วันต่อมา...
ปัทมามองบ้านหลังใหญ่ที่กลายเป็บ้านของเธอด้วยอย่างตั้งตัวไม่ทันพร้อมกับเปิดประตูรั้วเข้าไปในบ้าน
"คุณหนูจะมาที่บ้าน ทำไมไม่ให้คนขับรถไปรับที่คอนโดล่ะครับ" ลุงทดคนดูแลบ้านหลังใหญ่ถามหญิงสาวเมื่อเห็นปัทมาก้าวลงจากรถแท็กซี่
"ขอบคุณนะคะลุง แต่ปัทไม่อยากรบกวนใคร"
"ไปไหนมาไหนเองมันสะดวกกว่าเยอะเลยค่ะ" ปัทมาส่งยิ้มให้ลุงทดเหมือนอย่างเคย
"แต่ถ้าคุณนายทราบท่านคงไม่ปลื้มและจะตำหนิเอาได้นะครับ" ลุงทดเอ่ยเตือนหญิงสาว
"ลุงทดก็อย่าบอกท่านสิคะ" ปัทมาขยิบตาให้ลุงทดแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
.
.
"มาแล้วหรอยัยปัท" เสียงทักทายดังขึ้นทำให้ปัทมาชะงักเล็กน้อย
"ค่ะ"
ปัทมาเดินตัวลีบเข้าไปในบ้านเมื่อเห็นโรสรินนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา
"ทำไมไม่โทรบอกให้คนขับที่บ้านไปรับล่ะ นั่งแท็กซี่มาคนเดียวแบบนี้มันอันตรายนะ".โรสรินบอกกับเธอ
"ขอโทษค่ะคุณแม่" ปัทมากล่าวขอโทษโรสริน
ใช่! เธอต้องเรียกโรสรินว่าแม่เพราะว่าตอนนี้โรสรินได้จดทะเบียนรับเธอเป็ลูกสาวบุญธรรมแล้ว
เดิมทีนั้นปัทมาเติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้า เธอรู้แค่เพียงว่าแม่แท้ๆ ของตัวเองนั้นติดคุกและคลอดเธอออกมาในระหว่างที่รับโทษอยู่ในเรือนจำ
ปัทมาในวัยทารกจึงถูกส่งมาอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าและไม่เคยได้เห็นหน้าแม่ผู้ให้กำเนิดเลย ปัทมารู้แค่เพียงว่าแม่ของเธอนั้นชื่อดลยาและพ่อแท้ๆ ชื่อปรเมศร์ พ่อของเธอได้เสียชีวิตไปแล้วั้แ่เธอยังอยู่ในท้องของแม่
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปีปัทมาก็ได้ข่าวจากแม่อารีย์เ้าของมูลนิธิว่าแม่ของเธอพ้นโทษจากเรือนจำแล้ว เด็กหญิงปัทมาในตอนนั้นได้แต่เฝ้ารอผู้เป็แม่มารับออกไปจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ แต่รอแล้วรอเล่าหลายปีก็ไม่มีวี่แววเลยว่าแม่จะติดต่อมาจนเพื่อนๆ บอกให้เธอเลิกหวังและใช้ชีวิตต่อไปในวันข้างหน้า
จนกระทั่งปัทมาได้เข้าสู่วัยมัธยม หญิงสาวได้ทุนจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เจาะจงมอบทุนการศึกษาให้แก่เธอจนกว่าจะจบการศึกษาชั้นปริญญาตรีและเ้าของทุนใจดีผู้นั้นก็คือคุณนายโรสรินนั่นเอง