จูเทามองซ้ายมองขวา แต่ก็ยังมองไม่ออกว่าเคล็ดวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้านี้มันมีลูกไม้อะไรซ่อนอยู่กันแน่
แต่เขารู้สึกว่าท่าทีของซูหยางนั้นดูจริงใจมาก ไม่น่าจะกำลังหลอกปั่นหัวเขา
“ฐานะทางบ้านฉันเป็ยังไง ครูประจำชั้นอย่างเขาไม่มีทางไม่รู้”
“คนแซ่ซูไม่มีความจำเป็ต้องเอาเื่แบบนี้มาล้อเล่น เพราะถ้าฉันเป็อะไรไป คนที่จะซวยจริง ๆ คือเขา”
“เขาไม่จำเป็ต้องแบกรับความเสี่ยงขนาดนี้”
“อีกอย่าง หมอนี่ฝึกเคล็ดวิชาเกลาหยินเก้าสกัดถึงขั้นที่หกนิ่งงันดั่งขุนเขา อย่างน้อยในเื่การฝึกเคล็ดวิชาจิต เขาต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่ ๆ”
จูเทาชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอยู่พักหนึ่ง สายตาก็กลับมาตกอยู่ที่เคล็ดวิชาในแฟลชไดร์ฟของเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าอีกครั้ง
ในหัวมีความคิดมากมายแล่นผ่านไปมา
“ทุ่มเททรัพยากรให้แกตั้งขนาดนี้ ต่อให้เป็หมูก็ต้องเลื่อนระดับเป็จิติญญายุทธ์ขั้นแปดได้แล้ว!”
“ไอ้ขยะ ฝึกมาตั้งนานไม่มีความก้าวหน้าเลยสักนิด!”
“ถ้าแกไม่ได้มีเืเนื้อเชื้อไขของตระกูลจู แกโดนไล่ออกจากตระกูลไปนานแล้ว”
“ไอ้ตัวขายหน้า! ขายหน้าตระกูลจูจริง ๆ!”
แววตาของจูเทาเย็นเยียบลง เขาอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
“ยังไงฉันก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว”
“คนแซ่ซู ฉันจะเชื่อแกสักครั้ง!”
“ฝึกคู่ก็ฝึกคู่!”
เนื้อหาเคล็ดวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้ามีไม่มาก จูเทาอ่านไม่รู้กี่รอบจนจำได้ขึ้นใจ
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป จูเทานั่งขัดสมาธิ สลัดความคิดฟุ้งซ่าน เริ่มพยายามเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นของเคล็ดวิชาตามที่เข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าระบุไว้
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการชักนำปราณเดิมของตนเองทั้งหมดไปรวมไว้ที่จุดตันเถียน แยกตัวออกจากกลไกการหมุนเวียนอัตโนมัติชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ปราณที่ฝึกมาจากเคล็ดวิชาหมัดเทพัขดมาปะปนกัน ทว่ากระบวนการนี้มันช่างเ็ปทรมานอย่างยิ่ง
เพียงครู่เดียว จูเทาก็รวมปราณทั้งหมดในร่างกายไว้ที่จุดตันเถียนได้สำเร็จ
ความรู้สึกเจ็บจี๊ดเริ่มปรากฏขึ้นที่หน้าท้อง จนใบหน้าของจูเทาบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป
“แม่งเอ๊ย เจ็บชะมัด”
จูเทาจำได้ว่าเคยมีคนในเน็ตบอกว่า ความรู้สึกตอนกดปราณเพื่อฝึกคู่นี่มันเหมือนกับตอนเป็ประจำเดือนเลย
แต่ยังดีที่ยังพอทนได้
เขารวบรวมสมาธิ เมื่อยืนยันว่าปราณของเคล็ดวิชาหมัดเทพัขดถูกสะกดไว้โดยสมบูรณ์แล้ว จูเทาก็เริ่มเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นของเคล็ดวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าอย่างเป็ทางการ
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว
จูเทาลืมตาขึ้นกะทันหัน เขาเหลือบมองเวลาแล้วทำหน้าเอ๋อ
“เกิดอะไรขึ้น?”
“แค่ครึ่งชั่วโมงฉันก็ััปราณได้แล้วเหรอ!?”
จูเทารู้สึกว่ามันเหลือเชื่อมาก เขาััได้ราง ๆ ว่าปราณในร่างกายเริ่มก่อตัวขึ้น และมันเป็ปราณที่แตกต่างจากเคล็ดวิชาหมัดเทพัขดอย่างสิ้นเชิง
สายหนึ่งค่อนข้างดุดัน อีกสายหนึ่งค่อนข้างอ่อนโยน
ตอนที่เขาเริ่มฝึกหมัดเทพัขด กว่าจะััถึงปราณได้ต้องใช้เวลาตั้งเกือบเดือน!
