“อัครเสนาบดีกู้ วาจาท่านช่างน่าขำนักข้าใช้ชีวิตอยู่ในจวนตระกูลกู้มายี่สิบปี ถูกมารดาเลี้ยงรังแกถูกบุตรสาวสายรองข่มเหง แม้แต่บ่าวรับใช้ยังไม่อาจเทียบเท่า ท่านเห็นข้าเป็บุตรสาวเมื่อใดรึ” กู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้จากไปแต่ตรงไปตรงหน้ากู้เชียน เค้นเสียงถาม
เห็นชัดว่ากู้เชียนที่วางมาดผู้ผดุงความยุติธรรมคิดไม่ถึงว่ากู้สุ่ยเย่ว์จะกล้าพูดวาจาเช่นนี้ออกมา
นางทำเช่นนี้ถือเป็การดึงทั้งสองฝ่ายลงเหวนางทำเช่นนี้ถือเป็การบ่งบอกชัดเจนแล้วว่านางกับตระกูลกู้แตกหักกันอย่างสิ้นเชิงแล้ว
เรื่องนี้แม้จะเป็นการหักหน้าจวนตระกูลกู้แต่ในขณะเดียวกันก็บอกชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจวนตระกูลกู้จืดจางนางไร้แรงหนุนจากตระกูลเดิม ตอนนี้ยังถูกตีตราว่าสูญเสียความบริสุทธิ์อีกคนจำนวนไม่น้อยคงอาศัยโอกาสนี้เอาชีวิตนางกู้สุ่ยเย่ว์ยืนตัวตรงอยู่ตรงนั้นดุจดั่งแม่ทัพที่กลับมาจากสนามรบก็ไม่ปาน กลิ่นอายดุดันแม้แต่จิ้งจอกเฒ่าอย่างกู้เชียนยังนิ่งงันไป
กู้เชียนค่อยๆ ได้สติกลับมา
หากนางกลับไปพร้อมกับตน อย่างน้อยยังมีโอกาสรอดทว่าการตัดขาดสัมพันธ์กับจวนตระกูลกู้ ก็มีเพียงทางตายเท่านั้น
รนหาที่
“สุ่ยเย่ว์ ใจพ่อจดจ่ออยู่กับราชสำนักเรื่องจวนหลังมอบให้หลินซื่อดูแล คิดไม่ถึงว่านางจะขวัญกล้าอุกอาจเช่นนั้น ถึงกับทำเรื่องเช่นนั้นออกมาได้ เรื่องนี้พ่อผิดต่อเจ้า เลือดข้นกว่าน้ำ เจ้าเป็นบุตรสาวตระกูลกู้ บัดนี้ชื่อเสียงเสื่อมเสียเป็นจวนตระกูลกู้ที่ผิดต่อจวนอ๋อง เจ้ากลับจวนตระกูลกู้ ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ขอขมาอวิ๋นอ๋องเอง” วาจากู้เชียนเอ่ยได้จริงใจนักโยนความผิดทั้งหมดให้หลินซื่อที่ตายไป หลังจากนั้นก็กันตนเองออกมาเห็นชัดว่าใช้คำว่า ‘เจ้าเล่ห์ไร้ยางอาย’ ได้ถึงขั้นสูงสุดกู้สุ่ยเย่ว์หัวเราะเสียงเหี้ยมในใจ
สายตานับไม่ถ้วนจดจ้องมาที่ร่างตนมีหยามหยัน มีขบขัน มีสมน้ำหน้าแต่มีแววตาคู่หนึ่งในนั้นที่ไม่เหมือนผู้ใด
เป็นแววตาคล้ายหมาป่า ซุ่มซ่อนอยู่ในส่วนลึก เย็นชาไร้ความรู้สึก ก้มมองกลุ่มคน แววตาคู่นั้นก็เป็นของกงซุนอี้ที่นางจะทำตอนนี้ก็คือการเดิมพัน หากว่าเดิมพันชนะเื่โจรเด็ดบุปผาจะถือเป็อันจบสิ้นนอกจากนั้นคงได้รับเื่น่ายินดีเหนือความคาดหมายอีกเื่แต่หากแพ้แล้ว...ไม่มีทางแพ้ มีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางไม่มีทางแพ้อีก
กู้สุ่ยเย่ว์จ้องกู้เชียนเขม็ง แต่หากมองดูดีๆจะพบว่าสายตานางผ่านเลยกู้เชียนไป ร่วงตกไปยังจุดจุดหนึ่ง“ข้าแต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋อง บางทีอาจมีเื่เข้าใจผิดกับอวิ๋นอ๋องแต่ใจข้าจงรักภักดีต่ออวิ๋นอ๋องบัดนี้มีคนประสงค์ร้าย้าทำลายความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับอวิ๋นอ๋องสร้างความเสื่อมเสียให้กับความบริสุทธิ์ของข้าคนคิดร้ายไม่ว่าอย่างไรก็หาความผิดมาป้ายสีคนได้วันยังค่ำ ข้าแย้งไปคงไร้ประโยชน์วันนี้ก็จะขอใช้ความตายยืนยันความบริสุทธิ์ข้ายืนยันถึงความจริงใจที่ข้ามีต่ออวิ๋นอ๋อง”
กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยจบ ทันใดนั้นล้วงมีดเล่มหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แทงปักเข้าไปที่อกตนเองกู้สุ่ยเย่ว์เคลื่อนไหวเร็วเกินไปกู้เชียนไม่มีทางตอบสนองทัน เห็นมีดปักเข้าไปในอกกู้สุ่ยเย่ว์เขาดีใจก่อนเป็อันดับแรก กู้สุ่ยเย่ว์หญิงชั้นต่ำนี้จะตายแล้ว แต่ชั่วขณะนั้นตรงหน้าเขาพลันดำมืด เงาร่างสีดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
มีดในมือกู้สุ่ยเย่ว์ถูกเตะออกไป ถูกคนคนหนึ่งโอบไปในอกแน่นกงซุนอี้กอดกู้สุ่ยเย่ว์เอาไว้แน่น มือกุมหน้าอกนางเืสีแดงสดยังไหลอาบออกมา สีหน้ากงซุนอี้จากดำกลายเป็ขาวท่านอ๋องที่แต่ไหนแต่ไรมาเ็าสุขุม ตอนนี้กลับเผยความร้อนรนที่เห็นพบได้ยาก
“พวกเ้า รีบไปเรียกหมอมา”
เขาด้านหนึ่งเรียกด้านหนึ่งอุ้มกู้สุ่ยเย่ว์เข้าไปด้านใน
หัวกู้สุ่ยเย่ว์ซบอยู่ตรงอกกงซุนอี้ หน้าอกนางเจ็บมากทว่าสมองยังชัดเจนหาใดเปรียบ
ััได้ถึงอกร้อนรุ่มของกงซุนอี้ได้ยินเสียงเรียกร้อนรนของกงซุนอี้ นางรู้แล้วว่าครั้งนี้ตนเดิมพันชนะแล้ว
จากร่องรอยและท่าทีที่ผ่านมานางเห็นรางๆ ถึงความจริงเรื่องหนึ่งในใจเย็นชาไร้ความรู้สึกของอวิ๋นอ๋อง นางมีความพิเศษหรือพูดได้ว่ากงซุนอี้ชอบนาง ความโปรดปรานของอวิ๋นอ๋องเป็นหลักพิงที่ใหญ่ที่สุดของเหล่าสตรีในเรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องความจริงนี้เพียงพอให้สตรีจำนวนมากที่อยู่ลำดับล่างชั้นปลายแถวกลายเป็นตัวตนที่เป็นหนึ่งไม่มีสองของจวนอ๋องได้แม้เป็เพียงการเดิมพันแต่กู้สุ่ยเย่ว์ก็ลงมือกับตนเองโเี้ยิ่งนัก หากกงซุนอี้ไม่ปรากฏกายทันท่วงทีมีดเล่มนั้นคงปักเข้าหัวใจนางนานแล้ว เพราะสมจริงมาก กงซุนอี้ถึงได้เชื่อ
