บทที่ 10 ตัวตนที่น่าสงสัย
หลังจากที่ฮวนหรงนั่งบนแผ่นไม้เสร็จเรียบร้อย นางไม่ลืมที่จะปัดหลังมือไปที่บานหน้าต่างเพื่อเปิดม่าน ดวงตาของนางหมายมั่นไปที่อู๋หวาอย่างไม่พอใจ ในขณะที่รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนออกไปเรื่อย ๆ ฮวนหรงก็ยังคงจ้องไปที่อู๋หวาอยู่ตลอด เวลานั้นกระแสความคิดก็หวนนึกถึงเื่ราวบางอย่าง
อันที่จริงอู๋หวานำยาต้มขมไปให้ฮวนหรงที่เรือนทุกวันไม่เคยขาดแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งก่อนจากไปในแต่ละครั้งนางก็ไม่ลืมที่จะกำชับว่าวันที่สามเดือนสี่เฟยฮูหยินต้องไปร่วมงานครบครอบประสูติขององค์ชายสามร่วมกับท่านแม่ทัพ ทั้งหมดนี้ดูซื่อตรงไม่บิดพลิ้วแม้แต่จุดเดียว จนทำให้คนทั่วไปสามารถเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าอู๋หวาเป็คนที่ซื่อตรง ไม่มีลับลมคบใน
แต่นั่นเป็สิ่งที่คนอื่นเชื่อเท่านั้น ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้อีกว่าสองปีข้างหน้าที่ฮวนหรงย้อนเวลากลับมา นางก็เคยคิดว่าแม่นางอู๋หวาเรียบง่ายและซื่อตรงเช่นกัน เหอะ นั่นมันเื่เก่าแล้ว ตอนนี้ฮวนหรงหูตาสว่าง นางจะไม่ยอมดื่มของที่ผ่านมืออู๋หวามั่วซั่ว เพราะไม่แน่ฮวนหรงอาจมีสภาพไม่ต่างจากเซ่าเฟิงอวี่ก็เป็ได้
หลังจากรับชามยาเข้ามาด้านใน ฮวนหรงก็สั่งให้อิ่นจูแจ้งแก่อู๋หวาว่า อันตัวนางป่วยหนัก อาการทรุดโทรมแทบดูไม่ได้ อีกทั้งฮวนหรงก็ไม่ลืมที่จะส่งเสียงไอปลอม ๆ เคล้าคลอไปด้วย จึงทำให้อู๋หวาเชื่ออย่างสนิทใจ ท้ายที่สุดอู๋หวาก็เริ่มออกลายชั่วช้าตามที่ฮวนหรงคาดการณ์ไว้
ครั้นให้อิ่นจูนำยาในชามไปตรวจ พบว่าไม่มีปัญหาอันใดจริง ๆ นอกเสียจากว่าพบตัวยาที่ชื่อว่า ก่านเฉาฝอยผสมลงไปด้วย ซึ่งฤทธิ์ของมันแค่ทำให้ชุ่มคอ ไม่มีอันใดน่ากังวล แต่ทว่าลืมคิดไปใช่หรือไม่ ว่าอาการเ็ปของฮวนหรงเกิดจากการแพ้กุ้งและมีผื่นคัน ส่วนผสมของตัวยาก็ควรจะเกี่ยวข้องกับอาการคัน
พอวิเคราะห์ออกมาได้เช่นนี้ ฮวนหรงจึงลอบเข้าห้องตำราโดยไม่ให้ผู้ใดเห็น และค้นคว้าหาความรู้อย่างรีบร้อน กระทั่งไปพบความลับบางอย่างว่า แท้จริงแล้วการใส่ก่านเฉาฝอยลงไปต้มกับตัวยาเหล่านี้ จะทำให้ไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด แต่เมื่อไหร่ที่ผู้ป่วยดื่มยาที่มีส่วนผสมของก่านเฉาฝอยและสูดกำยานไม้ดอกเจี้ยนเข้าไปพร้อมกัน จะทำให้ผดผื่นคันลุกลามขึ้นอีกเป็เท่าตัว
ฮวนหรงได้แต่แสยะยิ้มร้ายกาจ พลางรู้สึกว่าอู๋หวาที่เป็เพียงสาวใช้ต่ำต้อยฉลาดเฉลียวเพียงนี้เชียวหรือ ถึงแม้ว่าพิษนี้จะไม่ทำให้คนตาย แต่กลับทำให้คนเดือดร้อนมานักต่อนัก ดังนั้นอู๋หวานางคงคาดการณ์ทุกอย่างไว้หมดแล้ว ว่าตัวนางต่างหากที่จะได้ไปกับท่านแม่ทัพ ไม่ใช่ภรรยาเ้าอารมณ์อย่างเฟยฮวนหรง
“เอาเถอะ! ไม่ว่านางจะทำไปเพื่อริษยา ทำไปเพราะอยากเข้าใกล้ไป๋เจี๋ย หรือทำไปเพราะกลัวฮวนหรงทำให้สกุลมิ่งขายหน้า แล้วตนเองสวมรอยแทนเพื่อที่จะได้ปกป้องชื่อเสียงสกุลมิ่ง ไม่ว่านางจะมีเหตุผลไหน ตัวนางก็ล้วนได้ความดีความชอบและความโปรดปรานจากไป๋เจี๋ย ทั้งหมดมิใช่หรือ เอาเปรียบข้าเฟยฮวนหรง มันผู้นั้นสมควรชดใช้!”
