2
สูตรหมักไก่ออริจินอล 1
เพื่อนหลายคนมองไปที่ฟูอย่างขอคำตอบว่าเต้เด็กบ๊วยรองโหล่ของห้องมันพูดภาษาอังกฤษได้ตอนไหน
ฟูส่ายหัวพลางอ้าปากค้าง...เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเต้พูดภาษาอังกฤษได้! มันไปฝึกพูดตอนไหนกัน!
เต้มองหน้าครูพิมนิ่งๆ เขายอมรับว่าเขาผิดที่หลับในห้องเรียน แต่การที่ครูจะมาพูดถึงครอบครัวเขาแบบนี้มันไม่เกี่ยวกับเื่ที่เขานอนหลับเลย จะไม่ให้โมโหได้ยังไง
“ธ...เธอ เธอ”
“ครับ?” เต้เอียงคอ
“เธอฟังภาษาอังกฤษออก!?” ครูพิมทำตาโต
เด็กที่เดือนก่อนยังท่อง 1-20 เป็ภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่วันนี้กลับฟังออกแล้วยังพูดได้ด้วย มันมีแฝดหรือยังไงกัน!
“เปล่าครับ เมื่อกี้ผมฟังที่ครูพูดไม่ออกเลย” เต้ตอบนิ่งๆ
“แต่เธอ!”
“ผมก็แค่ตอบครูมั่วๆ เองครับ” เต้ยิ้มหวานให้ครู ก่อนจะหยิบสมุดขึ้นมาทำท่าทางพร้อมเรียนหนังสือ โดยไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นจากเพื่อนในห้อง
ครูพิมเมื่อเห็นว่าเต้ไม่สนใจตน แถมยังท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ มือก็กำหมัดแน่น เห็นๆกันอยู่ว่าเมื่อกี้มันแซะเป็ภาษาอังกฤษ จะมาบอกว่าพูดมั่วๆ ได้ยังไงกัน!
เธอหายใจเข้าออกคุมสติอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าชั้นเรียนและเริ่มสอนเหมือนเมื่อกี้นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และแม้ว่าครูพิมนั้นจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่บรรยากาศในห้องกลับแย่ยิ่งกว่าปกติ เด็กเกือบทุกคนในห้องถูกเรียกมาตอบคำถาม ใครที่ตอบไม่ได้ก็จะโดนด่าไปคนละชุด เด็กผู้หญิงในห้องต่างก็กลั้นน้ำตากันไว้ไม่อยู่
เรียกได้ว่า เป็วันจันทร์ที่ทำให้หดหู่ไปทั้งสัปดาห์!
กว่าเสียงออดหมดเวลาจะดังขึ้น เด็กนักเรียนในห้องม.3/6 ก็แทบจะหมดลมหายใจ บางคนกลั้นหายใจจนหน้าเขียว ฟูที่นั่งข้างๆ ก็เอาแต่นั่งก้มหน้าจนแทบจะจมไปกับโต๊ะนักเรียน เต้มองสภาพเด็กนักเรียนในห้องพลางส่ายหัวเบาๆ ถ้าเขาไม่ได้ย้อนเวลามา เขาก็คงมีสภาพไม่ต่างจากพวกเพื่อนๆ แน่นอน
“มึงตายยังว่ะ” เขาโบกมือไปมาตรงหน้าฟู
“กูตายไปแล้วไอ้เพื่อนยาก” จากนั้นฟูก็ทำท่าชักตายบนเก้าอี้
เต้ยิ้มอย่างเหนื่อยหน่าย พลางเหลือบตามองนาฬิกาที่แขวนอยู่หน้าชั้นเรียน ซึ่งตอนนี้บอกเวลา บ่าย 3 โมง 40 นาที
“กลับก่อนนะ จะรีบไปช่วยพ่อหมักไก่” เขาหันไปบอกฟู ก่อนจะสะพายเป้แล้วเดินออกจากห้องไป
