เทพยุทธ์โลกนิยาย

    ตอนที่ 40 เผชิญหน้าผู้ใช้กฎ


    ตอนที่ 40


    หลังจากสรรเสริญบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของตาเฒ่าโฮ่วตงเสร็จ ไป๋กุนหลางก็หันไปตรวจสอบต้นหมอกควันทุกต้นให้แน่ชัด…


    สิ่งที่เห็นคือ ทุกๆต้นไม่มีผลเหลือเลย  "สรุปนี่ตูโดนหลอกจริงๆสินะ"  ไป๋กุนหลางกล่าวลอยๆ


    "ใช่แล้วขอรับ"  เจ้าระบบกล่าว 


    'เฮ้อ...ไม่น่าอ่านนิยายข้ามโลกมาเยอะเลยตู...แม่ง!ถูกหลอกซะเสียหมาเลย!'  ไป๋กุนหลางคิดอย่างชอกช้ำใจ 


    เพราะถ้านี่เป็นโลกเก่า  ไป๋กุนหลางเชื่อว่าเขาไม่มีทางถูกโฮ่วตงหลอกแน่นอน 


    ในนิยายสกิลของพระเอกข้ามโลกคือ  ระบบสุดโกง  ได้ผูกมิตรกับยอดคนแห่งยุค  ตอนนี้ไป๋กุนหลางได้เจ้าระบบเป็นสกิลแรกมาแล้ว  ไป๋กุนหลางก็นึกว่าโฮ่วตงน่ะ  คือสกิลที่สอง  แต่ที่ไหนได้…คุณหลอกดาวซะงั้น


    เมื่อไม่อาจแก้ไขเรื่องที่โดนหลอก  ไป๋กุนหลางก็ไม่ได้เตรียมตัวมาขนต้นหมอกควันเสียด้วย  จึงทำได้เพียงให้เจ้าระบบสแกนต้นหมอกควันเก็บข้อมูล  หาวิธีปลูกมันนอกป่าหมอก 


    กว่าจะเสร็จก็ช่วงค่ำ  ไป๋กุนหลางเลยต้องค้างคืนแถวนั้น  นอนมองดูความโง่เขลาของตนอย่างเจ็บแค้นใจ


    วันรุ่งขึ้น  ไป๋กุนหลางออกเดินทางแต่เช้า  ไม่ได้กลับทางเก่าเพราะทางนั้นมันอ้อม


    "นายท่าน!  ระวัง!  พวกเรากำลังหลงเข้ามาอยู่ในอาณาเขตแห่งกฎบางอย่าง!!"

    ในระหว่างที่ไป๋กุนหลางเดินผ่านพื้นที่โล่งแห่งหนึ่ง  เจ้าระบบก็ร้องเตือนอย่างตื่นตระหนก!


    อาณาเขตแห่งกฎ  มันเหมือนกับค่ายกลขนาดย่อมที่สร้างด้วยพลังจิต  ผู้ใช้สามารถซ่อนตัวอยู่ในอยู่หรืออยู่นอกอาณาเขต  สังหารศัตรูโดยไม่เห็นหน้า  เป็นรูปแบบการใช้พลังอันน่ากลัวอย่างหนึ่งของเจ้าอาคม


    ได้ยินคำเตือนของเจ้าระบบ  ไป๋กุนหลางไม่ลังเลรอช้า  หันกลับหลังแล้วทะยานร่างออกจากพื้นที่โล่ง  เข้าสู่แนวป่าทันที  ด้วยสำนึกฟังสำเนียงเสียงอัสนี!


    หยุด!!!

    ขณะจะเข้าแนวป่าเจ้าระบบก็ร้องเตือนไป๋กุนหลางเสียงดังลั่น! 


    ไป๋กุนหลางเบรกจนเท้าลากพื้นเป็นทางยาว  "เกิดอะไรขึ้นทำไมต้องหยุด!"  เขาเอ่ยถามเจ้าระบบด้วยความเคร่งเครียด 


    เจ้าระบบยังไม่ทันได้ตอบ  คำตอบกลับปรากฏออกมาเอง!  ตรงหน้า!!


    พื้นที่ข้างหน้าไป๋กุนหลาง  ห่างไปประมาณสามก้าว  มีตาข่ายพลังจิตปรากฏขึ้นมา  มีความสูงเท่ายอดไม้  ดูไปแล้วน่าจะเหนียวแน่นมาก!  ไป๋กุนหลางรู้เลยว่าถ้าเบรกไม่ทัน  เขาได้กลายเป็นแมลงวันติดใยแมงมุมแน่!


    ตอนนั้นเองด้านตรงข้ามกับไป๋กุนหลาง  ก็มีคนผู้หนึ่งทะยานออกมา  มาถึงกึ่งกลางพื้นที่โล่งแล้วค่อยหยุด  ยกสองมือขึ้นมาตบ..แปะแปะ  แล้วกล่าวชมไป๋กุนหลางว่า  "มีฝีมือเหมือนกันหนิ  ที่สัมผัสถึงพลัง  ตาข่ายฟ้า  ของข้าได้"


    ไป๋กุนหลางหันไปสำรวจผู้มาใหม่  คนผู้นี้เป็นชายวัยประมาณสี่สิบปี  สวมชุดของชาวอาณาจักรลับแล  ตาข้างขวาบอด  มีรอยแผลเป็นจากการถูกฟันอย่างชัดเจน  ทำให้ดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง!


    "ขออภัยอย่างสูง!  พี่ชายชาวลับแล  ถ้าข้าเกิดหลงเข้ามาก่อกวนกิจธุระของท่าน"  ไป๋กุนหลางกล่าว  เขาหวังให้มันเป็นเพียงความบังเอิญ  แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ว่ามันไม่ใช่  ในขณะที่พูดไป๋กุนหลางจึงผนึกพลังเตรียมพร้อมรับเหตุเปลี่ยนแปลงไปด้วย 


    "หึหึ…เจ้าไม่ได้หลงเข้ามาก่อกวนข้าหรอก  ข้า เฟิ่งกุย  อยู่ตรงนี้เพื่อรอดับลมหายใจของเจ้า องค์ชายห้าไป๋กุนหลาง"  ชายตาเดียวที่มีชื่อว่าเฟิ่งกุยกล่าว


    "อืม...ท่านรู้ว่าข้าเป็นใครกลับยังคิดฆ่า  ไม่กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้ความเป็นพันธมิตร  ของสองอาณาจักรต้องขาดสะบั้นลงงั้นหรือ?"  ปากกล่าวถาม เบี่ยงเบนความสนใจ 

    สอดสายตาเฟ้นหาช่องโหว่เพื่อกำหนดรูปแบบการจู่โจม 

    ปลายเท้าปรับมุมวาง  ขาสะสมพลัง 

    แขนขวาผ่อนคลายเพื่อชักกระบี่ให้รวดเร็ว 

    ไป๋กุนหลางรู้ว่าศึกนี้ยากหลีกเลี่ยง! 


    เฟิ่งกุยหัวเราะฮาฮา  แล้วกล่าว  "เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกะ..อ๊ะ!"  


    กล่าวยังไม่ทันจบ  เฟิ่งกุยก็อุทานอย่างแปลกใจ  เพราะไป๋กุนหลางได้พุ่งตัวเข้ามาด้วย สำนึกฟังสำเนียงเสียงอัสนี!  พร้อมชักกระบี่ออกจากฝัก


    ความจริงเฟิ่งกุยสังเกตุเห็นการเตรียมพร้อมของไป๋กุนหลางตั้งแต่แรกแล้ว  เฟิ่งกุยแค่ไม่คิดว่าไป๋กุนหลางจะขวัญกล้าบังอาจเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน


    เฟิ่งกุยไม่เพียงไม่ชื่นชม  แต่ยังดูถูกการกระทำของไป๋กุนหลางอีกด้วย  เฟิ่งกุยมองไป๋กุนหลางเป็นคนหนุ่มไม่รู้จักคิด  ไม่รู้จักประเมินสถานการณ์  


    "คราแรกข้ากะจะให้เกียรติความเป็นองค์ชายของเจ้า  ให้เจ้าได้ตายอย่างสบายแท้ๆ  แต่ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักคิดเยี่ยงนี้  ข้าจะทำให้เจ้าคุกเข่า หลั่งน้ำตา  ร้องขอความตายจากข้า!"  เฟิ่งกุยกล่าว  แล้วกางฝ่ามือหันหาไป๋กุนหลาง!



    ____________________________


    ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน