“ข้าต้องใช้เืของนาง”
เหอชิงกล่าวโดยไม่ละนิ้วจากชีพจรซูเม่ย แสงตะเกียงจับขอบเข็มเงินในมือผู้ช่วยเป็เส้นเย็นวาบ
เยว่หลันมองเข็ม แล้วมองหญิงสาวบนเตียง “เท่าไร”
“พอหยดลงบนกระดาษทดสอบสามแผ่น”
“เสี่ยงอย่างไร”
“คนปกติแทบไม่มีผล สำหรับนาง ข้าไม่รับรอง”
คำตอบตรงกว่าคำปลอบ และน่าฟังกว่ามาก
ด้านนอกประตู ผู้ช่วยอีกคนยกหีบของกลางถอยออกไปไกลถึงนอกลานตามคำสั่ง รอยหมึกบนแขนซูเม่ยยังดำถึงข้อศอก แต่การกระตุกใต้ผิวช้าลง ลมหายใจไม่ขาด่เหมือนเมื่อครู่
เหอชิงดึงมือกลับ “ข้าจะนำถ้วยไปตรวจที่เขตโอสถ เก็บเืไว้เทียบกับคราบ และบันทึกอาการทุกอย่างตามจริง”
“รวมถึงสิ่งที่อาจใช้เอาผิดข้า”
“รวมถึงสิ่งนั้น”
หัวหน้าทหารซึ่งยืนอยู่ปลายเตียงขยับสีหน้าเหมือนเพิ่งได้ยินประโยคแรกที่น่าพอใจตลอดคืน
เยว่หลันไม่สนใจเขา “ถ้าข้าปฏิเสธ”
“ข้าจะนำถ้วยกลับไปเช่นเดิม ส่วนรอยบนแขนนางกำนัลจะลามต่อหรือไม่ ข้าไม่รู้” เหอชิงมองซูเม่ย “จากอาการครั้งล่าสุด นางอาจไม่รอดถึงรุ่งเช้า”
คำว่าอาจทิ้งทางหนีไว้ให้ผู้พูด แต่ไม่เหลือทางให้คนฟัง
เยว่หลันเกือบตอบตกลง แต่หยุดไว้ทัน
นางหันไปทางเตียง “ซูเม่ย”
เปลือกตาของหญิงสาวขยับช้า ๆ “เพคะ”
“เ้าได้ยินหรือไม่”
“ได้ยินเพคะ”
“เหอชิง้าเืไปตรวจ ผลอาจช่วยรักษาเ้า หรืออาจกลายเป็หลักฐานในคดีของข้า เขาเองก็ไม่รู้ว่าการเก็บเืจะกระตุ้นรอยหรือไม่”
ซูเม่ยมองเข็มเงิน ปลายนิ้วซึ่งวางบนผ้าห่มงอเข้าหากันเล็กน้อย
“เ้าปฏิเสธได้” เยว่หลันกล่าว
หัวหน้าทหารหัวเราะในลำคอ “นางกำนัลผู้หนึ่งจะปฏิเสธการตรวจของสำนักหมอหลวงได้หรือ”
เหอชิงหันไปมองเขา “ได้”
คำเดียวทำให้เสียงหัวเราะหยุดลง
“ผู้ป่วยยังมีสติ การตรวจซึ่งไม่ใช่คำสั่งสอบสวนต้องได้รับความยินยอม” เขากล่าว “หากใต้เท้า้าเปลี่ยนเป็การบังคับตรวจเพื่อคดี โปรดออกหนังสือ ลงชื่อ และรับผิดชอบผลด้วยตนเอง”
หัวหน้าทหารไม่ตอบ
ซูเม่ยกลืนน้ำลาย “หากตรวจแล้ว อาจรู้หรือไม่เพคะว่ารอยนี้คืออะไร”
“อาจรู้ว่าเกี่ยวกับสิ่งใด” เหอชิงตอบ “ยังไม่ใช่ว่าจะรู้วิธีรักษา”
“และหากไม่ตรวจ”
“เราจะมีเพียงสิ่งที่เห็นจากภายนอก”
ซูเม่ยหลับตาครู่หนึ่ง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง ความกลัวยังอยู่ แต่เสียงไม่สั่น “บ่าวยินยอมเ้าค่ะ”
