ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่567 สัญญาณการเลื่อนขั้นปราณจิต

          โม่กวางที่เห็นท่าไม่ดี หากเขายังอยู่เช่นนี้ต่อไป ทั้งเขาและอี้เฉินไม่ช้าก็จะตายตก ภายใต้เงื้อมมือของ ราชันสวรรค์ผู้นั้น อย่างไม่ต้องสงสัย หากอี้เฉินจัดการ ชายหนุ่มสวมหน้ากากเหล็กได้ มันก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้แต่น้อย
 


           โม่กวางจึงกำฝ่ามือของเขาไว้จนแน่น ก่อนส่งคำพูดปราณจิตออกไปหาอี้เฉิน “อี้เฉินเจ้าต้องอดทนไว้ ข้าจะวิ่งโร่ออกไปขอความช่วยเหลือเอง อย่างไรเจ้าอย่าพึ่งถอดใจยอมแพ้  เสียก่อนล่ะ”

 


           ครั้นสิ้นคำพูดของโม่กวาง เขาก็เร่งสืบฝีเท้าจากไปในทันใด ทว่ามีหรือที่ราชันสวรรค์ อย่างหยุน ฟ่านซื่อ จะไม่รู้ถึงมดปลวกผู้หนึ่ง พยายามคืบคลานหนีไป

 


           ก่อนหัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ที่ยืนมือไพล่หลังอยู่ท่ามกลางอากาศ จะส่งปราณพลังที่ปลายนิ้วมือออกไป หาโม่กวาง หมายมั่นจะบดขยี้ ชายหนุ่มร่างเล็ก ให้แหลกเป็นผุยผง

 


           อี้เฉินที่รับรู้ถึงปราณพลัง ที่มหาศาล ที่อัดแน่นปลายนิ้วมือขั้นราชันสวรรค์ ปล่อยการโจมตีออกมา อี้เฉินไม่รอช้า โยนสมบัติกระดูกเต่าโบราณ ส่งปราณพลัง ขับเคลื่อนสมบัติศักดิ์สิทธิ์ สร้างตราประทับป้องกันโม่กวาง ขึ้นมาในทันใด

 


            ก่อนเสียงปัง!จะดังออกมาก้องฟ้า ปราณพลังที่เล็กจ้อยของราชันสวรรค์ ทว่ากลับทรงอานุภาพอย่างไม่น่าเชื่อ ส่งผลให้ร่างอี้เฉินที่ขับเคลื่อน สมบัติกระดูกเต่าโบราณ ริมฝีปากกระอักเลือดออกมากองใหญ่ สมบัติกระดูกเต่าโบราณที่ถนัดในด้านการป้องกัน ถึงกับปริแตกขึ้นมาเป็นทางยาว มองเห็นรอยแตก จากสมบัติศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างชัดเจน

 


            หยุนเทียน ที่เห็นความโอหังของอี้เฉิน ละสายตาออกไปจากการต่อสู้ เขาแค่นเสียงในลำคอ ออกมาในทันใด “เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ต่อสู้อยู่กับข้า ยังริอ่านสอดมือเข้าไปช่วยมดปลวกอีก”

 


ฉับพลันที่เขาเอ่ยพูดเสร็จสิ้น ร่างของเขาก็หายวับ ยกเท้าเตะอี้เฉินที่ยันร่างจนลอยกลิ้ง ตัวงอเป็นกุ้ง กระอักเลือดออกมาอีกคำรบ ใหญ่ในทันใด

 


           อี้เฉินที่เช็ดเลือด เปรอะเปื้อนมุมปากได้ เขาสบถด่าขึ้นมาในทันใด “เจ้า! เจ้า! ไอ้ตัวบัดซบเอ๊ย!” ด้วยโทสะของอี้เฉิน เริ่มทำให้ดวงตาของเขา แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน น่าหวาดกลัวขึ้นมาทันใด จากวิถีอาชูร่า ที่เขาครอบงำ อายสังหารจึงถูกปลดปล่อย ออกมาอย่างไม่เก็บออม ประหนึ่งเห็น มารผู้ชั่วร้ายย่างกายลงมาเยือนยังพื้นโลก

 


           แม้แต่หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ยังต้องหดดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นอายสังหาร ที่อี้เฉินปลดปล่อยออกมา ส่งให้แขนของเขาสั่นไหวขึ้นมา น้อยๆ ก่อนเอ่ยเตือน หยุนเทียน “เจ้าอย่ามัวแต่เล่น รีบเอาจริง แล้วจัดการมันผู้นั้นลงเสีย”

 


          หยุนเทียน เขาเองก็รับรู้ได้เช่นกัน ว่าหากปล่อยอี้เฉินไว้นาน ก็เท่ากับต่อลมหายใจให้กับเขา ก่อนเขาจะนำชุดเกาะเพลิงดำ พร้อมกับศาสตราวุธดาบใหญ่ สีดำสนิทในมือ ขึ้นมาถือ ปรายตามองอี้เฉินอยู่แวบหนึ่ง ด้วยสายตาดูถูกเย้ยหยัน เมื่อไม่เห็นศาสตราวุธ อี้เฉินเรียกออกมาแม้เพียงชิ้นเดียว