*****
ชายหนุ่มทำเป็อ่านตำราบังหน้า ทั้งที่ตลอดทางนี้เอาแต่ลอบสังเกตความงดงามของเฟยฮวนหรงตลอด ไป๋เจี๋ยใคร่จะรู้ว่านางไม่พอใจอะไรกันแน่ เหตุใดถึงได้เอาแต่ชักสีหน้ามองไปนอกบานหน้าต่าง ไป๋เจี๋ยสงสัยนัก จึงเหลือบมองไปด้านนอก ก็พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ตลอดสองข้างทางล้วนเป็ชาวบ้านชั้นรากหญ้าหาเช้ากินค่ำตั้งแผงลอยเล็ก ๆ เท่านั้น หรือว่านางจะยังโกรธที่ไป๋เจี๋ยบุ่มบ่ามเข้าไปในเรือนของนางวันนั้น
อันที่จริงฮวนหรงไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นหรอก นางเพียงกำลังพินิจพิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของอู๋หวาต่างหาก อีกทั้งวันนี้เป็วันดีมิใช่หรือ ฮวนหรงไม่อยากทะเลาะกับสามีให้เสียความมงคลหรอกนะ โบราณสอนว่าหากจะออกจากบ้านให้ก้าวเท้าซ้าย แต่ฮวนหรงดันเผลอก้าวเท้าขวา เพราะแบบนี้นางจึงพยายามสงวนคำพูด นั่งนิ่งงันปานผนึกน้ำแข็ง
ด้านไป๋เจี๋ยก็คิดไม่ตกจริง ๆ ในที่สุดเขาก็ยอมวางตำราไว้ข้างตัว และทำสีหน้าคล้ายกำลังจำใจ เปล่งเสียงอบอุ่นออกมาอย่างเขินอาย “ข้าขอโทษเ้า ฮูหยิน้าอะไรเชิญบอก หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าจะหามาชดเชยให้”
เป็ครั้งแรกที่ไป๋เจี๋ยกล่าวขอโทษต่อหน้าสตรี เขาก็เป็คนเ็าไร้ใจแต่ไหนแต่ไร ทว่าน่าแปลกที่พอรู้สึกว่าฮวนหรงเริ่มทำทีห่างเหิน ไป๋เจี๋ยยิ่งอยากเอาชนะและอยากเอาใจใส่ ชายหนุ่มพูดขนาดนี้แล้วฮวนหรงยังคงนั่งนิ่งเฉยคล้ายไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด
แน่นอนว่าฮวนหรงต้องไม่ได้ยินเสียงรบกวนใด ๆ เพราะยามนี้แววตาของนางเอาแต่มองไปยังนอกบานหน้าต่าง จับจ้องไปที่สตรีนางหนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตายิ่งนัก ทนสงสัยอยู่ได้ครู่เดียวหญิงสาวผู้นั้นก็มาอยู่ในองศาที่ฮวนหรงสังเกตเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน ยามนี้ฮวนหรงแทบอยากกรีดร้องออกมา เพียงแต่ต้องเก็บอาการ ดังนั้นจึงทำได้แค่ปล่อยให้หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอกเท่านั้น
[เซ่าเฟิงอวี่ นางปรากฏตัวที่ถนนสายนี้ได้อย่างไร!]
ท่ามกลางเสียงพูดของไป๋เจี๋ย ฮวนหรงไม่ได้ยินจริง ๆ ว่าสามีกำลังพูดอันใด ถึงพูดเขาก็คงไม่ได้พูดกับนาง บางทีอาจจะพูดกับองครักษ์เฉาจิ้งที่ติดตามอยู่ข้างรถม้าก็เป็ได้ เพราะเดิมทีไป๋เจี๋ยไม่ใช่คนที่จะใช้คำพูดเปลืองกับฮวนหรงอยู่แล้ว นางจึงไม่ได้ใส่ใจบุรุษที่นั่งรถม้ามาด้วย แต่กลับสนใจสตรีผู้นั้น
“นางสตรีโอหัง! เ้ากล้าเพิกเฉยต่อข้างั้นหรือ!”
