ซากประตูดาดฟ้าที่ถูกกระแทกจนกระเด็นออกไปกองกับพื้นซีเมนต์ส่งเสียงโครมครามสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางละอองฝุ่นและกลิ่นอายประหลาดที่คล้ายกับโอโซนหลังฝนตก ร่างของชายในชุดสูทสีเทาเนี้ยบก้าวออกมาจากเงามืดอย่างมั่นคง ใบหน้าของเวนยังคงความเรียบเฉยเ็าดุจน้ำแข็งที่สลักเสลาอย่างประณีต แต่ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด เมื่อสายตาจดจ้องไปยังนาฬิกาพกในมือของนนท์
“ความจงรักภักดีเป็เื่ที่หาได้ยากในยุคที่กาลเวลาถูกตีค่าเป็เงินทอง... จริงไหม นนทพัทธ์?” เสียงของเวนทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เขายกข้อมือซ้ายขึ้นมา รอยสักรูปนาฬิกาทรายเริ่มเรืองแสงสีส้มหม่นออกมาสอดรับกับจังหวะการสั่นะเืของอากาศรอบตัว “แต่ความดื้อรั้นที่ไร้จุดหมายของเธอมันกำลังจะทำให้ ‘เพื่อน’ ของเธอมอดไหม้ไปพร้อมกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่เหลืออยู่”
เอเวอลีนก้าวตามมาติดๆ เธออยู่ในชุดรัดรูปสีเข้มที่ดูปราดเปรียว ผมสีเงินสั้นขยับตามจังหวะการเคลื่อนที่ มือทั้งสองข้างกระชับมีดสั้นที่อาบไปด้วยพลังงานสีม่วงเข้ม แววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อมองเห็นสภาพของนนท์—ชายหนุ่มที่เคยเป็เพียงคนส่งของธรรมดา บัดนี้แขนซ้ายของเขาเกือบทั้งหมดกลายเป็กระดูกสีขาวโพลนที่ถูกห่อหุ้มด้วยเส้นเืสีดำข้น ราวกับซากศพที่ยังมีลมหายใจ
“ส่งกุญแจมาให้นายท่านซะ นนท์” เอเวอลีนพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูแข็งกร้าว แต่นนท์ััได้ถึงความลังเลในกระแสเสียงนั้น “นายจ่ายราคานั่นไม่ไหวหรอก ดูสภาพตัวเองสิ... อีกไม่นานิญญาของนายจะถูกฉีกเป็ชิ้นๆ”
นนท์เค่นยิ้มที่ดูเวทนาตัวเองอย่างที่สุด เืสีดำหยดลงบนพื้นดาดฟ้าทีละหยด ทุกหยดที่ััพื้นจะเกิดควันพวยพุ่งออกมาเหมือนกรดกัดกร่อน “จ่ายไม่ไหวเหรอ? ฉันจ่ายไปหมดแล้ว... ทั้งชีวิต ทั้งความทรงจำ ทั้งตัวตนของฉัน! พวกแกยัง้าอะไรอีก!”
เขาชูนาฬิกาพกขึ้น ความเ็ปรุนแรงเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงแล่นจากข้อมือไปสู่ขั้วหัวใจ รอยร้าวบนหน้าปัดนาฬิกาสั่นระริก เข็มกระดูกสัตว์หมุนวนอย่างไร้ทิศทาง มีนาขยับเข้ามาบังหน้าเขาไว้ ดาบสั้นสีดำสนิทถูกเรียกออกมาจากความว่างเปล่า กลิ่นอายความตายแผ่ออกมาจากร่างบอบบางของเธอ
“พวกเ้าไม่มีวันได้มันไป” มีนากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “กาลเวลาไม่ใช่เครื่องมือของใคร และนนท์ไม่ใช่หนี้ที่พวกเ้าจะมาเก็บเกี่ยวได้ตามใจชอบ”
“งั้นก็พิสูจน์สิ” เวนสะบัดมือเบาๆ
พริบตานั้น เอเวอลีนพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนืุ์ในสภาวะที่กาลเวลาเริ่มบิดเบี้ยว มีนาเข้ารับมือได้อย่างทันท่วงที เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นพร้อมกับประกายไฟสีม่วงและดำที่ะเิออกมาเป็ระลอก นนท์พยายามจะก้าวไปช่วย แต่ร่างกายของเขาหนักอึ้งเหมือนถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
ทันใดนั้นเอง... ในจังหวะที่นนท์กำลังจะตัดสินใจกดปุ่มนาฬิกาเพื่อหยุดทุกอย่างอีกครั้ง โลกทั้งใบก็พลันเปลี่ยนไป
ไม่ใช่การหยุดนิ่งแบบเดิมที่เขาเคยชิน แต่มันคือการ ‘ลอกคอ’ ของความจริง
ท้องฟ้าสีดำเหนือสลัมเริ่มปริแตกออกราวกับผืนผ้าใบที่ถูกกรีดด้วยมีดโกน รอยแยกสีทองเจิดจ้าพาดผ่านหมู่เมฆที่หยุดนิ่ง นนท์ล้มลงคุกเข่า ความเ็ปที่แขนซ้ายหายไปอย่างกะทันหัน แทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง เขาเงยหน้าขึ้นมอง และสิ่งที่เห็นทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
ท่ามกลางรอยแยกของมิติบนฟากฟ้า... มี ‘ดวงตา’ ขนาดมหึมานับร้อยนับพันดวงจดจ้องลงมา
พวกมันไม่มีรูม่านตา เป็เพียงวงกลมของฟันเฟืองที่หมุนวนอยู่ภายในลูกตาที่ทำจากแสงสว่างและควันสีเงิน ร่างเงาขนาดั์ที่สวมอาภรณ์ยาวเฟื้อยที่ทำจากเส้นด้ายแห่งโชคชะตานั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากวินาทีที่แตกสลาย พวกเขาเ่าั้ดูไม่เหมือนเทพเ้า แต่เหมือน ‘บรรณารักษ์’ ผู้เ็าที่กำลังตรวจสอบสมุดบัญชี
“นั่นมัน... อะไรกัน...” นนท์ครางออกมา คำพูดของเขาดูกลายเป็ไอสีดำที่สลายไปในอากาศ
เสียงหนึ่งดังก้องขึ้น ไม่ได้ผ่านหู แต่ดังขึ้นในส่วนลึกที่สุดของจิติญญา เป็เสียงที่เหมือนเข็มนาฬิกานับล้านเล่มเดินพร้อมกัน
*‘หนี้สิน... ยังไม่ถูกชำระ’*
เวนและเอเวอลีนหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ใช่เพราะกาลเวลาหยุดเดิน แต่เพราะพวกเขา ‘ถูกบังคับ’ ให้หยุดนิ่งโดยเจตจำนงที่เหนือกว่า เวนที่มีสีหน้ามั่นใจเสมอมา บัดนี้ใบหน้าของเขากลับซีดเผือด รอยสักรูปนาฬิกาทรายที่ข้อมือสั่นอย่างรุนแรงจนิัของเขาเริ่มมีเืซึมออกมา
“ผู้ควบคุมเวลา...” มีนาพึมพำด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด เธอลดดาบลง ร่างกายสั่นเทา “พวกเขา... พวกเขามาเพื่อปิดบัญชี”
นนท์มองดูนาฬิกาพกในมือ มันไม่ได้ดูเหมือนของโบราณราคาแพงอีกต่อไป แต่มันดูเหมือน ‘หน้าต่าง’ ที่เปิดออกสู่สายตาของสิ่งเ่าั้ เขาเริ่มตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า ทุกครั้งที่เขาหยุดเวลา ทุกครั้งที่เขาสร้างความมั่งคั่งจากความว่างเปล่า ไม่ใช่แค่เขาที่กำลังดูโลก แต่สิ่งเ่าั้ ‘มองเห็น’ เขาอยู่ตลอดเวลา
พวกเขามองดูเขาเหมือนมองดูมดที่กำลังพยายามขโมยน้ำตาลจากโต๊ะของั์
“พวกแก้าอะไร!” นนท์ะโก้องฟ้า พยายามฝืนความกดดันมหาศาลที่กดทับจนกระดูกแทบแตก “นาฬิกานี่เหรอ? เอาไปสิ! เอาชีวิตฉันไปก็ได้! แต่ปล่อยเพื่อนฉันไป... ปล่อยทุกคนไป!”
หนึ่งในร่างเงาบนฟากฟ้าขยับนิ้วเพียงนิดเดียว พริบตานั้น นนท์รู้สึกเหมือนสมองถูกผ่าออกเป็สองซีก ภาพความทรงจำมากมายไหลบ่าเข้ามา—ไม่ใช่ความทรงจำของเขา แต่เป็ความทรงจำของคนนับพันที่เคยใช้พ่วงนาฬิกาเรือนนี้ ทุกคนจบลงด้วยความว่างเปล่า ทุกคนถูกลืมเลือน และทุกคนกลายเป็เพียง ‘เชื้อเพลิง’ ให้กาลเวลานี้หมุนต่อไปได้
เขาเห็นภาพของเก่งที่กำลังร้องไห้อยู่ในมุมมืดของห้องขังที่องค์กรสร้างขึ้น เขาเห็นภาพของมีนาที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในทุ่งกว้างที่ไร้กาลเวลามานานนับศตวรรษ และสุดท้าย... เขาเห็นภาพของตัวเองที่นอนจมกองเือยู่หน้าเบาะรถบรรทุกในวันแรกที่เขาพบนางฬิกา
*‘ทางเลือก... คือภาพลวงตา’* เสียงมหาอำนาจนั้นดังขึ้นอีกครั้ง *‘เ้าคือกุญแจ... ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อไขประตูสู่ความพินาศ หรือจะเป็เพียงเถ้าถ่านที่ใช้ถมรอยแยกนี้’*
นนท์หอบหายใจรัว ราวกับอากาศรอบตัวกลายเป็น้ำแข็ง เขามองไปที่มีนา ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็ละอองแสงสีน้ำเงินที่เริ่มจางลง
“มีนา... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“นนท์... พวกเขาเห็นนายแล้ว” มีนาพูดด้วยเสียงที่เบาบางราวกับกระซิบ “นายไม่ใช่แค่ผู้ใช้พลัง แต่ตอนนี้ร่างของนายคือ ‘ที่เก็บหนี้’ ของทั้งโลกที่เวนพยายามจะสร้างขึ้นมา ถ้าเวนได้นาฬิกาไป เขาจะใช้หนี้ที่อยู่ในตัวนายเป็เชื้อเพลิงเพื่อหยุดโลกนี้ไว้ตลอดกาล”
เวนที่เพิ่งเรียกสติกลับมาได้ะโขึ้นด้วยความคุ้มคลั่ง แม้จะอยู่ภายใต้สายตาของผู้ควบคุมเวลา “ส่งมาให้นก! นนทพัทธ์! พลังนั่น... มันคือของฉัน! ฉันเป็คนค้นพบมันก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก!”
เวนพุ่งตัวเข้าใส่โดยไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ รอยสักที่ข้อมือของเขาะเิแสงสีส้มออกมาปกคลุมร่างจนดูเหมือนสัตว์ร้ายที่ทำจากฟันเฟือง เอเวอลีนพยายามจะห้ามแต่ไม่ทัน เวนกระชากร่างของนนท์จนล้มลงและพยายามจะแย่งนาฬิกาที่ติดแน่นอยู่กับมือที่กลายเป็กระดูกของนนท์
ในจังหวะที่มือของเวนัักับนาฬิกา รอยแยกบนท้องฟ้าก็แผ่ขยายออก ดวงตานับพันดวงกระพริบพร้อมกัน และโลกทั้งใบก็กรีดร้องออกมาเป็เสียงไซเรนที่แหลมสูง นนท์รู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลผ่านร่างไปสู่เวน และไหลกลับมาที่เขา มันคือความเ็ปที่เกินกว่ามนุษย์จะรับไหว
แต่ท่ามกลางความเ็ปนั้น นนท์มองเห็นบางอย่าง... เขาเห็น ‘ด้าย’ เส้นเล็กๆ ที่เชื่อมโยงเขากับสิ่งมีชีวิตเ่าั้บนฟ้า มันคือด้ายที่ถักทอจากความจริงที่ว่า เขาคือคนเดียวที่ ‘กล้า’ จะตั้งคำถามกับราคาที่ต้องจ่าย
“ถ้าชีวิตที่ขโมยมามันไม่มีวันเป็จริงได้...” นนท์พูดลอดไรฟัน เืสีดำไหลออกจากตาและหูของเขา “งั้นฉันก็จะทำลาย ‘ความจริง’ จอมปลอมนี่ทิ้งซะ!”
เขาไม่ได้หยุดเวลา... แต่เขา ‘กระชาก’ เวลาทั้งหมดกลับคืนมาหาตัวเอง
แสงสีขาวเจิดจ้าพุ่งออกมาจากหน้าปัดนาฬิกาที่แตกละเอียด กลืนกินร่างของเวน มีนา และดาดฟ้าตึกแถวเก่าไปในพริบตา นนท์รู้สึกเหมือนร่างของเขาถูกฉีกออกเป็อะตอม และท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุม เขาเห็นดวงตาขนาดมหึมาเ่าั้ค่อยๆ ปิดลงทีละดวง ราวกับว่าการแสดงละครที่พวกเขาเฝ้าดูมาแสนนานได้มาถึงฉากจบที่คาดไม่ถึง
โลกทั้งใบหมุนเคว้าง... และนนท์ก็จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของกาลเวลาที่ไม่มีใครเคยไปถึงมาก่อน
ความลับเื่ผู้ควบคุมเวลาถูกเปิดเผยแล้วนะครับ! นนท์จะสามารถจัดการกับ "หนี้" ที่มหาศาลขนาดนี้ได้ยังไง และตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับมีนาเมื่อความจริงเริ่มพังทลาย? อย่าลืมคอมเมนต์เป็กำลังใจให้นักเขียนด้วยนะ รักนักอ่านทุกคนครับ!