อู๋เซิ่งได้เล่าถึงตำนานของจักรพรรดิกระบี่ให้กับเจี้ยนโจวฟังแน่นอนว่าไม่ได้เล่าทั้งหมดแค่บอกถึงตำนานเกี่ยวกับเต๋ากระบี่เท่านั้นเจี้ยนโจวที่ได้ฟังก็เบิกตากว้าง ตำนานนี้ทำให้เขาเกิดความหลงใหลโดยไม่รู้ตัว
“ดังนั้นตอนนี้เจ้าควรจะขบคิดให้ดีว่าเจ้าควรจะเลือกเดินเส้นทางไหนและวิถีกระบี่เองก็มีมากมายให้เลือกเดินเจ้าค่อยๆขบคิดเอาเองก็แล้วกัน” อู๋เซิ่งกล่าว
“ตัวข้านอกจากการฝึกปราณกระบี่แล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะฝึกอย่างไรต่อ”เจี้ยนโจวกล่าว
“ถ้างั้นข้าจะแสดงอะไรให้เจ้าดู”อู๋เซิ่งปลดปล่อยพลังจิตและผสานเข้ากับปราณกระบี่กลายเป็นจิตกระบี่
เจี้ยนโจวอ้าปากค้างร่างกายสั่นไหวในฐานะผู้ฝึกฝนกระบี่เขารู้ว่าปราณกระบี่นี้ไม่เหมือนกับปราณกระบี่ทั่วๆไปมันมีบางอย่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงรวมถึงพลังด้วย
“ท่านอาจารย์โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย”เจี้ยนโจวคุกเข่าลงคารวะอู๋เซิ่งทันที
“เดี๋ยวก่อน”อู๋เซิ่งและคนอื่นๆตกใจ
“เจี้ยนโจวเจ้าลุกขึ้นเร็วเข้าน้องเล็กของข้าเด็กกว่าเจ้าอีกนะจะไปเป็นอาจารย์ของเจ้าได้อย่างไร” ต้วนหนิงเอ๋อกล่าว
“อายุไม่เกี่ยวหรอกความรู้ของเขาเหนือกว่าผู้อาวุโสในสำนักอย่างมากแค่การชี้แนะให้กับนางผู้อาวุโสพวกนั้นยังทำไม่ได้แต่เขาทำได้และพลังเมื่อครู่ข้ามั่นใจว่าผู้อาวุโสในสำนักก็ทำไม่ได้” เจี้ยนโจวเผยสีหน้ามั่นใจ
“ข้าเป็นแค่ศิษย์เท่านั้นเองข้ารับเจ้าเป็นศิษย์ไม่ได้หรอก”อู๋เซิ่งกล่าว
“ถ้างั้นข้าขอเป็นผู้ติดตามก็ได้ขอแค่ท่านช่วยสอนความรู้เกี่ยวกับเต๋ากระบี่ให้ข้าบ้างข้าจะยอมติดตามและรับใช้ท่านอย่างจริงใจ” เจี้ยนโจวกล่าว
“ข้าว่าก็ไม่เสียหายนะอย่างน้อยเจ้าก็มีคนคอยทำบางอย่างที่น่าเบื่อให้”หว่านเอ๋อกล่าว
“.......”คนอื่นๆที่ยืนอยู่ด้านนอกที่พักพากันอ้าปากค้างพวกเขาทั้งทึ่งกับความสามารถของอู๋เซิ่งและการตัดสินใจของเจี้ยนโจว
“ข้าว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงแล้วละเขาคือศิษย์สืบทอดของเซียนแน่ๆ ไม่งั้นเขาจะไปเอาความรู้พวกนี้มาจากไหน” จั่วฟางกล่าว
