ตอนที่ 7 เคลื่อนไหวตามแผน องครักษ์หญิงงั้นหรือ
“ขอบพระทัยซื่อจื่อเพคะ” เมื่อเห็นว่าเยี่ยนไหฺวจิงตกลงแล้ว เว่ยเย่ว์อู่ก็โล่งใจ พูดแค่ไม่กี่ประโยค ก็ทำให้นางประหม่าได้แล้ว ฝ่ามือใต้แขนเสื้อมีเหงื่อซึมเล็กน้อย
“เ้าทำได้ดีมาก!” ทันใดนั้นเยี่ยนไหฺวจิงก็มองนางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม เอ่ยแฝงความนัยต่อไป “หวังว่าต่อไปเ้าจะทำได้ดียิ่งกว่านี้”
ต่อไปหากทำได้ดียิ่งขึ้น จึงจะมีโอกาสติดตามไปกับเขา หากทำได้ไม่ดี...
เว่ยเย่ว์อู่เข้าใจการข่มขู่ที่แฝงอยู่ในประโยคหลังนั้นได้อย่างชัดเจน
ไม่มีถูกหรือผิด ขึ้นอยู่แค่ว่าตัวนางมีค่าพอหรือไม่ ที่จะให้ซื่อจื่อแห่งเยี่ยนกั๋วกงยื่นมือเข้าช่วย!
ประตูของโรงเตี๊ยมเปิดอยู่ โม่หฺวาถิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงกลาง ถัดจากเขาคือใต้เท้าหวังนายอำเภอของเมืองนี้ที่เขาเชิญมา ข้างกายเขามีองครักษ์ของจวนจิ้งหย่วนโหวยืนอยู่ด้วย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงไม่ได้กันชาวบ้านออกไป
เวลานี้ ทั้งภายในและภายนอกโรงเตี๊ยมแออัดไปด้วยผู้คน ทุกคนต่างกระซิบพูดคุยกันไม่หยุด หลังจากตั้งใจฟังสองสามประโยคจึงได้รู้ว่าทุกคนกำลังพูดถึงเื่บุตรสาวของหฺวาหยางโหวที่คืนวานนี้ถูกปล้นฆ่าตายขณะเดินทางผ่านเมืองนี้!
ใต้เท้าหวังยืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อ ในใจวิตกกังวลหนัก
บุตรสาวตระกูลขุนนางเกิดเื่ในพื้นที่ของตน แล้วจะไม่ให้เขาใกลัวได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นยังเกี่ยวข้องกับหฺวาหยางโหว ยังมีจิ้งหย่วนโหวอีก คนหนึ่งเป็ขุนนางระดับสูง อีกคนเป็ขุนนางใหม่มีชื่อ นายอำเภอเล็กๆ ที่ไม่มีภูมิหลังเช่นเขาจะทำให้คนใดคนหนึ่งขุ่นเคืองไม่ได้
“ใต้เท้าหวัง หรือ้าให้ข้ารายงานเื่โจรนี้ต่อราชสำนัก” โม่หฺวาถิงมองใต้เท้าหวังที่เหงื่อผุดทั่วร่างด้วยความเ็า
สายตาของฝูงชนจับจ้องไปที่ใต้เท้าหวังทันที
“ขอรับ ขอรับ ท่านโหว ข้าน้อยจะรีบรายงานเหตุการณ์ไปทางเมืองหลวงทันที โจรข้ามพรมแดน เื่เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่รู้ว่าเป็โจรมาจากที่ใด พวกมันอาจเพ่งเล็งมาั้แ่แดนไกลแล้ว ข้าน้อยไม่ได้รับความเป็ยิ่ง”
เมื่อถูกโม่หฺวาถิงเตือนความจำ นายอำเภอก็ได้สติขึ้นทันที ขณะพยักหน้าและโค้งคำนับ ก็รีบเอ่ยแก้ต่างปัดความผิดให้พ้นตัว
พูดถึงเื่นี้แล้วเขาเองก็สับสนเช่นกัน พื้นที่ของตนนั้นสุขสงบมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แล้วเกิดเื่ใหญ่เช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ที่เรียกว่าโจรนี่มาจากที่ใด เพราะเหตุใดจึงจับจ้องบุตรสาวของหฺวาหยางโหวสตรีที่อ่อนแอเช่นนี้ล่ะ นี่ต้องมีความอาฆาตแค้นมากเพียงใด ถึงได้ไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดแม้แต่คนเดียว
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ เขาไม่กล้าถามจิ้งหย่วนโหว
โม่หฺวาถิงขมวดคิ้ว ใบหน้าแสดงออกถึงความเ็ปเล็กน้อย “หากข้ามาเร็วกว่านี้หน่อย จะปล่อยให้คุณหนูหกเว่ยร่วงหล่นดั่งหยก[1]ได้อย่างไร แม้ว่าตอนนี้นางจะแยกจากข้าไปตลอดกาล ข้าก็ยินดีจะรับป้ายิญญาของนางเข้าสู่ประตูจวนจิ้งหย่วนโหวของเรา นางยังคงเป็ฮูหยินใหญ่แห่งจวนจิ้งหย่วนโหวของข้า!”
“ท่านโหวช่างมีความรักอันซื่อสัตย์จริงๆ หากคุณหนูหกเว่ยรู้ว่าท่านโหวปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ ภายใต้หลุมฝังศพก็ตายตาหลับแล้ว” ใต้เท้าหวังในตอนนี้ตอบกลับอย่างรวดเร็ว ประจบประแจงในทันที
ด้วยคำพูดของเขา ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างพยักหน้าแล้วพูดว่า “จะว่าไปแล้วก็เป็คุณหนูหกเว่ยที่อาภัพ สามีแบบนี้กลับไม่มีโอกาสครองคู่”
“หากคุณหนูหกเว่ยผู้นี้ยังไม่ตาย แต่งให้สามีเช่นนี้ นับเป็พรที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน!”
โม่หฺวาถิงเก่งเื่คำนวณใจคน รู้ว่าตนเองอยู่ที่นี่ในเวลานี้จะถูกคนสงสัยได้อย่างง่ายดาย เมื่อเห็นว่าการพบกันครั้งนี้ทำให้ฝูงชนเชื่อมั่นชื่นชมตนเองได้ ก็พึงพอใจเป็อย่างยิ่ง ทว่าใบหน้ากลับสงบนิ่งและเคร่งขรึมเช่นเดิม “ใต้เท้าหวัง อย่าพูดถึงเื่นี้เลย ตราบใดที่ใต้เท้าหวังจับฆาตกร แก้แค้นให้คุณหนูหกเว่ยได้ จวนจิ้งหย่วนโหวย่อมขอบคุณอย่างสุดซึ้ง”
พูดจบ เขาก็ยืนขึ้นและโค้งคำนับให้ใต้เท้าหวังด้วยความเคารพอย่างสุดแสน สถานะของเขาสูงกว่านายอำเภอผู้หนึ่งมาก แต่เขายอมทำเช่นนี้เพื่อเว่ยเย่ว์อู่ได้ เดิมยังมีบางคนสงสัยในตัวเขาอยู่บ้าง ยามนี้อดสั่นไหวไม่ได้ ตาชั่งในใจเอนเอียงไปทางโม่หฺวาถิงโดยไม่ลังเล
จิ้งหย่วนโหวโม่หฺวาถิงคุ้นเคยกับการคำนวณแผนการจริงๆ เว่ยเย่ว์อู่เฝ้าดูอยู่พักหนึ่ง ในตอนนั้นเองก็มีรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก นางมองไปทางโม่หฺวาถิงที่กำลังตั้งใจแสดง พลางเอ่ยถามออกมาเสียงดัง “ท่านนี้ก็คือจิ้งหย่วนโหวหรือ”
ชั่วขณะนั้น ฝูงชนต่างหันไปมองทางต้นเสียง
องครักษ์เดินนำคอยเปิดทางอยู่ด้านหน้า ฝูงชนต่างแยกกันเป็สองฝั่ง เว่ยเย่ว์อู่เดินเข้าไปตรงกลาง
โม่หฺวาถิงหันกลับมาด้วยความประหลาดใจ มองไปทางหญิงสาวที่เดินเข้ามาอย่างช้าๆ
หญิงสาวนางนี้ไว้ผมหน้าม้ายาวจนแทบจะปิดตา ใบหน้าผลัดแป้งหนาเตอะ ทั้งขาววอกและแข็งกระด้าง มองไม่เห็นหน้าตาที่ชัดเจน ร่างกายผอมบางทำให้อาภรณ์บนตัวดูใหญ่เกินไป ทั่วทั้งร่างดูอึมครึมมืดมนยิ่ง
“ข้าเอง!” โม่หฺวาถิงมั่นใจว่าตนเองไม่เคยพบหญิงสาวตรงหน้า เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“เมื่อครู่นี้จิ้งหย่วนโหวบอกว่าคุณหนูหกเว่ยแห่งจวนหฺวาหยางโหวตายแล้วหรือ” เว่ยเย่ว์อู่กวาดตามองสำรวจโม่หฺวาถิงแล้วถามออกไป ั์ตาของนางมีประกายความมืดมิดเย็นะเืวาบผ่าน
จู่ๆ ในหัวก็มีเสียงหัวเราะของหญิงรับใช้ผู้ดูแลจวนที่เดินออกมาต้อนรับนางกลับจวนลอยเข้ามา ‘คุณหนูหกช่างโชคดีจริงๆ จิ้งหย่วนโหวอายุน้อยอนาคตไกล เป็เขยที่ดีที่สุดสำหรับสตรีในเมืองหลวง แต่กลับมีความรักลึกซึ้งต่อคุณหนูหกเพียงผู้เดียว หากไม่ใช่คุณหนูหกไม่แต่ง! ครั้งนี้ได้ยินมาว่าคุณหนูหกกลับเมืองหลวงยังอยากมาต้อนรับคุณหนูหกด้วยตนเอง’
อันที่จริง โม่หฺวาถิงก็มาแล้ว เพียงแต่ไม่ได้มาต้อนรับตนกลับเมืองหลวง กลับมาเพื่อคร่าชีวิตตน ใช้เืของผู้คนมากมายอาบย้อมหิมะผืนใหญ่ด้วยสีแดงฉาน...
เว่ยเย่ว์อู่สูดลมหายใจแน่น ระงับความเกลียดชังในดวงตา สายตากวาดมองไปเหนือฝูงชนที่มองดูอยู่ ในเมื่อโม่หฺวาถิงจงใจให้คนเหล่านี้เข้ามา เช่นนั้นก็ให้เขากินผลไม้ของตนเอง[2]แล้วกัน!
“เ้าเป็ใคร เื่นี้เกี่ยวอะไรกับเ้า” โม่หฺวาถิงมองไปที่เว่ยเย่ว์อู่ เห็นเป็หญิงสาวที่มีรูปลักษณ์ธรรมดาๆ ไม่โดดเด่น จึงกล่าวถามกลับอย่างไม่เกรงใจ
“มันไม่เกี่ยวอันใดกับข้าจริงๆ แต่มีบางอย่างเกี่ยวกับนาง” ในเวลานี้เว่ยเย่ว์อู่เดินไปข้างกายโม่หฺวาถิงพลางชี้นิ้วไปทางขวามือของเขา โม่หฺวาถิงหันกลับไปโดยไม่รู้ตัว จนมองเห็นด้านหลังของตนอย่างชัดเจน เมื่อพบว่ามีองครักษ์ธรรมดาเพียงคนเดียวก็ระแวดระวังในทันที ครั้นหางตากวาดมองไปทางซ้าย เห็นมือเรียวยื่นออกมา
ในฐานะผู้บัญชาการทหารเขาเองก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่รอช้ารีบหันกลับไปอีกครั้ง พลันสะบัดมือออกไปหมายจะขัดขวางนิ้วมือที่ยื่นออกมาของเว่ยเย่ว์อู่
แต่อีกฝ่ายกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่า!
องครักษ์ในชุดสีดำสนิทเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ในพริบตาก็มาปรากฏตัวตรงหน้าโม่หฺวาถิง ขวางมือของโม่หฺวาถิงไว้ได้พอดี
คนของเยี่ยนไหฺวจิงหรือ
โม่หฺวาถิงตกตะลึงครู่หนึ่ง และในขณะที่เขาตกตะลึง องครักษ์ที่ยืนอยู่ทางซ้ายมือด้านหลังเขาก็ส่งเสียงกรีดร้องของสตรีดังขึ้น
เชิงอรรถ
^ ร่วงหล่นดั่งหยก เหี่ยวเฉาดั่งดอกไม้ เป็นการอุปมาถึงการตายของหญิงสาว^ กินผลไม้ของตนเอง อุปมาว่า ตนทำสิ่งไม่ดีก็รับความเสียหายหรือการลงโทษด้วยตนเอง