ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ตอนที่ 54 : พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

     ตอนที่ 54 : พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ 


    ตัวตนของเซียวซินเอ๋อร์ยังคงเป็นความลับมาโดยตลอด แม้ว่านางจะไม่เคยเปิดเผยประวัติของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามมีหลายเบาะแสที่บ่งบอกว่า นางมีคนที่มีอำนาจคอยหนุนหลังนางอยู่ ! 




    หญิงสาวที่งดงามและมากไปด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ มีใครบ้างที่จะไม่ชอบ? 




    สำหรับเซียวซินเอ๋อร์นั้น เซินถูเองก็รู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมาก ความรู้สึกชอบพอบางๆที่เกิดขึ้นในหัวใจนั้น ถูกเขาเก็บซ่อนเอาไว้ เพราะเหตุผลของเขาบอกกับตัวเองว่า อย่าไปหาเรื่องเซียวซินเอ๋อร์ หาไม่แล้ว ตัวเขานี่และที่จะเป็นฝ่ายซวยซะเอง ! 




    เมื่อมองไปที่เซียวเหยียน ในใจของเขาก็แค่นยิ้มอย่างเย็นชา "ความรักความห่วงใยของเซียวซินเอ๋อร์ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะรับไหว! เซียวเหยียน มาดูกันสิว่าเจ้าจะหัวเราะได้นานแค่ไหนกัน ...."




    ถ้าคนที่คอยหนุนหลังเซียวซินเอ๋อร์รู้ว่า เซียวซินเอ๋อร์นั้นชอบขยะตระกูลเซียว ผลที่ตามมาเกรงว่าคงน่าสนใจน่าดู




    โจวชิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง ได้ยินคำเตือนของเซินถู ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลงคอ แล้วยิ้มแห้งๆออกมา "พี่เซินถู คงไม่ได้จงใจทำให้ข้ากลัวใช่ไหม?"




    เซินถูพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า "เชื่อรึไม่ก็ตามใจเจ้า แต่ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ"




    โจวชิงเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆก็เซินถูหยุดเขาเอาไว้ ทันใดนั้นเขาก็หยุดเดิน แล้วหันกลับไปมองที่ด้านหลัง 




    ขณะเดียวกัน คนที่เหลือเองก็สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวจากทางด้านหลัง จึงทยอยกันหยุดเดิน 




    ทุกคนต่างก็หันกลับมองที่ด้านหลังของตัวเอง เสียงฝีเท้าที่ฟังดูสับสนและเสียงฝ่าอากาศด้วยความเร็วสูงก็ดังขึ้น แม้จะไม่รู้ว่ามีกันกี่คน แต่มันต้องไม่ใช่การต่อสู้เล็กๆอย่างแน่นอน 




    "ในที่สุดก็มากันแล้วรึ?" โจวชิงไม่เพียงไม่กลัว กลับกันยังรู้สึกคาดหวังอีกด้วย เขาเลียริมฝีปากของตัวเองเล็กน้อย ในดวงตาฉายแววกระหายเลือดออกมา "หวังว่าคนที่มาครั้งนี้อย่าได้เป็นพวกกระจอกเหมือนก่อนหน้านี้เลย อย่างน้อยๆก็ให้ข้าฆ่าให้หนำใจหน่อยเถอะ!"




    หลี่หยางเดินเข้ามาหา และหัวเราะหึๆออกมา "โจวชิง อย่าห่วงแค่ตัวเองสิ เจ้าจะลืมพวกข้าไม่ได้นะ!"




    พวกเขาหันไปมองตามทิศทางของเสียง เสียงแซ่กๆลอยมาจากพงหญ้า ไม่ช้า กลุ่มคนขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาในครรลองของพวกเขา 




    คนที่เดินนำหน้าสุดก็คือชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพน่าอายนิดๆ เขาก็คือเหมาฉางเทียนที่ได้รับบาดเจ็บหนักเพราะหมัดของโจวชิง เมื่อไม่นานมานี้ 




    ตอนที่เหมาฉางเทียนเห็นอีกฝ่าย สายตาเขาก็แสดงความโกรธแค้นออกมา พร้อมกับชี้ไปที่กลุ่มของเซินถู และพูดกับคนที่อยู่ด้านหลังว่า "พวกนั้นแหละขอรับ!"




