เมื่อแม่สามีแยกออกไปพักผ่อนแล้ว มู่เสี่ยวหลันจึงหันมาหยอกล้อกับลูกแมวน้อยสองคนที่กำลังนอนยิ้มลืมตายิบหยีตามประสาเด็กทารกที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน
“ ไอ้หยา ไอ้หยา แม่ดีใจจังเลย ลูกชายทั้งสองคนไม่ทำหน้าเบ้ตอนที่แม่อุ้มแล้ว มามะ มาให้แม่จุ๊บ ๆ หน่อยสิ อี้หานน้อยทั้งสองคน จุ๊บคนพ่อไม่ได้ขอแม่จุ๊บลูก ๆ ก่อนละกัน เห็นละมันเขี้ยว ฮึ่ม ” มู่เสี่ยวหลันหยอกล้อกับต้าเป่าและเสี่ยวเป่าเล่นหลังจากที่เพิ่งให้นมเด็กน้อยทั้งสองคนอิ่มจนพุงน้อย ๆ ป่องขึ้นมา และเมื่อมีคนคุยด้วยเด็กน้อยก็นอนยิ้มมองหน้าแม่อย่างอารมณ์ดีเพราะต่างก็กินอิ่มนอนหลับกันมาเต็มที่แล้วนั่นเอง
โชคดีที่แม้ว่าลูกชายทั้งสองคนเกิดมาจะตัวเล็กมากแต่พวกเขาสามารถดื่มนมแม่ได้ดีจึงสังเกตเห็นได้ว่าเริ่มตัวโตขึ้นบ้างแล้ว โดยเฉพาะลูกชายคนโตที่กินนมดุมากจนอีแม่เจ็บหัวนมอยู่บ่อย ๆ ตอนที่ให้นมเจ้าเหมียวตัวน้อย
“ เมื่อไหร่ทั้งสองคนจะพูดได้น้าาา แม่จะได้ไม่เหงาแบบนี้”
แม่ลูกอ่อนว่างงานอย่างมู่เสี่ยวหลันตอนนี้นอกจากอยู่เฉย ๆ กับให้นมลูกแล้วก็ได้แต่เพียงคุยเล่นหยอกล้อกับเด็กน้อยวัยเพียงหนึ่งสัปดาห์ทั้งสองคนแก้เบื่อเท่านั้น พอมีเวลาว่างมาก ๆ มู่เสี่ยวหลันก็รู้สึกเบื่อจนแทบขาดใจเพราะผู้หญิงแอคทีพที่ชอบหาอะไรทำตลอดเวลา พอต้องมาอยู่แต่ในห้องแบบนี้เธอก็แทบจะเฉาตาย
ตอนนี้เธอคิดถึงยูทูปกับเน็ตฟริกซ์เหลือเกิน อาาาาา อีกตั้งหลายสิบปีกว่าจะเริ่มมีอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง! เจ้าแม่ยูทูปเบอร์ถอนหายใจให้กับชะตาชีวิตของตนเอง ขนาดทีวีขาวดำยังไม่มีให้ดู ตอนนี้ก็คุยกับเด็กทารกแก้เบื่อมันนี่แหล่ะมู่เสี่ยวหลันคิดอย่างละเหี่ยใจ
“ ต้าเป่า เสี่ยวเป๋าจ๋า หนูรู้ไหมว่าแม่เป็นนางฟ้า ไม่ใช่นางฟ้าธรรมดาด้วยนะ ฮิฮิ ทั้งสองคนโตมาต้องรักแม่ให้มาก ๆ นะรู้ไหมลูก อย่าเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าแม่คนนี้ แล้วแม่ก็จะรักลิงน้อยทั้งสองคนม้ากมากเหมือนกันนะจ๊ะ ” มู่เสี่ยวหลันพูดเพ้อเจ้อไปไกลทั้ง ๆ ที่ลูกแมวน้อยของตนเองอายุเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์! แต่เธอกลับกังวลว่าลูกชายจะรักแฟนมากกว่าแม่เสียแล้ว
ในขณะที่คนเป็นแม่กำลังคุยหยอกล้อมุ้งมิ้งกุ๊งกิ๊งกับลูก ๆ อยู่ฝ่ายเดียว ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา มู่เสี่ยวหลันเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูที่กำลังเปิดออก เมื่อเห็นว่าเป็นเว่ยอี้หาน เธอก็ส่งยิ้มหวานไปให้ด้วยความมั่นใจ ก็ตอนนี้เธอไม่ใช่นางพญาเต่าบินแล้วนี่นา!