“เป็เพราะเคล็ดวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้านี่มันระดับต่ำเกินไป? หรือเป็เพราะฉันมีพื้นฐานวรยุทธ์อยู่แล้ว?”
“ไม่มีเหตุผลที่จะััปราณได้เร็วขนาดนี้เลย!”
ทว่าความเ็ปที่หน้าท้องเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จูเทาไม่มีเวลามานั่งคิดฟุ้งซ่าน เขาหลับตาลงโคจรลมปราณอีกครั้ง พยายามชักนำปราณสายที่อ่อนโยนในร่างกาย
เขาต้องแข่งกับเวลา เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ความเ็ปก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น
ไม่นานนัก จูเทาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง และเขาก็อึ้งไปอีกรอบ
สำ... สำเร็จแล้ว!?
ตามคำแนะนำของเคล็ดวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า จูเทาลองชักนำปราณในร่างกายเข้าไปในเส้นชีพจร พยายามโคจรจักรวาลเป็ครั้งแรก
ภายใต้สถานการณ์ปกติ ปราณที่เพิ่งก่อตัวขึ้นจะอ่อนแรงและควบคุมไม่ได้ จำเป็ต้องค่อย ๆ ชักนำอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการนี้มักจะยาวนานมาก และเป็ไปไม่ได้เลยที่จะทำสำเร็จในครั้งเดียว
แต่จูเทากลับชักนำครั้งแรกได้อย่างคล่องแคล่วเชี่ยวชาญ
กระบวนการทั้งหมดราบรื่น จนจูเทาเริ่มสงสัยว่าตัวเองมีพร์ระดับเทพยุทธ์จริงๆ หรือเปล่า
“เชี่ย หรือว่าฉันจะมีพร์ในการฝึกวิชาเข็มจริง ๆ!? ไม่งั้นไม่มีเหตุผลที่จะััปราณได้เร็วขนาดนี้!”
“แล้วคนแซ่ซูรู้ได้ยังไง!?”
จูเทารู้สึกว่าภาพลักษณ์ของซูหยางเริ่มดูลึกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งที่ตามมาก็คือความตื่นเต้นในใจที่หยุดไม่อยู่
หลังจากปราณของเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าโคจรไปได้เกือบสิบรอบ การััถึงปราณก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
แม้การฝึกคู่จะยากมหาศาล แต่ข้อดีใน่เริ่มต้นนั้นชัดเจนมาก
เส้นชีพจรในร่างกายเคยผ่านการขัดเกลามาแล้ว เส้นชีพจรเยิ่นและตู่ทะลุถึงกันหมด การหมุนเวียนรอบจักรวาลจึงไร้อุปสรรค สามารถใช้พลังงานจากร่างกายมาหล่อเลี้ยงปราณในตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ความหิวโหยจู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็ว จูเทารีบหยิบน้ำยาเสริมสารอาหารหนึ่งซองออกจากตู้แช่แล้วกรอกเข้าปากทันที
น้ำยาเสริมสารอาหารไม่เพียงแต่ช่วยเติมสารอาหารที่จำเป็ต่อการเติบโตของร่างกาย แต่ยังให้พลังงานมหาศาลและทำให้รู้สึกอิ่ม
น้ำยาซองหนึ่งหมดเกลี้ยงในพริบตา จูเทาโคจรลมปราณต่อไปด้วยความตื่นเต้น
ความหิวที่รุนแรงพิสูจน์ได้ว่าปราณกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและ้าสารอาหารอย่างเร่งด่วน
มันคือลางสังหรณ์ที่ดีมาก!
เขาทำซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้ หลังจากกินน้ำยาเสริมสารอาหารไปถึงสิบซอง ในที่สุดการััปราณก็ชัดเจนโดยสมบูรณ์
จูเทาสามารถััได้จริง ๆ ว่าปราณกำลังไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจร ซึ่งเป็การประกาศว่าเขาได้เข้าสู่ขั้นเริ่มต้นของเคล็ดวิชาอย่างเป็ทางการแล้ว
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไปสามชั่วโมงยี่สิบหกนาที
“ไม่ถึงสามชั่วโมงก็เข้าขั้นเริ่มต้น! ต่อให้เส้นชีพจรของฉันจะถูกเปิดไว้ก่อนแล้ว แต่... นี่มัน แม่ง เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
จูเทาถึงกับไม่กล้าฝึกขั้นต่อไปชั่วคราว
ความเร็วในการเริ่มต้นมันเร็วเกินกว่าความรู้ที่เขามี เขาเริ่มรู้สึกลนลาน
หนทางแห่งวรยุทธ์ไม่มีคำว่าทางลัด แม้แต่อัจฉริยะวรยุทธ์หนึ่งในหมื่นก็ยังต้องเพียรฝึกฝนอย่างหนักถึงจะเหนือกว่าคนอื่นได้
การที่ปราณเติบโตเร็วเกินไปอาจไม่ใช่เื่ดี มันอาจส่งผลต่อรากฐานวรยุทธ์ของตนเองได้
เดี๋ยวนะ... มีอะไรไม่ถูกต้อง...
จูเทาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“อ้อ รากฐานวรยุทธ์ของฉันมันพังไปตั้งนานแล้วนี่นา งั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว”
เพื่อฝืนเพิ่มระดับ จูเทาเคยกินน้ำยาชำระไขกระดูกและโอสถเกินขนาด จนทำลายรากฐานของตัวเองพังยับเยินไปนานแล้ว
ในเมื่อเป็แบบนี้ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไป
จูเทาเริ่มชักนำปราณในร่างกายให้ไหลไปรวมที่นิ้วชี้และนิ้วโป้งข้างขวา
ปลายนิ้วเริ่มมีความรู้สึกบวมเป่งและเจ็บจี๊ด นิ้วทั้งสองเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
เข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าขั้นที่หนึ่งหยิบเข็ม!
ในขณะเดียวกัน ซูหยางที่กำลังโหมงานหนักอยู่ที่หอพักอาจารย์ เพื่อวางแผนการฝึกที่เกี่ยวข้องให้จูเทาล่วงหน้า จู่ ๆ เขาก็ััได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์สายหนึ่งที่พุ่งเข้ามาในร่างกายอย่างไร้ที่มา
หืม!?
เกิดอะไรขึ้น!?
พลังงานบริสุทธิ์เริ่มวิ่งพล่านในร่างกายอย่างควบคุมไม่ได้ ทำเอาซูหยางใจนต้องรีบนั่งสมาธิโคจรลมปราณทันที เขาพยายามชักนำปราณที่วิ่งพล่านนั้นให้ไหลเข้าสู่เส้นชีพจร
พลังงานสายนี้บริสุทธิ์เกินไป จนแทบไม่ต้องผ่านการโคจรจักรวาลน้อยเลย เพียงแค่มันเข้าสู่เส้นชีพจรก็หลอมรวมเข้ากับปราณเดิมทันที ทำให้ปราณเดิมที่บางราวเส้นไหมของซูหยางหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การััถึงปราณรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา
คอขวดที่ดื้อดึงของระดับนักรบขั้นเก้าขั้นสุดยอด ถึงกับมีวี่แววว่าจะสั่นคลอนในวินาทีนี้!
เดี๋ยวนะ ของขวัญจากธรรมชาตินี่มันมาจากไหนกัน!?
ซูหยางได้สติกลับมา เขารีบเรียกใช้งานระบบเพื่อตรวจสอบข้อมูลของจูเทาทันที
[ชื่อ] จูเทา
[อายุ] 16
[ระดับ] จิติญญายุทธ์ขั้นแปด
[เคล็ดวิชาจิต] เคล็ดวิชาหมัดเทพัขด (ความเข้ากัน 27%)
เข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า (ความเข้ากัน 347%)
[ทักษะยุทธ์] ไม่มี
[ข้อบกพร่อง] รากฐานไม่มั่นคง
เคล็ดวิชาไม่เหมาะสม
เคล็ดวิชาขัดแย้งกัน (เคล็ดวิชาต้านกันเอง ประสิทธิภาพการฝึกลดลง)
[คุณลักษณะ] คลั่งไคล้เคล็ดวิชา (ปรากฏขึ้นเมื่อความเข้ากันถึง 300% ภายใต้คุณลักษณะนี้ ประสิทธิภาพการฝึกจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สมาธิจดจ่อเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล)
[ประสิทธิภาพการฝึก] 125%
[คะแนนรวม] E (↑)
[คำแนะนำการชี้แนะ]
1. สลายพลัง แล้วเริ่มฝึกเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าใหม่
2. แก้ไขเคล็ดวิชาเพื่อเพิ่มความเข้ากัน
3. รากฐานไม่มั่นคง ต้องนำกลับไปหลอมใหม่
มีคุณลักษณะใหม่เพิ่มขึ้นมา... ส่วนคำแนะนำของระบบเขาสามารถมองข้ามไปได้
ซูหยางอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมาที่มุมปาก
“เ้าเด็กนี่... ปากบอกไม่เอา แต่ร่างกายซื่อสัตย์ดีนี่นา!”