“แม้ข้าจะพอสัมผัสได้ถึงการฝึกจิตกระบี่แล้วแต่มันยังห่างไกลจากจิตกระบี่ที่แท้จริงเหมือนกับของท่านแสดงเมื่อครู่เมื่อเทียบกับจิตกระบี่ของข้าแล้วของท่านนั้นสมบูรณ์และแข็งแกร่งกว่ามาก”เจี้ยนโจวมองไปยังอู๋เซิ่งด้วยสีหน้าอ้อนวอน
“เอาละเอาละ ข้าจะยอมให้เจ้าติดตามก็ได้ แต่จริงๆเจ้าไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ข้าก็สามารถชี้แนะให้เจ้าได้อยู่ดี”อู๋เซิ่งกล่าว
“ไม่ได้รับผลประโยชน์มาแล้วไม่ตอบแทนข้าไม่สามารถทำอะไรแบบนั้นอย่างเด็ดขาด” เจี้ยนโจวกล่าว
“เอาเถอะแล้วแต่เจ้าเลย”อู๋เซิ่งถอนหายใจเขาไม่คิดจะรับศิษย์เพิ่มเพราะเขามีศิษย์ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วถึง3 คน
“ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวแสบทั้งสามจะเป็นยังไงบ้าง”อู๋เซิ่งคิด
“ศิษย์พี่ข้าเองก็อยากจะขอคำชี้แนะด้วย” ฉินอู่เหยาเดินเขามาด้วยท่วงท่าที่งดงาม
พวกจั่วฟางก็ได้สติและมองไปยังฉินอู่เหยาในสายตาพวกเขาฉินอู่เหยาไม่เพียงแต่งดงามที่สุดในบรรดาศิษย์แต่นางยังมีพรสวรรค์สูงสุดในหมู่พวกเขาและตอนนี้ประมุขก็รับนางเป็นศิษย์อีกคนพวกเขาไม่คิดว่านางจะจำเป็นต้องขอคำชี้แนะจากอู๋เซิ่งเลย
“เพราะอะไรตัวเจ้าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรไม่ใช่รี” อู๋เซิ่งแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ
“ศิษย์พี่ใหญ่คิดแบบนั้นเหรอเมื่อเทียบกับศิษย์น้องหว่านและศิษย์น้องต้วนแล้ว เมฆาเยือกแข็งของข้าเหมือนจะอ่อนแอกว่าไม่ใช่เหรอ”ฉินอู่เหยารู้ว่าทั้งสองสาวได้อู๋เซิ่งชี้แนะให้หลายครั้งทำให้ทักษะของพวกนางดีขึ้นมากแม้ตอนนี้ฉินอู่เหยาจะแข็งแกร่งกว่าเพราะพลังบ่มเพาะสูงกว่าแต่หากปล่อยไว้แบบนี้ไม่นานทั้งสองจะต้องตามทันแน่
“แล้วเจ้าได้ฝึกฝนทักษะเมฆาเยือกแข็งฉบับปรับปรุงหรือยัง”
“ท่านประมุขส่งต่อให้ข้าฝึกแล้วแต่ก็มีบางอย่างที่ข้ายังไม่เข้าใจ”ฉินอู่เหยากล่าวออกมาตรงๆ
“เจ้าคิดว่าธรรมชาติของน้ำแข็งคือสิ่งใด”อู๋เซิ่งมองใบหน้าอีกฝ่ายตรงๆดวงตาจ้องมองออกไปโดยไม่กะพริบตา
“แช่แข็งและความเย็น”ฉินอู่เหยาที่มองเข้าไปในดวงตาของอู๋เซิ่งรู้สึกเหมือนถูกหลุมดำดูดเข้าไปมันทั้งล้ำลึกและทรงพลัง
“ผิดแล้วธรรมชาติของน้ำแข็งในความรู้ของคนทั่วไปคือความเย็นก็จริง แต่เมื่อความเย็นนั้นจับตัวกันมันจะเกิดการผนึกที่แข็งแกร่งอย่างเช่น”อู๋เซิ่งหยิบผลองุ่นออกมาหนึ่งลูกและใช้พลังน้ำแข็งผนึกผลองุ่นเอาไว้
“ทักษะเมฆาเยือกแข็งนั้นแต่เดิมคือทักษะที่เอาไว้ใช้ผนึกศัตรูแต่คนในสำนักนี้ส่วนใช่แค่ใช้แผ่ไอเย็นออกมาและกระจายมันออกไปแม้มันจะมีพลังพอจะแช่แข็งพื้นที่รอบๆได้แต่กลับไม่อาจแช่แข็งศัตรูได้แต่ฉบับปรับปรุงที่ข้าสร้างขึ้นมันปลูกฝังแนวคิดคนละแบบ และนี่คือแนวคิดที่เจ้าควรจะฝึก”อู๋เซิ่งส่งผลึกน้ำแข็งให้กับฉินอู่เหยา
ฉินอู่เหยารับมาและมองมันด้วยความตั้งใจนางพบว่าพลังไอเย็นไม่ได้กระจายออกไปแต่รวมตัวกันอยู่ในผลึกน้ำแข็งเหล่านี้ทั้งหมดทำให้ยากที่จะทำลายออกมาได้
“ขอบคุณศิษย์พี่ที่สั่งสอนอู่เหยาของตัวก่อน” ฉินอู่เหยารีบจากไปเพราะนางรับรู้แล้วว่าควรฝึกอย่างไร
“เอาละตอนนี้ข้าก็ได้ชี้แนะให้กับพวกเจ้าหมดแล้วแยกย้ายกันไปฝึกเถอะ”อู๋เซิ่งโบกมือไล่
“อะไรกันน้องเล็กเจ้าจะไล่ข้าไปแล้วเหรอ”ต้วนหนิงเอ๋อกล่าว
“ถ้าพวกท่านอยากจะอยู่ก็อยู่ไปนะแต่ข้ามีธุระที่ต้องทำ”อู๋เซิ่งเดินกลับเข้าใปในที่พักและเริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการประลอง
ในความคิดของอู๋เซิ่งในโลกนี้เต็มไปด้วยอัจฉริยะแม้จะในแดนมนุษย์ก็ย่อมมีอัจฉริยะปรากฏขึ้นแน่เพราะงั้นเขาไม่ควรประมาท
“เจ้าเด็กนี่ยิ่งเริ่มโตก็ไม่น่ารักเหมือนตอนเด็กแล้ว”ต้วนหนิงเอ๋อกอดอกด้วยความไม่พอใจ
“เอาละพวกเราไปกันเถอะอย่าได้รบกวนเขาเลย”หว่านเอ๋อลากต้วนหนิงเอ๋อจากไปส่วนถงอี้และเจี้ยนโจวเองก็ต้องจากไปเช่นกัน
อย่างช้าๆด้วยความช่วยเหลือของเม็ดยาศิษย์ระดับก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์เริ่มทะลวงระดับกันอย่างต่อเนื่องพลังของพวกเขาล้วนแต่เพิ่มขึ้นอย่างมากส่วนฉินอู่เหยานางก็ไม่ทำให้เมี่ยวอิงเยว่ผิดหวังและทะลวงขั้นกลางของระดับวิญญาณได้สำเร็จ
ในช่วงนี้ศิษย์ของสำนักพากันตื่นเต้นกับเม็ดยาหลอมวิญญาณที่ถูกปรุงโดยต้วนเซียงและนักปรุงยาของตระกูลต้วนที่ถูกจ้างมาเห็นได้ชัดว่าเม็ดยาของตระกูลต้วนเหนือกว่าเม็ดยาที่ตระกูลจางเคยปรุงอย่างมากเหมือนกับเศษอาหารและอาหารชั้นเลิศแม้แต่ระดับผู้อาวุโสหลายคนยังคิดว่าการตัดสินใจทำลายตระกูลจางไปถือว่าเป็นความผิดที่ถูกต้อง