[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    41 พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

    “ พี่ พี่โย พี่โยตื่น ตื่น ”


    โยฮันค่อยๆเปิดเปลือกตาช้าๆ จากความมืดที่มองเห็นรอบตัวทำให้รู้ว่ายังคงเป็นช่วงกลางคืน เขาจึงหันไปสอบถามน้องสาวว่าเกิดสิ่งใดขึ้นถึงได้ปลุกเขาให้ตื่น


    “ หนูได้ยินเสียงเท้าเยอะมากๆ คาดว่าซอมบี้จะมาที่นี่ ”


    โยฮันเงี่ยหูฟังเสียง เขาเริ่มได้ยินเสียงเท้าของซอมบี้มากมายเหมือนที่น้องสาวบอก จากเสียงก้าวเท้าที่กำลังเดินอยู่ตามถนนมีทั้งเท้าของมนุษย์ซอมบี้และสัตว์ซอมบี้ เสียงหนู เสียงสุนัข รวมไปถึงเสียงแมวที่ครางออกมาเบาๆเขาได้ยินทั้งหมด โยฮันจึงมองไปที่แขนซ้ายของตน บาดแผลขนาดเล็กหายไปหมดแล้วเหลือแค่บาดแผลลึกและกระดูกที่ต้องการเวลาในการสมานตัว หากอยากให้แผลที่เหลืออยู่หายคงต้องใช้เวลาราว 2 - 3 วัน ส่วนกระดูกแขนของเขาคงจะต้องใช้เวลาราว 1 อาทิตย์ถึงจะกลับมาเป็นปกติ ในช่วงนี้เขาจึงต้องละเว้นการขยับแขนซ้ายไปก่อน


    เมื่อลุกขึ้นยืนแล้วมองไปยังตำแหน่งที่ได้ยินเสียง เขาพบว่าศพของสุนัขที่ฆ่าตายไม่ว่าจะเป็นระดับ 2 หรือระดับ 3 ล้วนแล้วกลายเป็นอาหารให้กับซอมบี้ที่กรู่กันมาทางฝั่งนี้


    จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้ว่าซอมบี้รู้จักปรับตัวเช่นเดียวกัน มันไม่ได้รอให้อัตราวิวัฒนาการเพิ่มตามธรรมชาติอีกต่อไป แต่ละตัวพยายามกัดกินศพของหนูท่อและสุนัขที่ถูกฆ่าตายเพื่อเพิ่มอัตราการวิวัฒนาการของพวกมัน แอลลี่เห็นสีหน้าพี่ชายไม่สู้ดีเธอจึงรู้ว่าด้านล่างจะต้องมีสิ่งที่อันตรายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


    “ เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ”


    “ มีอะไรอย่างนั้นเหรอคะ ”


    “ ซอมบี้กำลังกินศพสิ่งที่ฉันฆ่าตาย อีกไม่นานซอมบี้ระดับ 2 จะเกิดขึ้นมาหลายร้อยตัว ซอมบี้ระดับ 3 อาจจะเกิดขึ้นมามากถึง 1 - 2 ตัว เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่ ”


    “ แล้วพวกเขาเหล่านั้นล่ะ ”


    แอลลี่ชี้ไปยังดาดฟ้าตึกที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ตำรวจและประชาชนหลายสิบคนกำลังหลับพักผ่อนไม่รู้เลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก่อนจะหนีเธออยากให้พี่ช่วยเตือนพวกเขาเพื่อให้ไหวตัวทันไม่ถูกฝูงซอมบี้ปิดล้อม


    “ เธอช่วยไปบอกพวกเขาก่อน ฉันคิดว่าจะลงไปหาประโยชน์จากการฆ่าพวกมันสักเล็กน้อยแล้วค่อยหนีไป ”


    แอลลี่พยักหน้าจากนั้นเธอจึงรีบวิ่งลงจากดาดฟ้ามุ่งหน้าไปหากลุ่มตำรวจ ในระหว่างนี้โยฮันก็ได้วิ่งลงจากตึกมาพร้อมกับถือเล็บหนูท่อระดับ 3 เอาไว้ในมือให้มั่น เขาตัดสินใจฆ่าซอมบี้ก่อนจะหนีนั่นก็เพราะเขาต้องการวิวัฒนาการเหมือนที่เคยพูดกับน้องสาว


    จากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาตระหนักได้ถึงความเสี่ยงที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไปความอันตรายก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมซอมบี้มนุษย์ไม่รู้แม้กระทั่งวิธีกิน พวกมันทำได้เพียงวิ่งไล่ข่วนศัตรูที่ไม่ได้มีเชื้อเหมือนพวกมัน เพียงแต่ว่าวันนี้ซอมบี้มนุษย์กลับรู้วิธีกินซากศพ เขาจึงคิดว่าในอนาคตพวกมันจะต้องสร้างสิ่งที่น่าแปลกใจขึ้นมาอีกครั้งอย่างแน่นอน


    ซึ่งเขาคิดว่าตนเองอาจจะต้องตอบรับข้อเสนอของทางตำรวจในการรวมกลุ่ม เดิมทีคิดว่าพลังของเขาคงสามารถต่อสู้กับซอมบี้ได้ พวกมันกลับเพิ่มระดับเร็วเกินไป นอกจากนั้นเขายังตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บ จากการวางแผนว่าจะหลบอยู่กับน้องสาวเพียงสองคน เขาไม่เคยคิดถึงอาการบาดเจ็บของตนเองมาก่อน ดังนั้นตอนนี้เขาจึงเปลี่ยนความคิดทั้งหมด หากอยากจะอยู่รอดเขาจำเป็นต้องพึ่งคนหมู่มากเช่นกัน อย่างน้อยเขาจะต้องหาใครสักคนมาคอยตรวจจับซอมบี้และคาดเดาพฤติกรรมของพวกมันเพื่อให้รับมือได้ถูกต้องกว่านี้


    เมื่อมาถึงศพของซอมบี้ระดับ 3 โยฮันเห็นซอมบี้ระดับ 1 มากมายพยายามใช้ปากของพวกมันกัดเนื้อหนังสุนัขระดับ 3 ออกมากิน ทุกการกลืนของพวกมันจะเพิ่มอัตราการวิวัฒนาการมากถึง 5 % หากเขาปล่อยเอาไว้นานกว่านี้สัก 10 นาทีคงจะมีซอมบี้ระดับ 2 เกิดขึ้นหลายร้อย


    โยฮันหันมองไปยังซอมบี้ระดับ 2 ที่กำลังกินซากศพระดับ 3 อัตราการวิวัฒนาการของพวกมันเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 % เท่านั้นจากการกลืนกินเนื้อที่กัดเข้าไป โอกาสจะเป็นระดับ 3 ยังนับว่าน้อยอยู่ แต่หากมันไล่ระดับ 1 รอบๆออกไปโอกาสจะเป็นระดับ 3 ก็มีสูงเช่นกันเพราะจะไม่มีซอมบี้แย่งอาหาร


    “ เดี๋ยวนะ ซอมบี้ระดับ 2 งั้นเหรอ ”


    จากการฆ่าซอมบี้ระดับ 2 โยฮันสังเกตได้ว่าอัตราการวิวัฒนาการของเขาจะเพิ่มขึ้น 0.1 % ต่อการฆ่าพวกมัน 1 ตัว ส่วนอัตราการวิวัฒนาการที่ได้จากซอมบี้ระดับ 1 เขาไม่สามารถนับได้ชัดเจน รู้เพียงแค่ว่าฆ่าไปหลายพันถึงจะเพิ่มขึ้นมา 1 %


    แต่สิ่งที่เขากำลังสนใจไม่ใช่ซอมบี้ระดับ 1 เขาสนใจซอมบี้ระดับ 2 เพราะมันจะคอยเติมเต็มอัตราการวิวัฒนาการให้กับเขา เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ โยฮันไม่รอช้าวิ่งเข้าไปในฝูงซอมบี้พยายามแหวกว่ายฝ่าซอมบี้ระดับ  1 ไปให้ถึงร่างซอมบี้ระดับ 2 ต่อให้พวกมันจะมีจำนวนเยอะหลายพัน พละกำลังของเขากลับแหวกฝ่าไปได้อย่างง่ายดาย กระทั่งมาถึงซอมบี้ระดับ 2 เขาก็เริ่มฆ่ามันด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวจนตกตาย ก่อนจะโยนร่างของมันออกไปรอบๆให้ซอมบี้ระดับ 1 กินร่างของมัน เขาต้องการให้มันวิวัฒนาการแล้วค่อยฆ่าเพื่อเพิ่มอัตราการวิวัฒนาการให้ได้เยอะที่สุด


    เมื่อมองไปยังอัตราการวิวัฒนาการ เขาพบว่ามันเพิ่มขึ้นมา 0.1 % ถ้าหากเขาฆ่าครบ 10 อัตราการวิวัฒนาการจะเพิ่มขึ้นมา 1 % หมายความว่าเขาสามารถหาผลประโยชน์จากจำนวนพวกมันที่กรู่กันมามากมายได้ แต่การหาประโยชน์เขาจะต้องคอยควบคุมไม่ให้ซอมบี้ระดับ 2 วิวัฒนาการไปยังระดับ 3 เพราะระดับสูงเกินไปที่เขาจะฆ่าได้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว โยฮันจึงตัดสินใจปล่อยให้ซอมบี้ระดับ 1 ได้วิวัฒนาการ จากนั้นเขาจะคอยลดประชากรระดับ 2 เพื่อเปลี่ยนพวกมันให้เป็นอัตราวิวัฒนาการของเขา


    การฆ่าซอมบี้ระดับ 2 เริ่มต้นขึ้น ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งใด หมา แมว มนุษย์ เขาจะสังหารด้วยการฟันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อให้แขนซ้ายจะไม่สามารถใช้งานได้ก็ตาม เพียงแขนขวาข้างเดียวการจะจัดการซอมบี้รอบตัวไม่ใช่เรื่องยากเลย 


    “ คุณตำรวจ ฉันมีบางอย่างอยากจะมาบอก ฉันกำลังจะขึ้นไปบนตึกของพวกคุณนะ อย่ายิง ”


    แอลลี่ร้องตะโกนด้านล่างตึกที่ตำรวจพัก คนที่อยู่บนดาดฟ้าหลังจากได้ยินเสียงของเธอจึงลดปืนลงรอดูว่าเธอจะขึ้นมาบนดาดฟ้าตึกอย่างไร ก่อนจะเห็นร่างเล็กๆกระโดดจับราวระเบียงแล้วปีนป่ายขึ้นมากับบันได จนสุดท้ายเธอก็ใช้แรงกระโดดขึ้นมาจับดาดฟ้าทั้งๆที่ชั้นก่อนหน้าและดาดฟ้ามีความสูงห่างกันถึง 3 เมตร เหล่าตำรวจกลับต้องสลัดสิ่งที่น่าตกใจนี้ทิ้งเพราะอยากรู้มากกว่าว่าเด็กสาวมาทำอะไร


    “ แม่หนู เธอมาทำอะไรที่นี่ พี่ชายของเธอปลอดภัยไหม ” ตำรวจได้ยินเสียงซอมบี้ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าพวกมันกำลังทำอะไร จึงคิดว่าเธออาจจะรู้บางอย่าง


    “ พี่ชายให้หนูมาบอกพวกคุณให้รีบหนี ฝูงซอมบี้มันกำลังแห่มาที่นี่ ”


    “ เกิดอะไรขึ้นทำไมมันถึงแห่มาล่ะ ” ตำรวจแสดงสีหน้ากังวลกับข่าวที่ได้ฟัง


    “ พวกมันเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ แต่ละตัวรู้ว่าศพกินได้ พวกมันจึงเดินมากินศพซอมบี้ที่พี่ชายหนูฆ่า ”


    ศาสตราจารย์ขยับขาแว่นด้วยความวิตก พฤติกรรมของซอมบี้ที่เกิดขึ้น อยู่เหนือพฤติกรรมของสัตว์ไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พอจะคาดการณ์ได้ว่ามันเป็นผลมาจากเชื้อไวรัสที่อาจจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้พวกมันเปลี่ยนพฤติกรรม เขาจึงพูดสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง จนรู้ว่าซอมบี้กำลังจะพัฒนาไปอีกขั้น หากเป็นเช่นนั้นพวกเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป


    “ แล้วพี่ชายเธอล่ะ ”


    “ เขากำลังฆ่าพวกมันอยู่ค่ะ ”


    ตำรวจหันมองหน้ากัน พวกเขาไม่สามารถหนีในตอนนี้ได้ แม้อยากจะหนีจากที่นี่ในทันทีเลยก็ตาม เนื่องจากว่าทิศทางที่พวกเขากำลังจะเดินทางไปมีซอมบี้อาศัยอยู่ จำเป็นต้องสำรวจก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนก่อนหน้านั้น นอกจากนั้นแล้วความมืดยังทำให้พวกเขาไม่กล้าเคลื่อนไหวเพราะไฟฟ้าเหลือไม่กี่กระบอก มันอาจจะหมดถ่านระหว่างทางจนทำให้เกิดปัญหาได้


    “ แม่หนู ขอบคุณที่เตือน เรายังไม่สามารถหนีตอนนี้ได้เพราะไม่มีแสงสว่าง นอกจากนั้นเราต้องสำรวจเส้นทางที่จะไปด้วยเพื่อไม่ให้เราต้องหนีเหมือนก่อนจะมาหลบอยู่ที่นี่ อาหารของเราเหลือน้อยหากต้องวิ่งหนีอีกเราอาจจะไม่เหลืออะไร ”


    “ พวกคุณต้องการถ่านอย่างนั้นเหรอคะ ”


    “ ใช่ ปัญหาของเราคือถ่านไฟฉาย ถ้าเราไม่มีแสงคงต้องรอให้ถึงเช้าถึงจะไปจากที่นี่ได้ ”


    หนึ่งในนายตำรวจมองดูนาฬิกา เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงจะเช้า พวกเขาจึงต้องรออีก 3 ชั่วโมงหากต้องการเดินทางต่อ


    “ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูมา ”


    แอลลี่วิ่งลงจากตึก เธอจำได้ว่าพี่ชายของเธอเก็บถ่านเอาไว้เยอะก่อนจะไม่ได้ใช้เพราะมีไฟฟ้าจากแผงโซลาเซลล์ ทันทีที่มาถึงซากบ้าน เธอจึงเปิดไฟฉายของตนเองแล้วควานหาถ่าน กระทั่งผ่านไป 10 นาทีเธอก็พบเข้ากับถ่านหลายขนาด มีตั้งแต่ขนาดเท่านิ้วก้อยจนเท่ากับแขนเด็ก เธอไม่รู้ว่าตำรวจใช้ถ่านขนาดใดบ้างจึงนำพวกมันออกไปทั้งหมด


    ขณะวิ่งกลับไปหาตำรวจ แอลลี่ได้มองจ้องไปยังทิศทางที่พี่ชายต่อสู้ เธอไม่รู้ว่าพี่กำลังทำอะไร สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงร้องของซอมบี้ที่ดังขึ้นเรื่อยๆราวกับมีสิ่งกระตุ้นวิ่งอยู่ในกลุ่มพวกมันจนต้องไล่ตาม


    “ แค่นี้พอไหมคะ ”


    ตำรวจมองไปยังถ่านหลากหลายขนาด แต่ละคนจึงเก็บถ่านขนาดที่พวกเขาต้องการเอาไว้กระเป๋าหลังเพื่อสำรองในยามที่จำเป็น


    “ ขอบคุณแม่หนู พวกเราจะไปสำรวจสะพานก่อนแล้วค่อยหลบหนี อาจจะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ถ้าไม่ติดอะไรเธอจะไปกับเราด้วยก็ได้นะ ”


    “ ไว้หนูจะคิดดูอีกที ”


    แอลลี่ไม่ได้จากไปไหน เธอยังคงอยู่บนดาดฟ้า เหล่าตำรวจที่ได้ถ่านตามต้องการพวกเขาจึงตกลงกันเพื่อจะส่งคนไปดูลาดเลาก่อน จนมีตำรวจ 2 คนเสียสละ พวกเขามีกระสุนเหลือเยอะกว่าคนอื่นๆจึงสามารถหลบหนีได้ง่ายหากเกิดสิ่งใดขึ้น หลังจากแบ่งทีมกันแล้วตำรวจทั้ง 2 จึงวิ่งลงจากตึกก่อนจะมุ่งหน้าไปหาจักรยานยนต์คันหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนพื้นถนน หลังจากที่พวกเขาทำลายคอก็เริ่มต่อสายไฟเพื่อสตาร์ทรถแล้วขับออกไปด้วยความรวดเร็วมุ่งหน้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำเพื่อเดินทางไปยังทิศเหนือ


    “ ทุกคน เราจะเดินทางกันอีกแล้ว ช่วยปลุกคนที่ยังหลับอยู่ให้หน่อย ส่วนคนที่ตื่นแล้วเตรียมตัว หากคนที่ไปสำรวจกลับมาแล้วรายงานว่าเส้นทางปลอดภัยเราจะเดินทางกันทันที ”


    แอลลี่สำรวจประชาชนบนดาดฟ้า เมื่อนับรวมตำรวจแล้วที่นี่มีผู้คนอยู่ทั้งหมด 43 คนนับว่าเป็นจำนวนที่เยอะไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่ใช่กลุ่มที่พร้อมจะเอาชีวิตรอดในวันที่เชื้อซอมบี้ระบาด นอกจากจะเห็นเด็กทารกถูกอุ้มเอาไว้ในอ้อมอกของหญิงคนหนึ่งแล้ว เธอเห็นคนแก่ เด็ก และผู้ป่วยที่เหมือนจะมีโรคประจำตัวอยู่หลายคน แม้จะไม่อยากมองคนกลุ่มนี้เป็นตัวถ่วง เธอกลับอดไม่ได้ที่จะมองเช่นนั้น.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258