วรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!!

    บทที่ 51 ศึกตัดสินกับหมูป่าเขี้ยวอัสนี

            หลังจากห่าวหรานเดินตามบันไดขึ้นมาเรื่อย ๆ สุดท้ายก็กลับมาถึงโถงถ้ำโถงเดิม พร้อมกับได้ยืนประจันหน้ากับศัตรูเก่าของมันอีกครั้ง เจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีนั้นเอง

            

            "เจอกันอีกแล้วสินะเจ้าหมูป่า ก่อนหน้าข้าพ่ายแพ้ให้เจ้า แต่ในครั้งนี้ไม่เป็นเช่นเดิมแน่" ห่าวหรานเอ่ยออกมาด้วยแววตากับท่าทางที่ดูมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างมาก ส่วนเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีนั่นมิรู้มันจำห่าวหรานได้หรือไม่ เพราะเดรัจฉานอย่างมันรู้เพียงอย่างเดียวว่า จะต้องกำจัดผู้ที่มารบกวนเท่านั้น

            

            มันส่งเสียงคำรามดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่าก่อนจะพลันวิ่งพุ่งเข้าใส่ห่าวหรานเฉกเช่นคราวก่อน ความรวดเร็วไม่ต่างจากเดิม ซึ่งแน่นอนว่าห่าวหรานยังไม่ไวพอที่จะหลบได้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ในครั้งนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องพยายามทำแบบเดิมอีกแล้ว

            

            กระบี่ฟ้าดินถูกดึงออกมาจากกลางหลังของห่าวหรานก่อนที่เขาจะยกมาป้องกันแรงปะทะของเจ้าหมูป่า เสียงโครม ดังกึกก้องไปทั่วโถงถ้ำ ก่อนที่ร่างมหึมาของเจ้าสัตว์อสูรฟ้าดินขี้โมโหจะถูกหยุดลง พร้อมกับห่าวหรานที่ยืนนิ่งไม่กระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำเหมือนคราวก่อน

            

            เจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีสิ่งใดหยุดการพุ่งชนอันทรงพลังของมันได้ ก่อนที่ความฉงนใจนั้นจะพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวโกรธอันรุนแรง

            

            มันส่งเสียงคำรามคลั่ง ก่อนที่สายฟ้ามากมายจะพวยพุ่งออกมาจากเขี้ยวของมัน ห่าวหรานที่เห็นแบบนั้นก็ไม่รอช้าพลันยกกระบี่ฟ้าดินขึ้นเหนือหัว จากนั้นสายฟ้าอันทรงพลังมากที่ผ่าลงมาก็ถูกศิลาฟ้าดินดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น

            

            "วิเศษนัก แม้กระทั่งสายฟ้าที่รุนแรงเหล่านี้ก็ยังถูกดูดเข้าไปอย่างง่ายดาย แบบนี้เจ้าหมูป่าก็หาใช่คู่ต่อสู้ของข้าอีกต่อไปแล้ว" รอยยิ้มแห่งความปลาบปลื้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของห่าวหราน ซึ่งต่างจากของเจ้าหมูป่าโดยสิ้นเชิง แค่ศัตรูหยุดการพุ่งชนของมันได้ก็เจ็บใจพอแล้ว ครานี้แม้แต่สายฟ้าที่มันแสนจะภาคภูมิใจก็ถูกทำให้ดูไร้ค่าอีก แล้วมันจะเหลือความภาคภูมิใจอันใดในฐานะเจ้าป่าแถวนี้อีก

            

            ดวงตาของเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีแดงก่ำ มันกระทืบเท้า ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องจนถ้ำแทบจะถล่มลงมา ก่อนที่จะปล่อยสายฟ้าออกมาห่อหุ้มร่าง แล้วก็พลันพุ่งเข้าใส่ห่าวหรานสุดแรง

            

            กระบวนท่านี้รุนแรง และทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แม้นห่าวหรานจะป้องกันด้วยกระบี่ฟ้าดินได้แต่เขาก็ถูกดันให้ถอยหลังไปหลายสิบก้าว แถมพลังของสายฟ้าก็ทำเอามือเขาชาไปเล็กน้อย เจ้าหมูป่าปลดปล่อยจิตปราณสายฟ้าจำนวนมหาศาลออกมาจนกระบี่กลืนกินไม่ทันนั่นเอง

            

            "ไม่คิดว่ามันจะปล่อยสายฟ้าออกมาได้มากมายถึงเพียงนี้ เล่นเอามือของข้าชาไปชั่วขณะเลยทีเดียว แต่ก็เท่านั้นแหละเพราะยามนี้สายฟ้าเหล่านี้ถูกกลืนจนหมดแล้ว ต่อเพียงเท่านั้นจะเล่นงานเจ้าคืนบ้างล่ะนะ"

            

            พอหายชาห่าวหรานก็กระชับกระบี่แน่นก่อนจะดันเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีให้ถอยหลังไปสองสามก้าว จากนั้นก็เหวี่ยงฟันกระบี่ใส่มันต่อสุดแรง

            

            กระบี่ปะทะเข้ากับเขี้ยวสายฟ้าข้างหนึ่งจนเกิดเสียงดัง พร้อมกับร่างของเจ้าหมูป่าที่ถอยออกไปอีกหลายก้าว มันเดือดดาลสุดขีดก่อนจะตั้งหลักแล้วพุ่งเข้ามาชนกับกระบี่ฟ้าดินอีกหลายสิบครั้ง

            

            กระบี่กับเขี้ยวปะทะกันจนเกิดประกายแสงส่องสว่าง พร้อมกับเสียง เปรี๊ยะ ๆ ห่าวหรานนั้นยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งเกิดความฮึกเหิมมั่นใจ ผิดกับเจ้าหมูป่าที่ยิ่งสู้ก็ยิ่งอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ คล้ายกับสายฟ้าที่เป็นพลังงานในร่างถูกสูบออกไปเรื่อย ๆ ทั้งพละกำลัง และความรวดเร็ว ลดลงเป็นอย่างมาก

            

            "อ้าว ๆ เป็นอะไรไปเจ้าหมูป่า หมดแรงแล้วรึ เช่นนั้น ในการต่อสู้ครั้งนี้ข้าขอเป็นฝ่ายรับชัยชนะไปเลยก็แล้วกันนะ"

            

            ห่าวหรานเอ่ยขึ้น ก่อนที่มันจะเหวี่ยงกระบี่ฟันใส่เจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีสุดแรง เมื่อนั้นเขี้ยวสายฟ้าเขี้ยวหนึ่ง จึงหักออกครึ่งซี่ พร้อมกับลอยเคว้งกลางอากาศ และตกลงมาปักพื้น จากนั้นร่างอันใหญ่โตมโหฬารของเจ้าหมูป่าจึงล้มตาม ก่อนจะแน่นิ่งไป

            

            "สำเร็จ! ข้าเอาชนะมันได้แล้ว"

            

            ห่าวหรานเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ที่เขาว่าสามารถล้มเจ้าสัตว์อสูรร้ายกาจตรงหน้าได้ ทว่า…ไม่นานมันก็พบว่า เจ้าหมูป่ายังไม่ตายมันแค่ได้รีบบาดเจ็บสาหัสเพียงเท่านั้น และดูเหมือนปราณสายฟ้ากำลังรักษาบาดแผลอยู่

            

            "แข็งแกร่งยิ่งนัก นอกจากจะไม่ตายแถมยังฟื้นฟูตัวเองได้อีก เช่นนี้ข้าควรซ้ำให้เจ้าตายดีหรือไม่" ห่าวหรานเพ่งมองเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีด้วยแววตาที่ชื่นชม พร้อมกับครุ่นคิดไปด้วย

            

            "แต่อันที่จริงข้ากับเจ้าก็ไม่ได้มีความแค้นอันใดต่อกัน ฆ่าเจ้าเพื่อเอาเนื้อทั้งหมดไปให้คนผู้นั้นดูจะไม่มีความหมายเลย เช่นนั้นข้าขอเนื้อเจ้าไปบางส่วน พร้อมกับเศษเขี้ยวสายฟ้าที่หักอันนี้ก็แล้วกัน"

            

            ห่าวหรานเอ่ยพึมพำขึ้นก่อนที่มันจะเดินตรงไปยังร่างของเจ้าหมูป่า และใช้มีดสั้นตัดเนื้อตรงสะโพกของมันออกมาหนึ่งชิ้น เมื่อเนื้อถูกตัดออกมาปราณสายฟ้าของมันก็พลันทำการฟื้นฟูบาดแผลอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งผิดกับในส่วนของเขี้ยวที่หัก ห่าวหรานไม่แน่ใจว่ามันจะงอกกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ ซึ่งก็อาจจะงอกกลับมาแต่คงต้องใช้เวลานานโขที่เดียว

            

            เมื่อได้เนื้อที่ต้องการ ห่าวหรานจึงเก็บใส่ห่อผ้าก่อนจะเดินไปเก็บเศษเขี้ยวอัสนีที่ปักอยู่บนพื้นขึ้นมา ที่ห่าวหรานเก็บมันก็เพราะวัตถุชิ้นนี้สามารถนำไปทำประโยชน์ได้หลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปหลอมอาวุธชั้นสูง นำไปเป็นส่วนประกอบของโอสถล้ำค่า หรือหากนำไปขายในตลาดก็ได้ราคาสูงไม่น้อย

            

            เมื่อได้ของที่ต้องการเป็นที่เรียบร้อยแล้วห่าวหรานจึงหมุนกายเดินจากไปยังทางออกของถ้ำ เพราะหากยังขืนอยู่ต่ออาจจะต้องรับมือกับเจ้าหมูป่าอีกรอบก็เป็นได้…

            

            เมื่อออกมาห่าวหรานก็พลันพุ่งทะยานเพื่อกลับไปหาพวกของหนิงอวี้ กับ ฟางเฟิงหลิน ณ ที่เดิมในป่า ทว่า…เมื่อมาถึงก็พบแค่ความว่างเปล่า กับกองไฟที่มอดดับไปนานแล้ว

            

            ไม่ได้ผิดไปจากที่คาดทุกคนเดินทางต่อไปโดยไม่รอเขา

            

            "ไปกันหมดแล้วอย่างที่ข้าคิดไว้จริง ๆ แม้ในปากของ…บอกว่าหากไม่ได้กินเนื้อของเจ้าหมูป่าจะไม่ยอมเดินต่อ แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือการกำจัดข้าสินะ พอสำเร็จตามเป้าหมายก็เร่งไปต่อทันที แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิดไปสองเรื่อง หนึ่งคือข้ายังไม่ตาย สองคือข้าสามารถสะกดรอยตามเขาไปได้"

            

            ห่าวหรานเอ่ยขึ้นด้วยแววตา กับรอยยิ้มที่มุ่งมั่นเข้มแข็งก่อนจะเริ่มใช่วิชาสะกดรอยที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เยาว์วัยไล่ตามพวกคนของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าไปติดๆ

            

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องวรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!! ที่คุณอ่าน