เหอชิงไม่ขยับทันที “เ้าพูดเพราะนายของเ้ารอคำตอบอยู่หรือไม่”
ซูเม่ยมองเยว่หลัน ก่อนส่ายหน้า “บ่าวไม่อยากตายโดยไม่รู้ว่าเหตุใดเ้าค่ะ”
ครั้งนี้ไม่มีใครถามซ้ำ
ผู้ช่วยวางถาดทองเหลืองข้างเตียง บนถาดมีกระดาษขาวสามแผ่น ถ้วยกระเบื้องใบเล็ก และผ้าสะอาด เหอชิงตรวจทุกชิ้นก่อนใช้ เขาให้ผู้จดบันทึกเขียนเวลา ชื่อผู้เก็บเื จำนวนหยด และชื่อพยานลงในกระดาษอีกแผ่น ก่อนใช้เข็มแตะปลายนิ้วซูเม่ย เืสีแดงเข้มผุดขึ้นหนึ่งหยดโดยรอยหมึกไม่เคลื่อนไหว
หยดที่สองตกบนกระดาษ เนื้อกระดาษดูดสีแดงออกเป็วงเล็ก
เส้นดำใต้ผิวซูเม่ยกระตุก
เยว่หลันเอนตัวไปข้างหน้า แต่หยุดมือก่อนแตะนาง
เหอชิงเห็น “เกิดอะไรขึ้น”
“เมื่อหยดที่สอง รอยขยับ”
เขาให้ผู้ช่วยบันทึก แล้วรองหยดที่สามลงในถ้วยกระเบื้อง รอยหมึกสงบนิ่ง
“ไม่ตอบเข็ม ไม่ตอบเืทุกหยด” เยว่หลันกล่าว “อาจตอบสิ่งที่อยู่บนกระดาษแผ่นนั้น”
เหอชิงใช้คีมไม้คีบกระดาษเปื้อนเืออกห่างจากแขนซูเม่ย แล้วนำกลับเข้าใกล้อีกครั้ง รอยไม่เปลี่ยนทั้งสองคราว
“หรือข้าเห็นผิด” เยว่หลันกล่าว
“อย่างน้อยก็ทรงรู้จักไม่เปลี่ยนสิ่งที่เห็นครั้งเดียวให้เป็กฎ”
ฟังไม่ออกว่าเป็คำชมเช่นเคย
เหอชิงปิดถ้วยเืด้วยกระดาษน้ำมัน พันเชือก และให้ซูเม่ยกับผู้ช่วยประทับรอยนิ้วมือคนละด้าน จากนั้นจึงเงยหน้ามองเยว่หลัน
“ต่อไปถึงข้อมูลที่พระสนมยังมิได้บอก”
ความเงียบในห้องหนักขึ้น
เยว่หลันรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร นางเองก็รู้ั้แ่เรียกเขามาแล้วว่าคืนนี้ไม่อาจเก็บทุกอย่างไว้ได้ หากปิดบังต่อ ซูเม่ยอาจจ่ายราคาแทนความระแวงของนางอีกครั้ง
แต่ความจริงทั้งหมดมีส่วนที่ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ควรเชื่อง่าย ๆ
นางจึงเลือกส่วนที่ตรวจสอบได้
“รอยแบบเดียวกันเคยอยู่บนข้อมือซ้ายของข้า”
เข็มในมือผู้ช่วยหยุดเหนือถาด
เหอชิงไม่ถามทันที สายตาเลื่อนจากแขนซูเม่ยมายังแขนเสื้อของเยว่หลัน “เมื่อใด”
“ก่อนคำสั่งลงโทษถูกชะลอ”
“ผู้ใดเห็น”
“ไม่มี”
“แล้วตอนนี้”
เยว่หลันดึงแขนเสื้อขึ้น เผยเส้นจางใต้ผิวซึ่งเหลือเพียงเงาคล้ายคราบหมึกเก่า “มันจางลงหลังอ่านคำสั่ง จากนั้นรอยปรากฏบนซูเม่ย”
เหอชิงลุกจากข้างเตียง แต่หยุดห่างจากนางหนึ่ง่แขน “ขอตรวจชีพจร”
“ตรวจได้”
เขายังไม่แตะ “พระสนมยินยอมหรือ”
คำถามนั้นไม่จำเป็ต่อฐานะของนาง แต่จำเป็ต่อข้อตกลงซึ่งยังไม่มีชื่อ
“ยินยอม”
ปลายนิ้วของเขาวางบนข้อมือขวา ไม่ใช่ข้างที่มีรอย ััเบาและสั้นพอให้รู้ว่าเป็การตรวจ มิใช่การปลอบ เขานับชีพจร ก่อนขอข้อมือซ้ายและตรวจซ้ำ
“ชีพจรปกติ รอยไม่เคลื่อนไหว” เขากล่าว “เหตุใดจึงแน่ใจว่ารอยของนางกำนัลมาจากพระองค์”
“ข้าไม่แน่ใจ”
“แต่ทรงใช้คำว่า ‘จากนั้น’ ราวกับสองเหตุการณ์เกี่ยวกัน”
“เพราะมันไม่ใช่เพียงเวลาเดียวกัน” เยว่หลันมองซูเม่ย “คืนนี้ข้าเกือบใช้ทางลับออกจากตำหนัก เมื่อข้าตัดสินใจจะไป รอยของนางลามขึ้นทันที พอข้าหยุด มันก็หยุด”
หัวหน้าทหารก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว “ทางลับใด”
เยว่หลันหันไปหาเขา “หากท่าน้าตรวจทางหนี เชิญตรวจหลังช่วยพยานให้รอดก่อน”
“พระสนมยอมรับว่าคิดหลบหนี”
“ข้ายอมรับว่าคิด และยอมรับว่าข้าไม่ได้ไป”
“ความคิดไม่ใช่สิ่งพิสูจน์ได้” เหอชิงตัดบท “แต่อาการซึ่งเปลี่ยนตามการกระทำอาจตรวจซ้ำได้”
“จะให้ข้าลองหนีอีกครั้งหรือ” เยว่หลันถาม
“ไม่ หากผลคือชีวิตคน”
เขากลับไปนั่งข้างเตียง สีหน้าไม่ได้อ่อนลง แต่ระยะห่างซึ่งเคยมีโต๊ะหลักฐานคั่นหายไปแล้ว
“พระสนมปิดข้อมูลนี้ั้แ่เช้า” เขากล่าว
“ใช่”
“และยังไม่บอกว่ารอยของพระองค์ปรากฏครั้งแรกเมื่อใด”
เยว่หลันชะงัก นางจำความเย็นที่ข้อมือก่อนเห็นถ้วยได้ แต่เวลาแน่นอนไม่ชัด ทุกอย่างเกิดขึ้นระหว่างการฟื้นในร่างแปลกหน้า คำสั่งสอบสวน และความทรงจำซึ่งกลับมาเป็เศษ
“ก่อนหีบของกลางถูกเปิด ข้ารู้สึกแสบที่ข้อมือ แต่ไม่แน่ใจว่ารอยมีอยู่ก่อนหน้านั้นหรือไม่”
“เหตุใด”
“เพราะข้าจำเหตุการณ์ก่อนฟื้นไม่ได้ครบ”
ครึ่งจริงอีกชิ้น
เหอชิงมองนางนานกว่าปกติ “พระสนมไม่รู้ว่ารอยคืออะไร”
“ไม่รู้”
“ไม่รู้ว่ามันย้ายได้อย่างไร”
“ไม่รู้”
“ไม่รู้วิธีหยุดมัน”
คำตอบติดอยู่ที่ลำคอชั่วครู่ เยว่หลันเคยหาเลี้ยงชีพด้วยการชี้ว่าตรงใดผิด แม้ไม่มีอำนาจแก้เอง อย่างน้อยนางมักรู้ว่าควรส่งคำถามให้ใคร
ครั้งนี้ไม่มีผู้เขียนอยู่ปลายทาง ไม่มีคู่มือ และไม่มีหน้าถัดไปที่เชื่อถือได้
“ไม่รู้” นางตอบ
ซูเม่ยขยับมือบนผ้าห่ม
เยว่หลันไม่หันไปมอง นางกล่าวต่อให้จบ “ข้าไม่รู้วิธีรักษานาง”
ไม่มีใครรีบเติมคำปลอบลงในช่องว่าง
เหอชิงเรียกผู้ช่วยมาจดคำของนางตามถ้อยคำเดิมทุกคำ จากนั้นจึงหยิบกระดาษเปล่าอีกแผ่น วางไว้ระหว่างพวกเขา
“เช่นนั้นเราตรวจจากสิ่งที่รู้”
เยว่หลันมองกระดาษ “ท่านยังจะช่วย”
“ข้าจะตรวจ ไม่ได้รับรองว่าจะช่วยพระสนม”
“ต่างกันหรือ”
“มาก”
อย่างน้อยเขาก็สม่ำเสมอ
เหอชิงเขียนเงื่อนไขข้อแรกลงบนกระดาษ “หากข้อมูลใดเกี่ยวกับอันตรายต่อผู้อื่น พระสนมต้องบอกทันที ส่วนข้อมูลที่อาจใช้กล่าวหาพระองค์ ข้าจะบันทึกตามจริง”
“แปลว่าข้าเสี่ยงคดีเพิ่มโดยไม่ได้สิ่งใดรับรอง”
“พระสนม้าคำรับรอง หรืออยากให้นางกำนัลรอด”
คำถามแทงตรงจุดเกินไปจนไม่เหลือพื้นที่ให้ประชด
เยว่หลันดึงกระดาษเข้าหาตน “ข้า้าทั้งสองอย่าง แต่คืนนี้ข้ายอมเลือกอย่างหลัง”
นางเขียนเงื่อนไขข้อสองใต้ลายมือเขา
การตรวจร่างกายซูเม่ยทุกครั้งต้องแจ้งวัตถุประสงค์ ความเสี่ยง และได้รับความยินยอมจากซูเม่ย
หัวหน้าทหารขมวดคิ้ว “นางกำนัลอ่านหนังสือออกหรือ”
“บ่าวอ่านได้เ้าค่ะ” ซูเม่ยตอบจากเตียง เสียงยังเบาแต่ชัด
เยว่หลันหันไปถาม “เ้ายอมรับเงื่อนไขนี้หรือไม่”
“ยอมเพคะ”
เหอชิงอ่านซ้ำหนึ่งรอบ ก่อนเติมข้อสาม
ผลตรวจทั้งหมดอาจใช้ในคดีได้ ไม่ว่าผลจะเป็คุณหรือโทษต่อฝ่ายใด
เยว่หลันเติมข้อสี่ นางมีสิทธิ์ดูสำเนารายการยาซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวอย่างที่ทำให้รอยตอบสนอง แต่ห้ามนำต้นฉบับหรือสำเนาออกจากตำหนัก
“เวชระเบียนเป็ความลับของผู้ป่วย” เหอชิงกล่าว
“ข้าไม่้าอ่านสิ่งที่ไม่เกี่ยว ขอเฉพาะชื่อ วันที่ เลขรายการ และจุดส่งของชุดยาที่ตอบสนอง”
“เหตุใดต้องดูจุดส่ง”
“เพราะถ้วยไม่ได้เดินมาที่นี่เอง”
เหอชิงวางพู่กัน
เยว่หลันมองเขา “ท่านกำลังตรวจเส้นทางยาอยู่แล้ว ข้าเพียงขอดูส่วนที่ท่านจะใช้กล่าวหาข้าได้”
“เพื่อให้พระองค์เตรียมคำแก้ตัว”
“เพื่อให้ข้าหาช่องผิดก่อนช่องนั้นฆ่าคนอีก”
ปลายตะเกียงสั่นตามลมที่ลอดช่องหน้าต่าง เงาของทั้งสองขยับบนกระดาษ แต่ไม่มีมือใดเลื่อนข้อตกลงหนี
เหอชิงเขียนเพิ่มใต้ข้อสี่ว่า สำเนาต้องคัดโดยคนของสำนักหมอหลวง และเปิดดูต่อหน้าผู้ช่วยกับพยานฝ่ายตรวจคดี
“เท่านี้” เขากล่าว
“ยังมีเื่รายงานวิชาอัปมงคล”
หัวหน้าทหารหันมาทันที “สิ่งนี้ควรรายงานั้แ่แรก”
เหอชิงมองรอยบนแขนซูเม่ย “สิ่งที่เรามีคืออาการซึ่งยังอธิบายไม่ได้ ไม่ใช่หลักฐานว่าผู้ใดใช้วิชาใด ข้าจะบันทึกว่าอยู่ระหว่างตรวจหาสาเหตุ”
“เท่ากับชะลอรายงาน”
“เท่ากับไม่เขียนข้อสรุปก่อนหลักฐาน”
เขาประทับตราสำนักหมอหลวงท้ายกระดาษ แล้วส่งพู่กันให้เยว่หลัน นางลงชื่อเสิ่นเยว่หลันโดยเลียนรูปตัวอักษรจากบัญชีของตำหนัก มือยังไม่คุ้น แต่เส้นไม่สั่น
ซูเม่ยลงรอยนิ้วมือเป็คนสุดท้าย
ข้อตกลงไม่มีคำว่าเชื่อใจแม้แต่คำเดียว
ดีแล้ว คำซึ่งไม่มีผู้ใดทำได้จริงไม่ควรอยู่ในเอกสาร
เหอชิงสั่งผู้ช่วยนำหีบของกลางออกไปก่อน ส่วนตัวเขาเปิดกล่องยาไม้ดำ หยิบห่อกระดาษผนึกขนาดเล็กหกห่อวางเรียงบนโต๊ะ แต่ละห่อมีหมายเลขและตราตัวอย่างควบคุม
“ทั้งหมดมาจากรายการเบิกชุดเดียวกับถ้วย” เขากล่าว “แยกเก็บก่อนเริ่มตรวจ ไม่มีชิ้นใดตักจากของกลาง”
เขาไม่เปิดห่อ เพียงให้ผู้ช่วยนำเข้าใกล้ซูเม่ยทีละชิ้น เริ่มจากระยะสิบก้าว ลดเหลือห้า แล้วหยุดที่สามก้าว ผู้จดบันทึกเขียนเวลา ระยะ ชีพจร และสภาพรอยทุกครั้ง
ห่อแรกไม่เกิดอะไรขึ้น ห่อที่สองทำให้ซูเม่ยขมวดคิ้วแต่รอยไม่ขยับ ส่วนห่อที่สาม เมื่อเข้าใกล้ห้าก้าว เส้นดำใต้ผิวกระตุกหนึ่งครั้ง
“หยุด” เยว่หลันกับเหอชิงกล่าวพร้อมกัน
ผู้ช่วยค้างอยู่ตรงนั้น
เหอชิงตรวจชีพจร “เร็วขึ้นเล็กน้อย นำกลับ”
เมื่อห่อถอยห่าง ชีพจรช้าลง
เขาให้ทำซ้ำโดยสลับลำดับห่อ ไม่บอกซูเม่ย และให้เยว่หลันยืนหลังฉากกั้นเพื่อไม่ให้ส่งสัญญาณ เมื่อห่อหมายเลขสามเข้าใกล้ รอยกระตุกอีกครั้ง ห่อหมายเลขห้าให้ผลคล้ายกันแต่เบากว่า ส่วนห่ออื่นไม่เปลี่ยนแปลง
“สองชนิดนี้เป็พิษหรือ” เยว่หลันถาม
“ไม่ใช่เมื่อใช้แยกกันและในปริมาณตามบัญชี” เหอชิงตอบ “ชนิดหนึ่งใช้ประคองชีพจรอ่อน อีกชนิดช่วยให้ยาหลักซึมเร็วขึ้น”
“เมื่อรวมกันเล่า”
“ขึ้นกับยาหลัก ปริมาณ เวลา และคนใช้” เขาปิดกล่อง “ข้ายังไม่ตอบจากการเดา”
เยว่หลันพยักหน้า นางไม่้าชื่อสรรพคุณมากกว่านั้น สิ่งที่สะดุดตาคืออักษรบนห่อ
หมายเลขสามเขียนว่า ชุดส่งสิบเจ็ด ส่วนหมายเลขห้าเขียนว่า ชุดส่งยี่สิบสี่
“เหตุใดหมายเลขไม่เรียงตามชนิดยา”
“เพราะเป็หมายเลขชุดส่งออก”
“ส่งไปที่ใด”
เหอชิงมองนาง “อยู่ในรายการซึ่งพระสนมเพิ่งต่อรองขอดู”
“เช่นนั้นข้าควรรู้คำตอบก่อนลงชื่อหรือไม่”
“พระสนมลงชื่อเพื่อได้ดู มิใช่เพื่อให้ข้าบอกทุกอย่างด้วยปาก”
ยุติธรรมอย่างน่ารำคาญ
เขาสั่งผู้ช่วยสองคนกลับเขตโอสถ ให้คัดเฉพาะรายการชุดส่งสิบเจ็ดกับยี่สิบสี่ รวมถึงชุดอื่นที่มีวัตถุดิบสองชนิดนี้ และนำสำเนาเวชระเบียนที่อ้างเลขเดียวกันมา ห้ามนำต้นฉบับออก ห้ามคัดอาการซึ่งไม่เกี่ยว และต้องมีเ้าหน้าที่คลังยาลงชื่อรับรอง
ก่อนผู้ช่วยออก เหอชิงเรียกไว้ “แยกกันคัด แล้วเทียบต่อหน้าหัวหน้าเวร หากข้อความไม่ตรงแม้แต่ตัวเดียว ให้เริ่มใหม่”
เยว่หลันมองเขา “ท่านไม่เชื่อคนของตนเองหรือ”
“ข้าไม่เชื่อความจำของคนเมื่อมีต้นฉบับให้ตรวจ”
เป็ครั้งแรกที่คำตอบของเขาเกือบฟังเหมือนภาษาเดียวกับนาง
เวลาผ่านไปพร้อมน้ำมันในตะเกียงที่ลดลง ซูเม่ยหลับเป็่สั้น ๆ เหอชิงยังจับชีพจรทุกครึ่งก้านธูป รอยหมึกไม่ลามต่อหลังหีบของกลางถูกนำออกจากลาน
หัวหน้าทหารขอตรวจทางลับ เยว่หลันไม่ขัด เขาส่งคนไปย้ายหีบที่ขวางและพบประตูจริง แต่กลอนยังลงจากด้านใน รอยฝุ่นบนพื้นมีเพียงรอยลากตู้ใหม่ ๆ ไม่มีรอยเท้าออกไปในช่องทาง
“พระสนมเตรียมหนีจริง” เขากล่าวเมื่อกลับมา
“และเลือกไม่หนีจริงเช่นกัน”
“ข้าจะบันทึกทั้งสองอย่าง”
“เชิญ”
บางทีการร่วมมือกับคนซึ่งบันทึกทุกสิ่งก็ดีกว่าร่วมมือกับคนที่เลือกลืมเฉพาะสิ่งไม่สะดวก
ก่อนรุ่งสางเล็กน้อย ผู้ช่วยทั้งสองกลับมาพร้อมม้วนกระดาษสี่ม้วน ทุกม้วนมีตราคลังยา ตราสำนักหมอหลวง และลายมือผู้คัดสองชุดตรงกัน เหอชิงตรวจตราก่อนคลี่บนโต๊ะ
กลิ่นหมึกใหม่ลอยปะปนกับกลิ่นยาขม
“เวลาถึงรายงานรอบเช้าเหลือไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม” เขากล่าว “พระสนมได้ดูเฉพาะส่วนที่ตกลง”
เยว่หลันนั่งลงฝั่งตรงข้าม กระดาษอยู่กึ่งกลาง ไม่มีฝ่ายใดดึงไปใกล้ตนมากกว่า
รายการแรกเป็บัญชียาว มีวันที่ เลขชุด ชื่อผู้รับยา อายุ อาการ และจุดส่ง นางข้ามชื่อสมุนไพรกับปริมาณซึ่งตนไม่มีความรู้ แล้วอ่านเฉพาะส่วนที่เข้าใจได้
ชุดส่งสิบเจ็ด
หลี่อัน อายุหกสิบสอง ไอเรื้อรัง จุดส่งประตูเหนือเขตโอสถ
หลี่อัน อายุสิบเก้า ไข้หลังคลอด จุดส่งเรือนพักตะวันตก
หลี่อัน อายุสี่สิบ าเ็จากงานก่อสร้าง จุดส่งคลังผ้าฝ่ายใน
เยว่หลันใช้นิ้วแตะชื่อทั้งสาม “คนเดียวกันหรือ”
“เป็ไปไม่ได้” เหอชิงตอบ “อายุ อาการ และจุดส่งต่างกัน”
“ชื่อสามัญ?”
“อาจเป็ได้”
นางเปิดม้วนถัดไป
ชุดส่งยี่สิบสี่
เฉินผิง อายุยี่สิบแปด จุดส่งเรือนต้มยาด้านใต้
เฉินผิง อายุห้าสิบสาม จุดส่งประตูส่งฟืนตะวันตก
เฉินผิง อายุสิบเอ็ด จุดส่งลานพักคนงานด้านตะวันออก
ชื่อซ้ำยังไม่ใช่ข้อผิดพลาด ชื่อสามัญย่อมมีคนใช้ร่วมกันได้ แต่รูปแบบการคัดไม่เหมือนเวชระเบียนปกติ ชื่อซ้ำแต่ละครั้งถูกเว้นระยะเท่ากันพอดีในบัญชี ราวกับผู้คัดกำลังทำตามต้นแบบซึ่งกำหนดตำแหน่งไว้แล้ว
เยว่หลันดึงกระดาษเปล่ามาวางข้างกัน “มีผังจุดส่งหรือไม่”
เหอชิงส่งสายตาไปยังผู้ช่วย คนผู้นั้นคลี่ผังเขตโอสถหลวงขนาดเล็ก มีเพียงอาคาร ประตู ลาน และเส้นทางขนยา ไม่ใช่ผังพระราชวังทั้งหมด
“ห้ามทำเครื่องหมายบนต้นฉบับ” เขากล่าว
“ข้ารู้”
นางคัดเฉพาะเลขจุดส่งลงกระดาษเปล่า เริ่มจากชื่อหลี่อันทั้งสาม แล้วตามด้วยเฉินผิง ผู้ช่วยบอกตำแหน่งทีละแห่ง เยว่หลันวางเม็ดถั่วแห้งแทนการแต้มหมึกลงบนผัง
เม็ดแรกอยู่ประตูเหนือ เม็ดที่สองอยู่เรือนตะวันตก เม็ดที่สามอยู่ใกล้คลังผ้า ยังไม่เห็นสิ่งใด
นางเปิดบัญชีชุดต่อไป พบชื่อจ้าวซุ่นซ้ำสี่ครั้ง อายุห่างกันเกือบห้าสิบปี จุดส่งอยู่ลานตะวันออก ประตูใต้ เรือนเก็บน้ำ และทางเชื่อมด้านตะวันตกเฉียงเหนือ
เม็ดถั่วเพิ่มขึ้นทีละเม็ด
“ชื่อซ้ำอาจเป็รหัสผู้รับแทนชื่อจริง” หัวหน้าทหารกล่าว
“ถ้าเป็รหัส เหตุใดต้องใส่อายุและอาการต่างกัน” เยว่หลันถาม
“เพื่อปกปิด”
“ถ้า้าปกปิดเส้นทางยา การสร้างผู้ป่วยปลอมหลายคนด้วยชื่อเดียวกันทำให้ตรวจพบง่ายขึ้น”
“เว้นแต่ไม่มีผู้ใดคิดนำทุกบัญชีมาวางพร้อมกัน” เหอชิงกล่าว
เยว่หลันเงยหน้ามองเขา
เขาเลื่อนม้วนที่สี่มาให้ “ชุดเหล่านี้ถูกคัดคนละวัน เก็บคนละตู้ และอยู่ภายใต้หมวดอาการต่างกัน หากไม่รู้เลขชุดส่ง ไม่มีเหตุให้เปิดพร้อมกัน”
ข้อผิดพลาดไม่ได้ซ่อนด้วยความแเี มันซ่อนด้วยการแยกหน้า
วิธีเก่าแก่และได้ผลเสมอ ตราบใดที่ไม่มีใครนำต้นฉบับทุกส่วนกลับมาต่อกัน
เยว่หลันเรียงหมายเลขตามวันที่ส่ง ไม่ใช่ตามลำดับที่ผู้ช่วยนำมา ชื่อซ้ำแต่ละกลุ่มสร้างจุดสามถึงสี่ตำแหน่ง เมื่อนำทุกกลุ่มวางลง ผังซึ่งเคยดูเหมือนทางเดินกระจัดกระจายเริ่มมีช่องว่างตรงกลางชัดขึ้น