    "ใต้เท้าโจว เจ้าสำนักหลิน โปรดทวงคืนความยุติธรรมให้กับบุตรชายของข้าด้วย!" เหมายี่ก้มหัวลงและขอร้องออกมา




    "วางใจเถอะ เหมาฉางเทียนเป็นศิษย์ของสำนักเฉินกวงของข้า เขาโดนรังแกมาแบบนี้ เป็นธรรมดาที่เจ้าสำนักอย่างข้าจะนิ่งเฉยไม่ได้!" หลินไห่หยาสูดหายใจเข้าลึกๆ และมองไปที่กลุ่มของเซินถู พลางถามอย่างเย็นชาว่า "คนที่เพิ่งฆ่าและทำร้ายศิษย์ของสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานไป คือพวกเจ้างั้นรึ?" ระหว่างที่พูดนั้น เขาก็แผ่ลมปราณของตัวเองออกมา ทำให้เขาดูสูงส่งขึ้นมาทันที 




    โจวซุน ฉินเหลียน ซุนจ้งเหยียนและคนอื่นๆต่างก็มองไปที่พวกเซินถู แต่ไม่ได้รีบร้อนพูดอะไรออกไป




    "ชายแก่คนนี้....ไม่ธรรมดาเลย" เซินถูมองไปที่หลินไห่หยาด้วยความแปลกใจ ตอนที่หลินไห่หยาปลดปล่อยลมปราณของตัวเองออกมา เขาก็ยังไม่สามารถคาดเดาระดับการบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระดับการบ่มเพาะของหลินไห่หยานั้นอยู่เหนือกว่าเขา 




    แต่ทว่าเซินถูก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม




    ไม่ใช่แค่เซินถู แม้แต่โจวชิง หลี่หยาง และคนอื่นๆ ก็ยังคงแสดงท่าทีสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแต่อย่างใด 




    "ข้าฆ่าและทำร้ายพวกขยะจนบาดเจ็บ แล้วยังไง? หรือว่าเจ้าต้องการจะแก้แค้นแทนพวกมัน?" โจวชิงมองไปที่หลินไห่หยาด้วยแววตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยการท้าทาย 




    แม้ว่าเขาจะจัดการกับหลินไห่หยาไม่ได้ แต่ท่าทางของเขานั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ที่เขาสามารถแสดงท่าทีเช่นนี้ได้ นั่นก็เป็นเพราะเขามั่นใจว่าชายชราตรงหน้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ เซินถู




    สำหรับเขาแล้ว คนจากเมืองเล็กๆแบบนี้ ต่อให้เป็นนักสู้ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 9 ก็ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะเห็นอยู่ในสายตา หากอยู่ในระดับเดียวกัน เขาก็มั่นใจว่าสามารถล้มอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน 




    เซียวเหยียนขมวดคิ้ว เขารู้สึกลังเลเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา




    ท่าทีหยิ่งทะนงของโจวชิงนั้น ทำให้หลินไห่หยา ลัวเยว่ซานและคนอื่นๆพากันโมโหขึ้นมา แม้แต่โจวซุนก็ยังต้องคิ้วขมวด




    " บังอาจ !" หลินไห่หยาระเบิดความโกรธออกมา ในฐานะเจ้าสำนักเฉินกวงแล้ว เขาจะปล่อยให้เด็กน้อยคนนี้มาท้าทายได้อย่างไร ขณะที่กำลังจะลงมือสั่งสอนนั้น 




    เสียงของโจวซุนก็ดังขึ้นมา "ช้าก่อน"




    เมื่อเห็นว่าโจวซุนพูดขึ้น หลินไห่หยาก็ยับยั้งการเคลื่อนไหวของตัวเอง และมองไปที่โจวซุนด้วยความสงสัย " ใต้เท้าโจว เด็กพวกนี้...."