“รีบไปช่วยพ่อเนี่ยนะ? ไอ้เต้ผีเข้าป่ะวะ” ฟูพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เต้อาศัย่เวลาชุลมุนตอนที่แต่ละชั้นเลิกคาบเรียน เดินออกจากโรงเรียนไปอย่างสบายๆ เนื่องจากโรงเรียนนี้เป็โรงเรียนประจำอำเภอเล็กๆเลยไม่มียามเฝ้า และก็ไม่มีกำแพงสูงล้อมรอบโรงเรียน เหมือนโรงเรียนในเมือง ดังนั้นการจะโดดเรียนหรือกลับบ้านก่อนเป็เื่ที่ง่ายมาก
เมื่อกลับถึงบ้านเต้ก็เห็นพ่อกำลังจัดการล้างทำความสะอาดเนื้อไก่อยู่
“อ้าว ทำไมวันนี้กลับไวล่ะ” พ่อเงยหน้าขึ้นมาถาม มือก็พลางทำงานไปด้วย
“วันนี้เพื่อนไม่ได้นัดไปไหนน่ะครับ” เต้โกหกคำโตออกไป ก่อนจะเดินไปเก็บกระเป๋าแล้วมาช่วยพ่อทำงาน
เต้หยิบเกลือขึ้นมาหนึ่งกำมือแล้วทาให้ทั่วตัวไก่ นวดเบาๆ เพื่อขจัดกลิ่นคาว จากนั้นก็ล้างน้ำสองสามครั้ง โยนใส่กะละมังเตรียมหมัก เป็อันเสร็จ เต้ทำทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว เพราะก่อนที่จะย้อนเวลากลับมา เขาทั้งล้างไก่ หมักไก่ และย่างไก่ด้วยตัวเองเป็เวลาหลายปีก่อนที่ตัวเขาจะประสบความสำเร็จ
ซึ่งพ่อที่นั่งทำความสะอาดไก่อยู่ข้างๆ ไม่ได้ตะหงิดใจเลยว่าทำไมลูกชายที่ไม่ค่อยจะช่วยทำงานเท่าไหร่ถึงได้สามารถจัดการล้างไก่ได้คล่องแคล่วขนาดนั้น เพราะกำลังตั้งใจทำงานตรงหน้าอยู่
ทั้งสองนั่งทำความสะอาด และผึ่งไก่ทั้งหมดให้สะเด็ดน้ำ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ครึ่ง ก็เสร็จเรียบร้อย
“เสร็จแล้วล่ะ ไปทำการบ้านเถอะ เดี๋ยวพ่อหมักไก่เอง” พ่อบอก
“พ่อ เต้ได้สูตรหมักไก่จากโรงเรียนมา เราลองดูมั้ยเผื่ออร่อย” เต้โกหก สูตรหมักไก่จากโรงเรียนอะไรกัน สูตรนี้เขาคิดขึ้นมาเอง แต่จะไปบอกตรงๆแบบนั้นก็ไม่ได้ แต่ก่อนวันๆ มีแต่เที่ยวเล่นจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดสูตรหมักไก่ เขาเลยต้องโกหกออกไปก่อน เผื่อพ่อจะเชื่อ แล้วยอดขายไก่ย่างจะได้พุ่งขึ้นเหมือนชาติก่อน
ในชาติก่อนไม่มีใครคิดเลยว่าเต้ที่ขายไก่ย่างข้างถนนธรรมดาจะสามารถทำเงินขึ้นมาได้อย่างมหาศาลจนสามารถนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจไก่ย่างได้ แต่กว่าจะถึงจุดนั้นได้ก็ต้องผ่านความยากลำบากมามาก และในเมื่อได้ย้อนอดีตกลับมาแล้ว เขาจะทำให้เส้นทางนี้มันง่ายขึ้น
“ไม่อร่อยหรอก ไปๆ ทำการบ้านได้แล้ว” พ่อไม่แม้แต่จะหันมามอง แถมโบกมือไล่
“ลองแค่ตัวเดียวก็ได้พ่อ แค่นี้เอง”
พ่อขมวดคิ้ว ก่อนจะพยักหน้า “อ่ะก็ได้ๆ เอาไป”
