“เราจะเอายังไงกันดีลูกพี่ จะบอกคนที่จ้างเราไหม!!!!”
สรรชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในชายฉกรรจ์ ที่ร่วมขบวนการในการไปจับตัววิราศนิรา กล่าวถามณรงค์เดช เมื่อได้พากันมาอยู่ในบ้านของณรงค์เดชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้ขับรถหนีออกมาได้ทัน ก่อนที่จะถูกตำรวจจับกุม
“จะบอกทำห่าอะไรให้มันลดเงินค่าจ้างลงล่ะวะ เดี๋ยวหาโอกาสไปจับตัวนังนั้นมาอีกที แต่คราวนี้พวกมึงห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ไม่งั้นกูเอาพวกมึงตายแน่”
ณรงค์เดชตวาดสรรชัยอย่างอารมณ์เสีย ครั้งแรกที่ทำงานกันผิดพลาด ก็ยังพอให้อภัยได้ เพราะไม่ได้เกิดจากคนของตนเอง แต่มาครั้งนี้ คือเกิดจากความผิดพลาดของลูกน้องตัวเองชัดๆ จึงทำให้หงุดหงิดเอามาก แทนที่จะจับได้อยู่แล้ว และแทนที่จะได้เงิน กลับต้องมาเสียเวลา และหากจะไปจับอีก ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการถูกจับเอามากๆ แต่ถึงจะเสี่ยงต้องต้องทำ
“แต่ถ้าไปจับนังผู้หญิงคนนั้นอีก มันจะไม่เสี่ยงไปเหรอลูกพี่ มันรู้ตัวแล้วนะ และดีไม่ดีมันอาจจะแจ้งตำรวจแล้วก็ได้”
ชายรูปร่างสูงผอมเอ่ยออกความคิดเห็นขึ้นมา อย่างกล้าๆ กลัวๆ ใจหนึ่งก็อยากได้เงิน เพื่อนำไปใช้หนี้ที่ตอนนี้เจ้าหนี้ทวงหยิกๆและขีดเส้นตายให้นำเงินมาชดใช้คืนภายในเดือนนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่า ถ้าไปจับกุมผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง อาจจะไปถูกตำรวจจับ
“ถ้ามึงปอดแหก ไม่อยากได้เงิน มึงก็ถอนตัวไปเลยก็ได้ พวกกูจะได้มีคนหารน้อยลง”
พลฤกษ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในชายฉกรรจ์ที่ร่วมขบวนการ เอ่ยกับชายรูปร่างสูงผอม ด้วยสีหน้าและท่าทางติดจะรำคาญชายรูปร่างสูงผอมเอามากๆ ที่อะไรนิดอะไรหน่อยก็กลัวไปเสียหมด และอีกอย่างพลฤกษ์ก็ยังรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ไม่หาย ที่ชายรูปร่างสูงผอมทำให้วิราศนิราหลุดมือไป ทั้งที่จับตัวได้แล้วแท้ๆ
“มึงว่ากูปอดแหกอย่างงั้นเหรอ กูไม่ได้ปอดแหกโว้ย!!... กูแค่อยากให้คิดกันดีๆ เพราะตอนที่หนีออกมา ก็ได้ยินเสียงรถตำรวจกันอยู่ไม่ใช่หรือ”
ชายรูปร่างสูงผอมขึงตาใส่พลฤกษ์อย่างเอาเรื่อง และอย่างไม่คิดจะยอมลงให้ ถึงแม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นผิด เป็นคนพลาดเอง ที่พลั้งเผลอ จนปล่อยให้ผู้หญิงที่ตัวเองจับได้ดิ้นหลุดมือไป แต่มีหรือที่ชายรูปร่างสูงผอมจะยอมรับว่าตัวเองผิดกันล่ะ ไม่มีทางซะหรอก
“ก็เป็นเพราะมึงไม่ใช่หรือไงที่ทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้น่ะ แทนที่ครั้งนี้จะจับตัวนังผู้หญิงคนนั้นได้ มึงทำห่าอะไรถึงปล่อยให้มันหลุดมือไปได้ ที่เสี่ยงมากขึ้นก็เป็นเพราะมึงนั้นแหละ”
พลฤกษ์กล่าวขึ้นมาอีกอย่างมีอารมณ์โมโหเพิ่มมากขึ้น เมื่อเห็นชายรูปร่างสูงผอม ทำทีเหมือนว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนทำผิดพลาดในเรื่องนี้
“กูไม่ได้ผิดนะโว้ย ก็กูกำลังโทรแจ้งให้นำรถมารับนี่หว่า นังนั้นมันดันเอากระเป๋ามากระแทกแขนก็ แล้วดิ้นหลุดไป แล้วจะให้กูทำไงวะ ถ้ามึงทำดีมากกว่ากู ทำไมถึงไม่มาทำตรงนี้แทนกู ให้กูทำในส่วนที่มึงทำล่ะวะ”
ชายรูปร่างสูงผอมก็ยังคงยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ยอมรับว่าตัวเองทำผิดพลาดอยู่ดี จึงทำให้พลฤกษ์ถลาเข้ามาหา หมายจะเควี้ยงหมัดใส่สักที โทษฐานที่ทำผิดพลาดแล้วไม่ยอมรับ แต่ก็ถูกสรรชัยดึงเอาไว้ทันซะก่อน
“หยุด!!!!.... หยุดเลยนะพวกมึง มึงจะกัดกันหาพระแสงอะไรวะ มึงถ้ามึงกลัวหัวหด มึงก็ไม่ต้องทำ และไม่ต้องเอาเงิน ส่วนใครที่ยังอยากจะทำอยู่ เดี๋ยวมาวางแผนกันใหม่”
ณรงค์เดชตะโกนขึ้นเสียงดังอย่างรำคาญ ที่คนของตัวเองเอาแต่กัดกัน ทะเลาะกัน ทั้งที่แต่ละคนก็ต่างต้องการเงินกันทั้งนั้น โดยณรงค์เดชหันไปพูดด้วยน้ำเสียงเข้มดุใส่ชายรูปร่างสูงผอม แล้วจากนั้น ก็หันไปพูดน้ำเสียงโทนเดิมกับสรรชัยและพลฤกษ์
“ลูกพี่ผมทำ ฉันทำ ฉันก็อยากได้เงินไปใช้หนี้เขาเหมือนกัน หากไม่มีเงิน มีหวังเจ้าหนี้มันเอาฉันตายคาตีนแน่เลย”
ชายรูปร่างสูงผอมรีบพร่ำพูดขึ้นมาในทันที เมื่อคิดว่าหากไม่มีเงินใช้หนี้เจ้าหนี้แล้วล่ะก็ ชะตะกรรมของตัวเองคงจะต้องจบอยู่ใต้ฝ่าเท้าอย่างแน่นอน
“ถ้ามึงจะทำ คราวนี้ห้ามพลาดอีกอย่างเด็ดขาด หากมึงพลาด ไม่ใช่เจ้าหนี้มึงหรอกที่จะเอามึงตาย กูนี่แหละเอาถึงถึงตาย จำเอาไว้!!!!”
นี่คือคำเตือนจากปากของณรงค์เดช ซึ่งทั้งสามคนต่างพากันรู้ดี ว่าณรงค์เดชทำได้จริงอย่างที่พูด จึงทำให้ชายรูปร่างสูงผอม รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ กันเลยทีเดียว
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@