“ อ้าวคุณ กลับมาแล้วเหรอคะ ทำไมวันนี้คุณได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติล่ะ ” อยู่ที่นี่มากว่าอาทิตย์แล้วมู่เสี่ยวหลันจึงรู้และค่อนข้างเคยชินกับเวลาเลิกงานที่ท้องนาของสามีแล้ว
“ ช่วงนี้เก็บเกี่ยวธัญพืชใกล้เสร็จหมดแล้ว งานที่เหลืออยู่ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งทำแล้ว เพราะทุกคนทำงานหนักติดต่อกันมาหลายวันจึงเหน็ดเหนื่อยมาก ทางกลุ่มผลิตเลยสั่งให้ทุกคนเลิกงานเร็วกว่าปกติน่ะ ”
“ อ๋อ ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยสิคะ สัปดาห์ที่ผ่าน ๆ มาพวกคุณทุกคนต่างก็ทำงานหนักติดต่อกันทุกวัน ได้เลิกเร็วหน่อยแบบนี้จะได้พักมากขึ้น แล้วอีกหลายวันไหมคะกว่างานจะทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ”
“ อีกไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ก็คงเสร็จหมดทุกอย่างแล้วล่ะ ผมจะได้หยุดอยู่บ้านช่วยคุณเลี้ยงลูกบ้าง ”
“ เรื่องเลี้ยงลูกนั้นฉันทำได้ค่ะ คุณอย่าลืมสิว่าแม่ก็อยู่บ้านช่วยฉันเลี้ยงลูกทุกวันเหมือนกัน ฉันไม่ได้เลี้ยงคนเดียวสักหน่อย ไม่เหนื่อยเท่าพวกคุณที่ต้องไปทำงานตากแดดทุกวันหรอกค่ะ แค่คุณได้หยุดพักอยู่ที่บ้านบ้างก็พอแล้ว ตอนนี้คุณก็ช่วยฉันดูแลลูกอยู่ทุกคืนแล้วนี่คะ คุณคงเหนื่อยแย่ ทำงานในไร่เหนื่อย ๆ มาทั้งวันแล้วยังต้องช่วยฉันเลี้ยงลูกตอนกลางคืนอีก ”
“ ผมยินดีและมีความสุขที่ได้ช่วยคุณเลี้ยงลูกและไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด เมื่อก่อนผมฝึกทหารยังหนักกว่านี้เยอะ บางครั้งออกไปปฏิบัติภารกิจแทบไม่ได้หลับได้นอนติดต่อกันเป็นเวลาก็ออกจะบ่อยไป ”
เว่ยอี้หานไม่รู้เลยสักนิดว่าการที่เขานั้นสามารถทำงานหนักในนามาทั้งวันแล้วยังมีแรงตื่นขึ้นมาดูแลลูกช่วยภรรยาได้อยู่ทุกคืนนั้นเป็นเพราะว่าเขาดื่มน้ำจากในมิติที่ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและหายจากอาการเหนื่อยล้าเนื่องจากการทำงานหนักอยู่ทุกวัน นอกจากนี้อาการบาดเจ็บที่ปอดเนื่องจากโดนยิงที่หน้าอกด้านขวาจนลูกกระสุนทะลุปอดของเขาก็ได้หายเป็นปลิดทิ้งไม่เหลือร่องรอยของโรคอีกต่อไป
“ ค่ะ เอาเป็นว่าฉันตามใจคุณก็แล้วกัน ฉันรู้ว่าคุณแข็งแรงแล้วก็ถึกมาก ” มู่เสี่ยวหลันเน้นหนักที่คำหลังเพราะต้องการหยอกล้อแกมประชดและยอมเออออไปกับสามีเพราะเธอคร้านที่จะเกลี้ยกล่อมเขาให้มากความอีกต่อไป
เพราะเธอรู้ว่าผู้ชายทุกคนมีอีโก้เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะเว่ยอี้หานที่มีความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบสูงมาก ในฐานะที่เขาเป็นลูกชายคนโต เป็นพ่อและเป็นสามี จึงไม่แปลกที่เขาจะทุ่มเทดูแลครอบครัวให้ดีในทุกๆ ด้านเท่าที่จะสามารถทำได้ ฮึ่ม ช่างกร้าวใจเจ๊หลันคนนี้ซะจริงพ่อคู๊นจะเป็นสุภาพบุรุษแสนดีอะไรขนาดนี้ โชคดีที่เว่ยอี้หานได้ดื่มน้ำวิเศษจากมิติของมู่เสี่ยวหลันไม่อย่างนั้นอาการป่วยของเขาคงทรุดลงไปอีกเมื่อต้องทำงานหนักขนาดนี้
