Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 4 บทที่ 99 การทดลอง เสือขาว

            “โฮก... โฮก... โฮก...”

            เสียงคำรามแผดก้องกังวานไปทั่วหุบเขาเป่ยอวี่มวลหมอกปั่นป่วนหมุนวนอยู่บนน่านฟ้า

            หากมองจากที่ไกลๆวังวนหมอกแต่ละแห่งราวกับกำลังก่อร่างสร้างอสุรกายหมอกขนาดมหึมาออกมาทีละตัว

            ในจำนวนนั้นมีอสูรร้ายสองตนที่ดูน่าหวาดหวั่นที่สุด

            ตนหนึ่งสยายปีกหมอกบดบังแผ่นฟ้ารูปลักษณ์คล้ายคลึงพยัคฆ์ขนาดมหึมา นี่คือ ‘พยัคฆ์เมฆา’ที่อวี๋จื่ออวี๋รังสรรค์ขึ้นโดยใช้เสือขาวขุนพลลำดับที่สามในสี่ขุนพลสัตว์อสูรเดินดินใต้บัญชาของเขาเป็นต้นแบบ

            มันเหมือนเสือติดปีก

            ในเมื่อเป็นเสือแล้วจะไร้ซึ่งปีกได้อย่างไร?

            ส่วนตนที่สองคือโคถึกขนาดยักษ์บนศีรษะประดับด้วยเขาโค้งมนดุจจันทร์เสี้ยว และแบกขุนเขาลูกมหึมาไว้บนหลัง

            ‘โคถึกแบกขุนเขา’ คืออสูรหมอกอีกตนที่อวี๋จื่ออวี๋สร้างขึ้นโดยมีปีศาจกระทิงขุนพลลำดับที่สองเป็นต้นแบบ ไม่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ละม้ายคล้ายคลึงทว่ากลิ่นอายและจิตวิญญาณยังถูกจำลองออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

            ในยามนี้ขุนพลทั้งสี่เหลือเพียงปีศาจกระทิงและเสือขาวที่ยังพำนักอยู่ในหุบเขาเป่ยอวี่

            ส่วนเก้าหางและจระเข้จักรพรรดิต่างก็เดินทางจากไปแล้วแม้อวี๋จื่ออวี๋ปรารถนาจะสร้างอสูรหมอกโดยใช้พวกมันเป็นต้นแบบแต่กลับพบว่าตนเองยังขาดแรงบันดาลใจที่มากพอ

            หากไร้ซึ่งต้นแบบมาวางไว้ตรงหน้าการพึ่งพาเพียงจินตนาการย่อมทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ขาดจิตวิญญาณไปส่วนหนึ่ง

            ยามนี้พยัคฆ์เมฆาที่โบยบินเล่นลมดุจกำลังกลืนกินมวลเมฆและโคถึกแบกขุนเขาที่ย่างก้าวพาภูผาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจนม่านหมอกสั่นสะเทือนล้วนเป็นสิ่งที่อวี๋จื่ออวี๋เรียกตัวเสือขาวและปีศาจกระทิงมาพิจารณาใกล้ๆแล้วค่อยๆ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน

            กล่าวได้ว่าหากไม่ใช่เพราะพวกมันก่อร่างขึ้นจากม่านหมอก เพียงมองผ่านๆย่อมไม่มีทางแยกแยะออกได้เลยว่าเป็นของปลอม

            และในวินาทีนั้นเอง

            “โฮก!”

            เสียงคำรามแผดก้องเสือขาวร่างใหญ่ราวกระท่อมหลังย่อมบนพื้นเบื้องล่างพลันเบิกตาโพลนจ้องมองพยัคฆ์เมฆาที่กำลังถลาเล่นลมท่ามกลางม่านหมอกด้วยความตกตะลึง

            อวี๋จื่ออวี๋ลอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของเสือขาวเขาจึงสั่งการให้พยัคฆ์เมฆาสยายปีกออกทันที

            “ครืน!”

            เสียงกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นมวลหมอกหนาทึบถูกแหวกออกเป็นสองเสี่ยง

            หากมองจากไกลๆพยัคฆ์เมฆาใหญ่ลำตัวยาวกว่ายี่สิบเมตรที่มีปีกคู่บนแผ่นหลังกำลังพัดพาพายุมวลหมอกพุ่งเข้าจู่โจมเสือขาวอย่างดุดัน

            “โฮก!”

            พยัคฆ์เมฆานั้นคำรามก้องสะท้านฟ้าเสือขาวตั้งท่าเตรียมรับมือโดยสัญชาตญาณ ขนทั่วร่างของมันลุกชันขึ้นมาทันที

            การต้องเผชิญหน้ากับอสุรกายขนาดยักษ์ที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำให้เสือขาวตกอยู่ในความสับสน

            ทว่าหากพิจารณาจากเสียงคำรามอันทรงพลังนั้นเจ้าตัวตรงหน้าย่อมไม่ใช่สิ่งลวงตาแน่นอน

            โดยเฉพาะในส่วนลึกของจิตใจไม่รู้ด้วยเหตุใด จู่ๆ มันกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความอันตรายที่รุนแรง

            ด้วยเหตุนี้มันไม่ลังเลอีกแม้เพียงเสี้ยววินาที เสือขาวตวัดกรงเล็บสังหารเข้าใส่ฉีกกระชากมวลอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว

            “ฉัวะ!”

            พร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่แหลมคมชั้นบรรยากาศพลันสั่นสะเทือน

            ทว่ามันกลับต้องตกใจจนนิ่งค้างเมื่ออสุรกายที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับมันแต่ขนาดใหญ่กว่าหลายเท่าถูกฉีกแยกออกเป็นสองเสี่ยงตั้งแต่การปะทะกันเพียงครั้งแรก

            “เอ่อ...”

            เสือขาวหยุดชะงักไปชั่วครู่ราวกับเพิ่งได้สติ มันกะพริบตาปริบๆพลางจ้องมองซากพยัคฆ์ขนาดมหึมาที่แยกจากกันเป็นสองส่วนอย่างพินิจพิเคราะห์

            ‘ของปลอมงั้นหรือ?’

            แม้จะมีนิสัยซื่อบื้ออยู่บ้างทว่าเสือขาวก็มั่นใจว่าตนเองไม่ได้โง่เขลา

            ยามนี้ภายในใจของมันมีคำตอบที่กระจ่างชัดแล้ว

            “โฮก!”

            มันคำรามออกมาอีกทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกดูแคลนเล็กน้อย เสือขาวค่อยๆลดกรงเล็บลงและเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง

            ทว่าเพียงชั่วครู่เดียว

            “ฟิ้ว!”

            พายุหมุนลูกหนึ่งพลันพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งจนขนทั่วร่างของเสือขาวปลิวว่อน

            เมื่อมันเงยหน้ามองขึ้นไปก็ต้องพบกับเรื่องน่าประหลาดใจเมื่อพยัคฆ์เมฆาขนาดมหึมาที่ถูกฉีกแยกเป็นสองซีกบนฟากฟ้ากำลังค่อยๆสมานร่างคืนสภาพอย่างช้าๆ

            มวลหมอกมหาศาลไหลกลับมาควบแน่นกันอีกรอบเพื่อสร้างร่างกายของมันขึ้นมาใหม่

            เพียงชั่วอึดใจพยัคฆ์เมฆาขนาดมหึมาตนเดิมก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเสือขาวอีกครั้งอย่างไร้รอยขีดข่วนพร้อมเหยียบย่างอยู่บนปุยหมอกอย่างสง่างาม

            และในคราวนี้พยัคฆ์เมฆาตนนั้นไม่คิดจะมอบโอกาสให้เสือขาวได้ตั้งตัวอีก

            มันค่อยๆอ้าปากกว้าง

            “โฮก!”

            ดุจเสียงลมพายุคำรนพายุหมุนที่เห็นได้ชัดแจ้งด้วยตาพุ่งทะยานออกมาจากปากอันกว้างใหญ่นั้นของมัน

            พายุหมุนก่อตัวขึ้นจากมวลหมอกทว่ากลับขยายใหญ่ขึ้นตามกระแสลมที่พัดพาไป

            เพียงพริบตายามที่พายุหมุนพุ่งมาประชิดตัวเสือขาวมันก็ขยายใหญ่โตจนมีความกว้างยี่สิบกว่าเมตรแล้ว

            “ตู้ม!”

            เสียงระเบิดดังกึกก้องฝุ่นดินฟุ้งกระจายไปทั่ว ก่อนที่จะมีเสียงร้องครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดดังตามมา

            “เฮ้อ...”

            อวี๋จื่ออวี๋ที่เร้นกายอยู่ในส่วนลึกของม่านหมอกลอบถอนหายใจออกมา

            ด้วยระดับการควบคุมม่านหมอกของเขาในยามนี้แม้จะตั้งใจเค้นพลังเต็มที่ทว่าพายุหมุนที่พ่นออกมาจากอสูรหมอกก็ยังมีอานุภาพเพียงแค่ระดับพลังงานทั่วไปเท่านั้น

            มันช่างดูกระจ้อยร่อยนัก

            ช่างไม่น่าพูดถึงเลยจริงๆ

            หากเทียบกับร่างต้นของเขาที่เพียงแค่สะบัดกิ่งก้านก็ทลายภูเขาได้แล้วแค่นี้ยังนับว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

            ทว่ามีเรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับนั่นคือ...

            เมื่อเห็นเสือขาวเดินออกมาจากม่านฝุ่นด้วยท่าทางเดือดดาลขนตามร่างกายดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยอวี๋จื่ออวี๋ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าแมวน้อยตัวนี้เริ่มมีน้ำโหเข้าให้แล้ว

            ใช่มันโกรธแล้ว

            ขนที่มันอุตส่าห์เลียจัดแต่งมาอย่างดีกลับพันยุ่งเสียทรงไปหมด

            และที่สำคัญยิ่งกว่าคืออสุรกายตัวนี้ดันมีรูปลักษณ์ที่ละม้ายคล้ายมันเป็นอย่างยิ่ง

            “โฮก...”

            พยัคฆ์เมฆาแผดคำรามก้องจนภูผาสะเทือน

            เสือขาวหยั่งเท้าทั้งสี่ลงบนพื้นแน่นร่างกายของมันเกร็งมัดกล้ามเนื้อจนตึงเปรี๊ยะ

            พริบตาเดียว

            “ฟุ่บ!”

            มันพุ่งทะยานออกไปราวกับเส้นสายฟ้าสีขาวพุ่งเข้าใส่จู่โจมอสุรกายที่ยืนตระหง่านอยู่บนปุยเมฆกลางเวหา

            ‘ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!’

            เสียงกรงเล็บคมกริบที่มีความยาวกว่าครึ่งเมตรตวัดฟาดฟันเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งไม่หยุดยั้ง

            เพียงไม่นานเสือขาวก็ร่อนลงสู่พื้นอย่างมั่นคง...

            มันหันกลับไปมองมันก็พบว่าอสุรกายหมอกตนนั้นได้แปรสภาพกลับกลายเป็นมวลหมอกที่กระจัดกระจายไปทั่วฟ้า

            ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้คำรามออกมาด้วยความลำพองใจ...

            ชั่วพริบตานั้นภายใต้สายตาอันไม่อยากจะเชื่อของมัน มวลหมอกบนน่านฟ้าก็กลับมาควบแน่นกันอีกครั้งทันใดนั้น พยัคฆ์เมฆาขนาดมหึมาพร้อมกับปีกอันสง่างามก็กลับมาปรากฏโฉมใหม่

            “เอ่อ...”

            มึนตึ้บ

            มันมึนตึ้บไปหมดแล้วจริงๆ

            เสือขาวที่ค่อนข้างมีความคิดเฉื่อยชาเห็นได้ชัดว่าเริ่มจะสับสนจนทำอะไรไม่ถูก

            ทว่าในขณะนั้นไม่ทันที่มันจะได้ไตร่ตรองสิ่งใดเพิ่มพยัคฆ์เมฆาบนท้องฟ้าก็พ่นพายุหมุนเข้าใส่มันอีกระลอก...

            “ถึงแม้รูปลักษณ์จะดูน่าเกรงขาม แต่เพราะพวกมันก่อร่างจากมวลหมอกพลังทำลายล้างจึงเรียกได้ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน”

            อวี๋จื่ออวี๋ถึงกับมุมปากกระตุกเมื่อเห็นพายุหมุนลูกมหึมาที่ไม่สามารถระคายผิวของเสือขาวได้เลย

            ทว่ามีเรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับนั่นคือ...

            หากพิจารณาเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกใครต่อใครคงคิดว่าอสูรหมอกตนนี้ต้องแข็งแกร่งจนเกินต้านทานเป็นแน่

            ด้วยท่วงท่าที่เหยียบย่างอยู่บนปุยเมฆร่างกายสูงใหญ่ราวยี่สิบถึงสามสิบเมตร ซ้ำยังมีปีกคู่งามประดับแผ่นหลัง

            ยามสยายปีกออกมหาพายุพลันพัดกระหน่ำ

            ยามอ้าปากกว้างพายุหมุนลูกมหึมาก็พุ่งออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

            ด้วยรูปลักษณ์ขนาดใหญ่นี้ใครเห็นก็ย่อมต้องขวัญหนีดีฝ่อ

            ทว่าเนื้อแท้ของอสูรหมอกตนนี้กลับมีขุมพลังที่เบาบางยิ่งนักไม่สามารถเทียบได้แม้แต่เศษเสี้ยวของการสะบัดกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋เลยเสียด้วยซ้ำ

            “เฮ้อ...”

            อวี๋จื่ออวี๋ถอนหายใจทว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดหวังแต่อย่างใด

            เพราะท้ายที่สุดแล้วเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปอำนาจการควบคุมม่านหมอกของเขาย่อมจะทวีความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

            แม้จะไม่สามารถมอบขุมพลังระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่งให้กับอสูรหมอกได้อย่างแท้จริงทว่าเพียงแค่ใช้ข่มขวัญสิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าระดับเหนือธรรมชาติลงไปนับว่าเป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง

            ซึ่งในยามนี้ขีดความสามารถเพียงเท่านี้ของอสูรหมอกก็นับว่าเพียงพอต่อความต้องการของเขาแล้ว

            เขาเงยหน้าขึ้นมองเสือขาวที่กำลังขับเคี่ยวอยู่กับ‘พยัคฆ์เมฆา’ ใบหน้าของเขาพลันปรากฏแววตาที่ดูจริงจังขึ้นมา

            “คราวนี้... ข้าจะเริ่มเอาจริงเสียที”

            อวี๋จื่ออวี๋ลอบยิ้มในใจพลางเริ่มปลดปล่อยความสามารถมายาจองจำออกมาอย่างเงียบเชียบ

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258