โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 130 สั่งสอนสามตระกูลใหญ่

    เจ้ากบหิมะยักษ์ มันกระโดดลอยตัว อ้าปากจะแลบลิ้นใส่ขจร แต่ไม่ทันแลบลิ้นออกมา ก็มีแสงวาบออกไปจากอกขจร แล้วร่างเจ้ากบหิมะยักษ์ก็หายวับไปภายในพริบตา พบแต่งูน้อยตัวหนึ่ง แลบลิ้นฟ่อๆ ออกมายิ้มทักทายขจร แต่ท้องของมันตอนนี้ใหญ่เท่าช้าง

    “ แย่แล้วอสรพิษน้อยลูกพ่อ นี่เจ้าจะท้องแตกไหมนี่” ขจรพูดไม่ทันขาดคำ เจ้าอสรพิษน้อย ก็ตดออกมาด้วยเสียงอันดัง แล้วท้องที่ใหญ่โต ก็กลับหายมาเป็นปกติ ทิ้งเม็ดยาสีขาวเอาไว้ 1 เม็ดเท่ากำปั้น

    “ นี่มันคืออะไร?”

    “ เม็ดยาขยายเส้นเอ็น” หินเจ้าปัญญาตอบ

    “ ว้าว กินไปแล้วจะเป็นยังไง”

    “ เส้นเอ็นในร่างจะแข็งแกร่ง สามารถกระโดดได้ไกลกว่าคนทั่วไป แต่ว่าใช้กับคนที่มีพลังต่ำกว่าขั้นเซียนลงมาเท่านั้น”

    “  หากผมกินเข้าไปพลังจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า”

    “ คนอื่นๆที่มีพลังไม่ถึงขั้นเซียน กินเข้าไปก็จะเพิ่มพลังยุทธ์ได้ แต่เจ้าไม่เหมือนคนอื่น กินไปก็ไม่มีประโยชน์”

    “ ว้า ไร้ประโยชน์จริงๆ”

    “ เจ้าเก็บเอาไว้ก็ได้ ราคาขายในโลกเซียนอยู่ที่ 1 แสนเหรียญทองต่อเม็ด จะหาคนที่จับมันมาทำยานั้น ยากยิ่งในตอนนี้ หรือ เจ้าอาจใช้มันแลกเปลี่ยนสิ่งของบางอย่างที่ทองคำไม่อาจใช้แลกเปลี่ยนได้”

    “ ดี ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปล่ากบหิมะกันดีกว่าลูกพ่อ”

    อสรพิษน้อยทำท่าชูคอ แล้วพุ่งวาร์ปนำหน้าออกไปตามหาเจ้ากบหิมะ ขจรพุ่งตัวตามไปติดๆ ไม่นานนัก เจ้าอสรพิษน้อย ก็กลืนกินเจ้ากบหิมะไปเกือบยี่สิบตัว

    จนกระทั่งมาเจอกลุ่มคนตระกูลหยาง ที่ตอนนี้เดินกร่างอยู่ในมิติแห่งนี้ มีศิษย์ใหม่หลายคนที่ช่วยกันจับเจ้ากบหิมะได้ ก็ถือโอกาสแย่งชิงมาเป็นของตัว แล้วยังไล่ทำตัวเป็นอันธพาล ไล่ทำร้ายศิษย์คนอื่นๆ จนได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน

    “ เจอกันอีกแล้ว พวกคนตระกูลหยาง คนอย่างพวกแกนี่ไม่ว่าอยู่โลกไหน ก็หาพบได้เสมอ ดี วันนี้ข้าจะสอนบทเรียนให้พวกแกเอง”

    ขจรวาร์ป หายไป ตอนนี้กลายเป็นหน้ากากหนุมาน มายืนต่อหน้าเหล่าคุณชายตระกูลหยางทั้งห้ายี่สิบคน

    “ ตัวอะไรวะเนี่ย ใส่หน้ากากลิงแปลก”

    “ ฮ่า ฮ่า นี่มันหงอคงเผือกหรือไงวะ เฮ้ย จับมันมาแล้วถอดเสื้อมันของมันให้หมด ดูซิ มันจะมีหน้าตาอย่างไร”

    คุณชายตระกูลหยางแต่ละคนล้วนฝึกปรือฝีมือมากันพอสมควร บางคนมีวรยุทธ์ถึงขั้นเซียน

    “ ข้าคือ จอมโจรหนุมาน เอาทรัพย์สินมีค่าของพวกเจ้าออกมาให้หมด แล้วข้าจะปราณีไม่ทำอะไรพวกเจ้า” ขจรประกาศออกไป

    “ บัดซบ เจ้ากล้าคิดปล้น คนของตระกูลหยางอย่างนั้นเร๊อะ?”

    ชายหนุ่มวัย 20 ปี ดูแล้วถ้าจะห้าวไม่เบา ก้าวมายืนข้างหน้า ชี้ดาบใส่ขจร 

    โครม !!

    ทุกคนแทบไม่ได้เห็นการเคลื่อนไหวของขจร แต่เห็นว่า ร่างของชายหนุ่มคนที่พูด ถูกตบจนหน้าทิ่มไปกับพื้นสลบไปแล้ว

    พอแหงนหน้าขึ้นมาดู ก็มีฝ่าเท้าของใครก็ไม่รู้ฟาดเข้าใส่ กระเด็นสลบไปอีกสามคนพร้อมกัน มีพี่ใหญ่หยาง พอจะมองเห็นขจรเพราะมีพลังขั้นปราณเซียน แต่เริ่มจะลงมือ ก็ถูกเข่าทลายมิติของขจรเข้าอัดเข้ากลางอก ลงไปนอนคุกเข่า ลุกไม่ขึ้น ที่เหลือก็ถูกพลังทลายมิติ อัดเข้าใส่คนละดอกสองดอก สุดท้ายลงไปกองรวมกัน ไมอาจลุกขึ้นได้

    “ เอาแหวนมิติ ออกมาให้ดีๆ หรือจะให้ข้าไปเอามาเอง”

    “ แกกล้า?”  พี่ใหญ่หยางยังมีเสียงดังออกมา

    ขจรมองด้วยหางตา แล้วเคลื่อนตัวเข้าไปแล้วจับนิ้วของพี่ใหญ่หยางหักขึ้น

    พล็อค !! อ๊ากกกกกกกกกก

    พี่ใหญ่หยางถึงกับแหกปากร้องลั่น ขจรดึงแหวนมิติออกมาจนได้ แล้วหันไปมองคนที่เหลือ ตอนนี้ทุกคนรีบถอดแหวนมิติมาให้ขจรแต่โดยดี

    “ว้าว พวกเจ้านี่จับกบหิมะได้ เกือบสิบตัวเลยหรือนี่ ไม่เลว โอ้ นี่พวกเจ้าพกเงินมากันเป็นแสน เหรียญเลยเหรอ ดีมาก ข้าจะเอาไปช่วยใช้ให้ ในสำนักวังเหมันต์นี่เขาแจกเงินกันอยู่แล้ว พวกเจ้าไม่ต้องกลัวจะอดตาย ขอบคุณคุณชายตระกูลหยางทุกคน ที่มอบทรัพย์สินมาให้ข้าช่วยใช้  ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้านะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    ขจรพุ่งตัวหายวับไปในอากาศ

    “ จอมโจรหนุมาน แกต้องชดใช้ที่กล้าทำกับพวกเราในวันนี้"

    “ พี่รอง เอาไงดี พี่ใหญ่สลบไปแล้ว”

    “ แจ้งไปที่ ลุงใหญ่ ว่าพวกเราถูกปล้น แล้วรีบออกไปจากที่นี่กัน”

    “ แต่ว่า แล้วเรื่องกบหิมะล่ะ”

    “ ไม่ต้องห่วง ตระกูลของเราได้โควตา อยู่แล้ว 20 คน จะจับกบหิมะได้หรือไม่ได้ก็ไม่มีผลอะไรอยู่แล้ว”

    ส่วนขจรกับ อสรพิษน้อย ก็ไล่จับเจ้ากบหิมะ เอาไว้ตอนนี้เกือบ หกสิบตัวเข้าไปแล้ว เจ้าอสรพิษน้อยกินไม่ทัน จึงจับพวกกบหิมะ ไปไว้ในแผ่นหนังมิติ ให้อสรพิษน้อยไว้จับกิน ในอนาคต

    แล้วขจรก็มาพบกับ กลุ่มของคนตระกูลใหญ่อีก เป็นคนของตระกูลหยุน มีทั้งหญิงและชาย อยู่เพียง 15 คนเท่านั้น

    “ มอบแหวนมิติออกมาซะดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ข้าจอมโจรหนุมานไม่อยากทำร้ายใคร ถ้าไม่จำเป็น”