กู้สุ่ยเย่ว์นอนอยู่บนเตียงสองวันเต็ม
ในสองวันที่กู้สุ่ยเย่ว์สลบเมืองหลวงที่เดิมเงียบสงบเกิดเื่ราวมากมาย
โจรเด็ดบุปผาผู้นั้นถูกจับได้ที่ชานเมืองหลวง โจรเด็ดบุปผาไม่ใช่โจรเด็ดบุปผาตัวจริงแต่เป็นชาวยุทธภพ เอาชื่อเสียงของหนิงจิ่วเซียวมาใช้เหตุใดชาวยุทธ์ผู้หนึ่งต้องสวมรอยเป็หนิงจิ่วเซียวแล้วฉุดกู้สุ่ยเย่ว์ด้วย
พอตรวจสอบก็พบปัญหาใหญ่ ชาวยุทธ์ผู้นี้ไม่ใช่ชาวยุทธ์จริงๆถึงกับมีความเกี่ยวข้องกับขุนนางในราชสำนัก หนึ่งในนั้นมีกู้เชียนอยู่ด้วย
ยิ่งตรวจลึกลงไป ผลลัพธ์ก็ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวน
จวนอัครมหาเสนาบดีที่เดิมมากบารมีน่าเกรงขามในอดีตตอนนี้กลายเป็ตกต่ำเงียบเหงา
กู้เชียนนั่งอยู่ในห้องหนังสือ เหมือนแก่ไปสิบปี ผมขาวหงอกลามเต็มศีรษะ เขาััได้ถึงความหวาดกลัวและความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างลึกซึ้ง
อวิ๋นอ๋องกงซุนอี้เคยชูดาบสังหารใส่คนจำนวนมากชนเถื่อน วั่งเย่ว์ ตอนนี้เวียนมาถึงจวนอัครมหาเสนาบดีแล้วดาบสังหารของกงซุนอี้คมขนาดนั้น ส่งผลให้จวนอัครมหาเสนาบดีไม่อาจต้านทานได้ กงซุนอี้จัดการเรื่องราวเด็ดขาด ไม่เคยเหลือทางรอดให้ผู้ใด ความผิดต่างๆ นานาตีตราลงบนตัวกู้เชียน เขาหลงอนุทำร้ายภรรยาข่มเหงบุตรสาว ละโมบรับส่วยรับสินบน ซื้อขายตำแหน่งขุนนาง... เหล่าขุนนางวินัยรวมตัวกันยื่นฎีกาให้ฮ่องเต้ ระยะเวลาสั้นๆเพียงสองวัน จากอัครมหาเสนาบดีผู้ปราดเปรื่อง กู้เชียนกลายเป็นพวกชั้นต่ำชั่วช้าสำหรับกู้เชียนแล้วเื่น่ายินดีเพียงหนึ่งเดียวคือเขารู้ว่าอะไรคือสาเหตุ
กู้สุ่ยเย่ว์ ชื่อที่ทำให้เขาเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันนี้
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันหนึ่งจวนตระกูลกู้ที่เคยรุ่งโรจน์จะถูกทำลายลงเพราะตัวกู้สุ่ยเย่ว์
เขายิ่งไม่รู้เลยว่าลูกสาวสติไม่ดีไร้ตัวตนนั่นวันหนึ่งจะคว้าความโปรดปรานของอวิ๋นอ๋องไว้ได้