พ่อเห็นว่านี่เป็ครั้งแรกที่เต้ขอหมักไก่ด้วยตัวเอง จึงคิดว่าเป็โอกาสดีที่จะให้เขาได้ลองทำดู เลยเลือกไก่ตัวเล็กๆ มาให้ลองทำ
เต้นั่งเลือกสูตรหมักไก่ที่มีอยู่ในหัวประมาณ 20 สูตร ก่อนจะตัดสินใจเลือกสูตรหมักไก่ออริจินอลของเขา ซึ่งสูตรหมักไก่นี้ทำให้เขาได้จับเงินล้านเลยนะ
เต้หยิบรากผักชี ตะไคร้ หอมแดง และใบเตยมาอย่างละนิดละหน่อย หั่นให้เป็ชิ้นเล็กๆ เสร็จแล้วก็นำทั้งหมดเข้าเครื่องปั่นมือสองที่พ่อเก็บเงินซื้อมา ปั่นให้ละเอียดที่สุด
จากนั้นใส่ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม พริกไทยดำ และเกลือนิดหน่อย ลงในเครื่องเทศที่ปั่นเสร็จแล้ว ผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนั้นนำไปหมักให้ทั่วตัวไก่ เขานั่งนวดไก่อยู่นานเพื่อที่จะให้ส่วนผสมและเครื่องเทศซึมเข้าไปในเนื้อไก่ให้มากที่สุด เมื่อคิดว่านวดได้ที่แล้วเขาก็นำไก่ใส่ตู้เย็น ทิ้งไว้1คืน รอย่างวันพรุ่งนี้เช้า
พรุ่งนี้เขาตั้งใจจะตื่นมาย่างไก่แต่เช้า ให้พ่อได้ลองชิม แล้วจะได้รู้ว่าสูตรของเขานั้นมันสุดยอดขนาดไหน!
เต้ตื่นขึ้นมาตอนตี 5 สติยังไม่แจ่มใสเท่าไหร่นัก เนื่องจากเป็เวลานานมากที่เขาไม่ได้ตื่นเช้าอย่างนี้ เต้เดินไปห้องครัวก่อนเป็อย่างแรก เพื่อที่จะเตรียมย่างไก่อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เขาใช้เวลาไม่นานในการจุดเตาถ่าน ก่อนจะเดินไปหยิบไก่ที่หมักไว้ในตู้เย็นจากนั้นก็เริ่มทำการย่าง
กลิ่นหอมของเครื่องเทศค่อยๆโชยออกมา เป็กลิ่นที่หอมจนแทบจะปลุกให้ข้างบ้านตื่นได้เลย เคล็ดลับคือต้องคอยกลับไก่บ่อยๆ และใช้ไฟอ่อนเพื่อให้หนังไก่กรอบ และไก่ไม่แห้ง ระหว่างย่างเขาค่อยๆ ทาน้ำมันให้ทั่วตัวไก่เพื่อให้หนังไก่มีสีเหลืองสวย น้ำมันจากตัวไก่ค่อยๆ ไหลหยดลงถ่าน กลิ่นความหอมกระจายไปทั่วบ้าน
พ่อที่กำลังเตรียมของอยู่ เมื่อได้กลิ่นหอมของไก่ย่างก็ถึงกับหยุดมือที่กำลังทำงานอยู่แล้วเดินมาดูเต้ที่กำลังย่างไก่
ไก่ย่างของเต้นั้นมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และหนังไก่นั้นก็ดูท่าว่าจะกรอบมากๆ พ่อยืนดูพร้อมกับกลืนน้ำลายเบาๆ ถ้าเป็สูตรนี้…มันต้องขายดีมากแน่ๆ พ่อยืนคิดในใจ
เต้นั้นรู้ตัวว่าพ่อแอบมายืนดูอยู่ได้สักพักหนึ่งแล้ว เขาหันมายิ้มให้ก่อนจะพูดว่า “ใกล้จะสุกแล้วล่ะพ่อ ทีนี้จะได้รู้ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย”
ย่างไปสักพัก เมื่อไก่เหลืองกรอบได้ที่เต้ก็ทำการหั่นเป็ชิ้นๆ ให้พ่อได้ลองชิม
“ระวังอร่อยจนเคี้ยวลิ้นนะพ่อ” เต้เอ่ยเตือน
“บ้า ใครจะไปเคี้ยวลิ้นตัวเองกัน หึ่ม…”
พ่อหยิบตรงส่วนน่องไก่ขึ้นมากัดเบาๆ ทันทีที่ฟันกระทบกับเนื้อไก่ก็ััได้ถึงความชุ่มฉ่ำของเนื้อ กัดเข้าไปอีกคำก็ได้รสชาติของเครื่องเทศที่ออกเค็มๆ พริบตาเดียวน่องไก่ในมือก็หมดไปเหลือแต่กระดูก
“เต้ มะ…มัน …โอ้ย”
“หื้ม พ่อเป็ไร”
“พะ..พ่อกัดลิ้นตัวเอง!!” พ่อร้องขึ้นเสียงดัง
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ผมเตือนแล้วนะ” เต้หัวเราะเบาๆ พลางหวนนึกถึงเมื่อครั้งก่อนที่จะย้อนเวลามา เมื่อมีลูกค้าหน้าใหม่มาซื้อไก่ย่างก็มักจะพูดอย่างนี้ แต่สุดท้ายก็จบด้วยการเคี้ยวลิ้นตัวเองทุกที
“อร่อยมากๆ เลยเต้ ลูกไปได้สูตรมาจากที่ไหนเนี่ย” พ่อถามด้วยสีหน้าที่กระตือรือร้น
“ที่โรงเรียนสอนครับ เต้บอกพ่อรอบ2แล้วนะ”
“เราเปลี่ยนสูตรหมักไก่เป็สูตรนี้ดีมั้ย แล้วโรงเรียนเขาจะว่าอะไรเรารึเปล่า” พ่อถามด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่ว่าหรอกคับ เปลี่ยนสูตรดีแล้วล่ะ ลูกค้าจะได้มากินเยอะขึ้น” และก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก เพราะเ้าของสูตรก็คือเขาเอง เต้ต่อท้ายประโยคในใจ
ต่อมาเต้และพ่อก็นั่งกินไก่ย่างด้วยกันจนหมด สิ่งนี้เป็สิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำด้วยกันมาก่อนในชาติที่แล้ว เต้เพิ่งได้รู้ว่าการได้นั่งกินข้าวกับพ่อนี่มันมีความสุขจริงๆ
เต้มองไปที่กองกระดูกไก่ที่เหลือ เขาจะทำให้ชีวิตชาตินี้ของพ่อสบายให้ได้!
และหลังจากมื้อเช้าอันแสนสุขผ่านไป เต้ก็เดินมาโรงเรียนเหมือนทุกวัน เพียงแต่วันนี้มาเช้าไปสักหน่อย ระหว่างที่เขากำลังเดินไปที่ห้องม.3/6 ไปนั้น ด้วยความที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เขาก็ชนเข้ากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอเงยหน้าขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด และเมื่อเห็นว่าเป็ใครที่ชนเธอ เธอก็ดูท่าจะหงุดหงิดมากกว่าเดิม
“เต้ นี่นายตั้งใจชนฉันรึเปล่าเนี่ย!!” เธอะโถามเสียงดังพร้อมกับทำมือปัดๆ ที่แขนเสื้ออย่างรังเกียจ
เต้มองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า เธอเป็ผู้หญิงตัวเล็ก ผิวขาว ตาโตและดั้งโด่ง หน้าตาค่อนข้างดีน่าจะเป็ที่ชื่นชอบของนักเรียนชายหลายคน
“เอ่อ..ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะ...” เต้รีบเอ่ยขอโทษ แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ก็มีเสียงะโเรียกชื่อเขาด้วยความกราดเกรี้ยว
“เห้ย..ไอ้เต้!!”