บทที่ 17: เปลี่ยนรับเป็รุก
ข้อเสนอของหลินเวยเวยทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย แต่กลับแทนที่ด้วยความประหลาดใจและความสงสัยที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เย่เฉินมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แน่วแน่ของหญิงสาว เขาไม่ได้แสดงท่าทียินดีหรือตื่นเต้นเหมือนที่คนทั่วไปควรจะเป็ เขาเพียงแค่กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "พูดข้อเสนอของท่านมา"
หลินเวยเวยส่ายศีรษะเบาๆ "ไม่ใช่ตอนนี้เ้าค่ะ เื่นี้เป็ความลับสำคัญของตระกูลหลิน ข้าจะบอกท่านทุกอย่างเมื่อเราเดินทางถึงสถานีการค้าเจียหลิงอย่างปลอดภัย แต่ข้ารับรองได้ว่า...มันเกี่ยวข้องกับ 'ทรัพยากร' ที่ผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาเช่นท่าน้ามากที่สุด"
คำพูดนั้นแทงเข้าจุดอ่อนของเย่เฉินอย่างจัง! เขารู้ดีที่สุดว่าเคล็ดวิชากายาอสูรนั้นสิ้นเปลืองทรัพยากรมากเพียงใด หากมีตระกูลหลินซึ่งเป็ตระกูลพ่อค้าคอยสนับสนุน...เส้นทางแก้แค้นของเขาก็จะสั้นลงอย่างมหาศาล
"ข้าจะรอฟัง" เย่เฉินตอบเพียงสั้นๆ แต่ก็ถือเป็การยอมรับข้อตกลงโดยปริยาย
หลังจากนั้น บรรยากาศก็กลับมาสู่ความจริงอันโหดร้ายเบื้องหน้าอีกครั้ง พวกเขาจัดการกับศพของเหล่านักฆ่าและดูแลทหารรับจ้างที่าเ็
สือเฟิงเดินเข้ามาหาเย่เฉินด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความนับถืออย่างแท้จริง "สหาย...ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรดี" เขากล่าว ก่อนจะถามต่อ "ท่านว่าเราควรทำอย่างไรต่อไป? จะเดินทางต่อตามเส้นทางเดิม หรือหาทางอ้อมเพื่อความปลอดภัย?"
นี่คือการยอมรับอย่างเป็ทางการ...ว่าบัดนี้เย่เฉินคือผู้กุมการตัดสินใจที่แท้จริงของกลุ่ม
เย่เฉินหันไปมองหัวหน้านักฆ่าที่ถูกมัดและอุดปากไว้อย่างแ่า แววตาของเขาเย็นเยียบลง "การหลบหนีไม่ใช่คำตอบ ตระกูลเซียวส่งคนระลอกแรกมาได้ พวกมันย่อมส่งระลอกที่สองมาได้เช่นกัน การตั้งรับอย่างเดียวมีแต่จะทำให้เราตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ"
"แล้ว...ท่านหมายความว่า?" สือเฟิงถามอย่างไม่แน่ใจ
"หมายความว่า..." เย่เฉินเว้นจังหวะ "เราจะเปลี่ยนจากฝ่ายรับ...เป็ฝ่ายรุก"
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนใ!
เย่เฉินไม่สนใจท่าทีของคนอื่น เขาเดินตรงไปยังหัวหน้านักฆ่าที่ถูกจับเป็เชลย และดึงผ้าที่อุดปากมันออก "ค่ายของพวกเ้าอยู่ที่ไหน?"
"ฮึ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! คิดว่าข้าจะบอกเ้ารึ? ฝันไปเถอะ!" หัวหน้านักฆ่าตะคอกอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
เย่เฉินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงแค่ยื่นมือออกไปจับนิ้วมือของนักฆ่าคนนั้น...แล้วบิด!
"แกร๊ก!"
"อ๊ากกกกก!"
เสียงกรีดร้องอันโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ! เย่เฉินหักนิ้วของมันอย่างเืเย็น ใบหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นไม่ต่างอะไรกับการหักกิ่งไม้แห้งๆ
ความโเี้นี้ทำให้แม้แต่เหล่าทหารรับจ้างที่เจนศึกยังต้องรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูก
"ข้าจะถามอีกครั้ง...ค่ายของพวกเ้าอยู่ที่ไหน?" เย่เฉินถามด้วยน้ำเสียงโทนเดิม
"ขะ...ข้าไม่..."
"แกร๊ก!" เย่เฉินหักนิ้วที่สองของมันโดยไม่ลังเล
"อ๊ากกกก! พอแล้ว! ข้าบอกแล้ว! ข้าบอกแล้ว!" ในที่สุดหัวใจของหัวหน้านักฆ่าก็แตกสลาย มันยอมแพ้ต่อความเ็ปและความโเี้เบื้องหน้า "ค่าย...ค่ายชั่วคราวของเราอยู่ในหุบเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ! ห่างจากที่นี่ไปประมาณสิบห้าลี้! พวกเรามีกันทั้งหมดสามสิบคน!"
เย่เฉินได้ข้อมูลที่้าแล้ว เขาก็ปล่อยมือและหันกลับมาหาสือเฟิง "พวกมันมีกำลังคนที่เหลืออยู่ที่ค่ายอีกประมาณสิบกว่าคน และคงไม่ทันได้ระวังตัว"
เขาประกาศแผนการของตนเอง "คืนนี้...เราจะบุกค่ายของมัน"
"บุกค่าย!" ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกัน
"ใช่" เย่เฉินยืนยัน "ถอนรากถอนโคน เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาอีก ข้า สือเฟิง และต้าหู่ เราสามคนจะไป ส่วนที่เหลืออยู่คุ้มกันแม่นางน้อยหลินและคาราวานอยู่ที่นี่"
มันเป็แผนการที่บ้าบิ่นและเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง แต่เมื่อมองไปยังแววตาที่แน่วแน่และเยือกเย็นของเย่เฉิน กลับไม่มีใครกล้าคัดค้าน
"ข้า...ข้าไปด้วย!" ต้าหู่ประกาศอย่างกระตือรือร้น
สือเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว "ตกลง! ดีกว่ารอให้พวกมันยกพวกมาหาเรา!"
เมื่อแผนการถูกกำหนดแล้ว ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
เย่เฉิน สือเฟิง และต้าหู่ เตรียมพร้อมสำหรับการจู่โจมในความมืด พวกเขาไม่ได้นำสัมภาระใดๆ ไปด้วยนอกจากอาวุธและจิตสังหารที่พร้อมจะปลดปล่อย
"ฝากทางนี้ด้วย" เย่เฉินกล่าวกับหลินเวยเวยสั้นๆ
"ระวังตัวด้วย" นางตอบกลับ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
จากนั้น ร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสามคนก็หายวับเข้าไปในความมืดมิดของป่าอสูรคลั่ง ทิ้งไว้เพียงกองไฟและขบวนคาราวานที่รอคอยผลลัพธ์อย่างเงียบงัน
จากผู้ถูกล่า...บัดนี้ได้กลายเป็ผู้ล่าเสียเอง เปลวไฟแห่งการแก้แค้นได้เริ่มลุกลามจากในใจของเย่เฉิน ออกมาเผาผลาญศัตรูของเขาเป็ครั้งแรก
ค่ำคืนนี้...ป่าอสูรคลั่งจะต้องอาบย้อมไปด้วยโลหิตอีกครั้ง