หลังจากมู่เสี่ยวหลันคลอดลูกแล้ว ถึงระยะเวลาจะผ่านมาเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ แต่การที่ทั้งสองคนต้องนอนร่วมเตียงเดียวกันทุกวัน แล้วเว่ยอี้หานก็เป็นสามีที่ดีช่วยเธอดูแลลูก ๆ ทุกคืน ความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างทั้งสองคนจึงพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด
แม้แต่เว่ยอี้หานเองก็ยังรู้สึกว่าระยะเวลาหนึ่งปีกว่าที่แต่งงานกันมาก็ยังไม่สามารถทำให้เขารู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกับภรรยาได้มากถึงขนาดนี้ อีกทั้งยังเป็นไปในทางตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำไปที่นับวันก็ยิ่งเฉยชาและห่างเหินแม้ว่าตนเองจะพยายามดูแลและปรับตัวเข้าหาภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์มากแต่ไหนก็ตามที
และความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปนี้ก็เริ่มมาจากความจำเป็นในตอนแรกที่ไม่มีใครช่วยมู่เสี่ยวหลันดูแลลูกแฝดที่มักจะร้องไห้ในเวลาเดียวกันในช่วงตอนกลางคืนได้นอกจากเว่ยอี้หาน เพราะการที่จะไปเคาะประตูห้องนอนพ่อแม่ในยามวิกาลเพื่อขอความช่วยเหลือให้แม่มาช่วยพวกเขาดูแลลูกมันก็ดูเป็นการไม่สมควรที่จะไปรบกวนผู้อาวุโสที่กำลังพักผ่อนอยู่บ่อย ๆ เพราะทั้งสองคนต่างก็ทำงานเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว
ดังนั้นนอกจากช่วงสองวันแรกที่มู่เสี่ยวหลันขอให้สามีออกไปรอนอกห้องในเวลาที่เธอให้นมลูกแล้ว ตอนนี้ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นแม่มู่เสี่ยวหลันจึงกัดฟันอดทนสลัดความอายทิ้งไป แล้วยอมถลกเสื้อให้นมลูก ๆ โดยที่เว่ยอี้หานไม่ต้องออกไปจากห้องนอนอีกต่อไป ยืนยันว่าเธอไม่มีเจตนาใช้นมขาวอวบบะละฮึ่มอ่อยผู้แต่อย่างใด, แค่ก แค่ก น้ำหมาก เอ๊ย น้ำลายติดคอคนโกหก
เพราะในเมื่อสามีก็นอนอยู่ในห้องเดียวกันและสามารถช่วยเธอดูแลลูกอีกคนได้เมื่อทั้งสองแฝดหิวนมพร้อมกันในบางเวลารวมถึงสามารถช่วยเธอเปลี่ยนผ้าอ้อมและทำความสะอาดให้กับลูก ๆ ได้เป็นอย่างดีแม้เริ่มแรกเว่ยอี้หานจะรู้สึกว่ายังไม่ค่อยคล่องมือเท่าไหร่นักเนื่องจากเขาไม่มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กอ่อน
และเว่ยอี้หานก็กลัวว่าแรงผู้ชายของตนเองจะทำให้ลูกชายรู้สึกเจ็บเพราะทารกน้อยทั้งสองคนตัวเล็กนี๊ดเดียวจนคนเป็นพ่อใจสั่นทุกทีเวลาที่ต้องจับหรืออุ้มลูก ๆ เพราะเขากังวลว่าแขนขาเล็ก ๆ นั้นจะหักไปเสียก่อนหากเขาสัมผัสแรงเกินไป แต่เว่ยอี้หานเป็นคนฉลาดและมีความสามารถอยู่แล้วหลังจากที่ลองทำอยู่สองสามวันเขาก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น
จนตอนนี้ผ่านมาแล้วถึงหนึ่งอาทิตย์เขาจึงสามารถดูแลลูก ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วไม่รู้สึกประหม่าอีกต่อไป ในทุกคืนจึงไม่จำเป็นต้องไปรบกวนคนอื่นอีกเมื่อลูกตื่นนอนและหิวนมทั้งสองคนก็จะตื่นมาทำหน้าที่พ่อแม่ร่วมกันและเป็นอย่างนี้ในทุก ๆ ค่ำคืน
……….
หลังจากที่มู่เสี่ยวหลันอดทนรอมาจนครบสองอาทิตย์ ในที่สุดพรุ่งนี้เธอก็จะได้ทำอะไรอย่างอื่นสักทีนอกจากการเลี้ยงลูกอยู่แต่ภายในห้องนอน อยากออกไปสูดอากาศภายนอกบ้างก็ต้องใช้ข้ออ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ
คิดถึงห้องน้ำก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาทันที ถึงห้องน้ำบ้านเว่ยจะสะอาด แต่ก็มีสภาพเก่าคร่ำคร่าอีกทั้งโถส้วมก็ยังเป็นส้วมซึมแบบโคตรล้าสมัย ใครเป็นโรคไขข้อเสื่อมคงต้องทรมานน่าดูตอนที่ต้องมานั่งยอง ๆ ปลดทุกข์บนนี้
ในชาติก่อนมู่เสี่ยวหลันคือหญิงสาวผู้มาจากยุคสองพันยี่สิบเอ็ดผู้เคยชินกับการใช้ชักโครกที่ทั้งสะอาดหรูหราทันสมัยจะทนเข้าห้องน้ำเก่า ๆ ไปทำไม ในเมื่อตอนนี้เธอมีมิติที่มีตึกทั้งหลังอยู่กับตัวแล้วจะต้องออกไปเข้าห้องน้ำที่ด้านนอกอีกทำไมกันหากไม่อยู่ในสถานการณ์จำเป็นจริง ๆ
เมื่อเห็นลูกแมวเหมียวตัวน้อย ๆ ของเธอที่กำลังค่อย ๆ กลายเป็นลูกหมูทั้งสองกำลังนอนหลับสนิทและไม่มีทีท่าจะตื่นในเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งแม่สามีก็กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็นอยู่ในห้องครัวซึ่งตามปกติแล้วนางจะไม่มาที่ห้องจนกว่าจะทำอาหารเสร็จซึ่งก็ยังมีเวลาเหลือเฟือ เมื่อทางโล่งสะดวก….
“ แม่ขอแว็บไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียว พวกหนูเป็นเด็กดี อย่าเพิ่งตื่นมาตอนนี้นะ แล้วแม่จะรีบกลับมา ” มู่เสี่ยวหลันบอกลูกเสร็จ ก็หายแว็บเข้ามิติไปโผล่ที่ห้องน้ำบนชั้นสามในทันทีที่นึกถึง "
หลังจากเข้า ๆ ออก ๆ มิติอยู่หลายครั้งมู่เสี่ยวหลันก็ค้นพบว่าเธอสามารถไปโผล่ตรงส่วนไหนของมิติก็ได้เพียงแค่เธอนึกถึงเท่านั้น แต่หากนึกอยากเข้ามิติตามปกติเธอก็จะโผล่ตรงหน้าสระน้ำ ไม่ไกลจากตึกของเธอมากนัก
ทำธุระส่วนตัวเสร็จ มู่เสี่ยวหลันก็เดินออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องนอนของเธอ แล้วเดินตรงไปยังส่วนของห้องครัวเปิดตู้เย็นหาอะไรทานรองท้องให้หายอยาก เพราะช่วงนี้เธอนั้นทานแต่อาหารบำรุงที่มีรสชาติจืดชืดจนเบื่อแทบจะแย่อยู่แล้วแต่เธอก็ต้องทนฝืนกลืนลงท้องเพราะต้องให้นมเด็กน้อยถึงสองคนในเวลาเดียวกัน
หากเธอไม่บำรุงให้ดี อาจจะทำให้มีน้ำนมไม่พอเลี้ยงลูกทั้งสองคนไปจนครบหนึ่งขวบ ใช่แล้วเธอตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จนกว่าเด็กทั้งสองจะมีอายุครบหนึ่งขวบ ถึงแม้ในชาติที่แล้วเธอจะไม่เคยมีลูกมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินผ่านหูอยู่บ้างถึงความสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่
อีกทั้งในยุคสมัยนี้นมผงสำหรับเด็กทารกที่มีคุณภาพนั้นหายากมาก อีกทั้งยังมีราคาแพงครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ๆ นั้นไม่สามารถซื้อหามาให้ลูกหลานดื่มได้แน่นอน เธอนั้นมั่นใจว่าตนเองสามารถหาเงินมาซื้อนมผงให้ลูกทานได้แน่นอน แต่เธอไม่มั่นใจว่านมผงในสมัยนี้จะเหมาะสำหรับให้เด็กทารกดื่มสักเท่าไหร่อีกทั้งสารอาหารก็คงไม่มีเท่านมแม่ ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือให้สองแฝดดื่มนมจากเต้าของเธอนั่นเอง
ดังนั้นเธอต้องบำรุงตัวเองให้ดี นี่ล่ะ เคยได้ยินไหมดื่มนมบำรุงนม? (ใช่เหรอเธอ) นมวัวหนึ่งกล่องตามด้วยนมถั่วเหลืองงานดำเพื่มแคลเซียมอีกหนึ่งกล่อง ตบท้ายล้างคาวปากด้วยเครื่องดื่มรังนกอีกขวด ทุ่มเทกว่านี้มีอีกไหม มองดูหน้าอกที่บวมเป่งเพราะคัดเต้านม….
