งขรึม แล้วถามอีกฝ่ายไปว่า“คุณเป็เ้าของร้านหรือว่าผู้จัดการร้านครับ”
หญิงสาวที่ถูกถามถึงตำแหน่งหน้าที่ก็ถึงกับใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหวันนี้มันเป็ยังไงกันเจออันธพาลมาก่อกวนแต่เช้าเลย“ฉันจะเป็ใครในร้านนี้มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยล่ะแค่ดูก็รู้ว่าคนอย่างนายไม่มีปัญหาซื้อแน่ๆ ออกไปเลย อย่ามาเกะกะอยู่แถวนี้!!”
“แสดงว่าคุณก็เป็แค่พนักงานขายหรือไม่ก็เป็แค่แม่บ้านทำความสะอาดสินะ”มุมปากของจางิยกขึ้นน้อยๆ มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้
“นะ นี่ มันจะมากไปแล้วนะใครใช้ให้นายมาดูถูกฉัน!!”หญิงสาวหายใจแรงจนอกกระเพื่อม เธอเป็พนักงานขายแล้วมันยังไงล่ะก็ดีกว่าคนบ้านนอกอย่างเขาไม่ใช่เหรอ
“ฮึ!ถ้าไม่อยากถูกปฏิบัติตัวไม่ดี ก็อย่าปฏิบัติกับคนอื่นแบบนี้สิไปเรียกผู้จัดการร้านมาฉันจะซื้อรถคันที่แพงที่สุดในร้านนี้”พูดแล้วเขาก็ชี้ไปยังรถมอเตอร์ไซค์ที่หมายตาเอาไว้
แต่ยังไม่ทันที่พนักงานขายสาวจะเข้าไปเรียกผู้จัดการมาช่วยจัดการอันธพาลที่มาก่อกวนเธอก็ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายดังมาจากในห้อง แล้วก็ตามมาด้วยตัวคนที่เดินออกมา
“มีอะไรเหรอเสี่ยวหนิงฉันบอกเธอหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอว่าใครเข้ามาก็ให้ต้อนรับดีๆดูเหมือนเธอจะไม่เคยใส่ใจเลยสินะ” ผู้จัดการเอ่ยกับลูกน้องเสียงเข้มก่อนจะหันไปพูดกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้น“ขออภัยคุณลูกค้าด้วยนะครับที่คนของเราเสียมารยาท”
จางิมองผู้จัดการร้านด้วยสีหน้าพอใจนี่ถึงจะเหมาะกับตำแหน่งและเหมาะกับเส้นทางการค้านี้ “ไม่เป็ไรหรอกครับแค่คนที่ตื้นเขินคนหนึ่งผมไม่ถือสาหรอก”
ผู้จัดการได้ยินคำพูดของชายหนุ่มแล้วก็ถึงกับหันไปถลึงตาให้ลูกน้อง“ยังจะยืนอยู่ตรงนี้อีกเหรอ มีอะไรก็ไปทำฉันจะรับรองลูกค้าเอง”เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟันสำทับลูกน้องอย่างเหลืออด
เสี่ยวหนิงเองเมื่อเห็นแบบนี้แล้วก็ลนลานทำตัวแทบไม่ถูก ยิ่งถูกผู้จัดการดุก็ยิ่งแข้งขาสิ้นไร้เรี่ยวแรงเธอจึงยังคงยืนก้มหน้าอยู่ตรงนั้น
“แม่บ้านสวี มาลากหล่อนออกไปเร็ว!!”
แม่บ้านสวีที่ได้ยินเสียงของผู้จัดการเรียกตัวเองก็รีบเดินมาลากเสี่ยวหนิงออกไปทันที
ผู้จัดการติงยิ้มให้จางิน้อยๆแล้วก็เริ่มงานของตัวเอง “คุณสนใจรถคันไหนเป็พิเศษหรือเปล่าครับคุณลูกค้า”
“ผมสนใจรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นครับ”
ดวงตาของผู้จัดการติงเป็ประกายวิบวับทันทีนี่มันรถที่ราคาแพงที่สุดในร้านแล้ว “คันนี้เหรอครับคุณลูกค้า”
“ครับ ราคาเท่าไหร่”
“คันนี้ราคา 18,500 หยวนครับ”
“ผมซื้อคันนี้แหละจัดการเื่เอกสารให้ด้วย”ว่าแล้วเขาก็ล้วงเอาเงินออกมานับจนครบตามจำนวนจากนั้นก็ส่งเงินและส่งเอกสารของตัวเองให้กับผู้จัดการไป
ผู้จัดการติงไม่คิดว่าจะโชคดีั้แ่เช้าแบบนี้เขารีบรับเงินและเอกสารของลูกค้ามาอย่างรวดเร็ว “คุณลูกค้าเชิญที่ห้องรับรองก่อนครับผมจะให้คนมาดูแลคุณเอง”
“อืม” จางิเดินตามผู้จัดการไปที่ห้องรับรองที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำและการตกแต่งก็ดูดีไม่น้อยไม่นานก็มีพนักงานที่แต่งตัวดูดีและไม่มีท่าทางเหมือนคนก่อนเดินเข้ามาในห้อง
“สวัสดีค่ะคุณจาง ฉันเสวี่ยหลิงค่ะ”พูดจบเธอก็วางถาดน้ำชาและจานขนม จานผลไม้ลงบนโต๊ะเบื้องหน้าลูกค้าคนสำคัญ“ต้องขออภัยแทนเสี่ยวหนิงด้วยนะคะ เป็ฉันที่อบรมเธอไม่ดีเอง”
จางิมองอีกฝ่ายยิ้มๆ ก่อนจะโบกมือให้“ไม่เป็ไรหรอกครับ ส่วนคุณมีอะไรก็ไปทำเถอะ”
เสวี่ยหลิงยิ้มออกมาได้ถ้าคุณจางคนนี้โวยวายเสี่ยวหนิงก็คงต้องถูกไล่ออกแน่ๆเป็แบบนี้ก็ดีแล้วคราวหลังคงต้องให้แม่สามีกับสามีกำชับเสี่ยวหนิงให้ดีๆแล้วไม่อย่างนั้นเธอที่เป็คนแนะนำงานให้อีกฝ่ายก็คงไม่รอดเหมือนกัน
จางินั่งดื่มชาอยู่ครู่หนึ่งผู้จัดการติงก็เดินกลับมาพร้อมกุญแจรถและเอกสารทั้งหมด
“เรียบร้อยแล้วครับคุณจางคุณสามารถขับรถออกไปได้เลย”
จางิรับเอาเอกสารทั้งหมดมาแล้วก็วางลงในตะกร้าไม้ไผ่สานของตัวเอง“ขอบคุณมากครับผู้จัดการติง”
“ยินดีครับคุณจาง ขับรถดีๆนะครับ”
“อืม”
ชายหนุ่มขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมาด้วยใบหน้าระรื่นแต่พอผ่านไปไม่นานเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า ตัวเองในยุคนี้ยังไม่มีใบขับขี่
จากรอยยิ้มกว้างกลายเป็รอยยิ้มจืดเจื่อนขึ้นมาเขารีบกลับรถแล้วขับเข้าไปในตัวอำเภออีกครั้งทันที
ยังดีที่การทำใบขับขี่ไม่ได้ยุ่งยากและซับซ้อนอะไรถ้าเทียบกับยุคที่เขาจากมามันเข้มงวดกว่ายุคนี้หลายเท่าเลยทีเดียว
ใช้เวลาครึ่งค่อนวันจางิก็ได้ใบขับขี่มาแล้วเขาก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองได้อย่างสบายใจ
เซี่ยเสี่ยวหลานที่กำลังให้อาหารไก่อยู่หลังบ้านได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าประตูบ้าน จึงรีบเดินมาดูเพราะคิดว่าอาจจะเป็ญาติของเธอคนไหนหรือเปล่าที่มาหา
แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงประตูเธอก็ได้ยินเสียงเคาะพร้อมกับเสียงจางิดังตามมา
“ป้าเซี่ยครับ ป้าอยู่บ้านหรือเปล่า”
เธอรีบเดินไปเปิดประตู ก็เห็นว่าลูกชายของสหายรักยืนถือของพะรุงพะรังพร้อมกับรอยยิ้มสดใสส่งมาให้“จัดการธุระเสร็จแล้วเหรอเสี่ยวิ จะเข้าบ้านป้าก่อนไหม”
จางิส่ายหน้าน้อยๆ“ไม่เป็ไรครับป้าเซี่ย ผมแค่แวะเอาเงินมาคืนป้าเท่านั้น อ้อยังมีของฝากที่ผมซื้อมาด้วย ป้ารับเอาไว้นะครับ” เขายื่นถุงผลไม้และขนมหลายถุงที่ซื้อมาจากเมืองมณฑลให้ป้าเซี่ยและในถุงยังมีซองเงินจำนวนสองร้อยหยวนที่ยืมไปอีกด้วย
เซี่ยเสี่ยวหลานมองซองเงินและถุงของฝากมากมายแล้วก็มองจางิเด็กคนนี้คงได้รับโชคใหญ่มาจริงๆ “ป้าจะรับเอาไว้ก็แล้วกันแล้วนี่ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ด้วยเหรอ”
“ครับป้าเซี่ย ผมซื้อเอาไว้ใช้จะได้เดินทางสะดวกโดยไม่ต้องรอรถรับจ้างหรือรถโดยสารประจำทางครับ”
“ซื้อมาก็ดีแล้ว แต่ได้คิดเหตุผลเอาไว้บ้างไหมเสี่ยวิเธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าคนหมู่บ้านสกุลหลินน่ะไม่ใช่คนดีอะไร”ั้แ่เื่ของสหายรักทั้งสองคนของเธอ ที่มีปัญหากับครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านจนทำให้มีเื่กระทบกระทั่งกันมาโดยตลอด แม้แต่ตอนที่พวกเขาจากโลกนี้ไปแล้วคนพวกนั้นก็ยังเอาความเคียดแค้นชิงชังทั้งหมดมาลงที่เด็กอย่างเสี่ยวิ
“อยู่ได้ก็อยู่แต่ถ้าวันไหนที่ผมอยู่ไม่ได้ ผมก็จะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองครับป้าเซี่ย”น้ำเสียงของจางิเต็มไปด้วยความจนใจ
เซี่ยเสี่ยวหลานถอนหายใจออกมา เธอเองก็ไม่ได้อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับเสี่ยวิไม่สามารถปกป้องเขาได้เลย“ถ้ามีอะไรก็มาหาป้าได้ตลอดเวลานะเสี่ยวิ”
“เข้าใจแล้วครับป้า วันหลังถ้ามีเวลาผมจะมาเยี่ยมป้าอีกผมกลับก่อนนะครับ”
“อืม ตอนนี้มีรถแล้วจะไปไหนก็สะดวก ถ้าจะมาก็ให้เป็่วันเสาร์อาทิตย์นะอามู่กับอาเม่ยน่าจะกลับมาพักที่บ้าน”
“ครับป้า”
จางิสตาร์ทรถแล้วก็ขับออกมาจากหมู่บ้านสกุลจ้าวเขาแวะที่ป้อมยามหน้าหมู่บ้านแล้วก็เอาบุหรี่ไปฝากให้กับลุงๆที่คุ้นเคยกันดีแล้วก็ขับกลับหมู่บ้านสกุลหลิน