ตอนที่ 27
ซุน และ มือปราบเฉิน สายตาจดจ้อง...
ทั้งคู่ล้วนแล้วแต่ชิงชังอีกฝ่ายเต็มประดา...
“มือปราบอู่ มือปราบหลุน มือปราบเย่... พวกเ้าสามคนจงเดินทางกลับเข้าไปในหมู่บ้านติดต่อชายแซ่เกา ว่าพวกเราพบเจอเ้าเด็กนี่แล้ว งานของพวกเราจะได้เสร็จสิ้นลงเสียทีข้านั่นอยากให้พวกมันออกไปจากเขตชุมชนหมู่บ้านตะวันอัสดง แทบจะทุกลมหายใจเข้าออก!!” มือปราบเฉิน เค้นเสียงสั่งการลูกน้อง
ทั้งสามแสดงท่าทีเลิ่กลั่ก...
“ตะ...แต่หัวหน้าเฉิน เ้าเด็กนั่นมันมิใช่ธรรมดาเลย!! ทั้งกระบี่ในมือมันยัง คล้ายเป็กระบี่พระราชทานจากราชวงศ์เสวียนอู่น่ากลัวยิ่งกว่ากระบี่อักขระเสียที่ข้าเคยพบเห็นอีก!!” มือปราบอู่กล่าวขึ้น
“ใช่แล้วท่านหัวหน้าเฉิน เมื่อครู่ข้าก็เห็นเงาร่างวานรตัวใหญ่ปรากฏทับซ้อนกับร่างของมัน ไม่แน่ว่าเ้าเด็กนี้ อาจเป็ผู้ใช้พลังจากร่างสถิตก็เป็ได้!! พื้นฐานลมปราณจึงยากที่จะชี้ชัดความสามารถแท้จริงของมัน”มือปราบหลุน กล่าวเสริม
แต่ทว่า... สายตาของมือปราบเฉิน ที่มองกลับมายังพวกมันทำให้ทั้งสามรู้สึกอึดอัดทันที...
“ข้าสั่งอะไร พวกเ้าแค่ทำตามก็พอ!! คิดว่าคนอย่างข้าเฉินโม่ จะแพ้ให้กับเ้าเด็กขี้เมานี่งั้นหรือ?!”
สามมือปราบสั่นสะท้าน เมื่อถูกจดจ้องด้วยสายตาเช่นนั้น...ทุกคนรู้ดีถึงนิสัยของ มือปราบเฉิน เหล่ามือปราบใต้อาณัติ จึงไม่มีใครหาญกล้าขัดคำสั่ง...ทั้งสามรีบทำความเคารพ ก่อนจะโดดขึ้นหลังอาชาควบตรงไปยังเขตหมู่บ้านในทันที...
ซุน เหลือบมองผู้ที่จากไปด้วยหางตา หากปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน ซุนคงยากที่จะหลบหนีไปจากที่นี่ได้... ชายแซ่เกา และกลุ่มลูกสมุน ที่แม้แต่มือปราบเฉิน ยังหวาดกลัวไม่กล้าขัดขืน เป็กลุ่มยอดฝีมือที่ระดับชั้นลมปราณของ ซุนในตอนนี้ไม่สามารถเผชิญหน้า...
เฒ่าชีเปลือย ล่องลอยร่างิญญาเข้ามาเรียบเคียงใกล้ ๆ
“นี่เ้าเด็กหยาบช้า... คนตรงหน้าเ้านั้นเป็ยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นต้นเหนือกว่าเ้าถึง 2 ระดับชั้นลมปราณ หากเทียบกับระดับมือปราบที่เ้าเคยเผชิญหน้ามาเ้านี้เก่งกาจกว่าพวกนั่นอยู่หลายขุม ดังนั้นอย่าได้ประมาทเ้านี่เป็เด็ดขาด...”
เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบรับเบา ๆ ซุน เองในเวลานี้ก็เริ่มที่จะใช้ััลมปราณเป็บ้างแล้ว... ย่อมเห็นถึงออร่ามหาศาลที่มือปราบเฉิน แผ่ล้นออกมา มันหนาแน่นยิ่งกว่าออร่าของ ซุน นับสิบเท่า อีกทั้งในด้านประสบการณ์และทักษะวิชา เด็กหนุ่มก็ล้วนแล้วแต่เสียเปรียบ...
สิ่งเดียวที่ ซุน เหนือกว่า ก็คือ กระบี่ในมือ
และทักษะอาคม ที่อีกฝ่ายคงไม่เคยพบเจอมาก่อน...
ในการต่อสู้ครั้งนี้ เงื่อนไขของ ซุน ก็ย่ำแย่กว่าอีกฝ่ายหลายเท่า...เพราะ ซุน จำต้องเอาชนะมือปราบเฉินให้ได้อย่างขาดลอยเท่านั้น ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถติดตามได้และจึงค่อยหลบหนีไปแต่สำหรับ มือปราบเฉิน มีเงื่อนไขเพียงแค่ถ่วงเวลา ซุน เอาไว้ จนกว่าชายแซ่เกาจะมาถึงก็นับว่าเกินพอแล้ว ไม่จำเป็ต้องเอาชนะเสียด้วยซ้ำ...
เหงื่อที่ขมับของ ซุน ค่อย ๆ ผุดขึ้นการทรงร่างวานรสิ้นเปลืองพลังิญญามิใช่น้อย คงไม่อาจยื้อได้มากเท่าใดนัก...อีกทั้ง มือปราบเฉิน ยังไม่เปิดช่องว่างใด ๆ ให้เห็นเลยบ่งบอกถึงประสบการณ์ในการต่อสู้ในระดับสูง...
ซุน รู้ดีว่าทุก ๆ ลมหายใจที่ผ่านไป คือความอันตรายที่ทบทวี...อย่างน้อยกระบี่ในมือ ก็คือเทพศาสตราชั้นยอด ที่สามารถทำลายกระบี่ของ มือปราบเฉินได้!! ตัดสินใจพุ่งตรงเข้าไปด้วยท่าร่างเมามายโยกคลอนจนเกิดเงาร่างทับซ้อนหลอกล่อสายตา...
ทว่า มือปราบเฉิน กลับไปหลงกล ยังคงแน่นิ่งปลายกระบี่ไม่ไหวติง...
ซุน ไม่อาจรอช้า เมื่อเข้าสู่ระยะก็ตวัดกระบี่ฟาดฟันเข้าหาเพ่งเล็งในการทำลายกระบี่ของอีกฝ่ายก่อนเป็สิ่งแรก... จังหวะนั้น ดวงตาของมือปราบเฉิน เปล่งประกายขึ้น พลิกข้อมือเล็กน้อยก่อนจะตวัดกระบี่อย่างเฉียบคม...
เกร้ง!
“!!!!!!!!!” ซุน เบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อปลายกระบี่ของ ซุน ถูกปัดต่ำจนคมดาบทิ่มลงพื้นดิน... ก่อนที่มือปราบเฉินจะแทงเข้าที่ยังร่างของ ซุน โดยไม่ลังเล น่าเสียดายที่ปลายกระบี่ของ มือปราบเฉินไม่อาจผ่านเกราะอ่อนที่ ซุน สวมไว้ด้านใน แต่ ซุน ก็ยังต้องบอบช้ำะเืถึงกระดูกใบหน้าบิดเบี้ยวลงด้วยความเ็ป...
กลายเป็การผลักดันให้ ซุน ร่นถอยได้อย่างเฉียดฉิว...
มือปราบเฉิน กดหัวคิ้วลงต่ำ...
“สวมเกราะอ่อนที่ด้านในงั้นสินะ... เพราะข้าเกรงว่าจะทำให้เ้าถึงแก่ความตายจึงออมมือเอาไว้บางส่วน ไม่คิดว่าจะแอบซ่อนเกราะอ่อนที่แข็งแกร่งไว้เช่นนั้น แต่ในเมื่อเวลานี้ข้ารู้แล้วต่อจากนี้ไปย่อมไม่มีทางพลาดอีกเป็ครั้งที่สอง...”
ซุน ใบหน้าซีดเผือด... ก่อนหน้านี้ที่ มือปราบเฉินสามารถปัดกระบี่ของ ซุน ลงได้ มิใช่เพราะกระบี่ของ มือปราบเฉิน แข็งแกร่งเทียบเท่ากระบี่ของซุน แต่เป็เพราะ มือปราบเฉิน เลือกใช้จังหวะที่แม่นยำ ตวัดกระบี่ว่องไวประหนึ่งแส้ฟาดปัดลงที่ตัวใบมีดมิใช่คมมีด!!
ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงทำให้ทิศทางของกระบี่เสียสมดุล ถูกปัดตกทิ่มลงสู่พื้นดิน...เด็กหนุ่มเริ่มมองเห็นและเข้าใจถึงความแตกต่างในด้านประสบการณ์อย่างชัดเจนแม้จะมีศาสตราที่เหนือกว่า แต่ก็ยังพ่ายแพ้ในความชำนาญ...
เด็กหนุ่ม แผดเสียงก้องดังเรียกความฮึกเหิมก่อนจะฟาดฟันกระบี่สะเปะสะปะ ขอเพียงใช้คมมีดของทำลายกระบี่ของ มือปราบเฉินได้ก็เพียงพอแล้ว... หากแต่ มือปราบเฉิน กลับสามารถป้องปัดได้ทั้งหมด ทั้งยังเลือกหาจังหวะแทงกระบี่สวนกลับจงใจกระหน่ำแทงเข้าใส่เกราะอ่อน!!วิธีการนี้แม้ไม่อาจปิดฉากการต่อสู้ได้ แต่มันย่อมแสดงถึงความเหนือชั้นกว่าใช้ความเร็วปวดเข้าเล่นงาน ทำลายขวัญและกำลังใจของ ซุน อย่างมหาศาล!!
มือปราบเฉิน ต้องจับเป็เท่านั้นจึงเลือกเล่นงานด้วยวิธีการชั่วร้ายเช่นนี้...
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! สุดท้ายเ้ามันก็เป็เพียงแค่เด็กน้อยผู้หนึ่ง!!”
ซุน ถูกกดดันอย่างหนัก จนมองเห็นโลหิตที่ไหลออกมาจากมุมปาก...จวบจนกระทั่งพลังิญญาพร่องโหว่ ไม่อาจควบคุมการทรงร่างวานรได้อีกแล้ว...จิติญญาแห่งวานรค่อย ๆ สลายกลับเข้าไปในรอยสักตามเดิม...
ดวงตาของ ซุน สั่นไหว หายใจหอบหนัก...
ยิ่งสร้างความสะใจยิ่งให้กับ มือปราบเฉิน...
“หึหึ... เมื่อครู่เ้าสูญเสียพลังสัตว์อสูรที่สถิตร่างไปแล้วข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเ้าจะสามารถใช้พลังของร่างสถิตที่หายากได้ แต่สุดท้ายมันก็เท่านั้นตอนนี้เ้าไม่เหลือพลังใดจะต่อกรข้าอีกแล้ว...”
มือปราบเฉิน สับสนการทรงร่างิญญาของ ซุน กับทักษะร่างสถิตที่เป็หนึ่งในทักษะหายากของยุทธภพแน่นอนว่าทั้งสองล้วนมีความแตกต่างกันอยู่ แต่เพราะนี่คือคำอธิบายเดียวในการที่มือปราบเฉิน มองเห็นจิติญญาวานรปรากฏกาย จึงปักใจเชื่อตามนั้น...
ขาสองข้างของ เด็กหนุ่ม สั่นไหวชัดเจน กระบี่ในมือยังถือไว้ไม่แน่นิ่งมองจากมุมใดก็นับว่าหมดสภาพในการต่อสู้ไปอย่างชัดเจน... แต่กระนั้น ซุน ก็ยังคงสืบเท้าไปด้านหน้าไม่หยุดพลางกวัดแกว่งกระบี่ชั้นเลิศ ท่วงท่ามั่วซั่วมิต่างถือกิ่งไม้... ทำให้มือปราบเฉิน ได้แต่รู้สึกสมเพชตนเอง ที่ต้องมาจริงจังกับคู่ต่อสู้ที่ไม่ได้มีความสามารถสมน้ำสมเนื้อกับตนเลยแม้แต่น้อย...
แต่แล้ว... ในพริบตาที่ความประมาทเลินเล่อของมือปราบบังเกิดขึ้น...ซุน ที่จับจ้องรอคอยจังหวะเช่นนี้ด้วยการเล่นละครตบตามาโดยตลอดอาศัย่จังหวะที่ความเฉียบคมในท่วงท่าของ มือปราบเฉิน อ่อนด้อยลง...
เด็กหนุ่มก็ได้เปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวในชั่วพริบตา!!
วางเท้า 6 ก้าวย่างอย่างแม่นยำ ก่อนจะตวัดกระบี่ 3 ครั้ง ที่ถูกมองเห็นเพียงประกายคมกระบี่!! มือปราบเฉิน เบิกตากว้างตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงนี้รีบฟาดฟันกระบี่ตั้งรับ 3 จังหวะเช่นเดียวกัน!!
เด็กหนุ่ม แสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะดีดตัวร่นถอยทันที...
ทำเอา มือปราบเฉิน สั่นสะท้าน... กระบี่ในมือของตนถูกฟันขาดเป็สามท่อน ผ่านการฟาดฟันเพื่อตั้งรับทั้ง 3 ครั้งจากความแข็งแกร่งอันคมกริบของ กระบี่ราชวงศ์...
“บัดซบ!! ที่แท้เ้าแอบซ่อนทักษะนี้ไว้ และแสร้งทำเป็ว่าใช้กระบี่ไม่เป็มาโดยตลอดเลยงั้นสินะ”
ซุน หัวเราะ หึหึ ในลำคอ...
“เพลงกระบี่สายลมคิมหันต์ สำนักสายลมประจิม...ตวัดสามครั้งทิ้งเก้าร่องรอย...”
“!!!!!!!!!!” มือปราบเฉิน เบิกตากว้างเนื่องด้วยมันรับได้ทันเพียงแค่ 3 กระบี่เท่านั้น... กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งบัดนี้ร่างของมันก็อาบท่วมไปด้วยโลหิต ปรากฎรอยกระบี่อีก 6 รอยบนร่าง!! ทั้งยังเป็ตำแหน่งสำคัญทั้งสิ้น!!
“นะ...นี่เ้า!!” มือปราบเฉินสำรอกโลหิตจำนวนมากออกจากมุมปาก ลมหายใจเริ่มขาดห้วงไม่ต่อเนื่อง อาการาเ็ที่เกิดจากความประมาทสาหัสเกินจะเยียวยา
ซุน แผ่จิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง จดจ้องมายังสภาพที่เจือนตายของ มือปราบเฉิน...
“ตัวข้าเข้าร่วมสมรภูมิที่เสียเปรียบมาโดยตลอด... มีหรือที่ข้าจะไม่ทราบความต่างระหว่างพวกเราหากแต่การเผชิญหน้าโดยเอาชีวิตเป็เดิมพันนั้นมิใช่ว่าผู้แข็งแกร่งจะเหนือกว่าผู้อ่อนแอเสมอไป... เ้ามันประมาทข้าเกินไปยิ่งพอเห็นว่าข้าสูญเสียพลังจากพญาวานร เ้าก็ยิ่งประมาท คาดคิดว่าข้าคงหมดสิ้นทุกสิ่งในการเอาชนะไปแล้ว...โดยที่เ้าหารู้ไม่ว่า พริบตาที่เ้ามั่นใจว่าตนไม่มีทางพ่ายแพ้นั่นแหละคือความพ่ายแพ้ของเ้า!!”
เด็กหนุ่ม ตวัดกระบี่ออกไปอีกครั้ง ตัดผ่านลำคอของ มือปราบเฉินที่กำลังแสดงสีหน้าโง่งม จนศีรษะได้ขาดกระเด็นเกลือกกลิ้งลงสู่พื้นปิดฉากการสังหารยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นต้นได้เป็ครั้งแรกผ่านกลอุบายที่แยบยล...
จากนั้น ซุน ก็ค่อย ๆ ทรุดตัวลง หายใจหอบหนักเช่นกัน...เกราะอ่อนแม้จะปกป้องมิให้เกิดาแ แต่มิอาจป้องกันความบอบช้ำ ซุนแสร้งรับกระบี่ของ มือปราบเฉิน ไปไม่น้อย เพื่อให้การล่อลวงแเีขึ้น นับเป็โชคดีที่แผนการประสบความสำเร็จ...
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ไม่เลวเลยนี่หว่า สามารถเอาชนะยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่าตนเอง ได้ถึงสองระดับชั้นลมปราณทั้งที่ประสบการณ์ยังมีเท่าหางอึ่ง... แต่อย่าได้ทะนงตนมากเกินไปเพราะการที่เ้าทำเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากกระบี่ชั้นยอดเล่มนั้นและความบังเอิญที่เ้าได้เรียนรู้เคล็ดวิชา กระบี่สายลมคิมหันต์ หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเ้าก็คงไม่มีทางเอาชนะได้...” เฒ่าชีเปลือย แม้ชื่นชม แต่ก็มิวายกล่าวพร้อมคำเหน็บแนมสอนสั่ง
ซุน ปาดโลหิตที่มุมปากเล็กน้อย...
“เื่นั่นข้ารู้แล้วน่า... การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ข้าพอจะทราบแล้วว่าข้ายังขาดในสิ่งใด... ครั้งหน้าหากเผชิญหน้าศัตรูอีกครั้ง ข้าจะไม่ยอมบอบช้ำเช่นนี้อีกแล้ว...”
เฒ่าชีเปลือยได้ยินเด็กหนุ่มลั่นวาจาเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มย่องพอใจ...
ซุน ยกเต้าสุราฟื้นฟูขึ้นมากระดกอยู่หลายคำ...ก่อนจะตรวจสอบสภาพศพของมือปราบทั้งสาม หยิบเอาของมีค่าเท่าที่จะหาได้ เพราะ ซุนในตอนนี้ แทบไม่มีเงินทองพกติดตัว... เหรียญทองที่เคยมีก่อนหน้า ก็ยกให้ กังเฉิงไปหมดแล้ว...
ซุน หันมองกระบี่ราชวงศ์ในมือเล็กน้อยแน่นอนว่ามันเป็กระบี่ที่ยอดเยี่ยม แต่ขณะเดียวกันก็อันตรายเกินกว่าจะถืออวดโอ้จึงตัดสินใจเก็บกระบี่กลับเข้าไปในแหวนมิติ และหยิบเอากระบี่สามัญ ของมือปราบร่างใหญ่ที่ตายคนแรกขึ้นมาพกพาแทน...
เด็กหนุ่ม เหลือบมองศีรษะของ มือปราบเฉิน เล็กน้อยก่อนจะนึกถึงแผนการบางอย่างได้ จึงจัดการตามที่นึกคิด จากนั้นก็โดดขึ้นหลังอาชาของมือปราบเฉิน ควบตรงอาชามุ่งหน้าตรงไปยัง มณฑลหนามเหอ ในทันที...
ผ่านไปสักระยะ เกาถิง และกลุ่มชายชุดดำก็รุดหน้ามาถึงที่นี่และสิ่งที่พวกมันพบก็คือ ศีรษะของ มือปราบเฉิน ที่มีกระดาษแปะเอาไว้กลางหน้าผากเป็ข้อความที่เหลือทิ้ง... ซึ่งข้อความในกระดาษเขียนระบุไว้ว่า...
[วันนี้ข้าหลบหนีพวกเ้า...แต่วันหน้าข้าจะตามล่าพวกเ้า... เป้าหมายของข้าคือเมืองหลวง… จงติดตามข้ามา เพราะเมื่อถึงวันที่ข้าออกตามล่า จักได้ง่ายต่อตัวข้าเอง...]
เกาถิง เมื่ออ่านข้อความจบ พลันฉีกกระดาษออกเป็ชิ้น ๆ ด้วยโทสะ!! ยิ่งเหลือบไปเห็นศีรษะของ มือปราบเฉินมันถึงกับยกเท้ากระทืบลงไปจนศีรษะแหลกเหลว สามมือปราบ ผู้ที่ไปตาม เกาถิง มาที่นี่เห็นสภาพเช่นนั้นก็รู้ชะตากรรมพยายามจะหลบหนี แต่สุดท้ายก็ถูกสังหารจนหมดสิ้นระบายเพลิงแค้นที่กำลังลุกโชนของ เกาถิง...
สายตาที่ เกาถิง มองตรงไปยังทิศทางของเมืองหลวง
แดงก่ำขึ้น จากเส้นโลหิตในดวงตาที่แตกฝอย...
“เ้าเด็กบัดซบนั่น!!มันหาญกล้าเชิญชวนข้าเชียวหรือ!!”
……………………………….