บทที่ 53 เดินทาง
ฝ่ายสนับสนุนเฉิงม่อมีกำลังคนราวๆเก้าหมื่นคน ฝ่ายตรงข้ามมีกำลังคนประมาณหกหมื่นคน แม้กำลังคนของเฉิงม่อจะเยอะกว่า แต่ฝ่ายตรงข้ามล้วนมีระดับยอดฝีมือมากกว่า
แม้ว่ากองกำลังทั้งสองฝ่ายจะต่างกันสามหมื่นคนก็ไม่นับว่าเป็นอะไรได้ เมื่อต้องเจอกับเหล่ายอดฝีมือชั้นสูง
ข้อมูลของเหล่ายอดฝีมือฝ่ายตรงข้ามล้วนไม่ชัดเจน แม้พอรับรู้ได้คร่าวๆ แต่ไม่แน่ชัดว่ามันเป็นข้อมูลของจริง
ส่วนใหญ่ยอดฝีมือจะปกปิดระดับพลังปราณที่แท้จริง ทำให้ตรวจสอบได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะยอดฝีมือระดับสูงมาก การตรวจสอบระดับพลังต้องใช้ยอดฝีมือที่มีพลังที่สูงยิ่งกว่านั้น
"ขอบคุณครับอาวุโสหยู่"
เฉิงมู่กล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มแก่เฉิงหยู่สำหรับข้อมูลสำคัญขนาดนี้
"เรียกว่า อาจารย์หยู่ก็ได้"
เฉิงหยู่บอกกล่าวออกมา เพราะต่อไปนางกับพี่น้องทั้งสองต้องกลายเป็นศิษย์อาจารย์ด้วยกันแล้ว
"ได้ครับ อาจารย์หยู่"
เฉิงมู่ตกลงอย่างไม่ขัดข้อง
ในที่สุดสองพ่อลูกรับรู้ข้อมูลที่จำเป็นจากเฉิงหยู่เรียบร้อย เฉิงมู่จะเป็นคนช่วยตรวจสอบข้อมูลที่ขาดเหลืออีกแรง
"จำเอาไว้ให้ดี อย่าทำอะไรเกินเลย เจ้าคือผู้สืบเชื้อสายของผู้นำตระกูลที่แท้จริง หากเจ้าเป็นอะไรไปมันคือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่"
เฉิงหยู่กล่าวย้ำหลายรอบ นางไม่อยากให้เฉิงมู่ฝืนตัวเองมากเกินไป
ได้ยิน เฉิงมู่เข้าใจ นางยังไม่รู้ความจริง!
ไม่รู้ว่าตัวตนแท้จริงมันเป็นใคร!
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ข้าจะระวังตัวอย่างดี พวกท่านลืมแล้วหรอว่าข้าสามารถเข้ามาหาพวกท่านโดยที่พวกท่านไม่สามารถจับได้"
เฉิงมู่กล่าวด้วยความมั่นใจ
"งั้นก็ตกลง หากเจ้ามีอะไรเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆ จงใช้ชื่อของข้าอ้างได้เต็มที่ แม้ว่าตำแหน่งของข้าจะไม่สูงมากนักในตระกูลหลัก แต่มันยังพอช่วยคุ้มครองและปกป้องเจ้าได้ระดับนึง"
เฉิงหยู่ตกลงปล่อยให้เฉิงมู่มีอิสระในการเคลื่อนไหวอย่างเต็มที่
"ลูกมู่ อย่าลืมว่าชีวิตเจ้าสำคัญที่สุด"
เฉิงม่อเตือนบุตรชายอย่างจริงจัง มันอยากลอบเข้าไปช่วยคุ้มครองบุตรชายที่ตระกูลหลักจากเงามืด แต่หากเผลอมีใครสังเกตุเห็นตัวตนของมันขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในพริบตา
"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้รีบส่งข่าวมาทันที"
เฉิงม่อมองบุตรชายและหญิงสาว มันและไป่ฉิงไม่อาจติดตามไปด้วยได้ ครั้งนี้สองพี่น้องต้องอยู่ห่างจากสายตาของพวกมันมากเป็นครั้งแรก แม้ว่าไม่ห่างไกลกันมากที่จะเดินทางไปหาถึงกัน แต่มันยังคงอดเป็นห่วงไม่ได้
ในเวลาเดียวกันเฉิงม่อต้องรวมเหล่าผู้คนตระกูลสาขาที่กระจัดกระจายรอบนอกกลับมาให้มากที่สุด แม้ตระกูลสาขามีกองกำลังไม่ถึงหมื่นและมียอดฝีมือบางส่วน แต่อย่างน้อยพวกมันจัดเป็นกองทัพขนาดเล็กที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญได้
ณ.เช้าวันรุ่นขึ้น
สองชาย สามสาว ทั้งห้ายืนอยู่หน้าปากประตูตระกูลสาขาเฉิง
เฉิงมู่ กับ เฉิงซิน เตรียมตัวออกเดินทางไปตระกูลหลักพร้อมเฉิงหยู่
โดยเฉิงมู่เตรียมตัวสืบสวนตรวจสอบข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด เพื่อจะได้ยึดอำนาจคืนจากผู้นำตระกูลปัจจุบันคืนสู่บิดาผู้นำตระกูลที่แท้จริง
เด็กสาวที่ไร้เดียงสากำลังแสดงอาการตื่นเต้นและดีใจออกนอกหน้า เฉิงซินจะได้ออกเดินทางไกลเป็นครั้งแรก
"ลูกมู่ ลูกซิน พวกเจ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นรีบส่งข่าวมาบอกทันที แม่จะรีบตามไปหาพวกเจ้า"
ไป่ฉิงกล่าวอำลาลูกที่กำลังจะเดินทางจากไป ซึ่งตัวเธอกับลูกๆไม่เคยได้อยู่ห่างกันมากขนาดนี้เลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ทั้งสองกำลังออกเดินทางจากไป
ในใจนางรู้สึกว่าการเดินทางของพวกลูกๆครั้งนี้ต้องเต็มไปด้วยอันตรายและขวากหนามนานัปการ
นางไม่รู้ว่าทำไมนางคิดแบบนั้น แต่สัญชาตญาณในตัวนางมันร้องเตือน
เฉิงม่อมองไป่ฉิงอย่างเงียบๆ มันไม่ได้เล่าเรื่องราวเมื่อคืนให้ภรรยาฟัง เพราะกลัวว่าภรรยาจะไม่เห็นด้วย และเป็นห่วงลูกมากขึ้น ตอนนี้มีคนที่รู้เรื่องแผนการด้วยกันสามคนเท่านั้น
ฮี้ๆ
เสียงม้าร้องดังเป็นสัญญาณ
รถม้าเตรียมตัวออกเดินทางเต็มที่
"พวกเจ้าพร้อมแล้วสินะ"
เฉิงหยู่หันมามองสองพี่น้องในรถม้า จากนั้นนางหันมากล่าวอำลากับสองสามีภรรยาอย่างสุภาพเรียบร้อย
ออกเดินทาง!
การเดินทางครั้งนี้จะเป็นการเริ่มแผนการเพื่อกอบกู้ตระกูลเฉิงกลับคืนมาจากผู้นำตระกูลปัจจุบัน
ภายในรถม้า มีที่นั่งอยู่สองฝั่งหน้าหลัง สองพี่น้องตัวชิดติดกันอยู่ในแถวเดียวกัน อีกที่ของฝั่งตรงข้ามคือหญิงนางหนึ่งนั่งอย่างโดดเด่นและสง่างาม
ทั้งสามหันหน้าเข้าหากัน
ภายนอกเป็นม้าอสูรหนึ่งตัวที่กำลังมุ่งทะยานอย่างรู้จุดหมาย รถม้าคันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้คนควบคุมดูแล
รถม้ามุ่งหน้าตรงไปยังตระกูลเฉิงด้วยความเร็วสูง กีบเท้าใหญ่สี่ข้างกระทืบพื้นหนักจนเป็นหลุมตลอดระยะทาง ความเร็วของมันช่างน่าสะพรึงยิ่งนัก
"ทำไมรถม้าคันนี้มุ่งหน้าไปเอง?"
เฉิงซินเป็นคนแรกที่เปิดปาก นางทำลายความเงียบในรถม้าลงทันที
"รถม้าคันนี้เป็นของตระกูลเฉิง ม้าอสูรที่คอยลากรถม้าเป็นสัตว์อสูรสายพาหนะที่ตระกูลเฉิงเลี้ยงดู มันเรียกว่า อาชาเกราะเหล็ก มันทั้งฉลาดและแสนรู้มากนัก ทำให้มันเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆที่มันเคยไปแล้วครั้งนึงได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องบังคับควบคุม"
เฉิงหยู่ตอบด้วยรอยยิ้ม
อาชาเกราะเหล็ก รูปลักษณ์ของมันเหมือนดั่งชื่อ ส่วนหลังและหัวด้านหน้ามีเหล็กห่อหุ้ม เขาเหล็กหนึ่งอันบนศีรษะไว้จู่โจมศัตรู แม้พลังการต่อสู้ไม่โดดเด่น แต่ความแข็งแกร่งและความเร็วเหนือกว่าม้าธรรมดาหลายสิบเท่า มันสามารถลากของหนักเป็นตันเพื่อเดินทางได้อย่างสบาย