 


          เสียงแค่นในลำคอจึงดังออกมาอีกครา “ไอ้พวกคนดินแดนเทพ มันแร้นแค้นศาสตราวุธ ขนาดนี้เชียวหรือ แม้แต่ผู้สูงส่งยังไม่มีอาวุธประจำกาย เช่นนั้นเจ้าก็จงตายเสียอี้เฉิน” ในเสี้ยววินาที หยุนเทียนที่ย่ามใจ ไปพร้อมกับสิ่งประดิษฐ์วิเศษที่ถูกขับเคลื่อน อย่างบ้าคลั่ง จนพลังต่อสู้ พุ่งสูงขึ้นมาอย่างพรวดพราด หมายมั่นจะจบศึกการต่อสู้ใน คมดาบเดียว

 


         จู่ๆ ที่เขาหวดฟาดดาบไปเต็มแรงกดข่มทำลายล้าง หมายมั่น จะให้รอบด้านแหลกลาญ เขาก็ต้องรู้สึกปวดร้าวที่บริเวณใบหน้า เมื่อเห็นอี้เฉินเอี้ยวตัวหลบอย่างฉับพลันในเสี้ยวพริบตา แม้ริมฝีปากจะกระอักเลือดออกมาน้อยๆ จากแรงกดข่ม ที่บ้าคลั่ง ฉับพลันฝ่ามือสีดำสนิทดุจหมึกอี้เฉิน ปลดปล่อยความชั่วร้ายออกมาไม่ขาด ตบเข้าใส่ใบหน้าหยุนเทียน เข้าอย่างจัง ส่งเสียง เพียะ!ดังออกมาก้อง

 


          ร่างหยุนเทียน ลอยออกไปราวกับสายป่านเว่าที่ขาด กามเกิดการแตกหัก ริมฝีปาก พ่นฟันปะป่นออกมาพร้อมโลหิตกองใหญ่ ใบหน้าบวมตุ่ย   ขึ้นมาเป็นรอยฝ่ามือแดงอี้เฉินในทันใด

 


“เจ้า! เจ้า! ไอ้เวรตะไลอี้เฉิน ข้าจะสับเจ้าให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น”

 


อี้เฉินได้ทีเขา ขี่แพะไล่ในทันใด “คนทวีปมืดไม่สั่งสอนเจ้า ให้พึ่งพาพลังของตนเอง มากกว่าพลังภายนอกหรอกหรือหยุนเทียน ฮ่าๆ”

 


          หยุนเทียนที่ได้ยินคำพูดอี้เฉิน เขาถึงกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ แม้แต่หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ยังส่ายหัว เมื่อเห็นหยุนเทียนไม่อาจเก็บโทสะได้อีกต่อไป

 

“เจ้าช่างสามหาวนัก อี้เฉิน เอาการโจมตีของข้าไปกิน กระบวนท่า ดาบทลายสวรรค์”

 


           ฉับพลันแต้มสีดำกลางหว่างคิ้วของ หยุนเทียนก็สว่างจนพร่างพราว ปราณพลังสีดำ โพยพุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้าในทันใด จากปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย ก่อนมันจะถูกส่ง เข้าไปภายในดาบสีดำสนิทอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับชายหนุ่ม ที่ปล่อยดาบลงมาจากฝากฟ้า ดาบก็ขยายใหญ่ขึ้นมาหลายร้อยจั้ง ในพริบตา บดบังท้องฟ้ายามค่ำคืน จนมืดครึ้ม พุ่งปราดเข้าบดขยี้อี้เฉินอย่างไม่มีเก็บออม

 


อี้เฉินที่เห็นการโจมตีที่บ้าคลั่ง ตกลงมา กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง เขาหรี่ดวงตาจนเล็กแคบในทันใด ก่อนจะส่ายหัวออกมา

 


          เมื่อเห็นช่องว่างใหญ่ ระหว่างที่หยุนเทียนกำลังสำแดงวิชา กระบวนท่าดาบทลายสวรรค์ อี้เฉินไม่รอช้า เรียกหอกเลือดขึ้นมาในฝ่ามือ ก่อนจะปาออกไปหาหยุนเทียนที่ยืนนิ่ง ขับเคลื่อนกระบวนท่าอย่างบ้าคลั่ง ส่งให้หอกเลือดแหวกอากาศดังออกมาหวีดแหลม

 


           ก่อนเสียงปังจะดังออกมาก้อง ส่งให้ร่างหยุนเทียน หัวไหล่เกิดบาดแผล กลายเป็นหลุมเลือดใหญ่ จาก หอกเลือดที่แทงทะลุร่างในทันใด วิชาโจมตีขอบเขต เป็นวงกว้างที่สำแดงออกมา ถึงกับแตกสลาย ร้องอ๊ากๆ !! ออกมาด้วยความเจ็บปวด “เจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าวิชาของข้ามีจุดบกพร่อง” หยุนเทียน เขาไม่อยากเชื่อสายตา ว่าวิชาของเขาจะถูกทำลายได้ง่ายดายเช่นนี้

 


          อี้เฉินเอ่ยตอบออกไปอย่างไม่มีปิดบัง “วิชาที่ใหญ่ทรงอานุภาพขนาดนี้ ย่อมต้องใช้เวลาในการรีดเค้นพลัง แม้เจ้าจะมีวิชาที่เลิศล้ำ แต่หากใช้ผิดช่วงเวลา อาจจะนำเจ้าไปสู่ หนทางแห่งความตายได้”

 


         “เป็นเช่นนี้เองสินะ เหมือนข้าจะได้เรียนรู้ อะไรหลายๆ อย่างจากเจ้า หากเป็นการต่อสู้ซึ่งๆ หน้า เกรงว่าข้าจะไม่สามารถจัดการเจ้าได้” หยุนเทียน กล่าวพร้อมกับยอมรับในตัวอี้เฉิน

 


           ก่อนหัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ จะแค่นเสียงในลำคอ ออกมาดังก้อง เมื่อเห็นพวกเขาต่อสู้กันมานานเกินไปแล้ว “หยุนเทียน เจ้าอย่ามัวแต่เล่น จัดการฆ่าสังหารเขาเสียที”

 


           อี้เฉินที่ได้ยินเขามีสีหน้าบูดบึ้งอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นเพลิงเทพสีดำ ในมือชายหนุ่มเต้น เร้าๆ ขึ้นมา   ก่อนปราณเพลิงสีดำทมิฬ จะแพร่ขยายออกไปกว้างไกล ก่อร่างเป็นร่างเงา งูแผดเผาเพลิงตะวัน ฉายทอดยาวลงมา     

 


          อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงอย่างฉับพลัน ก่อนร่างหยุนเทียน จะแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์อสูร งูแผดเผาเพลิงตะวัน หนึ่งในสิบสัตว์อสูรบรรพกาล ขนาดใหญ่หลายร้อยจั้ง พร้อมกับเพลิงสีดำลูกท่วม โพยพุ่งสู่สวรรค์ชั้นฟ้า มิติแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ อากาศบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง

 


          อี้เฉินที่ยืนประจันหน้ากับงูยักษ์ ยังทำให้ผิวกายของเขาร้อนผ่าวจนแดงฉาน แววตาฉายแววหวาดหวั่นในทันใด จากความร้อน ที่กายาเขาได้รับ ประหนึ่งเขาถูกไฟเทพเผาผลาญกายาอีกครา

 


ก่อนหยุนเทียน จะคำรามออกมาเสียงดังก้องฟ้า “เจ้าจงสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปเสียอี้เฉิน ญาณวิเศษ เขตแดนเผาผลาญ”

 


         ฉับพลันอี้เฉินก็ราวกับอยู่ภายในเตาหลอมเพลิงวิเศษ พร้อมกับงูยักษ์ขนาดใหญ่ ที่เลื่อยพันรอบตัวเขา เพื่อรอโอกาสโจมตี    ส่งให้ผิวกายอี้เฉิน เริ่มเกิดลอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว จากความร้อน ราวกับกระเบื้องแก้วที่โดนความร้อน ผิวกายหลุดลอกแดงฉาน กลายเป็นเถ้าธุลีลอยออกไปช้าๆ

 


         แม้แต่หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ที่ดูชมการโจมตีประสานของหยุนเทียน เพิ่มความร้อนประหนึ่ง เตาหลอมมนุษย์ เขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง ยกฝ่ามือถูคาง ชื่นชมญาณวิเศษ หยุนเทียนที่สำแดงออกมาไม่น้อย อายุขัยไม่มากก็สามารถ สลักสร้าง ญาณวิเศษของตนเองขึ้นมาได้

 


         ทว่าด้วยความยึดมั่นของอี้เฉิน ทำให้ปราณจิตของเขา ถูกขัดเกลาอย่างบ้าคลั่ง จนมันเริ่มจะส่งสัญญาณ การเลื่อนขั้นปราณจิตขึ้นมา ทำให้พวกเขาทั้งสองที่เห็นภาพ ต่างก็เบิกตาออกมากว้าง ด้วยความไม่อยากเชื่อ น้อยคนนักในขั้นพลังเทพสวรรค์ ที่จะสามารถเลื่อนขั้น ปราณจิตไปอยู่ในขั้น หลอมรวมปฐพี มันมีแทบจะนับนิ้วได้

 


“เป็นไปได้อย่างไร กายาเจ้าส่งสัญญาณการเลื่อนขั้นปราณจิตได้อย่างไร”




**** หมายเหตุ ตอนที่566 ผู้เขียนลงไม่ครบถ้วน เนื้อหาขาดหายไป2000ตัวอักษร ตอนนี้แก้ไขให้เรียบร้อยแล้วครับ ต้องขออภัยผู้อ่านทุกท่านครับ