“เห็นว่ายัยสีน่ะหย่าแล้วนะแก”
“อะไรกันอะ ฉันเพิ่งจะไปงานแต่งของชีมาเองนะ อะไร้ อะไรกันทำไมเร็วแบบนี้”
“เมื่อเดือนก่อนเองอะ ฉันจำด้ายยย” คนพูดทำเสียงลากยาว พร้อมกับหน้าตาตื่นเต้นไปด้วย “ฉันเพิ่งจะจ่ายค่าชุดหมดไปเดือนนี้เองนะยะ อุ๊บ!”
“ชุดสวยเงินผ่อนรึไงล่ะแก”
“แหม...อย่าเพิ่งมาเบี่ยงประเด็น ไหนๆ รู้ลึกๆ บ้างรึเปล่าบอกหน่อยสิ ว่าทำไมถึงเลิกกับผัวได้ไวขนาดนั้น ก้นหม้อข้าวไม่ทันดำเลยนะแก”
“ไม่รู้หรอก แฟนยัยสีออกจะเพียบพร้อม ไฮโซ รวย เท่ห์ หล่อ ติดอันดับผู้ชายในฝันด้วยซ้ำ ทำไมยัยสีถึงทิ้งนะ”
“ฉันว่าไม่ใครก็ใครต้องมีปัญหาสักคนล่ะ แต่ว่าอยากรู้จริงๆ ว่าเื่อะไรอะ มือที่สาม มือที่สี่ หรือว่าไม่คลิก ไม่ลงตัวเื่ชีวิตรักๆ”
นั่นสินะ...งานวิวาห์ที่ใหญ่ระดับประเทศ ที่ดูแล้วแสนจะประทับใจ กับความรักของคนทั้งคู่ขนาดนั้น ทำไมถึงเลิกรากันเร็วมาก ไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ...
ธารคิดตาม แต่ก็ไม่ได้เอ่ยต่อบทสนทนาอะไร เขาเพียงแค่นั่งฟังเงียบๆ ทำทีเป็ไม่สนใจคนช่างนินทาทั้งสอง เอาที่คนเหล้าคนน้ำแข็งในแก้วเล่น คนข้างๆ เขาสะกิดพร้อมกับจะเติมเหล้าให้ แต่เขายกมือห้ามไว้เสียก่อน
“พอก่อนดีกว่า จะไม่ไหวเอา”
“พออะไรกันไอ้ธาร รถมึงก็ไม่ได้เอามา เดี๋ยวกูให้ยัยเปรียวไปส่ง ยัยเปรียวมันเมาดิบ กินโค้กก็เนียนเมาแล้ว”
“หึๆ เกรงใจ”
ธารว่าพลางยิ้ม จนตาหยี คนที่ได้ยินชื่อตนเองถูกส่งรายชื่อเป็สารถีชั่วคราว หันหน้ามาจากคนที่กำลังสนทนาด้วย แล้วรีบลุกจากเก้าอี้ตัวเอง มายืนอยู่ด้านหลังเขา พลางเอามือเกาะไหล่ของธาร แล้วชะโงกมาจนใกล้แทบจะชิดเขา ใกล้กันจนได้กลิ่นน้ำหอมของเธอโชยกรุ่นเลยทีเดียว
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกเพื่อนธาร นี่เพื่อนนะ ส่งเพื่อนได้ ส่งยันเตียงก็ได้”
“เฮ้ยๆ เบาๆ หน่อยเปรียว นี่เพื่อนนะ” กำธรคนที่ยุให้ธารดื่มต่อทำหน้าตึงใส่สาวซ่านามปรียานุชหรือเปรียว ที่ทำหน้าเ้าเล่ห์อยู่ข้างหลังธาร สองมือของเธอจับที่บ่าไหล่ที่ตึงแน่นของชายหนุ่ม พลางทำตาโต เ้าตัวไม่เห็นเพราะเธออยู่ข้างหลัง แต่เพื่อนๆ คนอื่นในโต๊ะเห็นเข้า จึงพากันหัวเราะขำปรียานุชที่ทำหน้าทำตาแบบนั้น
“เพื่อนแน่นขนาดนี้ งานดีขนาดนี้ โอ๊ยยย”
ปรียานุชทำเสียงแหลมปรี๊ด พร้อมกับกัดปาก แล้วทำท่าจะถลามานั่งบนตักของธาร แต่กำธรเอาเก้าอี้มาขวาง พร้อมกับทำตาขวางใส่เ้าหล่อน
“เบาๆ เบาๆ เว้ยเฮ้ย! นอแกมันยาวจริงๆ นะวันนี้”