    ขจรยืดอก ถือดาบใหญ่โดยหยิบมาจากในแหวนมิติของคนตระกูลหยาง ขึ้นมาขู่ ทุกคน

    “ บังอาจมากไปแล้ว ตระกูลหยุนเป็น 1 ใน 8 ตระกูลใหญ่แห่งแดนเหนือ นี่เจ้ากล้าคิดปล้นพวกเราอย่างนั้นเร๊อะ ข้าหยุนเซียว ขอดูฝีมือของเจ้าว่ากล้าดีอย่างปากเจ้าหรือไม่”

    หยุนเซียวตวัดกระบี่งูทองออกมา แล้วทิ่มแทงใส่ขจรด้วยพลังขั้นปราณเซียน

    ขจรปล่อยพลังเพลิงกิเลนสุริยันเข้าไปในดาบใหญ่ ทำให้ดาบใหญ่กลายเป็นดาบเพลิง แล้วฟันใส่กระบี่งูทอง ถึงกับหักสะบั้น กระแทกร่างของหยุนเซียว ปลิวกระเด็นไป ขจรกระโดดลอยตัวเอาดาบปักที่ข้างๆ ของหยุนเซียวแล้วเอ่ยว่า

    “ มีใครคิดสู้อีกไหม”

    “ ปล่อยพี่ใหญ่หยุนนะ ไอ้โจรชั่ว”

    มีหญิงสาวหน้าตาสวยแทงกระบี่ใส่ขจรจากด้านหลัง ขจรหันหน้ากลับไปพร้อมปล่อยพลังเกราะเพชรออกไป เพล้ง ๆ ๆ 

    กระบี่หักเป็นหลายท่อน ขจรคว้าลำคอหญิงสาวผู้นั้นเอาไว้

    “ ไอ้โจรบ้า ไอ้โจรชั่ว ปล่อยข้านะ”

    “ ปล่อยน้องเล็กซะ ต้องการอะไรก็เอาไปเลย”

    พี่ใหญ่หยุนรีบตะโกนบอก แต่ตอนนี้ขจรหันไปมองหน้า น้องเล็ก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมว่า

    “ เจ้ารู้ไหม ว่าข้ามีอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร แม่นางน้อย”

    “ โจรร้ายอย่างแก จะมีชื่อเรียกกี่ชื่อมันก็ชั่วเหมือนกันนั่นแหละ”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นังหนูนี่ถ้าทางพยศไม่น้อย ข้ามีฉายาจอมโจรถนอมบุปผา ข้าจะเอาเจ้าไปเป็นอนุคนที่ 17 ของข้าก็แล้วกัน”

    “ อย่านะ พวกเรายอมแล้วปล่อยน้องเล็กไปเถอะ” คนตระกูลหยุนยื่นแหวนมิติให้กับขจรกับทุกๆ คน น้องเล็กมีชื่อว่าหยุนซี ไม่อ้อนวอนขอร้อง ขจรแม้แต่น้อย แต่มีน้ำตาที่ไหลออกมาจากแก้ม ทำเอาขจรใจอ่อนยวบลงทันใด

    “ เฮอะ วันนี้ข้าไม่ต้องการเมียแล้ว แต่ต้องการสมบัติ อย่าให้ข้าเจอเจ้าอีก ไม่งั้นข้าจะทุบเจ้าแล้วลากเข้าไปในถ้ำของข้า ให้เจ้ากลายเป็นอนุคนที่ 17 ของข้าจริงๆ” ขจรปล่อยร่างของหยุนซี แล้วเก็บแหวนมิติแล้วพุ่งตัวจากไป

    พี่ใหญ่หยุนเข้ามาดูอาการหยุนซี แล้วเอ่ยว่า

    “ คนผู้นี้มีพลังแฝงร้ายกาจนัก หากไม่ได้อยู่ขั้นมหาเซียน คงทำอะไรมันไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันเป็นใคร กล้าปลอมตัวเข้ามาสมัครเป็นศิษย์ของสำนักวังเหมันต์ เรื่องนี้ต้องแจ้งไปที่ ท่านพ่อแล้ว น้องเล็ก เป็นอะไรหรือเปล่า”

    “ เปล่าๆ ข้าไม่เป็นไร” หยุนซีมองไปที่ดวงตาของขจรแล้วรู้สึกแปลกๆ เพราะว่าดูไม่เหมือนคนร้ายเลย เพราะดวงตาของจอมโจรหนุมานนั้นเปี่ยมไปด้วยความเมตตา และอบอุ่น มากกว่าที่จะเป็นโจรปล้นสวาทอย่างที่พูด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