กู้เชียนสวมชุดอัครมหาเสนาบดี หลังมองป้ายจวนน่าเกรงขามเป็นครั้งสุดท้ายถอดหมวกขุนนางบนศีรษะลง วันรุงขึ้น อัครมหาเสนาบดีกู้เชียนยื่นฎีกาต่อฮ่องเต้บอกว่าตนมีโทษใหญ่หลวง ขอลาเกษียณกลับบ้านเกิดมองฎีการ้องเรียนกู้เชียนที่กองสูงเท่าตัวคนหน้าบัลลังก์ท้ายที่สุดฮ่องเต้ประทานอนุญาตให้กู้เชียนลาเกษียณกลับบ้านเกิด “นายท่าน การไปหนนี้ไกลนัก ท่านพักผ่อนให้ดีดื่มชาที่ข้าต้มให้สักถ้วยเถิด” กู้เชียนรับชาที่เฉินซื่อยื่นมาให้ตรงหน้าในขณะเดียวกันก็กุมมือเฉินซื่อไว้“เชียนโชคดีนักที่ได้แต่งเ้า รอกลับบ้านเกิดแล้วข้าจะยกเ้าเป็ภรรยาเอก” กู้เชียนมองเฉินซื่ออย่างอ่อนโยนรักใคร่
จากที่เขาดู เขายังไม่แพ้ราบคาบบุตรคนโตกู้จิ่งฝานกำลังรอสอบคัดเลือกขุนนาง สั่งสมกำลังรอความก้าวหน้าภายหน้าจะต้องโดดเด่นมีชื่อเสียงแน่ เขามีทรัพย์สินข้างกายยังมีภรรยาภักดีค่อยเอาใจดูแล ที่สำคัญคือเขายังมีชีวิตอยู่ ต้องมีสักวันที่เขาจะได้กลับมา จัดการให้กู้สุ่ยเย่ว์หญิงชั้นต่ำนั่นตายทั้งเป็นกู้เชียนกำลังตกอยู่ในภวังค์ มุมปากแย้มยิ้มบิดเบี้ยวทว่าอยู่ๆ กลับรู้สึกศีรษะร้อนผ่าว สลบเหมือดลงไป
ตอนกู้เชียนฟื้นขึ้นมากลับพบว่าตนเองถูกมัดตัวเอาไว้แล้วที่ยืนอยู่หน้าเขานอกจากเฉินซื่อแล้ว ยังมีกู้สุ่ยเย่ว์ที่ห่มผ้าคลุมสีขาว
เฉินซื่อที่เขารักใคร่โปรดปรานเหตุใดถึงได้อยู่ด้วยกันกับกู้สุ่ยเย่ว์!
“กู้สุ่ยเย่ว์ เ้าคิดจะทำอะไร” กู้เชียนตวาดคำรามเอ่ย
“เลือดข้นกว่าน้ำ ข้ามาส่งท่านพ่อเป็นครั้งสุดท้าย!” กู้สุ่ยเย่ว์สวมเสื้อขนจิ้งจอกสีแดง ห่มผ้าคลุมสีขาวเผยให้เห็นเพียงใบหน้าจิ้มลิ้มสวยสดเท่านั้นทว่าในตอนนี้ใบหน้าจิ้มลิ้มกลับเปรียบเสมือนปีศาจร้ายก็ไม่ปาน “เจ้ากล้า กู้สุ่ยเย่ว์ เจ้าขวัญกล้าเกินไปแล้วข้าเป็นพ่อเจ้า ยังมีเจ้า ข้าดีกับเจ้าขนาดนี้ ยังคิดยกเจ้าเป็นภรรยาเอกเหตุใดเจ้าต้องช่วยกู้สุ่ยเย่ว์หญิงอำมหิตนางนี้ทำร้ายข้าด้วย” ใบหน้ากู้เชียนบิดเบี้ยว ถลึงตามองสตรีชั่วช้าทั้งสองคนใบหน้าเฉินซื่อยังคงยิ้มอ่อนโยนเช่นเดิม รินชาถ้วยหนึ่งเดินเข้าไปหากู้เชียน ไม่สนใจเสียงร้องคำรามของกู้เชียน บังคับกรอกชานั่นลงไป
อัครมหาเสนาบดีท่านหนึ่งก็จบชีวิตลงไปด้วยวิธีการเช่นนี้
เฉินซื่อคุกเข่าให้กู้สุ่ยเย่ว์“ขอบคุณคุณหนูที่มอบโอกาสให้ข้าได้แก้แค้นในชาตินี้” หลินซื่อ กู้เชียนตอนนี้ศัตรูที่ทำร้ายลูกนางต่างตกตายไปหมดแล้ว “ชาติหน้าขอเป็วันเป็ม้าข้าจะต้องตอบแทนพระคุณของคุณหนูให้ได้”
กู้สุ่ยเย่ว์จากไปด้วยท่าทีเลื่อนลอย
แค้นฆ่าลูกของเฉินซื่อทวงคืนแล้ว แล้วแค้นฆ่าลูกคร่าชีวิตนางเองเล่า เมื่อใดถึงได้ทวงคืนกันกู้สุ่ยเย่ว์พกพาไอเย็นหอบหนึ่งเข้ามาในห้องเพิ่งจะปิดประตู มือข้างหนึ่งพลันโอบรัดเอวนาง ดึงนางเข้าไปในอก แผ่นหลังแนบอิงอกแกร่งร้อนรุ่มร่างกู้สุ่ยเย่ว์พลันแข็งทื่อ ทว่าไม่นานก็อ่อนลง ั์ตาเป็ประกาย“ท่านอ๋อง้าสิ่งใดหรือ”
“เ้าได้ในสิ่งที่ตนเอง้าแล้วข้ามาทวงในสิ่งที่ตนเอง้าบ้าง” เสียงแหบพร่าของกงซุนอี้ดังขึ้นที่ข้างหู
สีหน้ากู้สุ่ยเย่ว์แปรเปลี่ยนเล็กน้อย ทุกปฏิกิริยาของนาง กงซุนอี้ต่างเห็นอยู่ในสายตาที่นางบรรลุเป้าประสงค์ได้ก็เพราะว่ากงซุนอี้ตามใจนางกู้สุ่ยเย่ว์กำลังคิดจะเอ่ยวาจา ทว่าอยู่ๆกงซุนอี้กลับขบหูนางไว้
“ข้าเข้าใจแล้วว่าท่านอ๋อง้าอะไรการแลกเปลี่ยนครั้งนี้เกรงว่าท่านอ๋องคงเสียเปรียบแล้ว” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
สีหน้าอวิ๋นอ๋องกลายเป็เย็นเยียบบรรยากาศโดยรอบกลายเป็หนาวเหน็บทันใด ความวาบหวามในห้องพลันสลายหายไป
“แลกเปลี่ยนรึ กู้สุ่ยเย่ว์ นี่ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนข้าตามใจเ้า เพราะว่า...กู้สุ่ยเย่ว์ วันหนึ่งข้าจะทำให้เ้ายินยอมพร้อมใจ”
หลังกงซุนอี้จากไป ความกดดันในห้องพลันสลายหายไป
อวิ๋นอ๋องผู้ชอบเอาชนะไม่มีทางยอมให้นางใช้ร่างกายตอบแทนบุญคุณแน่นอนเขาชอบนาง และก็อยากทำให้นางชอบเขาด้วย
กู้สุ่ยเย่ว์รู้สึกว่าหากดูจากในบางด้านอวิ๋นอ๋องก็เป็บุรุษที่มีความคิดปณิธานกว้างไกลนัก
“พระชายา ฝ่าาอนุญาตให้กู้เชียนเกษียณกลับบ้านเกิดระหว่างทางกลับกู้เชียนถูกอนุคนโปรดปองร้าย หลังจากวันนี้ไปเมืองหลวงไร้ซึ่งอัครมหาเสนาบดีกู้อีกกู้สุ่ยเย่ว์ไม่มีตระกูลเดิมให้พึ่งพาอีกแล้ว” หลังไช่ชิงตายหรูซิ่วกลายเป็สาวใช้ข้างกายเมิ่งซีอวี้
เปรียบกับไช่ชิงแล้ว หรูซิ่วยังห่างชั้นไม่ใช่เพียงแค่จุดสองจุด
เห็นชัดว่านางมองไม่ออกว่าที่กู้สุ่ยเย่ว์ยืนหยัดอยู่ในจวนอ๋องได้ไม่ใช่เพราะตระกูลเดิมยิ่งใหญ่ แต่เป็เพราะความโปรดปรานจากท่านอ๋อง
“กู้สุ่ยเย่ว์เป็ชายาเอก ข้าเป็ชายารองเดิมทีเรือนหลังของจวนอ๋องควรเป็กู้สุ่ยเย่ว์ที่ควบคุมดูแลเช่นนี้ข้าคงจะได้อยู่อย่างสุขสงบบ้างแล้ว” เมิ่งซีอวี้เอ่ย
“พระชายา ท่านจะมอบสมุดบัญชีให้กู้สุ่ยเย่ว์จริงๆ หรือเพคะ”หรูซิ่วร้อนใจทันใด จากที่นางดูคือเมิ่งซีอวี้กลัวกู้สุ่ยเย่ว์หากสมุดบัญชีอยู่ในมือเมิ่งซีอวี้ นางยังพอกอบโกยผลประโยชน์ได้บ้าง
“พระชายา ท่านไม่ควรยอมง่ายๆ เช่นนี้กู้สุ่ยเย่ว์ไม่อาจเทียบท่านได้ ชาติกำเนิดก็ไม่สู้ท่านนางถือสิทธิ์อะไรมาแข่งกับท่าน”
“หรูซิ่ว บังอาจนัก เรื่องของข้าเจ้ากะเกณฑ์ออกความเห็นได้รึ” เมิ่งซีอวี้ตวาดเสียงดัง ชั่วขณะนั้นหรูซิ่วไม่กล้าเอ่ยอะไรแล้วนางไม่มีทางมอบสมุดบัญชีให้กู้สุ่ยเย่ว์ง่ายๆ อยู่แล้ว
นางต้องเตรียมใช้แผนถอยเพื่อรุก ให้กู้สุ่ยเย่ว์พบความลำบากแล้วถอยไปเอง
นางถูกอบรมให้เป็นภรรยาของชนชั้นสูงมาตั้งแต่เล็กไม่เพียงเก่งโคลงกลอน ยังคำนวณบัญชีเป็น กู้สุ่ยเย่ว์ถือเป็นตัวอันใด นางอาศัยใบหน้านั่นได้ความโปรดปรานจากท่านอ๋องได้แต่ไม่มีทางใช้ใบหน้านั่นควบคุมดูแลจวนอ๋องให้ดีได้แน่หลังจากนี้ไม่นานท่านอ๋องจะพบเองว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็แรงสนับสนุนที่ดีและเพียบพร้อม
ในเรือนกู้สุ่ยเย่ว์กั้นห้องหนังสือขึ้นมาห้องหนึ่งในตอนที่นางก้าวเข้าสู่ห้องหนังสือก็เห็นว่าบนชั้นวางตั้งเรียงสมุดรายชื่อและสมุดบัญชีชนิดต่างๆ อยู่เต็มแน่นแล้ว
“พระชายา เล่มนี้เป็รายชื่อบ่าวรับใช้ในจวนอ๋องเล่มนี้เป็รายจ่ายของเหล่าเ้านายในจวนอ๋องนี่เป็เบี้ยหวัดของเหล่าบ่าวรับใช้...” บัญชีแต่ละเล่มกองมาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์
อิ่นจูจ้องสมุดบัญชีและรายชื่อเล่มแล้วเล่มเล่าพวกนั้นเบิกตากว้างอ้าปากค้างไปแล้ว
จวนอ๋องใหญ่โตโอ่อ่าแห่งนี้ เรื่องราวต่างๆ โยงใยสลับซับซ้อน ยากในการจัดการดูแลยิ่งเมิ่งซีอวี้โยนบัญชีและรายการพวกนี้มาให้พระชายาตนในรวดเดียว แม้แต่ผู้ช่วยสักคนก็ไม่ส่งมาอิ่นจูอดมองกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้“พระชายา เื่นี้ควรทำเช่นไรดีเพคะ”
ขมับกู้สุ่ยเย่ว์กระตุกปวดตุบๆนางกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ที่สุดในสองชีวิตนี้
ชาติก่อน นางคือกู้เทียนหลาน เป็แม่ทัพพิทักษ์แคว้นเป็ฮองเฮาวั่งเย่ว์ แต่ไม่ได้เก่งรอบด้าน นางเข้าใจการทำศึก เข้าใจอำนาจทว่าไม่เข้าใจว่าต้องดูบัญชีอย่างไร ตอนนางคุมเรือนหลังข้างกายยังมีคนมีความสามารถคอยช่วยดูแล แต่ตอนนี้ข้างกายนาง มีแค่อิ่นจูคนเดียวเท่านั้นกู้สุ่ยเย่ว์ทำได้เพียงเบิกตาจ้องมองกันไปมากับอิ่นจู