โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 55 พ่อค้าหน้าเลือด

    ตอนที่ 55 พ่อค้าหน้าเลือด "ผมมีของชั้นดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทุกท่านค่อยๆดูไปนะครับ" เมื่อเถ้าแก่ได้ยิน สีหน้าท่าทางที่เจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างลุกลี้ลุกลนก็ฉายเป็นประกายอยู่ในแววตา เขาได้หยิบขวดเซรามิกขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่งขึ้นมา แม้ว่าขวดจะมีขนาดเล็ก แต่ด้านบนกลับมีลวดลายอยู่มากมาย กลับมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มอยู่บ้างเหมือนกัน "นี่ก็คือขวดเหล้าของพวกหูเหริน มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี คุณลองดูไปที่ลวดลายซึ่งอยู่ด้านบนนี้ ลวดลายนี้น่าจะเป็นการบันทึกการขับร้องเริงรำของชนกลุ่มน้อยหูเหริน มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก กระผมเห็นว่าพวกคุณเป็นลูกค้าเก่าลูกเก่าแก่ กระผมจะคิดให้ในราคาที่ต่ำกว่าตลาดให้พวกคุณสักหน่อยเป็นยังไง?" เถ้าแก่เลิกคิ้วที่เล็กสั่นของเขา คล้ายกับว่าเขากำลังบอกถึงสิ่งที่เขาซื้อมาเป็นแค่ใช้ทำกำไรเท่านั้น ฉีเจาเห็นแล้ว ได้รับขวดใบนั้นมาดูอยู่ครู่หนึ่ง : "ลวดลายข้างบนนี้ค่อนข้างที่จะมีเอกลักษณ์ คุณบอกว่าของชิ้นนี้เป็นของพวกหูเหริน?" เขาเหลือบมองไปยังเถ้าแก่ของร้านแผงลอยอย่างแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง เถ้าแก่พยักหน้า อีกทั้งแววตายังเต็มไปด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง : "แน่นอนว่าของพวกนี้จะต้องเป็นของที่ได้มาจากชนกลุ่มน้อยชาวหูเหรินอย่างแน่นอน และสิ่งนี้กระผมก็ซื้อกลับมาจากมองโกเลียอีกด้วย" แววตาของเซิงห่าวดูแปลกไปเล็กน้อย เขาไม่จำเป็นที่จะต้องประเมินด้วยระบบเลยด้วยซ้ำ ก็สามารถที่จะยืนยันได้ว่าขวดใบนี้ต้องเป็นของปลอมอย่างแน่นอน ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ได้ระบุไว้ว่า ชาวหูเหรินนั้นเป็นชนเผ่าที่กล้าหาญ ในตอนที่พวกเขาจะกินหรือดื่มนั่นมักจะมูมมามตระกะตระกราม ถ้าจะบอกว่าชาวหูเหรินคิดค้นขวดเหล้าลักษณนี้เพื่อใช้ดื่มเหล้า นั่นก็ไม่ต่างอะไรไปจากการบอกว่าชนชาวหูเหรินนั้นว่างจนไม่มีอะไรทำกันแล้ว ในตอนนี้เขาเชื่อในชนกลุ่มน้อยนี้เป็นอย่างมาก หากว่ากล้าที่จะใช้ขวดที่ทั้งละเอียดอ่อนและมีขนาดเล็กถึงเพียงนี้มาเพื่อดื่มเหล้า จะต้องถูกคนในชนเผ่าหัวเราะเยาะเย้ยอย่างแน่นอน ฉีเจาไม่ได้พูดอะไร แต่เซิงห่าวก็จับสังเกตความผิดปกติภายในแววตาของเขาได้ หลังจากนั้นเขาได้วางขวดกลับไปที่เดิม แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย เมื่อเถ้าแก่เห็นว่าเป็นแบบนั้น ก็ได้รีบร้อนพูดขึ้นทันที : "กระผมให้ราคาที่ยุติธรรมอยู่แล้ว ถ้าคุณเชื่อและเอาขวดใบนี้ไปเก็บสะสมไว้ในบ้าน จะต้องเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้มากอย่างแน่นอน!” ถ้าเอากลับไปสะสมไว้ที่บ้านคงจะต้องถูกคนอื่นหัวเราะเยาะแน่นอนถึงจะถูก เซิงห่าวรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าขบขันจริงๆ  ของสภาพแบบนี้ทำได้เพียงแค่หลอกคนที่ไม่รู้ประวัติศาสตร์บางคนได้เท่านั้น "ถ้าหากว่าขวดใบนี้ดีขนาดนั้นแล้วละก็ อย่างงั้นคุณยังจะเอามาวางขายอยู่ที่นี่อีกทำไม?" ฉีเจายังคงดูของอื่นๆต่อไป  เพราะเดิมทีแล้วฉีเจาก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นไปกับคำพูดของเถ้าแก่เลยด้วยซ้ำ "แน่นอนว่า" เถ้าแก่ก็ได้กลอกตาไปมาครู่หนึ่ง "กระผมก็ยอมรับว่าขวดใบนี้มันมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงข้อบกพร่องอันน้อยนิดเท่านั้น ถ้าไม่สังเกตให้ดีแล้วละก็ ยังไงก็มองมันไม่ออกอยู่แล้ว" ในตอนนี้ตู้อวี้หมิงก็ไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป เขาได้หัวเราะออกมายกใหญ่ : "เถ้าแก่ ความจริงแล้วคุณจะบอกว่าขวดใบนี้เป็นของราชวงศ์ไหนก็ได้ ทำไมจะต้องบอกว่าเป็นขวดของชนกลุ่มน้อยหูเหริน เพื่อนของผมคนนี้มีความรู้ในประวัติศาสตร์มากพอตัวเลยเชียวนะ!" เถ้าแก่ก็ยังคงพูดต่อไปอย่างไม่เต็มใจว่า : "มีความเข้าใจในประวัติศาสตร์แล้วยังไงล่ะ? กระผมรู้ว่าพวกคุณต้องคิดแล้วอย่างแน่นอน พวกหูเหรินจะไปสามารถเอาขวดอย่างนี้มาดื่มเหล้าได้อย่างไร ความจริงแล้วของชิ้นนี้เอาไว้ต้อนรับแขกจากประเทศอื่นต่างหากละ" "ถ้าอย่างนั้นพวกเราคืนให้คุณเพราะไม่ต้องการมัน" ฉีเจายิ้มแล้วส่ายหัวไปมา ในมือของเขาพึ่งจะหยิบถ้วยขึ้นมา หลังจากดูแล้วก็คงจะต้องวางไว้อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ "งั้นก็ได้" เถ้าแก่เห็นว่าฉีเจาคงจะไม่เอาเอาขวดใบนี้อย่างเด็ดขาดแล้ว ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมา และยังคงบ่นพึมพำต่ออีกว่า : "ช่างน่าเสียดายที่คุณไม่เอาขวดใบนี้ไป นี่เป็นโบราณวัตถุกว่าพันปีก่อนเชียวนะ แม้จะพูดว่ามันจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าไม่ดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนละก็ยังไงก็มองไม่ออกหรอก ไม่เห็นจำเป็นต้องสนใจ......" เป็นคำพูดพึมพำ แต่กระนั้นแม้แต่เซิงห่าวก็ยังคงได้ยินมันอย่างชัดถ้อยชัดคำอยู่ดี เมื่อเซิงห่าวเงียบลง เถ้าแก่คนนี้ก็ช่างเป็นคนที่ดื้อรั้นเสียจริง คงจะไม่ยอมรามือง่ายๆจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้ายอย่างแน่นอน "เถ้าแก่ คุณมีสินค้าอยู่ที่นี่เยอะแยะมาก แต่ไม่มีของที่หายากสักหน่อยเลยเหรอ?" ฉีเจามองดูของส่วนใหญ่ไปแล้ว แต่ทั้งหมดนั้นล้วนไม่ได้เป็นของที่น่าสนใจอะไรเท่าไรนัก เขาก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน และก็เป็นเพราะว่าขายไม่ออกดังนั้นถึงได้มาวางอยู่บนถนนสายนี้ หวังว่าจะให้คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องสินค้ามาซื้อมันไป ตู้อวี้หมิงก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเป็นอย่างมาก นอกจากกระโถนที่เขาชอบใบนั้นที่ดูจะดีอยู่บ้างเล็กน้อย ไม่มีสินค้าอื่นที่ดีอยู่ในของเหล่านี้อีกแล้ว : "ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเราก็ไปดูที่แผงอื่น ๆกันสักหน่อยไหม?" "โอเค" ฉีเจ้าพยักหน้าแล้วก็ลุกขึ้นยืน เขามองไปที่เซิงห่าวที่อยู่ข้างๆเขา : "เธออยากจะไปด้วยกันกับพวกเราหรืออยากจะไปเดินดูด้วยตัวเองสักหน่อย?" เซิงห่าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า : "ผมลองไปเดินดูด้วยตัวเองสักหน่อยดีกว่า รอให้สายกว่านี้อีกหน่อยค่อยกลับมารวมกลุ่มกับพวกคุณ" สิ่งของบนแผงนี้เขายังคงไม่ได้ใช้ระบบทำการประเมิน คิดอยากที่จะดูต่ออีกสักหน่อย "เอาอย่างนั้นก็ได้" ฉีเจาพยักหน้า หลังจากนั้นก็เดินไปที่แผงลอยถัดไปด้วยกันกับตู้อวี้หมิง "หนุ่มน้อย เธอเลือกของให้มันระมัดระวังหน่อยนะ  และก็อย่ามาโดนสิ่งของบนแผงของฉันละ สิ่งของเหล่านี้ราคาต่างก็แพงทั้งนั้น ทำเสียหายก็ต้องชดใช้มันนะ!" เถ้าแก่ที่เห็นฉีเจาเดินไปแล้ว เขาก็กะพริบตาแล้วกล่าวขึ้น "ผมรู้ว่าผมต้องระมัดระวัง" เซิงห่าวตอบรับไปอย่างไม่แยแสเท่าไรนัก ของบนแผงลอยนี้ล้วนแล้วแต่เป็นของปลอมทั้งนั้น จะไปสามารถแพงถึงขนาดนั้นได้ที่ไหนกัน พูดจบเขาก็ลองดูสินค้าอื่น ๆต่อไปอีก เถ้าแก่รอให้ผ่านไปครู่ใหญ่ หลังจากที่ดูแล้วว่าฉีเจาคงจะไม่เดินกลับมาแล้ว ทันใดนั้นก็ขุดเอาสิ่งที่เรียกว่าขวดของชาวหูเหรินอันนั้นออกมา : "น้องชาย ต้นตำรับของขวดเหล้าชาวหูเหริน คุณค่าทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี ดูเธออายุน้อยขนาดนี้ ไม่อย่างนั้นกระผมจะคิดให้เธอถูกขึ้นอีกหน่อย" เซิงห่าวยิ้มอย่างขมขื่น แล้วชี้ไปที่เสื้อผ้าบนร่างกายของตัวเอง : "คุณดูเสื้อผ้าบนตัวของผมสิ เป็นอย่างนี้จะไปซื้อขวดใบนั้นของคุณได้ยังไงกันละ?" เห็นฉีเจาไม่ต้องการเลยจะมาขายให้เขาอย่างนั้นเหรอ? เซิงห่าวส่ายหัว ดูท่าแล้วขวดใบนี้คงจะขายออกยากจริงๆ ไม่อย่างนั้นเถ้าแก่คนนี้ก็คงไม่คิดที่จะเขาหาแม้กระทั่งตัวเอง อยากจะขายให้ทั้งที่เหมือนนักเรียนขนาดนี้ เถ้าแก่กระซิบกระซาบ : "เธอไม่มี แต่แน่นอนว่าพี่ของเธอต้องมีอยู่แล้วละ!" ซึ่งนี่ก็หมายความว่า ขอเพียงแค่เซิงห่าวชอบและยอมที่จะซื้อมันกลับไป แล้วค่อยรอให้พี่ชายของเขากลับมาจ่ายเงินให้ทีหลัง น่าเสียดายที่เซิงห่าวรู้มาตั้งนานแล้วว่าขวดใบนี้เป็นของปลอม "ขวดใบนี้ไม่เห็นจะสวยเลยสักนิด ผมไม่ชอบมันหรอก" เซิงห่าวยังคงบอกปฏิเสธ สายตายังคงชำเลืองมองไปที่สิ่งของบนแผงลอยนั้น "วัตถุโบราณนี้มีที่ไหนเขาบอกสวยหรือไม่สวยกัน เธอเพียงแค่ต้องซื้อกลับไปเมื่อถึงเวลาก็ขายมันให้คนอื่นในราคาที่สูงขึ้นอีกหน่อย ทำเงินให้ได้ขึ้นมาเล็กน้อย และตอนนั้นเธอก็จะได้เอาเงินเล็กน้อยนี้ไปซื้อของที่ตัวเองชอบได้แล้วไงละ" เถ้าแก่แสดงออกราวกับว่ากำลังสั่งสอนเขาอยู่ ที่จริงแล้วเซิงห่าวไม่ต้องการที่จะฟังเถ้าแก่มาบ่นจู้จี้จุกจิก  ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็มองถ้วยใบหนึ่งอย่างลวกๆและเร่งความคืบหน้าในการมองสิ่งของให้เร็วยิ่งขึ้น หลังจากนั้นไม่นานสิ่งของที่อยู่บนแผงทั้งหมดนี้เขาก็ได้ดูไปแล้วรอบหนึ่ง ไม่มีของดีอะไรเลย เซิงห่าวสรุปผลหนึ่งออกมาได้อย่างรวดเร็ว ในใจนั้นก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้างเล็กน้อย เขาคิดว่าจะสามารถหาของดีได้บ้างสักชิ้นสองชิ้น ดูแล้วสิ่งนี้ก็จำเป็นที่จะต้องพึ่งโชคช่วยด้วยเหมือนกัน เถ้าแก่กำลังจะเอาขวดใบนั้นยัดมาในมือของเซิงห่าว : "มันโคตรถูกเลยจริงๆนะ" เซิงห่าวสะบัดมือ : "ขอบคุณมากครับ แต่ผมไม่อยากได้จริงๆ" เมื่อพูดแล้ว ก็ไปจากแผงลอยนี้ราวกับกำลังวิ่งหนีอยู่อย่างไงอย่างนั้น ในตอนที่เขาดูสินค้าไปเพียงไม่นานเท่าไรนัก แผงลอยนั้นก็มีผู้คนเพิ่มมาอย่างมากมายแล้ว เมื่อมองไปที่ถนนเส้นยาวเส้นนี้ เซิงห่าวก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา ถ้าหากใช้ระบบทำการประเมินไปทีละอันแล้วละก็ คาดว่าจนฟ้ามืดก็คงจะไม่สามารถประเมินได้หมด ดูแล้วคงทำได้เพียงเลือกเอาเท่านั้น เขามาถึงแผงลอยที่อยู่อีกที่หนึ่ง เถ้าแก่ของแผงลอยนี้เป็นลุงวัยกลางคนคนหนึ่ง เมื่อคุณลุงมองเห็นเขา แววตาก็เต็มไปด้วยความหวาดระแวง แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้เปิดปากพูดอะไรออกมา เห็นได้ชัดว่าเขามองเซิงห่าวเหมือนกับนักเรียนคนหนึ่ง เกรงว่าเขาจะไปโดนสิ่งของบนแผลลองของเขาเข้า คุณลุงไม่ได้พูดอะไร เซิงห่าวย่อมขี้เกียจที่จะพูดอยู่แล้ว เขานั่งยองลงที่แผงลอยนั้นแล้วหยิบของที่มองดุแล้วถูกใจขึ้นมาหลังจากนั้นก็ทำการประเมิน หลังจากนั้นไม่นานนักของที่ดูเหมือนของแท้บนแผงลอยของคุณลุงก็ได้ถูกเขาดูทั้งหมดแล้วรอบหนึ่ง เมื่อกูของที่แผงลองของคุณลุงเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็วิ่งไปดูอีกทีหนึ่ง น่าเสียดายที่เขากลับยังหาของดีๆไม่ได้เลย "คุณพูดแล้วนะว่าจะขายของชิ้นนี้ให้กับฉันคุณอย่ามาเล่นลูกไม้อย่างหน้าด้านๆอย่างนี้นะ! ถ้าหากว่าเถ้าแก่ทุกคนต่างก็ทำเหมือนอย่างคุณแล้วละก็อย่างนั้นจะทำธุรกิจกันได้ยังไงละ!" ดังนั้นมีเสียงที่โกรธเกรี้ยวเสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลังของเซิงห่าว เขาหันหน้ากลับไปมอง ไม่คาดคิดว่าจะเป็นคนเมื่อตอนที่ไปกินข้างครั้งที่แล้ว ผู้ชายคนที่มีทรงผมสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนคนนั้น เขากำลังชี้ไปที่ชายชราคนหนึ่งที่อยู่ในแผงลอย ทั้งใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธ ชายชราได้ถือบางสิ่งบางอย่างไว้ในอ้อมแขนของเขาจนแน่น: "ฉันพูดแล้วว่าไม่ขายก็ไม่ขาย นี่คือของของฉัน ฉันไม่เต็มใจที่จะขายให้คุณ คุณจะทำไมล่ะ?" ทั่วทั้งร่างกายของชายที่มีทรงผมสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธ : "ราคาได้รับการเจรจาต่อรองเรียบร้อยแล้ว คุณจะกระทำอย่างไร้ยางอายอย่างนี้ได้อย่างไรกัน!" ผ่านเสียงของการพูดของผู้คนที่อยู่ด้วยข้างนั้น ไม่นานนักเซิงห่าวก็ได้เข้าใจว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น อารมณ์ก็คือชายที่มีทรงผมสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนคนนี้ชอบของชิ้นหนึ่งเข้า และได้รู้ขึ้นมาว่าของชิ้นนั้นเป็นของแท้ที่หายากชิ้นหนึ่ง ดังนั้นเขาเลยคุยราคากับชายชราในทันที แต่ผลก็คือกลับไม่ทันระวังพูดออกมาจนถูกชายชราคนนั้นหักหลัง เมื่อชายชราได้ยินว่าเป็นของแท้ เขาก็กลับคำเป็นไม่ขายในทันที ชายที่มีทรงผมสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนคนนั้นจะยอมรับได้ที่ไหน ดังนั้นก็เลยพูดคุยกับชายชราคนนั้นในทันที แต่ใครจะไปรู้ละว่าชายชราคนนั้นจะไม่ยอมขายท่าเดียว ในที่สุดเขาก็โกรธจนทนไม่ไหวแล้วได้พูดด้วยเสียงที่ดังกึกก้องออกมา ...

    คล้ายกับเรื่องโครตพลังดวงตาเทพเจ้า ที่คุณอ่าน