    โจวซุนยกมือห้ามไม่ให้หลินไห่หยาพูดต่อ จากนั้นเขาก็มองไปที่เซินถู โจวชิงและคนอื่นๆ ก่อนจะถามขึ้นมาว่า "พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ ?" เขาไม่เหมือนหลินไห่หยา เพียงแค่มอบแวบเดียวก็สามารถดูระดับการบ่มเพาะของเซินถูและคนอื่นๆออก ฉีซวนขั้นที่ 6 7 8 ก็ว่ายอดเยี่ยมแล้ว แต่นี่กลับมีฉีซวนขั้นที่ 9 ถึงสองคน! ที่สำคัญก็คือเซินถูและคนอื่นๆยังเด็กอยู่เลย แต่กลับมีการบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 6-9 อาจจะพูดได้ว่านี่คือกลุ่มอัจฉริยะที่ฟ้าประทาน




    พรสวรรค์ที่พวกเขาแสดงออกมานั้นโดดเด่นยิ่งกว่า อู่โม่ หลินหมิง และคนอื่นๆจากสำนักคังเฉียงซะอีก! 




    "พวกเราเป็นใคร เจ้าอาศัยอะไรมาบังคับให้ข้าบอกเจ้า?" โจวชิงเหยียดยิ้มตรงมุมปาก พลางแสดงสีหน้าดูแคลนออกมา 




    เซินถูขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้ว่าอะไรโจวชิง 




    คนที่เหลือ ยกเว้นแค่เซียวเหยียนและเซียวซินเอ๋อร์นั้น ต่างก็มองไปโจวซุนด้วยท่าทีสนใจ




    "อาศัยอะไรนะเหรอ? หึๆ น่าสนใจจริงๆ" โจวซุนยิ้มออกมาด้วยความโกรธ หากไม่ใช่ว่าเขาสงสัยสถานะของคนเหล่านี้ ป่านนี้เขาคงตบพวกมันตายไปหมดแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจวโดนดูถูกแบบนี้?




    เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และมองไปที่เซินถู โจวชิงและคนอื่นๆ ด้วยสายตาที่เย็นชา จากนั้นก็ปลดปล่อยลมปราณที่น่ากลัวออกมา มันเป็นลมปราณที่มีแค่นักสู้ขอบเขตว่อซวนขั้นกลางเท่านั้นที่จะมีได้ เขาระเบิดลมปราณออกมาทั้งหมดแบบไม่มีกั๊ก ทำให้อากาศรอบๆส่งเสียงระเบิดดังสนั่น ขณะเดียวกัน เขาก็พูดเสียงเย็นชาว่า "อาศัยฐานะขอบเขตว่อซวนขั้นกลางได้ไหม?"




    พลังของโจวซุนนั้นแข็งแกร่งมาก แค่ลมปราณเพียงอย่างเดียว ก็ก่อให้เกิดแรงกดดันมหาศาลออกมาแล้ว ทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ ร่างกายไหวเอนไปมา ราวกับว่าอยู่ท่ามกลางมหาศาลสมุทรอันบ้าคลั่ง 




    " นื่คือขอบเขตว่อซวนขั้นกลางงั้นรึ ?"




    " แข็งแกร่งจริงๆ !"




    "เป็นพลังที่พวกเราไม่อาจต้านทานไว้ได้เลย!"