ไป๋เจี๋ยเริ่มไม่พอใจเข้าแล้ว เพราะเขาไม่เคยตอแยใครเช่นนี้มาก่อน ยิ่งเป็เฟยฮวนหรง สตรีจอมร้ายกาจที่เขาไม่เคยพิศวาส พูดคุยมากมายขนาดนี้นับเป็บุญหัวของนางแล้ว ยังกล้าไร้มารยาทอีกหรือ หากไม่ใช่เพราะไป๋เจี๋ยรู้สึกว่าตนเองผิดต่อนางก่อน ก็คงไม่ยอมลดตัวมาขอโทษขอโพยเช่นนี้
ปากบ่น ใจคิด ครั้นเพ้อพกได้อย่างนี้แล้ว ไป๋เจี๋ยจึงผินหน้าไปนอกหน้าต่างเช่นกัน อย่างน้อยชมทิวทัศน์ข้างนอกก็ยังดีกว่าทนนั่งมองใบหน้าบูดบึ้งของนาง ไม่ได้เด็ดขาด! ฮวนหรงจะปล่อยให้พวกเขาหนึ่งชายหนึ่งชู้เจอหน้ากันไม่ได้
ฮวนหรงกำลังคิดว่าตัวตนของเซ่าเฟิงอวี่ควรปรากฏตัวที่ชายแดนในอีกหนึ่งปีแปดเดือนข้างหน้ามิใช่หรือ ครั้นเหตุการณ์ไล่เรียงมาถึงตรงนี้ เช่นนั้นเท่ากับว่าความสัมพันธ์ของมิ่งไป๋เจี๋ยและเซ่าเฟิงอวี่ผลิบานั้แ่ตอนนี้ แน่นอนว่าหากมีหญิงอื่นเข้ามาพัวพัน ไป๋เจี๋ยที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงหน้านี้ต้องเปลี่ยนไปเป็อีกคนที่เ็ามากขึ้นแน่นอน
เพื่อไม่ให้ไป๋เจี๋ยพบเซ่าเฟิงอวี่ ฮวนหรงลงแรงสุดฤทธิ์ และยินดีทุ่มสุดตัว ยามนี้หญิงสาวนึกอะไรไม่ออกที่จะสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของไป๋เจี๋ยได้ดีไปกว่าการทะเลาะเบาะแว้ง ตามแบบฉบับที่นางถนัดและเป็สิ่งที่ไป๋เจี๋ยเกลียดที่สุด
ฮวนหรงรู้ว่าไป๋เจี๋ยเป็คนที่หวงเนื้อหวงตัวที่สุด เช่นนั้นจะโทษที่ฮวนหรงตัดสินใจเช่นนี้ไม่ได้ ว่าแล้วก็ยวบตัวไปด้านหน้า ถือวิสาสะเอื้อมนิ้วเรียวทั้งห้ากระชากคอเสื้อบริเวณเหนือแผงอกขึ้นไปเล็กน้อย เป็ฝ่ายของสตรีที่ชิงจุมพิตเข้าที่ริมฝีปากของไป๋เจี๋ย
ชายหนุ่มตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ดวงตาเข้มขลับของไป๋เจี๋ยเบิกกว้าง ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวแท่งหิน ไม่น่าเชื่อว่าวิธีนี้จะแก้ไขสถานการณ์ได้ผลเป็อย่างดี นอกจากไป๋เจี๋ยไม่เหลียวไปนอกหน้าต่างแล้ว ดวงตาคู่โตของเขากลับเอาแต่จ้องเข้าไปที่ดวงตาหงของนางอย่างประหม่า
สักครู่หนึ่ง รถม้าก็เคลื่อนผ่านจุดที่เซ่าเฟิงอวี่อยู่ ฮวนหรงรู้สึกวางใจและค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกพร้อมกับถอนลมหายใจโล่งอกออกมายาว ๆ โดยที่นางไม่ได้สนทีท่าของไป๋เจี๋ยเลยแม้แต่น้อย ทว่าฮวนหรงหันหน้ากลับมามองอีกทีไป๋เจี๋ยอยู่ในอาการตัวแข็ง ใบหน้าขึงขังมีสีแดงเรื่อประหนึ่งผลมะเขือเทศสุกงอม พอสติไหลคืนสู่ร่าง น้ำเสียงเย็นเยียบก็ดังขึ้นอย่างไม่พอใจ
“นางสตรีใจง่าย! ล่วงเกินข้า!” สิ้นเสียงพูดไป๋เจี๋ยก็กระโจนลงจากรถม้าในทันที
“ทะ…ท่านแม่ทัพ! จะไปไหนหรือ” ฮวนหรงะโไล่หลัง
“วางใจเถิดขอรับ ข้าน้อยจะขัดขวางไม่ให้ท่านแม่ทัพ พบแม่นางเซ่าเฟิงอวี่แน่” น้ำเสียงที่เปล่งขึ้นมาจากนอกรถม้า เป็น้ำเสียงของหลี่เฉาจิ้ง แต่เดี๋ยวก่อน! องครักษ์เฉาจิ้งรู้ได้อย่างไรว่าเฟยฮวนหรงกำลังคิดอะไรอยู่! แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าเซ่าเฟิงอวี่กับท่านแม่ทัพมีชะตาต้องกัน!