กู้หยูม่านยอดเกษตรกรหญิง (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 37 ผู้เคราะห์ร้าย

            “ท่านลุงหลานจวิน! ท่านป้าหยูม่าน! พี่ชายขอรับ...พี่ชายถูกคนใจร้ายรังแกขอรับ” มู่หรงซิ่ววิ่งหน้าตื่นเข้ามา

            “อาซิ่ว เจ้าใจเย็นก่อน” กู้หยูม่านบอกเด็กชาย “ค่อยๆ บอกป้ามาว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

            “ข้ากับพวกพี่ชายไปดูลูกหมาน้อยที่สวนหลังบ้านของท่านปู่จงเต๋อ แต่ตอนที่พวกเราเล่นกับลูกหมาก็มีเด็กเกเรคนหนึ่งเข้ามาจะใช้ไม้ตีลูกหมาตัวน้อย ข้าก็เลยเดินไปผลักเขาออก แต่ไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงใจร้ายคนหนึ่งใช้ไม้มาตีที่แขนของข้า” มู่หรงซิ่วถลกแขนเสื้อขึ้นทำให้เห็นรอยแดงที่แขนเล็กๆ ของเขา “ข้าถูกผู้หญิงคนนั้นตีไปหนึ่งที แต่พี่ชายทั้งสามคนเข้ามาขวาง ข้าเห็นท่าไม่ดีก็เลยวิ่งมาบอกพวกท่าน ท่านลุง ท่านป้า เรารีบไปดูพี่ชายกันเถิดขอรับ ข้ากลัวว่าผู้หญิงใจร้ายคนนั้นจะทำร้ายพี่ชาย”

            “จื่อเหวิน เจ้าไปที่บ้านของข้าแล้วตามคุณชายมู่หรงกับเฉินซีมาที” กู้หยูม่านบอก “อาซิ่ว เจ้านำทางป้าไปเร็ว”

            “ท่านป้าตามข้ามาทางนี้ขอรับ” มู่หรงซิ่วรีบเดินนำ

            “พี่สาว พวกมันผลักข้า ท่านดูสิ ขาของข้าบวมไปหมดแล้ว” หม่าชิงจู๋ชี้ไปที่ขาของตัวเองแล้วร้องไห้เสียงดัง “ท่านต้องตีพวกมันให้ข้า ตีให้ขามันหักข้าถึงจะพอใจ”

            หม่าชิงเหยาเห็นขาของน้องชายก็โกรธเป็นอย่างมาก บิดากับมารดามีน้องชายคนนี้เมื่ออายุมากแล้ว หากบิดามารดารู้ว่านางปล่อยให้น้องชายถูกเด็กคนอื่นรังแก สุดท้ายคนที่ถูกลงโทษก็ต้องเป็นนาง และยิ่งได้รู้ว่าเด็กฝาแฝดทั้งสามคนเป็นลูกชายของกู้หยูม่าน นางก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีก เพราะตั้งแต่ที่สตรีนางนี้พาครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน พี่จื่อเหวินก็ไม่สนใจนางเหมือนก่อน ยังมีท่านอาหญิงกับท่านยายรองจงก็ปฏิบัติกับนางต่างออกไป

            “เจ้าพวกเด็กไม่มีพ่อ เจ้ากล้ามาทำร้ายน้องชายของข้า ในเมื่อมารดาหน้าไม่อายของเจ้าไม่สั่งสอน ข้าก็จะสั่งสอนเด็กเหลือขออย่างพวกเจ้าเอง” หม่าชิงเหยาฟาดไม้เรียวในมือไปเต็มแรง

            เฮ่อเฟิงอวี่กลัวน้องชายทั้งสองจะได้รับบาดเจ็บ เขารีบวิ่งไปกอดน้องชายแล้วใช้หลังของตัวเองรับแรงกระแทกจากไม้เรียวนั้น 

            “พี่ใหญ่!” เฮ่อเฟิงหมิงกับเฮ่อเฟิงเฉิงตะโกนขึ้นพร้อมกัน

            “พวกเจ้าไม่เจ็บตรงไหนใช่หรือไม่” เฮ่อเฟิงอวี่ถามน้องชาย

            “พี่ใหญ่ปล่อยข้า ข้ามีแรงเยอะกว่าท่าน ข้าจะไปสู้กับผู้หญิงใจร้ายคนนั้นเอง” เฮ่อเฟิงหมิงบอกพี่ชาย

            “ไม่ได้! ข้าเป็นพี่ใหญ่ ข้าต้องปกป้องพวกเจ้า” เฮ่อเฟิงอวี่ไม่ยอมปล่อยน้องชาย

            “ฮือ...พี่ใหญ่ ท่านปล่อยข้ากับพี่รองเถิดขอรับ ข้าไม่อยากเห็นท่านถูกตีอีก” เฮ่อเฟิงเฉิงร้องไห้สงสารพี่ชาย

            “พวกเจ้าไม่ต้องเถียงกัน วันนี้ข้าจะตีพวกเจ้าทั้งสามคนนั่นล่ะ” หม่าชิงเหยายกไม้เรียวขึ้นอีกครั้ง

            “ใครมันกล้าตีลูกชายของข้า!” เฮ่อหลานจวินตวาดเสียงดัง 

            หม่าชิงเหยาหันหลังกลับก็เป็นเฮ่อหลานจวินเดินมากับกู้หยูม่าน และด้านหลังของสองสามีภรรยาก็มีท่านอาหญิงและท่านอาเขยของนาง รวมถึงท่านยายรองจงตามมาด้วย นางรีบทิ้งไม้ในมือลงทันที

            “ท่านอาเขย ท่านอาหญิง พวกท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ” หม่าชิงเหยาแอบถอนหายใจ ‘ดีที่พี่จื่อเหวินไม่ได้มาด้วย ไม่เช่นนั้นเขาต้องคิดว่าข้าเป็นหญิงใจร้ายแน่’

            “เจ้ามาตีลูกชายข้าทำไม” เฮ่อหลานจวินถามเสียงเข้ม

            “ลูกชาย?” หม่าชิงเหยามองเฮ่อหลานจวินอย่างพิจารณา และเมื่อเห็นท่าทางที่เดินไม่ค่อยสะดวกของอีกฝ่าย นางก็ยิ้มอย่างโล่งใจ หากกู้หยูม่านมีสามี เช่นนั้นนังแพศยานี่คงไม่มาสนใจพี่จื่อเหวินของนางแล้วกระมัง “ที่แท้ท่านก็คือสามีขาพิการของกู้หยูม่านนี่เอง”

            “ข้าถามว่าเจ้ามาตีลูกชายของข้าทำไม!” เฮ่อหลานจวินตวาดเสียงดังกว่าเดิม 

            “เจ้าจะมาโมโหใส่ข้าทำไม ไม่ดูก่อนว่าเป็นลูกชายตัวดีทั้งสามคนของเจ้าต่างหากที่ลงมือกับน้องชายข้าก่อน” หม่าชิงเหยาชี้ไปที่น้องชายของตน “ดูสิ พวกเขารังแกน้องชายข้าจนขาของน้องชายข้าบวมไปหมด หากข้ามาไม่ทัน ขาของน้องชายคงถูกตีจนหักไปแล้ว”

            “เจ้าโกหก! พวกเราเล่นกับลูกหมาน้อยอยู่ดีๆ เป็นน้องชายของเจ้าต่างหากที่เข้ามาก่อกวนพวกเรา” มู่หรงซิ่วตะโกนขึ้น

            “เจ้าเด็กขี้โกหก พ่อแม่ของเจ้าไม่สอนหรือไรว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี หากเจ้ากล้าใส่ร้ายน้องชายของข้าอีก ข้าจะตีเจ้าให้เจ้าไม่กล้าพูดโกหกอีกเลย” หม่าชิงเหยาก้มลงหยิบไม้เรียวขึ้นมาถือไว้

            “หากเจ้ากล้าตีลูกชายของข้า ข้าจะทำให้เจ้ากับครอบครัวของเจ้าหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล” มู่หรงซีซวนเดินหน้าเข้มเข้ามา

            “ท่านพ่อ! ในที่สุดท่านก็มาเสียที ท่านไม่รู้หรอกว่าหากท่านมาช้ากว่านี้ หญิงใจร้ายคนนี้คงได้ตีข้าจนตายแล้ว” มู่หรงซิ่ววิ่งร้องไห้ไปกอดบิดา

            มู่หรงซีซวนรีบอุ้มลูกชายขึ้นแล้วเริ่มสำรวจ และเมื่อเห็นรอยแดงที่แขนของลูกชาย “ใครตีเจ้า!”

            “หญิงใจร้ายคนนั้นขอรับ” มู่หรงซีซวนชี้ไปที่หม่าชิงเหยา

            มู่หรงซีซวนโมโหจนอยากจะสังหารสตรีไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงผู้นี้เหลือเกิน หากไม่กลัวว่าจะกระทบกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากเสด็จพี่ใหญ่กับเสด็จพี่รอง เขาคงสั่งให้คนมาพาสตรีขวัญกล้าผู้นี้ไปสังหารแล้ว 

            กู้หยูม่านที่วิ่งไปดูลูกชาย เมื่อเห็นว่าลูกชายคนรองกับลูกชายคนเล็กไม่ได้รับบาดเจ็บ นางจึงอุ้มลูกชายคนโตไปหาสามี “ท่านจัดการทางนี้ต่อทีนะเจ้าคะ ข้าจะพาเฟิงอวี่กลับบ้านไปทำแผลก่อน”

            “ลูกชายบาดเจ็บมากหรือไม่” เฮ่อหลานจวินถามอาการของลูกชายอย่างกังวล

            “ข้าเห็นแค่รอยแดงจากไม้เรียว แต่อย่างไรก็ต้องพาเขากลับไปให้ไฉไฉตรวจดูอาการอีกทีเจ้าค่ะ” กู้หยูม่านตอบ

            “เช่นนั้นเจ้าพาลูกกลับบ้านก่อนเถิด ข้าจะอยู่จัดการทางนี้เอง” เฮ่อหลานจวินลูบศีรษะลูกชายคนโต “เด็กดี เจ้ากลับบ้านไปกับท่านแม่ก่อนนะ เดี๋ยวพ่อจัดการทางนี้เสร็จแล้วพ่อจะตามไป”

            “ขอรับ” เฮ่อเฟิงอวี่น้ำตาคลอ

            “เจ้าร้องไห้ทำไม เจ็บแผลมากหรือ” เฮ่อหลานจวินตกใจ

            “ไม่ใช่ขอรับ ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าการมีท่านพ่อคอยห่วงใยมันเป็นความรู้สึกที่ดีเช่นนี้เอง” เฮ่อเฟิงอวี่ตอบ

            กู้หยูม่านกอดลูกชายแน่นพร้อมกับน้ำตาไหล นางไม่อยากนึกเลยว่าหากวิญญาณนางไม่ได้มาอยู่ในร่างนี้ เด็กชายทั้งสามคนจะใช้ชีวิตในบ้านสกุลหลิ่วอย่างไร

            “ท่านแม่อย่าร้องไห้เลยนะขอรับ ข้าไม่เจ็บเลยสักนิด” เฮ่อเฟิงอวี่รีบเช็ดน้ำตาให้มารดา 

            “ลูกชายของแม่เก่งมาก สมแล้วที่เจ้าเป็นพี่ใหญ่” กู้หยูม่านชมลูกชาย “เฟิงหมิง เฉิงเฉิง พวกเราพาพี่ใหญ่กลับบ้านกันเถอะ”

            “พี่หญิง เดี๋ยวข้าช่วยอุ้มหลานชายเองขอรับ” กู้เฉินซีเข้ามาช่วยพี่สาว

            “ไม่ต้องหรอก ข้าอุ้มเฟิงอวี่เอง” กู้หยูม่านก้มลงมองลูกชายอีกสองคน “เจ้าอุ้มเฟิงหมิงกับเฟิงเฉิงก็แล้วกัน พวกเขาคงเสียขวัญไม่น้อย”

            “พี่สะใภ้ ข้าฝากอาซิ่วด้วยนะขอรับ” มู่หรงซีซวนบอก

            “ข้าอุ้มเขากลับไปส่งเองขอรับ” จงจื่อเหวินขันอาสาเพราะเห็นท่านพ่อส่งสัญญาณให้เขาพาท่านย่ากับท่านแม่หลบออกไป “ท่านย่า ท่านแม่ พวกเรากลับกันก่อนเถิดขอรับ”

            หม่าชิงเหยาเห็นแต่ละคนเดินหลบไปอย่างเงียบๆ และเมื่อเห็นท่าทางของท่านอาเขยที่ดูเกรงอกเกรงใจสามีของกู้หยูม่านและบิดาของเจ้าเด็กขี้ฟ้อง นางก็เริ่มวิตกขึ้นมาแล้ว “พี่จื่อเหวิน ท่าน...ท่านอยู่กับข้าก่อนสิเจ้าคะ”

            “ไม่ต้อง! เขาอยู่ก็ช่วยเจ้าไม่ได้หรอก หม่าชิงเหยา บอกมาว่าเจ้าทำร้ายเด็กๆ ทำไม” จงเต๋อถามเสียงเครียด ‘นังสตรีไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงช่างรนหาที่ตาย ทำร้ายบุตรชายของคุณชายเฮ่อยังพอทน แต่ทำร้ายบุตรชายขององค์ชายสาม เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร’

            “พวกเขา...พวกเขาทำร้ายชิงจู๋ก่อน” หม่าชิงเหยาตอบเสียงเบา นางไม่เคยเห็นท่านอาเขยโมโหขนาดนี้มาก่อน

            มู่หรงซีซวนข่มความโกรธก่อนหันไปพูดกับสหายอย่างขออภัย “น้าชายของสตรีนางนี้เป็นลูกน้องที่คอยทำงานสกปรกให้นายอำเภอฉิน หากข้าลงโทษนางขั้นรุนแรง ข้ากลัวว่าจะกระทบกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา จนกว่าข้าจะจัดการกับนายอำเภอฉินและพวกได้ ครั้งนี้คงต้องให้เฟิงอวี่ได้รับความไม่เป็นธรรมแล้ว”

            “ข้าเข้าใจ” เฮ่อหลานจวินบอก เขารู้ว่ามู่หรงซีซวนเดินทางมาที่อำเภอฉางเพราะต้องมาสืบคดีทุจริตของนายอำเภอแซ่ฉิน หากพวกเขาลงโทษหม่าชิงเหยารุนแรงเกินไป มารดาของนางคงไปขอความช่วยเหลือจากน้องชาย ต่อไปหมู่บ้านจงเตี้ยนก็จะถูกจับตามอง และสถานะขององค์ชายสามคงถูกเปิดเผย เพื่อไม่ให้กระทบภารกิจเขาคงได้แต่อดทนไว้ แต่เมื่อนึกถึงรอยแผลบนหลังของลูกชาย...

            “เจ้าไม่ต้องห่วง เฟิงอวี่จะไม่เจ็บตัวเปล่าอย่างแน่นอน” มู่หรงซีซวนรับปาก 

            ตั้งแต่ที่มู่หรงซีซวนคิดที่จะมาสร้างบ้านอยู่ที่หมู่บ้านจงเตี้ยน เขาก็ให้คนไปสืบข้อมูลของชาวบ้านทุกคนมาเรียบร้อยแล้ว จึงได้รู้ว่ามีเพียงครอบครัวของหม่าชิงเหยาเท่านั้นที่มีปัญหาและต้องระวัง

            หม่าต้วน บิดาของหม่าชิงเหยาเป็นผีพนันและชอบลักเล็กขโมยน้อย อีกทั้งยังเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัว

            หูซื่อ มารดาของหม่าชิงเหยาเคยเป็นคณิกา แม้นางจะแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่ด้วยนิสัยที่ชอบเล่นหูเล่นตา ทำให้นางมีสัมพันธ์กับบุรุษอื่นลับหลังสามีอยู่ไม่ขาด แม้จะถูกภรรยาของบุรุษผู้นั้นจับได้ แต่เรื่องของนางกลับไม่เคยมาถึงหูสามี เพราะน้องชายของนางที่มีนามว่าหูเส้าจะคอยแก้ปัญหาให้ตลอด เพราะหูเส้าเป็นนักเลงที่ทำงานรับใช้นายอำเภอฉิน จึงไม่มีเรื่องไหนที่เขาจัดการไม่ได้

            ส่วนหม่าชิงเหยากับหม่าชิงจู๋ก็เป็นเพียงเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจเท่านั้น ไม่นับว่าพวกเขาเป็นปัญหาใหญ่

            เฮ่อหลานจวินไม่รู้ว่าที่มู่หรงซีซวนพูดหมายถึงอะไร แต่ในเมื่อสหายออกปากย่อมหมายความว่าสหายมีแผนการในใจแล้ว “ในเมื่อเจ้ามีแผนในใจแล้ว เช่นนั้นปล่อยให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน”

            มู่หรงซีซวนพยักหน้า จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับหม่าชิงเหยา “เจ้าบอกว่าลูกชายของข้าทำร้ายน้องชายของเจ้าก่อนอย่างนั้นหรือ”

            จงเต๋อหันไปมององค์ชายสามอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดท่าทีขององค์ชายสามถึงเปลี่ยนไปเล่า “เอ่อ...คุณชายมู่หรง ท่าน...”

            “เดี๋ยวข้าจัดการเรื่องนี้เอง” มู่หรงซีซวนยกมือขึ้นห้าม “ว่าอย่างไร ลูกชายของข้าทำร้ายน้องชายของเจ้าก่อนใช่หรือไม่”

            หม่าชิงเหยาเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของมู่หรงซีซวน นางยิ้มที่มุมปากอย่างได้ใจ นางลืมไปได้อย่างไรว่าในหมู่บ้านไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับนาง ทั้งหมดต้องยกความดีให้น้าชายคนเก่ง “ก็ใช่น่ะสิ ลูกชายของเจ้ากับเด็กฝาแฝดพวกนั้นทำร้ายน้องชายข้าก่อน เจ้าดูที่ขาของน้องชายข้าสิ ขาบวมขนาดนี้ไม่รู้ว่าบาดเจ็บไปถึงกระดูกหรือเปล่า หากต้องจ่ายค่ารักษา พวกเราจะต้องหาเงินมาจ่ายมากเท่าไหร่”

            “อ้อ...เช่นนั้นก็หมายความว่าหากข้าจ่ายเงินค่าทำขวัญ เรื่องนี้ก็จะถือว่าเลิกแล้วต่อกันใช่หรือไม่”

            “ใช่เจ้าค่ะ” หม่าชิงเหยายิ้มกว้าง เมื่อพิจารณาการแต่งกายของมู่หรงซีซวนและเฮ่อหลานจวิน “ข้าขอแค่สองร้อยตำลึงก็พอ”

            “ตอนนี้ที่ตัวข้าไม่มีทั้งเงินไม่มีทั้งตั๋วแลกเงิน” มู่หรงซีซวนดึงจี้หยกห้อยเอวยื่นให้ “จี้หยกอันนี้มีราคาไม่ต่ำกว่าห้าร้อยตำลึงแน่นอน เจ้ารับมันไปสิ”

            หม่าชิงเหยารีบคว้าจี้หยกมาถือไว้เพราะกลัวมู่หรงซีซวนจะเปลี่ยนใจ ส่วนจงเต๋อที่กำลังจะคัดค้านกลับถูกเฮ่อหลานจวินห้ามไว้ 

            เฮ่อหลานจวินมองไปที่หม่าชิงเหยา ‘เจ้ากล้ารับจี้หยกอันนี้ไปก็ต้องดูว่าครอบครัวของเจ้าจะมีใครเป็นผู้เคราะห์ร้าย’

    คล้ายกับเรื่องกู้หยูม่านยอดเกษตรกรหญิง (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน