ซินเอ๋อร์รู้สึกอยากทุบหัวตัวเองแรงๆนางไม่น่าไปพูดเื่ผีสางกับิ่ซูปี้เลย แม่สาวใช้สติแตกผู้นี้กลัวผีจนหัวหดกว่านางจะตะล่อมได้ก็ผ่านไปเกือบสองเค่อ
“เ้าอยากให้ข้าช่วยสิ่งใดหากไม่ผิดกฎหมายและมิใช่การฆ่าคนข้าจะช่วย”ิ่ซูปี้ยังมีดีอยู่บ้างที่เป็คนซื่อที่คบค้าสมาคมด้วยง่ายซินเอ๋อร์เงยหน้ามองขื่อคานแล้วไม่เห็นเงาดำในเรือนเหวินเต๋อจึงรีบบอกสหาย“เ้าพาข้าเข้าไปในห้องนายท่านเร็วเข้า ข้าทำของหล่นไว้ที่นั่น”
ิ่ซูปี้พยุงซินเอ๋อร์เข้าไปถึงเตียงนางก็ชี้ที่ซอกข้างๆ“กระเป๋าข้าหล่นอยู่ในนั้น”สาวใช้หน้ากลมแป้นหันมาถลึงตาใส่ซินเอ๋อร์คล้ายจะตะคอกถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายท่านกับซินเอ๋อร์“มันเป็เื่บังเอิญจริงๆ นะ ซูปี้”
“เอาเถอะๆนั่นเป็เื่ของเ้ากับนายท่าน ข้าไม่ถามอีกก็ได้”ิ่ซูปี้คิดว่าซินเอ๋อร์อาจจะอายจึงไม่กล้ายอมรับแต่กระเป๋าที่หล่นลงไปในซอกเตียงแค่นี้เหตุใดถึงต้องรอให้นายท่านไปก่อนจึงเข้ามาหา?ระหว่างที่คิดนางก็ยื่นมือล้วงลงไปในซอกเล็กๆข้างเตียงจนคว้าได้กระเป๋าผ้าใบยาวแล้วดึงออกมา
“ได้แล้ว!”
ซินเอ๋อร์ยิ้มจนหน้าบานกระเป๋าแมวของนางกลับมาแล้ว “เอาไปซ่อนในห้องเล็กเสียก่อนเถิดเดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า”ิ่ซูปี้ทำตามคำขอของซินเอ๋อร์เอาไว้ซุกไว้ใต้ที่นอนในห้องเล็กให้
“ว่าแต่กระเป๋าผ้าอันนั้นใส่อันใดไว้หรือมันดูแน่นๆ”
“ของใช้ส่วนตัวของข้าที่เอามาจากบ้านนอกน่ะสิพวกอุปกรณ์ใช้ซ่อมข้าวของแตกหักเสียหายน่ะ ข้ามีลุงเป็ช่างจึงเรียนวิชาซ่อมข้าวของมาจากเขา”
“หืม! เ้าเก่งจังหากข้ามีของแตกหักเสียหายต้องใช้เ้าช่วยแล้ว”
ซินเอ๋อร์หน้าอึมครึมนี่กระมังสิ่งที่ท่านลุงเคยกล่าวไว้‘หากเ้าได้โกหกครั้งหนึ่งแล้วย่อมจะต้องโกหกอีกร้อยครั้งเพื่อปกปิดการโกหกครั้งแรกสุดท้ายเ้าก็จะกลายเป็คนขี้โกหก’
ทั้งสองรีบออกมาจากห้องนอนของนายท่านเพื่อมิให้บ่าวชายที่เดินไปมาในเรือนเห็นความผิดปกติแต่พอเดินมาถึงห้องโถงเฉียวไฉก็ยืนรออยู่
“ข้าตามหาพวกเ้าตั้งนานไปไหนกันมา?”
จะว่าไปเรือนเหวินเต๋อแม้จะใหญ่แต่เดินไม่นานก็รอบเพราะมีห้องโถงใหญ่อยู่ตรงกลาง ปีกขวามีห้องหนังสือและห้องนอนของนายท่านอ้อมไปด้านหลังจะมีห้องเล็กสำหรับอาบน้ำของสาวใช้ต้นห้องซ่อนอยู่ส่วนปีกซ้ายของเรือนมีห้องรับแขกหนึ่งห้องเรือนนี้มีระเบียงกว้างสามารถเดินไปได้รอบ การที่เฉียวไฉมายืนดักรอพวกนางสองคนต้องมีจุดประสงค์
“เ้าตามหาพวกเราทำไมหรือ?”แม้เฉียวไฉจะดูมีอัธยาศัยอยู่พอสมควรแต่ดวงตาหลุกหลิกของคนผู้นี้ซินเอ๋อร์กลับไม่รู้สึกวางใจสัญชาตญาณของนักสืบคล้ายจะเตือนให้นางตื่นตัวทุกครั้งที่คนผู้นี้เข้ามาใกล้
“ข้าทำหน้าที่ดูแลเรือนเหวินเต๋อช่วยพ่อบ้านเมี่ยวเมื่อเข้ามาแล้วไม่เห็นพวกเ้าจึงจำต้องรออยู่ที่นี่ไม่เช่นนั้นข้าจะเรียนนายท่านอย่างไรเล่า?”
“อ้อ.....”ซินเอ๋อร์ลากเสียงยาว “ข้าลืมไปว่าท่านเป็รองหัวหน้าพ่อบ้านนี่นะ”
“จำไว้เช่นนั้นก็ดีอย่าลืมว่าเ้าถูกนายสั่งห้ามก้าวเท้าออกจากเรือนนี้”
ซินเอ๋อร์ก้มลงมองไม้เท้าที่ใช้ค้ำขาข้างหนึ่ง“ขาข้าแทบพิการอย่างนี้ยังจะไปที่ใดได้อีก” ิ่ซูปี้กับเฉียวไฉก้มลงมองขาของนางพร้อมกัน
เฉียวไฉพยักหน้าน้อยลอบผ่อนลมหายใจเบาๆ‘ดีเหมือนกันนางจะได้ไม่เป็ปัญหา’
ครั้นเฉียวไฉหันหลังจากไปซินเอ๋อร์จึงเพิ่งนึกได้ว่านางยังมิได้ส่งข่าวไปแจ้งให้ญาติผู้พี่ได้รู้ ไหนๆิ่ซูปี้ก็รู้ความลับของนางแล้วส่วนหนึ่งเห็นทีจำเป็ต้องให้ิ่ซูปี้เป็ผู้ช่วยสายลับของนางเสียแล้ว
“ซูปี้เ้าอยากทำงานที่ทั้งได้เงินและตื่นเต้นหรือไม่?”
“หืม...เ้าหมายถึงอันใด?”
ซินเอ๋อร์กระซิบอยู่ครู่หนึ่งิ่ซูปี้พยักหน้ายิ้มแย้ม“ข้าบอกแล้วว่าหากมิใช่การทำผิดกฎหมายและฆ่าคนตายข้าทำทั้งนั้น” นางฟังสิ่งที่ซินเอ๋อร์บอกแล้วรู้สึกตื่นเต้นตลอดชีวิตของนางถูกปลูกฝังว่านางเป็ได้เพียงสาวใช้ใครเล่าจะรู้ว่า์ส่งซินเอ๋อร์ที่เป็หัวหน้านักสืบหลวงเข้ามาทำภารกิจลับและที่สำคัญยามนี้ซินเอ๋อร์กำลังทาบทามให้นางเป็ผู้ช่วยสายลับด้วย!
แม้นางจะไม่แน่ใจนักว่าการเป็สายลับที่หัวหน้าซินพูดถึงต้องทำสิ่งใดบ้างแต่หัวหน้าซินก็ยืนยันแล้วว่ามิใช่งานผิดกฎหมายและไม่ต้องฆ่าผู้ใดนางจึงโล่งใจรายได้ที่หัวหน้าซินบอกก็น่าสนใจจะว่าไปแค่งานส่งสาส์นลับก็มีรายได้เท่ากับนางทำงานสองวันแล้วรายได้ดีเยี่ยงนี้นางจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร?
เมื่อิ่ซูปี้รับปากจะเป็ผู้ช่วยสายลับแล้วซินเอ๋อร์จึงให้นางพยุงไปยังห้องหนังสือเขียนข้อความแจ้งข่าวใส่กระดาษคร่าวๆสอดใส่ในกระบอกไม้ไผ่อันเล็กแล้วยื่นให้ิ่ซูปี้ “ภารกิจแรกของเ้าจงทำให้สำเร็จ ข้าฝากเ้าด้วย!”
ิ่ซูปี้รู้สึกคล้ายตนเป็บุคคลสำคัญที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานใหญ่ลุกขึ้นยืนทำท่าคารวะอย่างภาคภูมิใจ“สายลับิ่ยินดีรับใช้ ท่านหัวหน้า”
“จุ๊ๆอย่าเสียงดัง เื่นี้เป็ความลับระหว่างเรา”
“หลังเสร็จภารกิจแรกท่านหัวหน้าต้องสอนวิชาสายลับให้ข้าด้วย”
“ได้! เ้ารีบไปเถอะอย่าให้ผู้ใดเห็นเ้าเด็ดขาด”
“เ้าค่ะ”
ิ่ซูปี้ออกไปจากเรือนเหวินเต๋อด้วยความระแวดระวังนางเงยหน้ามอง้าเพื่อสังเกตเงาวูบวาบ มองด้านซ้ายเห็นบ่าวชายสองคนเดินมานางจึงโบกมือทักทาย พวกเขาคุ้นเคยกับนางจึงโบกมือ ิ่ซูปี้เดินออกไปทางห้องสุขา อ้อมไปทางหลังเรือนที่มีพุ่มไม้หนาแน่นนางเดินเลียบไปตามริมกำแพง คอยสังเกตรอบตัวอย่างเข้มงวดวันนี้ประตูเล็กไม่มีคนเฝ้าช่างเคราะห์ดีเหลือเกิน!
เมื่อเล็ดลอดออกจากประตูไปได้นางก็ตรงดิ่งไปยังกอไผ่ที่หัวหน้าซินสั่งไว้หย่อนของชิ้นนั้นไว้ด้านในแล้ววิ่งกลับเขาคฤหาสน์
“เหตุใดเ้าหน้าตื่นถึงเพียงนั้น?”
“เมื่อกี้ข้ารู้สึกเหมือนเห็นเงาวูบอยู่เหนือกำแพงข้าก็เลยใมาก” ใบหน้าซีดเซียวของิ่ซูปี้ทำให้บ่าวผู้นั้นไม่คิดสงสัย
“เ้ารีบไปพักเสียสิดูเ้าเหมือนคนใกล้จะเป็ลมแล้ว”
“อืม...ขอบใจที่เป็ห่วง”นางรีบเดินไปยังเรือนเหวินเต๋อภารกิจแรกเสร็จสิ้นแล้วต้องรีบไปรายงานหัวหน้าก่อนที่นายท่านจะกลับมา
ซินเอ๋อร์ยื่นเงินตำลึงให้ิ่ซูปี้“เ้าเก่งมากนับสืบิ่ งานแรกก็ประสบความสำเร็จแล้วข้าจะบอกความลับแก่เ้าอย่างหนึ่ง” ิ่ซูปี้รีบยื่นหน้าเข้าไปใกล้ซินเอ๋อร์ซุบซิบอยู่ครู่หนึ่ง
“หัวหน้าซินท่านช่างเก่งกาจเสียจริง!”
***************