“แหมๆ เมื่อก่อนทำไมไม่หล่อเร้าใจแบบนี้นะ เพื่อน เพิ่งมาหล่ออะไรตอนโตอะ” เธอเดินเยื้องย่างไปนั่งที่เดิมของตัวเองคือตรงกันข้ามกับธาร พร้อมกับขยิบตาให้ ด้วยท่าทางทอดสะพานสุดๆ ธารได้แต่หัวเราะขำ เขาไม่เคยคิดเกินเลยกับคนตรงหน้าแม้แต่น้อย
“ของดีไงแก มันก็เลยต้องมาดีตอนแก่ ใช่มะ...ขืนงานดีมาั้แ่ตอนเราเรียน ป่านนี้มันมีเมียไปล่ะ เหมือนอีตาไก่ไง มีเมียแล้วหย่า มีเมียแล้วหย่า กี่เมียแล้วน่ะแก เพราะงานดีตอนเด็กไง อิอิ”
รัญญาเพื่อนหญิงอีกคนในกลุ่มหันมาหยอกกำธรเข้า ทำเอาชายหนุ่มทำตาถลึงใส่ แล้วทำเสียงโอดโอย
“โจมตีอะ ทำไมวะ หย่าเมียบ่อย แล้วมันไม่ดียังไง ก็มันไปกันไม่รอดนี่หว่า เพราะหย่าเมียแล้วหรือเปล่า ถึงกลับมารวมกลุ่มกับพวกแกได้ ไม่งั้นก็ไม่มีเพื่อนสมัยมัธยมที่กลมเกลียวแบบฉันนะเว้ย ยัยญา”
“ของดีไม่จริง ถ้าของดีจริง เมียๆ แกแต่ล่ะนางจะมีชู้ทำไม๊ อุ๊บ!”
รัญญาทำท่าปิดปาก แล้วตาโตได้สะดีดสะดิ้งน่าหมั่นไส้นัก เรียกเอาเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นมา สองคนนี้ชอบแหย่กันแรงๆ ไม่มีใครถือสาใครมาั้แ่สมัยวัยเรียนแล้ว คนไม่รู้ก็นึกว่าทั้งสองคนทะเลาะกัน เกลียดขี้หน้ากัน แต่จริงๆ แล้วกำธรกับรัญญาสนิทกันมาก และเป็เพื่อนที่ดีต่อกันในระดับที่เรียกว่าเพื่อนแท้เลยก็ว่าได้
“ยัยญา พูดงี้ แกไปลองกับฉันเลย จะได้รู้ว่ากูมีดี”
ว่าแล้วก็ทำท่าจะตรงเข้ามาฉุดข้อไม้ข้อมือของรัญญาให้ลุกขึ้น ฝ่ายนั้นทั้งปัดป้องและโวยวาย จนปรียานุชต้องห้าม แต่ห้ามไปห้ามมา สองสาวก็กลายเป็ว่ารุมกำธรเสียเอง
ธารมองเพื่อนๆ ด้วยใบหน้ายิ้มๆ พวกเขากลับมาสนิทกันอีกหนั้แ่วันนัดเลี้ยงรุ่นเมื่อหกปีก่อน จริงๆ แล้วเขากับกำธรยังคงติดต่อกันสม่ำเสมอั้แ่เรียนจบจากมัธยมปลายและแยกย้ายกันไปเรียนตามสาขาที่ตนเองสนใจ เขาเข้าเรียนสัตวแพทย์ ส่วนกำธรเรียนการเงินการธนาคาร แต่ก็อยู่มหาวิทยาลัยใกล้กัน เวลาพักก็ไปหากัน แถมที่ทำงานคือคลินิกของเขา และบริษัทที่กำธรทำงานให้ก็อยู่ซอยถัดกัน จึงกลายเป็เพื่อนที่แกะกันไม่ออกและคบกันมามากกว่าสิบปี
ส่วนรัญญา ปรียานุช และเพื่อนอีกสามคนที่รวมกลุ่มด้วยกันเป็กลุ่มใหญ่นั้น เพิ่งจะมาแลกเบอร์โทรศัพท์ ติดต่อ และกลับมาสนิทกันอีกหนก็ั้แ่วันนั้นนั่นแหละ เวลาว่างตรงกันก็จะนัดกันไปออกทริปเที่ยว ตามประสาเพื่อนๆ หรือนัดกันมากินข้าว พบปะ สังสรรค์ผ่อนคลายกัน
เพื่อนที่สนิทที่สุดของเรามักจะเป็เพื่อนสมัยเรียน เพราะรู้ใจกันและโตมาพร้อมๆ กัน พวกเขาให้การช่วยเหลือกันในหน้าที่การงาน และบางทีก็รับปรึกษาปัญหาส่วนตัวของกันและกัน ธารคิดว่าตนโชคดีที่ได้กลับมาสนิทสนมกับเพื่อนๆ กลุ่มนี้อีกหน มันทำให้ชีวิตของเขามีสีสันขึ้นมากเลยทีเดียว
“ว่าแต่ว่าทริปทะเลหยุดยาวนี้ ธารไปด้วยกันสิ” ปรียานุชว่า หลังจากที่พากันกวนกำธรให้โมโหและหัวเราะไปด้วยจนเหนื่อยกันไปทั้งสามคนแล้ว
“ไปที่ไหนล่ะ ไปดำน้ำเหมือนหนก่อนอีกหรือเปล่า จะได้เตรียมตัว”
“ไม่ๆ หนนี้ไปแบบชิลๆ แบบไม่ต้องไปสมบุกสมบัน ไปนอนเล่นที่รีสอร์ทของนังต้ากัน มันเปิดให้พวกเราไปพักฟรี แต่ต้องเอาลงเพจส่วนตัว ลงไอจี ลงเฟส ลงไลน์ ช่วยมันโปรโมตด้วย อาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก ฟรีตลอดรายการ”
“เกรงใจต้าน่ะสิ” ธารว่า จะอย่างไรก็เป็ธุรกิจของเพื่อน เขาไม่อยากเอาเปรียบ และอยากสนับสนุน
“ไม่ต้องเกรงใจย่ะ เราเหมือนกลายเป็พรีเซนเตอร์ให้นางนั่นล่ะ อย่างธารมีเพจอะไรนะ? เกี่ยวกับหมาๆ แมวๆ คนไลท์ตั้งเยอะ ของเราเองก็มีคนติดตามในไอจีตั้ง...” ว่าแล้วเ้าหล่อนก็ทำหน้าเชิด เก๊กท่าสวยสุดๆ
“สอง...”
“สองร้อย” กำธรแทรกเสียงขึ้นมา เล่นเอาปรียานุชค้อนขวับ
“จะบ้าเรอะ ถ้าฉันมีคนตามสองร้อยน่ะ นังต้ามันคงไม่เลือกให้เป็ระดับกินฟรี พักฟรี หรอกย่ะ สองแสนสิยะ สองแสน ฉันเป็ใคร?” เธอทำเสียงสูง พร้อมกับไหวไหล่ “นางแบบสุดสวย หุ่นเพรียวขนาดนี้ ถ้าจ้างน่ะ แพงนะ แถมจ้างก็อาจจะไม่ทำไม่ลงให้ด้วย เพราะไม่ได้รับงานรีวิว”
“ที่ไม่รับเพราะไม่มีคนจ้างหรือเปล่า” กำธรว่า แล้วต้องรีบโบกมือห้าม เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขว้างแก้วใส่เขา
“ล้อเล่นน่ะคร้าบ คุณเปรียว สุดสวย สวยสุดๆ สวยที่สุดแล้วในกลุ่มเรา”
“สวยที่สุดน่ะมันยัยสีต่างหาก”
คำเอ่ยถึงสีรุ้ง ทำให้ธารสะดุ้งน้อยๆ เขาแสร้งทำเป็ดื่มเหล้าในแก้วต่อ ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อได้ยินชื่อของเพื่อนคนนี้
สีรุ้ง...ผู้หญิงที่ทำให้เขาตกหลุมรักลงไปโครมเบ้อเริ่ม รักแบบข้างเดียวเป็ข้าวเหนียวนึ่งมาเนิ่นนานมากโข
ผู้หญิงที่เขาลงทุนเปลี่ยนตัวเอง ออกกำลัง คุมโภชนาการ จนตอนนี้จากหุ่นแห้งผอมแทบจะปลิวตามลมอย่างที่น้องสาวว่าให้ กลายเป็หนุ่มสุดล่ำหุ่นหมี กล้ามเป็กล้าม ซิกแพคเป็ซิกแพค
ผู้หญิงที่ทำให้เขาดูดีขึ้นจากหนุ่มตี๋หน้าจืด ไม่มีอะไรน่าสนใจ กลายเป็หนุ่มตี๋ ยิ้มเสน่ห์ หุ่นหมี ที่มีลูกค้าสาวๆ มาซื้อของ พาหมาแมวมารักษาบ่อยๆ ทั้งที่บางทีน่ะ พวกมันไม่ได้เป็อะไรใหญ่โตเลยสิน่า เพราะแค่อยากมาคุยกับเขา
ใช่แล้ว...
สีรุ้งนั่นล่ะ
ทำให้มีหมอธาร ยิ้มสระอิ หุ่นหมี ตี๋น่ากอด น่าฟัดในวันนี้
เฮ้อ...
แล้วที่ทำๆ ไปน่ะ ไม่รู้ว่าหล่อนรู้หรือเปล่าด้วยสิน่า แต่ว่าเขาก็อยากทำ อยากให้ตัวเองดูดียามพบเจอเธอ การรวมกลุ่มเพื่อนที่มีเธอรวมอยู่ด้วย มันทำให้เขาเหมือนขึ้น์กลายๆ เลยก็ว่าได้
แค่นี้ก็ฟินแสนฟินแล้วสำหรับคนอย่างธาร ที่ไม่อยากอาจเอื้อม แค่ขอมองไกลๆ มองคนที่รักมีความสุข...เขาใจสลายไปเบาๆ ตอนที่เธอแต่งงาน แต่ก็กล้ำกลืนเอาได้ว่าอย่างน้อยก็ยังได้เฝ้ามองความสุขของเธอ รอยยิ้มของเธอคือความสุขของเขา เมื่อเธอแต่งงานมีความสุขไป เขาก็ต้องยินดีด้วย ก็เ้าบ่าวของเธอน่ะ เป็ถึงหนุ่มโสดในฝันของสาวเกือบค่อนประเทศ ทั้งหล่อ และรวย เป็คนหนุ่มที่มีหัวคิดก้าวหน้า ผู้ชายที่เพียบพร้อมแบบนี้ จะต้องดูแลสีรุ้งได้ดีแน่ๆ
แต่แล้วทำไมกันนะเธอถึงได้ออกมาเสียจากผู้ชายที่ดีมากขนาดนั้น
แต่อย่างว่าเื่ของคนสองคน คนนอกก็สุดจะคาดเดาและสุดจะรู้ได้ แต่คนได้รับข่าวสารอย่างเขา ตอนนี้รู้สึกฉงน และเสียใจแทนเธอที่ชีวิตวิวาห์ล่มลงเร็วมากภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน คงไม่มีใครอยากแต่งงานหลายหนหรอก
“ชวนยัยสีไปด้วยหรือเปล่าล่ะ” กำธรถาม “นี่ชักจะเป็ห่วงเหมือนกันนะ เพิ่งจะหย่ามาหมาดๆ แบบนั้นด้วย ฉันจะได้อาสาไปช่วยรักษาแผลใจ”
“โอย...อย่างแก ยัยสีคงจะมองหรอกย่ะ แถมพ่อหม้ายประวัติหย่ายาวแบบแกเข้าไปอีก ยัยสีคงจะอยากเสี่ยงด้วยหรอกนะ” รัญญาว่า พลางย่นจมูกให้
“รักษาแผลใจที่ว่า คือเป็ที่ปรึกษา ช่วยรับฟังปัญหา พาไปมีความสุขโว้ย แกนี่ คิดไปไหนนั่น” กำธรว่า
“ฉันก็เป็ห่วงนางเหมือนกัน พอได้ข่าวมาก็ยังไม่กล้าโทรไปถามเลย เื่แบบนี้มันเื่ใหญ่อยู่นา แต่จะว่าไปชวนยัยสีไปกับเราก็ดีนะ สงสารนาง อยู่คนเดียวด้วยแบบนั้น” ปรียานุชถอนใจ
“งั้นเราก็ยกขบวนกันไปหาเพื่อนรักกันเลยไหมล่ะ พากันไปหมดนี่ล่ะ ไปชวนแล้วก็ลากไปด้วยกันเลย จะได้ปฏิเสธไม่ได้ ดีไหม? ฉันรู้จักเพื่อนของเราดี ว่ายัยสีเป็ยังไง ยิ่งกำลังเครียดๆ ทุกข์ๆ แบบนี้ นางอะชอบอมทุกข์ไว้คนเดียว ไม่ค่อยบอกใครหรอก พวกแกน่ะเก็บเสื้อผ้าเตรียมของมาให้เรียบร้อย แล้วมะรืนเจอกันที่หน้าคอนโดของยัยสี โอเคตามนี้นะ”
“ได้เลย”
ธารอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ เมื่อรู้ว่าสีรุ้งจะไปด้วยหนนี้ และหัวใจของเขาตอนนี้ มันปนเปไปด้วยความเป็ห่วงเพื่อน เกี่ยวกับความรู้สึกของเธอ
เธอจะยังเศร้าอยู่ไหมนะ ผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับเธอกันแน่ สีรุ้งถึงได้หย่ารวดเร็วนัก