ฮูๆ
ผมรู้สึกถึงร่างกายที่กำลังร่วงลง สัมผัสเหมือนการกระโดดบันจี้จัมพ์ร่วงจากที่สูงลงไปเรื่อยๆ และความรู้สึกนี้ก็เหมือนกับการที่ผม กัปตันของพวกเขากำลังเดินสู่เส้นทางแห่งความสิ้นหวัง
ภายใต้แสงแดด ทุกคนกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครเห็นสีของแก๊สแต่เมื่อถูกเปิดเผยภายใต้แสงแดดอันสดใส มันกลับชวนให้ทุกคนระวังตัวอย่างที่สุด
ถ้าพวกเราหลุดออกไปจากที่นี่ได้ ทุกคนก็คงจะมีความสุขภายใต้แสงแดดกันแต่ในตอนนี้ แม้แต่การพูดยังต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
“คำสั่งเสีย? ฉันว่าแกตายแน่พูดให้น้อยลงหน่อยเถอะ”
เฉียนตัวตัวพูดขึ้น ซึ่งสะท้อนมุมมองของใครหลายๆ คน
การสูดแก๊สเข้าไปทำให้เรารู้สึกถึงความสั้นของเวลาคงเหลือประมาณสิบนาที เมื่อเรารู้สึกถึงอาการวิงเวียนที่รุนแรงขึ้นก็หมายความว่าแก๊สได้เริ่มออกฤทธิ์จริงๆ แล้ว
พูดให้ชัดคือ ช่วงเวลาที่เรารู้ถึงปัญหาและก่อนที่จะหลับไปสนิทรวมกันแล้วคือช่วง ห้านาทีทอง ที่เราสามารถคิดได้อย่างสงบโดยไม่ถูกรบกวน ซึ่งก็คือตอนนี้
“ที่ผมพูดถึงคำสั่งเสียก็เผื่อไว้เท่านั้น ถ้าเลือกได้ผมก็อยากจะอยู่จนถึงตอนจบอยู่แล้วล่ะ คุณทุกคนก็คงคิดเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นการโกหกหรือการปลอมตัว มันมีผิดหรือถูกอย่างนั้นหรือ”
อาจเป็นเพราะอิทธิพลของแก๊ส ทำให้ผมเริ่มรู้สึกเศร้า
ชวิ้ง ซางจื้อหย่วนมองมาด้วยสายตาที่ทำให้ผมไม่สามารถคิดอะไรต่อได้ผมรู้ดีว่าทุกคำพูดที่หลุดออกไปจะถูกใช้เป็นช่องโหว่ในการโจมตี แต่ทัศนคติของผมก็ยังเหมือนเดิม
ผู้โหยหวนอาจไม่ได้หมายถึงความชั่วร้ายเสมอไปพวกเขาเองก็เหมือนพวกเราทุกคนเพียงแค่ขึ้นมาบนเครื่องบินลำนี้และถูกลากเข้าสู่เกมนรกนี้ก็เท่านั้น
แนวคิดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่พาผมไปสู่การเปิดประตูบานใหม่
“นายเคยพูดว่าผู้โหยหวนไม่ใช่ความชั่วร้ายแล้วทำไมพวกเขาถึงต้องฆ่าเราด้วยล่ะ”
หลิวเนี่ยนใส่แว่นตาโดยอัตโนมัติราวกับจะเป็นวิธีจัดการกับอารมณ์ที่ถึงขีดสุด สัญลักษณ์ของการแบ่งแยกทางจิตใจเขาพยายามเผชิญหน้าและหลีกหนีไปพร้อมกัน
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวตนไหนที่เขาเลือกจะพึ่งพิง
“ความยุติธรรม”
ผมพูดคำนี้ออกไปอย่างเงียบสงบ ขณะที่เข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนพวกเราจะหมดสติภายในไม่ถึงนาทีหัวใจของผมเองก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
“แน่นอน มันก็เป็นความยุติธรรมในแบบหนึ่งถ้าคิดจากมุมมองของคนที่ถูกบังคับให้เข้ามาเล่นเกมนี้พวกเขาไม่ได้เลือกให้ต้องมาตายที่นี่หรอก กลับต้องถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดและถูกพวกที่มีบทบาทดีในเกมนี้ค่อยๆ กลืนกินไปทีละนิด”
ผมหัวเราะเบาๆ การที่คนเราสามารถหัวเราะเยาะตนเองได้นั้นหมายความว่าเราเริ่มยอมรับในด้านที่น่าสมเพชของตนเองแล้ว
“ดังนั้น การฆ่าก็เป็นเพียงการกระทำที่ถูกบีบให้ทำสินะพวกเราเองก็ไม่ต่างกันหรอก คุณลุง เวลาที่คุณฆ่าคนคุณไม่ได้เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาเท่าหวังเฉียงเสียด้วยซ้ำอย่างน้อยเขาก็สามารถยอมรับโชคชะตาของตนเองในฐานะเพชฌฆาตได้ แต่คุณทำไม่ได้”
คำพูดที่แฝงความหมายลึกซึ้งนี้อาจดูเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาของอีกฝ่ายหรือบางทีพวกเขาอาจเข้าใจบางอย่างแล้วก็ได้ ผมรู้ดีว่าเมื่อทุกคนจมดิ่งสู่ความว่างเปล่าจากอาการมึนงงคำตอบที่พวกเขาอาจจำได้ก็คงจะเป็นเพียงคำตอบที่จืดชืดและไร้ความหมาย
“อาเมน...”
โครมโครม! ในขณะที่หลับใหล ผมเห็นภาพเงาสีขาววิ่งผ่านตาแทรกด้วยสัญลักษณ์หลากสี เหมือนฉากในนิทานที่เต็มไปด้วยความแฟนตาซีสัญลักษณ์เหล่านั้นแทนชีวิตของพวกเราหรือเปล่านะ? ไม่รู้ทำไมถึงมีความคิดนี้ผุดขึ้นมา
เฮ้ ผมได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับหยดเลือดสีแดงที่โปรยปรายลงมาท่ามกลางเงาสีดำที่วาบไหว ผมเห็นเงาคนมากมายล้มลงอย่างไม่หยุดยั้ง สัญลักษณ์สีดำพวกนั้นเรียบง่ายและมืดมนทว่าพวกมันกลับก้าวลึกเข้าไปในดินแดนศัตรู สังหาร เทวทูต ที่ดูเผิ่นๆก็ไม่เหมือนปีศาจอย่างสิ้นเชิง
หากทั้งหมดนี้เป็นวิธีของพระเจ้าในการให้ผมยอมรับสถานการณ์ในรูปแบบนี้ผมก็พอเข้าใจได้ กลุ่มผู้ติดตามของพระเจ้าแบ่งออกเป็นสองฝ่ายปรากฏตัวในรูปของมนุษย์บนเครื่องบินลำนี้ และเริ่มการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง
สงครามที่ไร้ซึ่งกระสุนปืนและควันปืน แต่เต็มไปด้วยความโหดร้าย
ทันใดนั้น ผมก็เห็นแสงสว่างจ้าแผ่ซ่านมาที่เบื้องหน้า มันไม่ใช่สีดำไม่ใช่สีขาว แต่เป็นเงาอันเจิดจ้าที่ปกคลุมไปด้วยสีเทา
เส้นโค้งอันคุ้นเคย ใบหน้าที่ชัดเจนราวกับที่เคยเห็นมาก่อนถ้าไม่รู้ว่านี่เป็นเพียงความฝัน ผมคงจะเผลอเรียกชื่อเธอออกไปแล้ว
แต่เงาร่างนั้นกลับเหมือนจะไม่ยินยอมทิ้งความทรงจำอันงดงามไว้แม้แต่ในความฝัน
“น่าเสียดายจังนะ ฉันแค่เหมือนน้องสาวของฉันก็เท่านั้น...”
อ้าก!
รอยยิ้มของเธอแทงทะลุเข้าสู่จิตสำนึกสุดท้ายในห้วงนิทราของผม
ถ้าความฝันนับเป็นความจริง และความจริงก็เป็นเพียงความฝันเมื่อตื่นขึ้น โลกที่ผมกลับมาเผชิญจะเป็นจริงหรือไม่จริงกันแน่?
ช่างเป็นคำถามที่ชวนให้ขบคิด และผมก็รู้สึกว่าบางทีพี่สาวของเซี่ยหลิงอาจไม่ได้มีอยู่จริงในเกมนี้หากแต่เป็นดั่งคำพยากรณ์จากช่วงเวลาข้างหน้าต่างหาก
บางทีผมอาจชนะเกมนี้ทั้งทียังมีชีวิตอยู่และพบกับเธอในอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้
แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าความฝันนี้มันเกี่ยวอะไรกับเกมนี้ หรือมันก็แค่ฝันที่ไร้ความหมาย…
“ไม่เป็นไรใช่ไหม ทุกครั้งที่ตื่นมานายก็ดูตกใจใหญ่ทั้งที่เป็นกัปตัน เป็นคนแรกที่รู้ตัวตนของพวกเราทุกคนแท้ๆ”
หลิวเนี่ยนแอบยิ้มเยาะนิดๆ พร้อมกับตบหลังผมแรงๆเสมือนเป็นการกระตุ้นมิตรภาพระหว่างเรา
“อะไรกัน ฉันก็แค่ ... บังเอิญฝันร้ายเท่านั้นเอง”
อย่างน้อยที่สุด ผมยังรอดอยู่นี่ถือเป็นข่าวดีแรกที่ผมได้รับในสถานการณ์ที่เคร่งเครียดนี้การที่ผมยังมีชีวิตอยู่ภายใต้บทบาทของกัปตัน ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อย
น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยกับหลิวเนี่ยน
“ตอนนี้นายต้องมีคำอธิบายให้พวกเราแล้วล่ะ กัปตัน”
น้ำเสียงเย็นชานั้นไม่ได้มาจากเฉียนตัวตัวคนเดียวแม้แต่เด็กสองคนก็จ้องมาที่ผม ทุกครั้งที่ผมหายใจหรือขยับตัว พวกเขาเหมือนจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทำไมเหรอ
พวกเขาควรจะมีคำตอบที่น่าพอใจให้ผมใช่ไหม ผมรู้ตัวดีว่าผมเต็มไปด้วยข้อสงสัยแต่การที่ผมแยกแยะตนเองแบบนั้นก็เป็นเพียงการวิพากษ์ตนเองเท่านั้นถ้ากัปตันเป็นฆาตกรได้ ก็เท่ากับทุกคนบนเครื่องนี้ก็มีโอกาสจะเป็นไปได้ทั้งนั้น
ผมไม่ได้โมโหเพราะการถูกกล่าวหาและตอบโต้ไปอย่างเด็กๆแต่ผมหงุดหงิดที่สถานการณ์ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่คนส่วนใหญ่เลือกจะเงียบไม่แสดงความคิดเห็นและรอแค่โหวตเลือกใครสักคน
“ฉันว่าคราวนี้นายมีปัญหาใหญ่จริงๆ แล้วล่ะ” หวังเฉียงพูดพร้อมแสดงสีหน้าเสียดายเหมือนจะบอกผมว่า เขาเองก็อยากช่วยแต่คงทำได้แค่นี้
เขาคงไม่โหวตให้ผมหรอก...ใช่ไหม ตอนนี้เกมกำลังเข้าสู่ช่วงที่เข้มข้นและการตัดสินรอบสุดท้ายก็คงใกล้เข้ามาแล้ว
“ก็แน่นอนอยู่แล้ว เพราะคนที่ตายไปคือคนที่เคยต่อต้านนายคนที่นายเคยเรียกว่าปีศาจ และคนที่เป็นต้นเหตุให้หมอนิติเวชคนสำคัญของนายตายนายคงอยากให้พวกเขาลงนรกกันหมดแล้วสินะ”
ซางจื้อหย่วนมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
ทุกคนจ้องมาที่เลือดบนแขนผม ผมเองก็เพิ่งสังเกตเห็นรอยคราบบนพื้นร่องรอยที่เป็นจุดเล็กจุดน้อยของสีเลือด
คราบเลือดที่กระจัดกระจายร่องรอยสีแดงบนพื้น รวมถึงร่องรอยบนตัวผมกับคุณลุงที่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน ถ้าผมไม่ได้ลงมือกำจัดเขาด้วยตนเองคงไม่มีใครเชื่อว่าผมจะยังคงเป็นตัวละครฝ่ายดีได้อีก
ใช่แล้ว มันช่างเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คนที่ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญ คนที่ยืนอยู่ระหว่างสีขาวกับสีดำอย่างเขาคนนั้นกลับจากไปแล้ว
คนชราตายแล้ว
เขาไม่มีสีหน้าแสดงออกมากนัก แต่ตาเบิกกว้าง ดูแปลกใจทว่ายังคงสงบนิ่ง ริมฝีปากมีรอยยิ้มเล็กน้อย
คนที่น่าสงสัยคนหนึ่งได้จากไป แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกดีใจเลย
“งั้นพวกคุณก็สงสัยผมจริงๆ สินะ แค่เพราะคำพูดในรอบที่แล้วแค่เพราะเซี่ยหลิงตายไป หรือเพราะเรายืนอยู่บนแท่นโหวตเดียวกันพวกคุณเลยคิดว่าผมต้องมีความแค้นอยู่”
ความแค้นเหรอ
เหอะๆ เป็นหัวข้อที่ไม่มีที่สิ้นสุด