ตรงกลางคือเขตโอสถหลวง
“รายการเหล่านี้ใช้ยากลุ่มเดียวกับสองห่อที่ทำให้รอยซูเม่ยตอบสนองหรือไม่” นางถาม
เหอชิงตรวจเลขกำกับกับบัญชีส่วนผสม ใช้เวลานานกว่าคำตอบก่อนหน้า “ทุกชุดมีอย่างน้อยหนึ่งชนิด บางชุดมีทั้งสอง”
“ผู้ป่วยทั้งหมดได้รับยาจริงหรือ”
“ต้องตรวจต้นฉบับใบรับและคนส่งอีกครั้ง”
“ถ้าคนเหล่านี้ไม่มีตัวตน”
“รายการยาถูกสร้างเพื่อให้ของออกจากคลัง”
“แต่ยังต้องมีปลายทาง”
ไม่มีใครพูดต่อ
เยว่หลันวางเม็ดถั่วเม็ดสุดท้ายตรงประตูเล็กด้านตะวันออกเฉียงใต้ ตำแหน่งทั้งหมดไม่ได้รวมอยู่ที่คลัง ไม่ได้ไล่ตามเส้นทางส่งสั้นที่สุด และไม่ได้กระจายตามจำนวนผู้ป่วย
มันล้อมเขตโอสถไว้เป็่ ๆ
ไม่เป็วงกลมสมบูรณ์ มีช่องขาดอยู่สามแห่ง แต่ความห่างระหว่างจุดซ้ำใกล้เคียงกันเกินกว่าจะเป็เื่บังเอิญ
เหอชิงลากสำเนาผังเข้าหาตนเล็กน้อย ตรวจอาคารและเลขประตูทีละจุด “บางแห่งไม่มีเรือนผู้ป่วย”
“แต่มีจุดรับยา”
“หรือมีคนใช้ชื่อผู้ป่วยเป็ข้ออ้างให้ส่งบางสิ่งไปวาง”
เยว่หลันมองรายชื่อบนกระดาษอีกครั้ง ชื่อ อายุ อาการ ทุกอย่างแต่งขึ้นให้ดูเหมือนคน แต่เมื่อเอาตำแหน่งมาวางบนผัง คนเ่าั้หายไป เหลือเพียงจุด
รายชื่อผู้ป่วยไม่ใช่รายชื่อคน
มันเป็เครื่องหมายกำกับตำแหน่ง
ความเย็นแล่นผ่านข้อมือซ้าย
เยว่หลันชะงัก เส้นจางใต้ผิวซึ่งสงบมาตลอดคืนเข้มขึ้นเพียงชั่ววูบ ราวกับหมึกใต้ผิวตอบรับสิ่งที่ถูกวางครบตรงหน้า
เหอชิงกดมือลงบนขอบกระดาษ “อย่าขยับจุด”
“ข้าไม่ได้แตะ”
ซูเม่ยส่งเสียงครางจากเตียง รอยบนแขนกระตุกพร้อมกันหนึ่งครั้ง แต่ไม่ลาม
ด้านนอก เสียงระฆังก่อนรุ่งสางจากเขตโอสถหลวงดังขึ้น
หนึ่งครั้ง
ตำแหน่งบนผังล้อมรอบเขตโอสถ
สองครั้ง
รอยจางบนข้อมือเยว่หลันเย็นลึกถึงกระดูก
สามครั้ง
เยว่หลันมองช่องว่างสามแห่งระหว่างตำแหน่ง ช่องแรกตรงกับเรือนปิดเตาหลวง ช่องที่สองทับประตูคลังชั้นใน ส่วนช่องสุดท้ายอยู่บนลานหินด้านหลังหอตรวจชีพจร ระยะซึ่งขาดหายเท่ากันราวกับเว้นที่ไว้โดยเจตนา
รายชื่อถูกสร้างขึ้นเพื่อวางบางสิ่งรอบเขตโอสถ และยังมีอีกสามจุดที่พวกเขาหาไม่พบ
รอยจางบนข้อมือเยว่หลันเย็นวาบอีกครั้ง