“ สุดยอดแม่พันธุ์นี่มันฉันชัด ๆ บะละฮึ่มขนาดนี้จะไม่พอให้ลูกแมวน้อยทั้งสองกินก็ให้มันรู้ไป ขออย่างเดียว ห้ามยุบ! ไม่งั้นแม่จะร้องไห้….ด้วยความเศร้าโคตร ๆ เสียดายเ-ี้ย ๆ เพราะยุคนี้ยังไม่มีบริการเสริมนม!”
พูดเองเออเองคนเดียวไม่พอ มู่เสี่ยวหลันยังยกมือขึ้นบีบจับหน้าอกตัวเองเล่น ๆ แต่ไม่นึกไม่ฝันว่าน้ำนมมันจะพุ่งปี๊ดออกมา!
มู่เสี่ยวหลันหน้าเหวอด้วยความตกใจ เสื้อที่สวมอยู่นั้นก็เปียกเป็นวงสองวงเพราะน้ำนมจากเต้าทั้งสองข้างจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อเห็นเสื้อที่ใส่อยู่เลอะน้ำนมไปหมด เธอก็รีบออกจากมิติเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อทันที
พรึ่บ!!!!
มู่เสี่ยวหลัน “ เฮ้ย!!!! ซวยแล้ว ”
เว่ยอี้หาน “ เฮ้ย!!!! ”
เสียงร้องเพราะความตกใจดังขึ้นพร้อม ๆ กัน
ความแตก!!!! มู่เสี่ยวหลันผงะตกใจจนตาเหลือกเมื่อเห็นสามียืนอยู่ที่ตรงประตูห้องนอนในตอนนี้
ด้านเว่ยอี้หานเองแม้ว่าตอนนี้เขาจะตกใจมากกับการที่จู่ ๆ ภรรยาของตัวเองก็โผล่มากลางอากาศแบบไม่มีที่มาที่ไปแบบนี้ แต่ด้วยวิสัยของทหารเก่าที่ถูกฝึกมาให้มีสติและเดิมก็เป็นคนที่มีนิสัยสุขุมอยู่แล้วเขาจึงไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตกใจออกมามากนักแต่นั่นก็เป็นเพียงภายนอก
เพราะตอนนี้ภายในใจเว่ยอี้หานเกิดคำถามขึ้นมากมาย แม้แต่ความคิดที่ว่าภรรยาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาและอาจเป็นปีศาจจิ้งจอกเหมือนในตำนานก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาเช่นกัน แต่ในเวลาเพียงชั่วอึดใจหลังจากที่เขาตั้งสติและข่มความตกใจเอาไว้ได้แล้ว
เว่ยอี้หานจึงกลั้นใจถามข้อเท็จจริงกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้และขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาที่เขาก็ชักจะไม่แน่ใจว่าเธอยังใช่ผู้หญิงคนเดียวกันกับที่เขาแต่งงานด้วยเมื่อหนึ่งปีที่แล้วอยู่หรือไม่ เนื่องจากสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเองก็รู้สึกได้ว่าภรรยานั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม แต่ก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ความสัมพันธ์ทั้งกับตัวเขาเองและพ่อแม่พี่น้องทุกคนก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงไม่รู้สึกสงสัยและใส่ใจที่จะจับผิดอะไรมากนักในเมื่อความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปในทางที่ดีและนำความสุขมาสู่ครอบครัว
“ เสี่ยวหลัน นี่คุณ… เมื่อกี้คุณเพิ่งโผล่ออกมาจากอากาศใช่ไหม นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ คุณใช่มู่เสี่ยวหลันคนเดิมหรือเปล่า หรือว่าคุณไม่ใช่คนธรรมดาเป็นปีศาจจำแลงมา ”
“…” มู่เสี่ยวหลันจอมแถเมื่อโดนสามีจับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้และยังถูกหาว่าเป็นปีศาจจำแลงกายมาอีกก็หาข้ออ้างมาแก้ตัวไม่ได้อีกต่อไป นอกจากการที่ต้องอธิบายความจริงออกไป เธอจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเป็นการตั้งสติ
เมื่อตั้งสติได้แล้วก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะพูดความจริงทั้งหมดให้มันกระจ่างไปเลย เพราะเธอเองก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้วที่ต้องทำอะไรลับลับล่อล่อไม่เป็นตัวของตัวเองแบบที่แล้วมา เพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็นเข้าแล้วคิดว่าเธอเป็นนางปีศาจเหมือนที่กำลังโดนอยู่ในขณะนี้ แล้วอาจจะถูกจับไปฆ่าหรือทำการทดลองเอาในสักวันที่เธอพลาดท่าเหมือนกับในวันนี้
ที่สำคัญคือเธอไม่ใช่มู่เสี่ยวหลันตัวจริง ถึงแม้หลังจากที่โผล่มาในร่างของมู่เสี่ยวหลันแล้วเมื่อมีเวลาคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและค่อนข้างแน่ใจว่าตนเองคงไม่มีโอกาสได้กลับไปที่เดิมอีกแล้ว เพราะมู่หลันได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกจนร่างแหลกเหลวไปแล้วหากกลับไปเธอก็คงเป็นได้เพียงวิญญาณเร่ร่อนหรือไม่ก็ต้องหาร่างสิงแบบในตอนนี้
และมู่เสี่ยวหลันตัวจริงก็ได้เสียชีวิตระหว่างคลอดลูกเช่นกันตามที่ในจดหมายในบ้านของเธอได้ระบุเอาไว้ว่าเจ้าของร่างนี้หรือมู่เสี่ยวหลันคนเดิมได้หมดอายุไขไปแล้วคนผู้นั้นจึงส่งให้เธอมาสวมร่างนี้แทน และให้ใช้ชีวิตต่อไปเพื่อรอเวลาที่อายุขัยที่แท้จริงของตัวเองหมดลง แล้วคนคนนั้นจึงจะกลับมารับวิญญาณของเธอกลับไป ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเธอไม่ได้ไปแย่งร่างของคนอื่นมา
ซึ่งหากมู่หลันไม่ได้เข้ามาสวมร่างนี้ได้ทันเวลาเสี่ยวเป่าก็คงจะไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ ต้าเป่าก็คงเป็นกำพร้าแม่ตั้งแต่เกิดเช่นกัน ดังนั้นเธอก็เลยตั้งใจที่ใช้ชีวิตที่เหลือให้ดีเป็นมู่เสี่ยวหลันไปจนวันตายและเลี้ยงดูเด็ก ๆ ทั้งสองคนนี้ให้เติบใหญ่ ส่วนพ่อของเด็ก ๆ ก็ตามแต่สถานการณ์และวาสนาจะนำพาให้ได้เป็นคู่กันต่อไปหรือไม่
แต่การที่เธอต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยการต้องแสร้งปกปิดตัวตนและนิสัยที่แท้จริง มู่หลันก็ไม่เคยคิดที่จะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่เธอนั้นวางแผนไว้ว่าจะค่อย ๆ ทำให้คนในครอบครัวเว่ยเคยชินกับการเปลี่ยนแปลงของเธอไปทีละนิด ๆ ในภายหลังนั่นเอง
แต่ก็ยังไม่คิดที่จะบอกเรื่องที่เธอมีมิติกับใครทั้งนั้น เพราะเธอยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถเชื่อใจคนอื่นได้แค่ไหน ไม่เว้นแม้แต่เว่ยอี้หานที่เธอคิดว่าเขาเป็นคนดีและยังเป็นสามีตามกฎหมายของเธอในปัจจุบันก็ตาม แต่ยังไม่ทันที่จะทำสำเร็จและผ่านไปเพียงแค่สองอาทิตย์เท่านั้น เธอก็ทำความลับแตกโดนเว่ยอี้หานจับได้คาหนังคาเขา จะจะเต็มลูกตาสองข้าง จนความลับแตกดังโป๊ะแบบนี้