    แล้วตระกูลฟาง ก็เป็นอีก หนึ่งตระกูล ที่มีพี่ใหญ่ฟางเจิ้น ถูกขจรสยบด้วยท่าหมัดหนุมานถวายแหวน จนลงไปนอนหงายกับพื้น แล้วก็รูดทรัพย์ทุกคนมาจนหมด สรุปแล้ว ขจรเก็บกวาดทรัพย์สินของ สามตระกูลใหญ่มาจนเรียบ ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ขจรไม่ได้ทำอะไร เจ้าอสรพิษน้อยจับกบหิมะมากิน 80 ตัว มันก็ค่อยๆกลืนกินไปทีละตัว แล้วก็อึ ออกมาเป็นเม็ดยาขยายเส้นเอ็น แล้วขจรก็เดินออกมาเป็นคนที่ 20 โดยแบกร่างของเจ้ากบหิมะเป็นๆ มาโยนให้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตรงทางออก

    “ ยอดมาก เจ้าจับมันเป็นๆ มาได้ยังไงเนี่ย?”

    “ ข้าทุบมันด้วยไม้ พอมันสลบก็จับมัดแล้วแบกมาเนี่ย”

    “ ดี เจ้าผ่านไปเป็นศิษย์ของสำนักวังเหมันต์ได้แล้ว เอาป้ายชื่อของเจ้ามาก ข้าจะลงตราประทับให้” อาจารย์ผู้หนึ่งประกาศ แต่พอเห็นป้ายชื่อของเขาก็ร้องขึ้นมาว่า

    “ เอ๊ะ นี่เจ้าเป็นศิษย์ของอาจารย์ชิวแล้วไม่ใช่เร๊อะ   แล้วเข้ามาทดสอบที่อุโมค์ทดสอบอีกทำไม?”

    “ อ้าว ก็มีศิษย์พี่ลากข้าเข้ามาในอุโมค์ทดสอบ ข้าก็เลยเข้าไป”

    “  โชคดี ที่เจ้าไม่เป็นอะไร หากเจ้าถูกเจ้ากบหิมะมันกินเข้าไป ข้าคงโดนอาจารย์ชิวเล่นงานแน่ ไปๆ เข้าไปด้านในไปเบิกของที่ห้องคลังได้แล้ว”

    ขจรเดินเข้าไปในอาคาร แล้วก็เบิกอุปกรณ์เสื้อผ้าของศิษย์ใหม่ แล้วกลับไปที่หอสมุนไพร โดยได้ยินเสียงของคนของตระกูลใหญ่ทั้งสามตระกูล กำลังร้องเรียนว่า ถูกปล้นไปจนหมดตัวในอุโมงค์ทดสอบ คณะกรรมการคุมสอบครั้งนี้กำลังไล่สืบสวนตามหาจอมโจรหนุมานกันวุ่นวายไปหมด

    ขจรได้มาพักที่หอสมุนไพร โดยมีศิษย์พี่นามว่า มู่เตา พาไปที่ห้องพักที่อยู่ในสวนสมุนไพร ซึ่งในสวนแห่งนี้ ถูกออกแบบให้มีความอบอุ่น อากาศไม่หนาวเย็นเหมือนกับภายนอก บ้านพักของขจรก็เช่นกัน 

    “ ทำไมในสวนนี้ถึงได้ อบอุ่นเช่นนี้ได้”

    “ อาจารย์ใช้หินสุริยัน มาใช้ที่นี่ กว่าห้าสิบก้อน แล้วสร้างม่านป้องกันครอบคลุมอากาศเอาไว้ ทำให้ที่นี่สามารถปลูกสมุนไพรจากเขตร้อนได้ ด้านหลังจะเป็นสมุนไพรเมืองเหนือ อากาศก็จะหนาวเย็นปกติ เจ้าพักที่บ้านหลังนี้ หากมีอะไรที่เจ้าต้องการ ข้าจะอยู่สวนสมุนไพรเมืองเหนือ อาจารย์เห็นว่าเจ้าอาจไม่ชิน กับอากาศเลยให้มาอยู่ที่นี่ไปก่อน”

    “ ขอบคุณศิษย์พี่มาก”

    ขจรเดินเข้าไปในบ้านพัก แล้ว เตรียมตัวที่จะ บุกเรือนจำดอยน้ำแข็งคืนนี้......

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน