อี้เฉินเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง อี้เฉินค่อยๆ เดินเรียบ ทุ่งหญ้าสีขาวไปเรื่อย ๆ ทุ่งหญ้ากว้างขวางมาก ยาวสุดสายตาก็ยังไม่พบปลายทาง
อี้เฉินเดินทางมาจะ10วันแล้วเขากลับไม่พบสัตว์อสูรสักตัวอี้เฉินเริ่ม หวาดหวั่น หรือทุ่งหญ้าสีขาวแห่งนี้เงียบเกินไป มันต้องมีอะไรอยู่ใต้ดินแน่ ขาเริ่มรู้สึกใต้ดินมีอะไรอยู่แน่ๆ
อี้เฉินเลย ลองใช้ปราณพลังสร้างร่างเงา ออกไปเดินทำเสียงกระทืบเท้าดังออกไปไกล "ตึก ตึก"
ทันใด สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายหนอนตัวใหญ่ พุ่งเข้าโจมตีร่างแยกที่
อี้เฉินสร้าง อสูรพวกนี้มันจับสัมผัสจากแรงที่พื้น พวกมันมีหลายสิบตัว หน้าตาคล้ายหนอนยักษ์อาศัยอยู่ใต้ดินมันเหมือนไม่มีดวงตา
อี้เฉินเร่งฝีเท้าขยับอีกครั้งมันพุ่งเข้ามาโจมตี อย่างรวดเร็ว เขาไม่มีทางเลือกจึงต้องสำแดงวิชามังกรทะยานนภา หายฉับพลันออกไปจากบริเวณนี้ทันที พวกมันไม่ลดละทุกครั้งที่อี้เฉินเท้าแตะลงที่พื้นพวกมันก็จะไล่ตามมา อย่างกับเจอเยื่อที่ตามหา
"เสียงแผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น" ถึงพวกมันจะแค่ขั้นก่อกำเนิด แต่ก็มีหลาย10ตัว สุดสายปลายทางอี้เฉินก็เจอกับป่าอีกครั้ง
อี้เฉินไม่รอช้าเขารีบพุ่งเข้าไปภายในป่า ป่าเขตนี้ดูประหลาดมีแต่พันธุ์ไม้แปลกๆ เติบโต มีสัตว์อสูรอยู่กันเป็นฝูง สัตว์อสูรพวกนี้ประหลาดเป็นเหมือนต้นไม้ ลากไม้อยู่กันเป็นฝูง อี้เฉินที่ไร้ทางเลือกเขาสำแดงวิชาอสูรคลั่งกับ
ใช้ปราณพลังแพร่กระจายเป็นอาณาเขตรอบๆ ตัวนับร้อยจั้ง กลายเป็นสีแดงฉานมีอักขระปะปนรอบพื้นที่
อี้เฉิน เปิดมหันตสังหารใส่พวกสัตว์อสูร ทุกครั้งที่อสูรเข้ามาภายในอาณาเขต ความเร็วของมันจะลดลงอย่างมากอี้เฉินหมุนควงหมัดเข้ากระแทก สัตว์อสูรจนตายไปหลายสิบตัว ที่นั่นมีแต่กลิ่นคาวเลือด ดึงดูดสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ให้เข้า เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าสัตว์อสูรพวกนี้ต้องการเลือด อย่างมากพวกมันต่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นเลือดของสัตว์อสูรระดับสูง
อี้เฉินใช้วิชามังกรทะยานนภาหนีออกไปทุกครั้งที่มีวิกฤต ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเขาเดินทางไปถึงไหนแล้ว ตั้งแต่เริ่มเข้ามายังป่าไร้สิ้นสุดก็ผ่านไปเกือบๆ จะหนึ่งปีแล้ว เขาได้แต่คาดการณ์คงยังไม่ใช่กลางป่าไร้สิ้นสุด ยิ่งเข้าไปลึกยิ่งอันตรายมาก วันนี้เขาเจอกับสัตว์อสูรแรดไฟขั้นวีรชนเขาจึงต้องทิ้งศพวานร6หู ขั้นวีรชนไว้ เพื่อล่อมันไว้ไม่ให้ตาม ไม่อย่างนั้นเขาจะหนีไม่รอด
อี้เฉินกะจะนำกระดูกของมันไปสร้างวิชา แต่เขาไม่อาจหนีสัตว์อสูรขั้นวีรชนได้ ถ้าเขาเจออีกครั้งต้องสู้กับมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งเขาอยู่แถวๆ นี้เขายิ่งมั่นใจ แถวนี้หน้าจะเป็นรังของสัตว์อสูรขั้นวีรชน เพราะแถวๆ นี้ไม่มีสัตว์อสูรตัวอื่นๆ อยู่เลย ทุกครั้งที่เขามีเวลาว่างเขาจะสะสมประสบการณ์เพื่อเลื่อนขั้นพลัง อี้เฉินเห็นด้านหน้าเขายังตกใจนั่นมันป่าอะไร มีหมอกรอยตลกอบอุ่นมองเห็นไม่ชัดเจน ปราณพลังหนาแน่นเข้มข้นเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรอย่างยิ่ง มันเหมือนกับแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ค่อนข้างจะเล็ก
ป่านั้นเป็นเหมือนเกาะอยู่ใจกลางป่าอีกที ไม่มีแม้แต่สัตว์เข้าใกล้มันแปลกมาก
อี้เฉินไม่รอช้าเขารีบเข้าไปสำรวจภายในทันทีที่อี้เฉินก้าวเท้าเข้ามาในป่าแห่งนี้ อยู่ๆ ตัวเขาก็ถูกดูดกลืนหายเข้าไป อี้เฉินตกใจอย่างมากนี่มันมิติลับ ภายในนี้ไม่กว้างมากแต่ มีวังวิหารอยู่หลังหนึ่งไม่ใหญ่มากตั้งตระหง่าน เด่นชัด
อี้เฉินเดินเรียบเข้าไปตรวจดู ถึงที่นี่จะเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรอย่างมากปราณพลังฟ้าดินหนาแน่น แต่เขาไม่ไว้ใจที่นี่มันแปลกประหลาดมากเกินไป ระหว่างเข้าไปในวังวิหาร เขาเห็นบัลลังก์ที่อยู่ใจกลางห้องโถงใหญ่เห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ ผมของชายชราเป็นสีขาวโพลน ผิวหนังเหี่ยวแห้ง มองดูแล้วไร้จิตวิญญาณเหมือนตายไปแล้ว
อี้เฉินไม่มั่นใจว่าชายชราตายหรือยัง แต่ปราณพลังของชายคนนั้นไม่มีอยู่เลย อี้เฉินค่อยๆ ก้าวเดินเขาไป แต่ทันใดนั้นเขาก็ต้องตกตะลึงอยู่ๆ ก็มีเสียงชายชราที่นั่งบนบัลลังก์ แววตาชายชรานั้นนุ่มลึกดูผ่านโลกมาอย่างยาวนาน ปราณพลังในร่างกายเหมือนขาดหายไป ไม่สามารถตรวจสอบพลังได้ เสียงชายชรา แหบพร่า ฟังแล้วรู้สึกหน้าขนรุก "ผู้ถูกเนรเทศเจ้ามาทำอะไรที่นี่"
อี้เฉินคารวะ"ผู้อาวุโสข้าไม่เข้าใจที่ท่านอาวุโสพูด"เจ้าไม่ใช่ลูกหลานผู้ถูกเนรเทศอย่างนั้นหรือ"
อี้เฉินนิ่งอึ่งไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยพูด "ข้าไม่รู้อะไรจริงๆ หรือจะเป็นนางผู้นั้นที่ให้วิชากับข้า"
ชายชราเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้ารู้จักกับนางงั้นหรือ"
เมื่ออี้เฉินได้ยินชายชราพูดเขาเอ่ยพูดด้วยท่าทีจริงจัง "ข้าไม่รู้จักนางแต่นางให้วิชากับข้า "
ชายชราเอ่ยเสียงเรียบ"เลือดของเจ้ามีสายเลือดของนางอยู่นางเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้"
อี้เฉินตอบตามที่ตัวเองรู้ "นางตายแล้วท่านอาวุโส ท่านรู้จักนางงั้นหรือ"
ชายชราเงียบไปพักใหญ่ เหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ นางตายแล้วหรือ สหายข้า "พวกเราสองคนเคยเป็นสหายกันชิงหรั่นตายแล้วงั้นหรือ" นั้นคือนามของนางงั้นหรือ อี้เฉินถอนหายใจ
ข้าอี้เฉินก็ยังไม่รู้แม้แต่นามของนาง "ขอบคุณผู้อาวุโสที่บอกนามของนางให้กับข้าได้รู้" นางมีความหมายกับอี้เฉินมาก นางเหมือนเปลี่ยนชีวิตของข้าไป เหมือนเป็นดั่งแม่ของข้า
ชายชราเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าต้องการข้ามป่าไร้สิ้นสุดอย่างนั้นหรือ"
อี้เฉินพยักหน้า
"ขั้นพลังของเจ้ายังไม่มากพอถ้าเจ้าฝืนเข้าไปเจ้าจะตาย เอานี่ไปมันอาจจะมีประโยชน์สำหรับเจ้า" ชายชราส่งม้วนคัมภีร์อักขระเล่มใหญ่ให้
อี้เฉิน "เจ้าลองหยั่งรู้มันดูแล้วทำลายกฎเกณฑ์ของป่าไร้สิ้นสุดเจ้าจะสามารถบินทะยานผ่านมันไปได้ อยู่ที่เจ้าจะหยั่งรู้ได้หรือไม่"
"ขอบคุณท่านผู้อาวุโส"
"ข้าแค่ตอบแทนชิงหรั่น ถ้าไม่ติดที่เจ้ามีสายเลือดของชิงหรั่น เจ้าได้ตายไปแล้ว" อยู่ ๆชายชราปลดปล่อยปราณพลังออกมา เพียงแค่ยืนต่อหน้าชายชรายังทำไม่ได้ เหมือนร่างทั้งร่างถูกกดดัน
ชายแก่คนนี้น่ากลัวมาก ชายชราคนนี้พูดจริงหากเขาคิดจะฆ่าอี้เฉินจริง อี้เฉินไม่มีทางต้านทานได้ ก่อนชายชราจะหลับใหลเขาเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นว่า "ระวังคนดินแดนเซียน" ทำให้อี้เฉินประหลาดใจเขาได้ยินคำนี้อีกแล้ว คนดินแดนเซียน มีปัญหาอะไรกับ ชิงหรั่นกันแน่ เหมือนเขาได้รู้อะไรบางอย่างแสดงว่าสายเลือดของชิงหรั่นต้องสูงส่งอย่างแน่นอน ถึงเป็นที่หมายตา
อี้เฉินอยากจะถามชายชราหลายๆ เรื่องแต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้ถามอะไรเลย ชายชราน่ากลัวมากถ้าเขาคิดฆ่า อี้เฉินไม่มีทางต่อต้านแน่ๆ เหมือนเขาจะไม่ได้ขู่ อี้เฉินถูกชายชราส่งออกมา ไกลจากที่นั่นมากเท่าไรไม่รู้