    แม้แต่เซินถูและเซียวซินเอ๋อร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม และยังเป็นนักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 ก็ยังยืนไม่มั่นคง พวกเขาไม่อาจต้านทานลมปราณที่น่ากลัวนี้ได้ 




    ตอนนี้เอง ฉินเหลียน ซุนจ้งเหยียน อู๋ส่ง ว่านเสี่ยวซง หลินไห่หยา ลัวเยว่ซานและคนอื่นๆต่างก็แสดงสีหน้าเคารพและตกใจออกมา 




    วินาทีนี้ โจวซุนเหมือนกับดวงอาทิตย์ในท้องฟ้าที่ทุกคนต้องแหงนหน้ามอง ! 




    แต่ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งลอยออกมาจากป่าลึกที่อยู่ไม่ไกล "ขอบเขตว่อซวนขั้นกลาง มันน่าทึ่งมากรึไง?"




    สิ้นเสียงนี้ ก็มีเงาร่างทั้ง 6 เงาพุ่งออกมาจากป่า และปรากฏตัวที่เบื้องหน้าของกลุ่มเซินถู ลมปราณที่โจวซุนแผ่ออกมานั้น ก็ถูกพวกเขายับยั้งได้อย่างง่ายดาย กระทั่งเมื่อพวกเขาปลดปล่อยลมปราณของตัวเองออกมา ก็บีบให้โจวซุนต้องถอยกลับไปหนึ่งก้าว พร้อมกับกระอักเลือดออกมา 




    "ยอดฝีมือ!" รูม่านตาของโจวซุนพลันหดเล็กลง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก 




    คนลึกลับทั้ง 6 นี้ไม่ได้ปิดบังพลังของตนเอง ดังนั้นโจวซุนจึงรับรู้ระดับการบ่มเพาะของพวกเขาได้ ขอบเขตว่อซวนขั้นต่ำ 5 คน ขั้นกลาง 1 คน หากไปอยู่ที่หัวเมืองเขตตงโจว ก็ไม่นับว่าอ่อนแอแต่อย่างใด 




    ตอนแรกเขาดูยิ่งใหญ่ราวกับดวงอาทิตย์ แต่เมื่อ 6 คนนี้ปรากฏตัวขึ้นมา เขาก็ดูด้อยค่าไปในทันที




    เมื่อเห็นคนลึกลับทั้ง 6 ปรากฏตัวขึ้นมา เซินถู โจวชิงและคนอื่นๆต่างก็พากันโล่งอก เห็นได้ชัดว่าทั้ง 6 คนนี้รู้จักกับพวกเขา และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะปรากฏตัวออกมาต่อเมื่อมีภัยคุกคามต่อพวกเขาเท่านั้น 




    โจวซุนมองกลุ่มคนลึกลับทั้ง 6 คนด้วยสายตาที่หวาดกลัว พลางถามว่า "พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?"




    แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่ความแข็งแกร่งของทั้งหกคนนี้ก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน ถ้าสู้กันตัวต่อตัว เขาก็คงไม่กลัว แต่ถ้าหากทั้งหกคนนี้รุมเขา เขาคงเป็นฝ่ายลำบาก ! 




    "ฮี่ฮี่....โจวซุน เราเพิ่งเจอกันเมื่อปีที่แล้ว เจ้าลืมข้าเร็วแบบนี้ได้ยังไง ?" หนึ่งในหกคนลึกลับซึ่งเป็นชายวัยกลางคนผอมบางได้พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม




    หัวหน้าของกลุ่มคนลึกลับ หันไปมองคนที่พูดด้วยสายตาประหลาดใจ พลางถามอย่างสงสัยว่า " โจวยี่ เจ้ารู้จักชายคนนี้ด้วยรึ ?"




    โจวยี่มองไปที่โจวซุนและยิ้มออกมา "พี่ใหญ่เซินถู ชายคนนี้ก็คือผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจวที่ข้าเคยพูดถึงมาก่อน โจวซุน แน่นอนแม้ว่าชายคนนี้แซ่โจว แต่เขาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลโจวในเมืองตงโจว"




    หัวเมืองหลักของเขตตงโจวมีเชื่อว่าเมืองตงโจว




    "ผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจว?" ชายลึกลับที่ชื่อว่าพี่ใหญ่เซินถู กวาดสายตามองโจวซุนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ถามอย่างแปลกใจว่า "คนกันเองงั้นรึ?"




    โจวซุนมองโจวยี่อย่างละเอียด ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงขึ้นมา " เจ้าคือ....โจวยี่! บิดาของเจ้าคือท่านผู้เฒ่าโจว ผู้นำตระกูลโจว?" สุดท้ายเขาก็จำโจวยี่ได้ ผ่านไปหนึ่งปี แม้ว่าความทรงจำเขาจะค่อยๆเลือนรางไปบ้าง แต่เพียงแค่นึกดีๆอีกครั้ง เขาก็สามารถจำโจวยี่ได้ และยังนึกถึงสถานะของอีกฝ่ายได้ด้วย 




    ในเมื่อชายคนนี้คือโจวยี่ งั้นตัวตนของคนรอบๆ....ก็คงเดาได้ไม่ยากนัก ! 




    ไม่ต้องสงสัยเลยว่า กลุ่มคนลึกลับทั้ง 6 คนนี้ ต่างก็มาจากตระกูลใหญ่ในเมืองตงโจว และชายลึกลับที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่เซินถูนั้น จะต้องมาจากตระกูลเชินถูที่โด่งดังในเมืองฟู่เฉิง !




    "คนของเมืองตงโจว มาทำอะไรที่นี่ ?" โจวซุนรู้สึกสงสัยอยู่เต็มหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่ตัวเองไม่ได้ผลีผลามทำร้ายเด็กพวกนั้นไป หาไม่แล้ว แม้แต่ตำแหน่งผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักสาขาตงโจว ก็คงจะคุ้มกะลาหัวของเขาจากความโกรธแค้นของตระกูลใหญ่พวกนี้ไม่ได้ 




    อย่าว่าแต่ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเซินถูเลย แม้แต่ตระกูลโจวก็ไม่ใช่ที่ที่เขาจะไปหาเรื่องได้ ! 




    ถ้าเขาลงมือจริงๆ เกรงว่าตอนนี้คงเหลือแต่ซากศพเท่านั้น 




    โจวซุนกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก ในใจก็รู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกิน 




    "มาๆ โจวซุน ข้าขอแนะนำให้เจ้ารู้จักพี่ใหญ่เซินถููป้า ส่วนสี่คนที่เหลือก็คือ เซียวจ้านเทียน เฉินยี่ ลัวซาและเหล่ยลี่เฟิง" โจวยี่ยิ้มขณะแนะนำเพื่อนๆของตัวเองไปด้วย "ส่วนข้า เจ้าก็รู้จักมานานแล้ว คงไม่จำเป็นต้องแนะนำอีกครั้งหรอกใช่หรือไม่?" ฐานะของโจวซุนค่อนข้างพิเศษ ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ใช่น้อย แม้ว่าจะเทียบกับตระกูลใหญ่อย่างพวกเขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็พอจะมีอำนาจอยู่บ้าง ถ้าหากสามารถดึงชายผู้นี้เข้ามาเป็นพวกได้ สำหรับตระกูลโจวแล้ว มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ 




    โจวซุนจัดชุดของตนและทำความเคารพ "โจวซุนมีตาหามีแววไม่ ขอให้ท่านโจวและคนอื่นๆยกโทษให้กับการกระทำที่หยาบคายของข้าด้วย"




    คนจากเมืองทะเลทรายต่างก็พากันนิ่งอึ้งกับฉากนี้




    ไม่ใช่ว่าผู้ดูแลโจวจะช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับศิษย์สำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานเหรอ?




    แต่ตอนนี้ เขากลับ....เขากลับเป็นฝ่ายขอโทษอีกฝ่ายแทน! 




    ขอโทษ ! 




    ต้องเป็นคนแบบไหนกันถึงจะมีจิตใจเช่นนี้ได้?


    คล้ายกับเรื่องระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน