“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามหนึ่งครั้งเมื่อมันจ้องไปที่แววตาอันดุดันของ ตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มเกิดความเกรงกลัวมันเหลือบไปมอง เห็ดหลินจือโลหิตทารกสักครู่ จากนั้นก็บินหนีไปด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ
“พลังช่างร้ายกาจเหลือเกิน เหตุใดจึงแข็งแกร่งเช่นนี้!”
ทุกคนที่อยู่ไกลๆมองอย่างตะลึงอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนถูกเด็กหนุ่มคนนั้นตะคอกใส่ครั้งเดียวก็กลัวจนหนีไปแล้วมีความร้ายกาจบ้าพลังถึงระดับนี้เชียวหรือ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆเด็กหนุ่มคนนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรกันนะ
ตู้เซ่าฝู่หันหน้าไปหาเห็ดหลินจือโลหิตทารกที่ส่องแสงสีโลหิตสง่าเสียดฟ้าจากนั้นก็เด็ดมันออกมา จากนั้นแสงสีโลหิตก็ผ่อนแสงลงเห็ดหลินจือโลหิตทารกตกอยู่ในมือตู้เซ่าฝู่แล้ว เขากระโดดลงไปจากหินก้อนนั้นไม่หันกลับไปมองสักนิด กระโดดลงช่องเขาลึกไปเลยเขาไม่ได้คิดที่จะออกไปจากช่องเขาแห่งนี้
เมื่อทุกคนที่ยืนอยู่ไกลๆเห็นเงาของเด็กหนุ่มคนนั้นหันหลังให้แล้วกระโดดเข้าช่องเขาลึกไปต่างตะลึงเหม่อทั้งประหลาดใจและสับสนเห็ดหลินจือโลหิตทารกที่ทุกคนแย่งชิงกันแทบเป็นแทบตายกลับถูกวัยรุ่นชายคนนั้นชิงไปได้อย่างง่ายดาย
เสิ่นเหยียนหลินป๋อกวัง หวังหยวน ลวี่คุนและคนอื่นๆ รู้สึกหน้าตึงแสดงสีหน้าที่รู้สึกเจ็บแค้นกันอย่างมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าสุดท้ายจะเป็นเช่นนี้นี่มันเป็นดั่งตำนานเรื่องตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลังไม่มีผิดทะเลาะกันเองสุดท้ายบุคคลที่สามกลับได้ผลประโยชน์ไป โดยเฉพาะ เสิ่นเหยียนแต่เดิมเขากลัวที่สุดว่าตู้เซ่าฝู่ที่ไร้ที่ไปที่มาชัดเจนจะมาแย่งไปนึกไม่ถึงว่าสุดท้ายเห็ดหลินจือโลหิตทารกจะตกอยู่ในมือของตู้เซ่าฝู่จริงๆ
“เห็ดหลินจือโลหิตทารกจะให้เจ้าเด็กนั่นได้ไปไม่ได้ ไล่ตามไปสิ”
ในที่สุดก็มีคนรู้สึกทนไม่ได้ที่ต้องมามองดูสมบัติที่ใฝ่ฝันถูกแย่งไปตาปริบๆต่างเริ่มมุ่งหน้าไปทางที่ตู้เซ่าฝู่ไปหากต้องปะทะกับตู้เซ่าฝู่ที่มีพลังอานุภาพร้ายกาจและโหดเหี้ยมเช่นนั้นไม่ค่อยมีใครกล้านักหรอก เพียงแต่ยิ่งคนมาก ก็ยิ่งกล้ามาก พอเห็นมีคนเริ่มไล่ตามไปคนที่อยู่ในช่องเขาพวกนั้นก็เริ่มมุ่งหน้ากลับเข้าไปพร้อมกัน
“โฮก!”
“แอ๊ๆ!”
บรรดาอสูรและปีศาจเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งพวกคนเหล่านั้นไม่อยากปล่อยให้มีคนแย่งชิงเห็ดหลินจือโลหิตทารกไปเหล่าอสูรและปีศาจก็พุ่งเข้าไปหากลุ่มคนที่อยู่ในช่องเขาอีกครั้งเกิดสงครามแย่งชิงกันที่นั่นอีกรอบแล้วหลายคนที่ยังอยากไล่ตามตู้เซ่าฝู่ไปถูกอสูรฉีกร่างแหวกท้อง เลือดไหลนองทั่วพื้นคนที่แข็งแกร่งกว่าคนอื่นหน่อย ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างคาดคิดไม่ถึงถูกพรรคพวกพยุงกลับไปรักษาตัว...
นอกช่องเขาลึกเมื่อแสงตะวันจ้าร้อนแรงขึ้น หมอกหนาก็ค่อยๆ จางลง
“ซู่ๆ!”
ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ในช่องเขาวิ่งหนีเร่งฝีเท้าพุ่งไปข้างหน้าสุดตัวเขาไม่ได้กลัวอสูรทั่วๆ ไปกลับกลัวคนที่อยู่ข้างนอกช่องเขาที่พากันจ้องจะแย่งชิงสมบัติกันอยากได้จนตัวสั่นหากเขาถือเห็ดหลินจือโลหิตทารกออกไปจากช่องเขา ต้องถูกทุกคนล้อมโจมตีแน่การออกไปอย่างปลอดภัยเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เสียงร้องคำรามของอสูรด้านหลังค่อยๆไกลขึ้นเรื่อยๆ ตู้เซ่าฝู่กลับยังไม่หยุดวิ่ง ยิ่งห่างไปไกลเขายิ่งรู้สึกปลอดภัย
“แกว่ก!”
ด้านหลังมีเสียงคำรามตามหลังมามีเหยี่ยวยักษ์สีแดงลอยอยู่ในอากาศ แววตาของมันดุดันและเปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาตปีกที่สยายในห้วงเวหามีปราณเพลิงติดอยู่เมื่อโบกสะบัดราวกับทำให้เกิดกระแสพายุพัดผ่าน
“อสูรเหยี่ยวประกายเพลิง”
ตู้เซ่าฝู่เงยหน้าเขาจ้องมันอย่างระแวดระวัง เหยี่ยวสีแดงตัวนี้คืออสูรเหยี่ยวประกายเพลิงปราณของมันแลดูแล้วแข็งแกร่งมาก มากพอๆ กับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่เพิ่งพบตัวนั้นที่ทำให้ตู้เซ่าฝู่ระวังและเป็นกังวลกว่าก็คือบนหลังของเจ้าอสูรเหยี่ยวประกายเพลิงตัวนี้มีเงาของคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งดูแล้วแข็งแกร่งไม่เบา
“ฟิ่ว!”
อสูรเหยี่ยวประกายเพลิงโฉบต่ำลงมาจากฟ้าจากนั้นก็มีเงาของคนกระโดดลงมา เป็นเงาของสาวน้อยที่สวมชุดจอมยุทธสาวสีแสด ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าตู้เซ่าฝู่
“เห็ดหลินจือโลหิตทารกไม่ใช่คนที่ระดับความสามารถเช่นเจ้าควรได้รับมันไปส่งเห็ดหลินจือโลหิตทารกมา แล้วเจ้าก็จะกลับไปได้อย่างปลอดภัย”
สาวน้อยคนนั้นจ้องตู้เซ่าฝู่แววตาของนางสดใสเป็นประกาย ชุดจอมยุทธสาวที่กระชับพอดีร่างเห็นส่วนโค้งเว้าทำให้นางดูแล้วสูงเพรียวนางเป็นคนที่มีบุคลิกดี มีรัศมีของสตรีผู้มีบารมีแลดูสง่าและมีเกียรติน้ำเสียงที่นางบอกกับตู้เซ่าฝู่ราวกับบีบบังคับไม่ยอมให้เขาได้ปฏิเสธ
ตู้เซ่าฝู่จ้องมองสาวน้อยที่อยู่ด้านหน้าตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ถึงความดุดันและอันตรายจากปราณของนางเขาคาดว่านางเองก็อยู่ในช่องเขาแต่แรกแล้วและเป้าหมายของนางก็คือเห็ดหลินจือโลหิตทารก เขาแอบส่งพลังปราณไหลเวียนในร่างกายสบตาและเอ่ยกับแม่นางคนนั้นว่า “ข้าเกลียดที่สุดเวลามีคนมาแย่งของของข้าไปแม้จะเป็นคนสวยก็เช่นกัน คิดจะแย่งเห็ดหลินจือโลหิตทารกไปหรือ ไม่มีทางหรอก!”
“เจ้าคิดว่าข้าสวยหรือ?”
สาวน้อยจอมยุทธนางนี้ยิ้มให้เป็นรอยยิ้มที่สดใสงดงามจนสามารถทำให้ชายทุกคนใจเต้นได้
“ก็พอใช้ได้ สตรีทั้งหลายที่ข้าเคยพบ เจ้าคือคนที่งามที่สุดแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าสตรีนางนี้งดงามมากๆ แถมยังมีความสง่าที่คนทั่วไปเทียบไม่ติด นางมีท่าทางอ่อนช้อยรูปร่างเพรียวบาง ทว่าในสมองของตู้เซ่าฝู่ยังคงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสาวน้อยที่ท่าทางเหมือนพรายสาวคนนั้น
จอมยุทธสาวคนนี้มองตู้เซ่าฝู่ด้วยความรู้สึกประหลาดใจชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามีบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกบรรยายไม่ถูก ในช่องเขาจิตพิภพกำลังจะเกิดฉากการเผชิญหน้าของสองพลังอันร้ายกาจตอนนั้นนางแอบเห็นฝีมือของเขาอยู่บ้าง ตอนนี้เมื่อต้องปะทะกันเด็กหนุ่มคนนี้ดูเหมือนนิ่งสงบได้ ทว่าในใจกำลังควบคุมสีหน้าอยู่กิริยาท่าทางของเขาทำให้นางแอบประทับใจ
“ดูท่าเจ้ายังพอมีฝีมืออยู่บ้าง ทว่าหากไม่ยอมส่งของมาเองดีๆข้าคงต้องลงมือแล้วละนะ”
จอมยุทธสาวคนนี้ค่อยๆเดินไปที่ตู้เซ่าฝู่ ค่อยๆ เดินทอดขาเรียวงามดูแล้วเหมือนกำลังหยอกล้อบริเวณนั้นเงียบสงบ นางค่อยๆ ใกล้ตู้เซ่าฝู่ขึ้นมาทุกทีและแล้วนางก็ปล่อยคลื่นพลังปราณออกมา ยิ่งปล่อยยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อพลังปราณถึงจุดหนึ่ง จู่ๆ นางก็กระโดดถีบตัวพุ่งเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็ว
“คิดจะแย่งเห็ดหลินจือโลหิตทารกอย่างนั้นหรือเช่นนั้นข้าคงต้องจับเจ้าไปเป็นสาวใช้ของข้าแล้วล่ะ”
เมื่อเห็นร่างบางๆพุ่งเข้ามา ตู้เซ่าฝู่ไม่คิดจะถอย เขาสูดดึงปราณจากนั้นจึงรวบรวมพลังปราณเตรียมท่าหมัดคลื่นซัดสะท้านรอบกายมียันต์เปล่งแสงไหลเวียน อากาศบริเวณนั้นเกิดแรงกดอากาศทำให้เกิดคลื่นสุดท้ายก็ปล่อยพลังหมัดไปหาสาวน้อยคนนั้นในทันที
“ฌานอยู่แค่ในขั้นเบิกนภา เหตุใดจึงกระตุ้นชีพจรลมปราณเองได้ล่ะ...”
จอมยุทธสาวคนนั้นตะลึงตกใจทว่ารีบใช้ปลายเท้าสัมผัสพื้น ถีบตัวลอยกระโดดหมุนตัวขึ้นมา พร้อมกับใช้มือกวาดในอากาศรวบรวมพลังฝ่ามือมีอักษรยันต์เปล่งแสงลอยออกมาทันใดนั้นพลังฝ่ามือนี้ก็ปะทะเข้ากับพลังหมัดที่ส่งออกมาของตู้เซ่าฝู่
“ปึง!”
เกิดเสียงกระแทกชนกันของพลังปราณตู้เซ่าฝู่กระเด็นเซถอยหลังไปเกือบสิบเก้าถึงตั้งหลักยืนได้ ฝ่ามือที่ดูพลิ้วไหวเมื่อครู่ของสาวน้อยคนนี้มีอานุภาพอันร้ายกาจมาก
“ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหว”
ตู้เซ่าฝู่ตกตะลึงจอมยุทธสาวที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าของเขาไม่ใช่แค่ขั้นเบิกนภาอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเขาคงไม่น่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้
“ฌานในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานก็มีพละกำลังถึงเพียงนี้เลยหรือถือว่าพอมีฝีมืออยู่จริงๆ”
จอมยุทธสาวคนนั้นเองก็แสดงสีหน้าประหลาดใจจากนั้นนางก็กระโจนเข้าหาคู่ต่อสู้อีกครั้งทันทีนางใช้พลังจากวิชากายพุ่งไปเข้าไปอีกครั้ง กวาดมือเป็นท่าต่างๆ ไปมาเพื่อรวบรวมพลังสุดท้ายเกิดเป็นพลังฝ่ามือที่ดูท่าทางราวกับเซียนหญิงพลังนั้นโถมเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างแรง
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าขรึมเขารวบรวมพลังเกิดเป็นรัศมีพลังเปล่งแสงสีทองอ่อนๆพร้อมกับยันต์ที่พลุ่งพล่านออกมา พลังปราณอันดุดันในตัวเขาถูกปล่อยออกมาเมื่อเขากางแขนขวาออก ก็เกิดเป็นเงาของเหยี่ยวยักษ์สยายปีก พลังเหล่านั้นของเขาถูกปล่อยออกมารับท่าโจมตีไว้
“ซูมๆๆ!”
แสงสีทองโถมซัดออกไปราวกับคลื่นยักษ์ทำให้พลังฝ่ามือที่ส่งมาแตกสลายกลางทาง
“ซู่!”
แววตาของจอมยุทธสาวน้อยคนนั้นแสดงความรู้สึกแปลกประหลาดใจอีกครั้งทว่านางถือโอกาสที่ตู้เซ่าฝู่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ปรากฏไปอยู่ข้างหน้าเขาแล้วนางกวาดฝ่ามือท่าทางราวกับเซียนสาวร่ายรำ พร้อมกับขับคลื่นพลังแผ่ออกมาสุดท้ายนางก็ส่งพลังฝ่ามือไปที่กลางหน้าอกของตู้เซ่าฝู่
ตู้เซ่าฝู่เห็นว่าพลังฝ่ามือกำลังจะประชิดตัวเขาก็รีบถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะหลบการโจมตี
จอมยุทธสาวน้อยคนนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองการโจมตีได้ไวเช่นนี้ จึงรวบรวมพลังฝ่ามือไวขึ้นสร้างพลังฝ่ามือตั้งฉากร้อยแปดสิบองศา ราวกับว่าเป็นการสับฝ่าอากาศพลังฝ่ามือนั้นถูกส่งไปที่หน้าออกอีกครั้ง
ขณะนั้นตู้เซ่าฝู่ไม่มีทางนี้ได้แล้ว พลังอันรุนแรงโถมกระหน่ำใส่ร่างเขา
“ปึง!”
ตู้เซ่าฝู่ถูกซัดกระเด็นถอยหลังสีหน้าซีดลง เขารู้สึกได้ถึงรสหวานๆ ของเลือดในลำคอ
“ดูท่าเจ้าจะจับข้ากลับไปเป็นสาวใช้ของเจ้าไม่ได้แล้ว”
ฝ่าเท้าของจอมยุทธสาวค่อยๆสัมผัสผืนดินเบาๆ นางยิ้มให้กับตู้เซ่าฝู่ราวกับว่านางคิดว่าไม่จำเป็นต้องไล่ตามแล้ว เพราะอีกฝ่ายอยู่ในกำมือของนางไม่อาจหนีได้อีกแล้ว
ตู้เซ่าฝู่มองไปด้านหลังจากนั้นเขาก็ถอยไปข้างหลังเรื่อยๆถอยไปถอยมาสุดท้ายก็ไปถึงหน้าผาสูงชันแห่งหนึ่งของช่องเขานี้ด้านล่างมีหมอกคลุ้งกระจาย ไม่เห็นพื้นดิน เขาไม่มีทางหนีทางไหนอีกแล้วทางด้านหน้าถูกสาวน้อยคนนั้นคุมไว้หมดแล้ว
“แกว่กๆ!”
อสูรเหยี่ยวประกายเพลิงบินตามมาค่อยๆเหินลงสู่พื้น เมื่อเห็นแววตาของตู้เซ่าฝู่มันก็ดูหวาดกลัวเล็กน้อยเพราะเมื่อสักครู่มันเห็นและสัมผัสถึงพลังแสงประกายทองมาจากตู้เซ่าฝู่ ทำให้มันรู้สึกไม่สบายใจ
ตู้เซ่าฝู่เงยหน้าขึ้นไปหาสาวน้อยที่ยืนอยู่บนอสูรเหยี่ยวประกายเพลิงบอกกับนางว่า “ไม่เลวนี่ วันนี้ข้าพาเจ้ากลับไปเป็นสาวรับใช้ของข้าไม่ได้แล้วเพราะเจ้าแข็งแกร่งกว่าข้า”
“เจ้าที่อยู่ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานถือว่าพละกำลังสุดยอดแล้วล่ะ หากข้ามีฌานขั้นเดียวกันกับเจ้าข้าคงทำอะไรเจ้าไม่ได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ส่งเห็ดหลินจือโลหิตทารกมาแล้วข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า” จอมยุทธสาวเอ่ยกับตู้เซ่าฝู่
“ข้าเคยบอกแล้ว ข้าเกลียดที่สุดเวลามีคนมาแย่งของของข้าต่อให้เจ้าสวยก็ไม่ให้เจ้าแย่งไปหรอก”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มออกมาสีหน้าของเขาดูซีดและอ่อนแรง เมื่อพูดจบเขาก็หยิบเห็ดหลินจือโลหิตทารกออกมาจากในเสื้อตรงอกในระหว่างที่จอมยุทธสาวคนนั้นยังไม่ทันตั้งใจสังเกต เขาก็ยัดมันเข้าปากพร้อมกับเคี้ยวกลืนอึกๆ ลงไปอย่างรวดเร็ว เขากลืนเห็ดหลินจือโลหิตทารกสดๆลงท้องไปแล้ว
จอมยุทธสาวคนนั้นตะลึงตาโตเห็ดหลินจือโลหิตทารกสดๆ จะมากลืนไปเช่นนี้ได้อย่างไรมันคือส่วนผสมสำคัญสำหรับการทำยาวิเศษต่างหาก โดยเฉพาะเป็นแค่ผู้ฝึกฉานขั้นเบิกนภาฤทธิ์ของยาวิเศษนี้มีอานุภาพรุนแรงเหลือหลายสามารถทำให้ร่างกายระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ได้เลยการกระทำเช่นนี้คือการล้อเล่นกับชีวิตตัวเองชัดๆ
ตอนแรกจอมยุทธสาวคิดว่าเห็ดหลินจือโลหิตทารกที่นางต้องการนางจะสามารถครอบครองไว้ได้แล้วแน่ๆใครจะไปคิดว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้จะกล้าทำอะไรบ้าระห่ำเช่นนี้ได้กลืนเห็ดหลินจือโลหิตทารกสดๆ ลงไปเฉยเลย
“เจ้าทำอะไรน่ะ หยุดนะ”
เมื่อจอมยุทธสาวเห็นเหตุการณ์ก็ร้องตะโกนด้วยความตกใจและรีบพุ่งกระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่เห็ดหลินจือโลหิตทารกที่ใช้สร้างยาวิเศษชั้นเลิศจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไรกัน